วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 15 มิถุนายน


image.png

บทความสอนใจประจำวัน 15 มิถุนายน

"อย่าให้ใจของพวกท่านเป็นทุกข์เลย" (ยอห์น 14:1 THSV2011)

พระเยซูต้องการให้เรามีความสุขและมีชีวิตที่บริสุทธิ์ และไม่วิตกกังวลหรืออารมณ์เสีย พระองค์ห้ามไม่ให้คุณกลัว พระองค์สั่งให้คุณมีความเชื่อ คุณควรละทิ้งความวิตกกังวลทั้งหลายของคุณไว้กับพระองค์

เราจะทำเช่นนี้สำเร็จได้อย่างไร? จงระลึกถึงสิ่งที่พระเจ้าได้สัญญาไว้ พระองค์จะไม่มีวันทำให้คุณผิดหวัง พระองค์เฝ้าดูแลคุณอยู่ และพระองค์จะรอคอยโอกาสที่จะทำดีต่อคุณ พระองค์จะไม่อนุญาตให้สิ่งใดมาทำร้ายคุณ

พระองค์จะปกป้องรักษาคนเหล่านั้นไว้ในสันติสุขที่สมบูรณ์แบบ คือคนที่มีความคิดจดจ่ออยู่ที่พระองค์ เพราะพวกเขาวางใจในพระองค์ เพราะกำลังอันนิรันดร์อยู่ในองค์พระผู้เป็นเจ้า

"พระเจ้าเป็นความเมตตากรุณา และจะไม่ทอดทิ้งคุณ 
เมื่อคุณจำเป็นที่จะต้องได้รับพระกรุณาของพระองค์อย่างมากที่สุด 
พระเจ้าทรงสัตย์จริง พระองค์ไม่สามารถหลอกลวงคุณได้ 
แม้ความเชื่อของคุณจะอ่อนแอถึงที่สุด"

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

June 15

"Don't let your heart be troubled." (John 14:1)

Jesus wants us to be happy and holy, and not worried and upset. He forbids your fear; He commands your faith. You should leave all your worries with Him.

How can we achieve this? Remember what God has promised by covenant. He will never fail you. He watches over you, and He waits for an opportunity to do you good. He will not allow anything to hurt you.

He will keep them in perfect peace, whose minds are stayed on Him, because they trust in Him. In the Lord is everlasting strength.

"God is love, and will not leave you, 
When you most His kindness need; 
God is true, nor can deceive you, 
Though your faith be weak indeed."

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie



วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 14 มิถุนายน


image.png

บทความสอนใจประจำวัน 14 มิถุนายน

"ขอให้กำลังของท่านคงอยู่ตลอดวันคืนของท่าน" (เฉลยธรรมบัญญัติ 33:25 THSV2011)

ไม่มีใครสามารถบอกอนาคตได้ มีเพียงแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้อนาค และพระองค์ได้สัญญาไว้ว่าประชากรของพระองค์จะได้รับกำลังเพียงพอสำหรับการทดลองที่พวกเขาจะเผชิญ

เราไม่ควรวิตกกังวล เพราะกำลังจะมาพร้อมกับการทดลอ การทดลองของเราจะมีปริมาณเท่ากับพระเมตตาที่พระเจ้าให้แก่เรา เราได้เห็นเสมอว่าพระเจ้าสัตย์ซื่อ พระองค์ให้กำลังเพียงพอสำหรับแต่ละวันเสมอ แล้วเหตุใดเราจึงควรสงสัยเล่า?

"ข้าพเจ้าจะวางใจและไม่กลัว เพราะพระยาห์เวห์ คือพระยาห์เวห์เองทรงเป็นกำลังและบทเพลงของข้าพเจ้า และพระองค์ทรงเป็นความรอดของข้าพเจ้าแล้ว" (อิสยาห์ 12:2 THSV2011)

เราก้าวจากกำลังสู่กำลังที่มากยิ่งขึ้น และผู้เชื่อแท้ทุกคนก็จะปรากฏต่อหน้าพระเจ้าในศิโยน พระองค์จะทำให้ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเราสมบูรณ์แบบ

เมื่อเป็นเช่นนี้ ขอให้เราคาดหวังที่พระเจ้าจะให้สิ่งจำเป็นทั้งสิ้นแก่เรา ขอให้เราเชื่อว่ากำลังของเราจะพียงพอสำหรับภาระของเรา

"วางใจเมื่อเหตุการณ์ผ่านไป วางใจเมื่อวันเวลาผ่านไป 
วางใจพระองค์ในทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เพียงแค่วางใจในพระเยซู" 
(Edgar Page Stites, เพลง "Simply Trusting Every Day")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

June 14

"As your days, so shall your strength be." (Deuteronomy 33:25)

No one can possibly tell the future; but our God knows, and He has promised His people strength equal to their trials.

We should not be anxious, for with the trial comes the strength. Our trials are to be numbered among our mercies. We have always found our God faithful; He always gives strength according to the day; and why should we ever doubt?

"I will trust and not be afraid, for the Lord is my strength and my song; He also is become my salvation." (Isaiah 12:2)

We go from strength to strength, and every true believer shall appear before God in Zion. He will perfect that which concerns us.

Let us then expect God to give us all we need. Let us believe that our strength will be equal to the burden.

"Trusting as the days go by; 
Trusting as the moments fly; 
Trusting Him whate’re befall, 
Trusting Jesus – that is all." 
(Edgar Page Stites, hymn "Simply Trusting Every Day")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie



วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 13 มิถุนายน


image.png

บทความสอนใจประจำวัน 13 มิถุนายน

"ทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์ก็ยืนอยู่" (เศคาริยาห์ 3:5 THSV2011)

เมื่อซาตานกล่าวหาโยชูวา เมื่อเสื้อผ้าอันสกปรกได้เป็นพยานแจ้งความผิดแก่ท่าน และท่านถูกเรียกตัวให้เข้าพบพระเจ้า พระเยซูก็ยืนอยู่ที่นั่นพร้อมที่จะช่วยเหลือท่าน

พระเยซูองค์เดียวกันนี้แหละ ที่ก็ได้ยืนอยู่เคียงข้างประชากรของพระองค์ทุกคนพระองค์ยืนอยู่ฝ่ายเราในการอธิษฐาน ในความยากลำบาก ในการทดลอง และในความพยายามทั้งสิ้นของเราที่จะถวายเกียรติสิริแด่พระเจ้า พระองค์ยืนอยู่เคียงข้างเราเพื่อสอนเราถึงพระประสงค์ของพระเจ้าและเพื่อช่วยเราในการรับใช้พระเจ้า

สายตาของเราควรจับจ้องไปที่พระเยซูเสมอ พระองค์จะไม่มีวันละทิ้งเราไปเลย พระเยซูเห็นทุกการกระทำของเรา วามจริงนี้ควรที่จะทำให้เราระมัดระวัง สำนึกในพระคุณ และมีความกล้าหาญอย่างยิ่ง

ขอให้เราระลึกเสมอว่าพระเยซูอยู่เคียงข้างเราเพื่อช่วยเรา

"ทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์ตั้งค่ายอยู่โดยรอบผู้ที่ยำเกรงพระองค์ พระองค์ทรงช่วยเขาให้พ้นภัย" (สดุดี 34:7 THSV2011)

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

June 13

"The Angel of the Lord stood by." (Zechariah 3:5)

When Satan accused Joshua, when his filthy clothes witnessed against him, and he was summoned to appear before God, it was Jesus who stood ready to help him.

The same Jesus stands by all His people. He stands on our side in prayer- in trouble- in temptation-in all our efforts to glorify God. He stands by to instruct us in the will of God; to help us in the work of God.

Our eyes should always be fixed on Jesus; He will never leave us. Jesus sees our every action. That should make us very careful, thankful and courageous.

May we always remember that Jesus stands by us to help us.

"The Angel of the Lord surrounds
And guards continually
All those who fear and honour Him;
He sets his people free." (Psalm 34:7)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie






วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 12 มิถุนายน


image.png


บทความสอนใจประจำวัน 12 มิถุนายน

"พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงเป็นดวงตะวันและเป็นโล่" (สดุดี 84:11 THSV2011)

เราต้องพึ่งพาพระเจ้าสำหรับแสงสว่าง การปลอบใจ และการเกิดผลดี ทุกคนที่รู้จักพระองค์ เชื่อในพระองค์ และดำเนินชีวิตกับพระองค์ก็ได้รับพร

พระองค์ให้แสงสว่างในความมืด ความชื่นบานในความเศร้าโศก และชีวิตในความตาย เราพบการปกป้องในพระองค์ ความหลุดพ้นของพระองค์เป็นโล่ของเรา เราใช้โล่นี้โดยความเชื่อ พระองค์จะทำให้เราเข้าใจและปกป้องเราจากแผนการของซาตาน พระองค์จะไม่มีวันทำให้เราผิดหวังหรือละทิ้งเราให้ขัดสน พระองค์เทพระพรมาให้แก่เราเปล่าๆ เช่นเดียวกับที่ดวงอาทิตย์ได้ส่องแสงให้ความอบอุ่นแก่เรา

ดังนั้น ขอให้เรารอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าในวันนี้ และดำเนินชีวิตในความสว่างของใบหน้าของพระองค์ จงวางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า คำสัญญาของพระองค์จะสำเร็จในชีวิตของเรา และพระองค์จะยังคงทำให้ความสมบูรณ์แบบทุกประการของธรรมชาติของพระองค์ที่อยู่ในเราได้รับเกียรติสิริ

โอ พระคุณของพระองค์ช่างบริบูรณ์จริ!

"เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าทรงเป็นดวงตะวันและเป็นโล่ พระยาห์เวห์ประทานความโปรดปรานและเกียรติ พระองค์มิได้ทรงหวงสิ่งดีอันใดไว้ จากบรรดาผู้ที่ดำเนินในความซื่อสัตย์
ข้าแต่พระยาห์เวห์จอมทัพ คนที่วางใจในพระองค์ก็เป็นสุข" (สดุดี 84:11-12 THSV2011)

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

June 12

"The Lord God is a Sun and Shield." (Psalm 84:11)

We must look to God for light, comfort, and fruitfulness. All who know Him, believe Him, and walk with Him are blessed.

He gives light in darkness, joy in sorrow, and life in death. We find protection in Him. His salvation is our shield; we use it by faith. He will enlighten and protect us against all Satan’s schemes. He will never fail us, or leave us in need. He pours down blessings upon as freely as the sun shines its heat.

Let us then wait upon the Lord this day, and walk in the light of His face. Trust in the Lord; His promises shall be fulfilled in us, and He will yet glorify every perfection of His nature in us.

O, the riches of His grace!

"For the Lord gives grace and honour;
God will be a shield and sun.
He will not withhold His blessing
From the just and blameless one.
Lord Almighty, great and true,
Blessed the one who trusts in You." (Psalm 84:11-12)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 11 มิถุนายน


image.png

บทความสอนใจประจำวัน 11 มิถุนายน

"พระยาห์เวห์ทรงเป็นมรดกส่วนของข้าพเจ้า" (บทเพลงคร่ำครวญ 3:24 THSV2011)

คริสเตียนมีผู้ที่จัดเตรียมสิ่งต่างๆ ให้อย่างดีเยี่ยม! องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ให้พระองค์เองแก่เรา พระองค์กล่าวว่า "เราเป็นมรดกของท่าน" (กันดารวิถี 18:20)

เราอยู่กับพระองค์เสมอ และทุกสิ่งที่พระองค์มีก็เป็นของเรา ฤทธิ์อำนาจของพระองค์เป็นของเราเพื่อช่วยเหลือเรา พระปัญญาของพระองค์เป็นของเราเพื่อนำทางให้เรา ความรักท้ของพระองค์เป็นของเราเพื่อปลอบใจเรา พระเมตตาของพระองค์เป็นของเราเพื่อทำให้เราได้ผ่อนคลาย ความดีของพระองค์เป็นของเราเพื่อจัดเตรียมสิ่งต่างๆ ให้เรา ความยุติธรรมของพระองค์เป็นของเราเพื่อปกป้องเรา พระสัญญาของพระองค์เป็นของเราเพื่อรักษาเราไว้ให้ปลอดภัย และสวรรค์ของพระองค์เป็นของเราเพื่อต้อนรับเรา

เราจำเป็นต้องดำรงชีวิตในพระองค์ ชื่นชมยินดีในพระองค์ และพึ่งพาพระองค์สำหรับสิ่งจำเป็นทั้งสิ้นสำหรับชีวิตเรา เราจำเป็นต้องให้พระองค์เป็นที่หนึ่งในชีวิตในขณะที่เราแสวงหาที่จะดำรงชีวิตเพื่อเกียรติสิริของพระองค์ ไม่มีใครเอามรดกของเราไปจากเราได้ ผู้คนอาจจะทำให้เราผิดหวังและหลอกลวงเรา แต่พระเจ้าจะเป็นมรดกส่วนของเราตลอดไป

"ประทานคำปรึกษาแนะนำข้าพเจ้า แล้วจะทรงรับข้าพเจ้าไว้ในพระสิริรุ่งโรจน์ 
ยังมีใครอีกเล่าสำหรับข้าพเจ้าในสวรรค์? เมื่ออยู่กับพระองค์ ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาสิ่งใดบนแผ่นดิน 
แม้ร่างกายและจิตใจข้าพเจ้าอ่อนกำลัง พระเจ้าก็ทรงเป็นหลักศิลาแห่งดวงใจ ทรงเป็นทรัพย์สมบัติของข้าพเจ้าตลอดไป" (สดุดี 119:24-26 THSV2011)

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

June 11

"The Lord is my portion." (Lamentations 3:24)

The Christian is wonderfully provided for! The Lord has given us Himself; He says, "I am your inheritance." (Numbers 18:20)

We are always with Him, and all He has is ours. His power is ours to support us, His wisdom to guide us, His love to comfort us, His mercy to relieve us, His goodness to provide for us, His justice to defend us, His covenant to keep us secure, and His heaven to receive us.

We are to live in Him, rejoice in Him, and look to Him for all we need. We must give Him first place as we seek to live for His glory. No one can take our inheritance from us. People may fail us and deceive us, but God is our portion for ever.

"To Your glory You will bring me
With Your counsel as my guide.
I have none but You in heaven;
All on earth I lay aside.
Flesh and heart may fail, but ever
God my portion will abide." (Sing Psalms 73:24-26)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie







วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 10 มิถุนายน


"เราคือ อัลฟาและโอเมก้า" (วิวรณ์ 22:13)

บทความสอนใจประจำวัน 10 มิถุนายน

"เราคือ อัลฟาและโอเมก้า" (วิวรณ์ 22:13 THSV2011)

พระเยซูเป็นเบื้องต้นและบั้นปลาย พระองค์เริ่มต้น พระองค์ดำเนินการ และพระองค์จะทำการงานที่ยิ่งใหญ่เพื่อความหลุดพ้นนิรันดร์ของเราให้สำเร็จ

พระองค์เป็นบุคคลแรกที่อยู่กับเราในการทดลองต่างๆ และจะไม่มีวันละทิ้งหรือทอดทิ้งเราเลย พระองค์เป็นรากฐานที่ชีวิตของเรสร้างขึ้นมา พระองค์รวมเอาทุกสิ่งที่ดี ยิ่งใหญ่ และเต็มด้วยเกียรติสิริ ผู้ทีเชื่อวางใจพระเยซูมีทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับโลกนี้และสำหรับนิรันดร์กาล

ขอให้เราเริ่มต้นกับพระเยซู และดำเนินชีวิตต่อไปกับพระเยซู แล้วเราก็จะมีอวสานร่วมกันกับพระเยซู ซึ่งจะเป็นอวสานที่เต็มด้วยพระพ

โอ้ ขอที่ข้าพระองค์จะรู้จักพระองค์ และรู้จักฤทธิ์เดชแห่งการคืนพระชนม์ของพระองค์ และรู้จักการมีส่วนร่วมในความทุกข์ของพระองค์ และเป็นเหมือนพระองค์ในความตาย

ขอให้เรามองดูพระเยซูผู้เป็นอัลฟาและโอเมกาของเราทุกๆ วัน

"พระคริสต์เป็นความหวัง กำลัง และผู้นำทางชีวิตของข้าฯ
พระองค์คร่ำครวญ หลั่งโลหิต และสละชีวิตเพื่อข้าฯ
พระคริสต์เป็นแหล่งของสุขสำราญทั้งสิ้นของข้าฯ
เป็นสติปัญญา และความชอบธรรมของข้าฯ
พระผู้ช่วย พี่ชาย สหายที่ไว้ใจได้ของข้าฯ
ข้าฯ จะหวังพึ่งในพระองค์แต่เพียงผู้เดียว"

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

June 10

"I am Alpha and Omega." (Revelations 22:13)

Jesus is the first and the last. He began, He carries on, and He will complete the great work of our eternal salvation.

He is first with us in every trial, and He will never leave us nor forsake us. He is the foundation on which we build. He includes all that is good, great and glorious. The believer in Jesus has everything needed for this world and eternity.

Let us begin with Jesus, and then go on with Jesus, so shall we end with Jesus; and a blessed end it will be.

Oh, to know Him, and the mighty power that raised Him from the dead, to suffer with Him sharing in His death.

Let us look to Jesus as our Alpha and Omega from day to day.

"Christ is my hope, my strength, my guide,
For me He groaned, and bled, and died;
Christ is the source of all my bliss,
My wisdom, and my righteousness;
My Saviour, Brother, faithful Friend,
On Him alone I now depend."

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie



วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 09 มิถุนายน


"อิสราเอลเอ๋ย จงฝากความหวังไว้ที่องค์พระผู้เป็นเจ้า" (สดุดี 130:7)

บทความสอนใจประจำวัน 09 มิถุนายน

"อิสราเอลเอ๋ย จงฝากความหวังไว้ทีองค์พระผู้เป็นเจ้า" (สดุดี 130:7 TNCV)

คำว่า "อิสราเอล" หมายถึง ประชากรขององค์พระผู้เป็นเจ้าทั้งหมด คำนี้บ่งชี้ถึงความมีเกียรติ เพราะพวกเขาคือเจ้าชาย คำนี้บ่งชี้ถึงประสบการณ์ของพวกเขา เพราะพวกเขาปล้ำสู้กับพระเจ้าในคำอธิษฐาน และพวกเขามีชัยชนะ

พระเจ้าของเราเป็น "พระเจ้าแห่งความหวัง" และเราควรจะฝากความหวังไว้ในพระองค์

อิสราเอลควรฝากความหวังไว้ในพระเมตตาของพระองค์ ในความอดทนอดกลั้นของพระองค์ ในการจัดเตรียมของพระองค์ ในการไถ่อันล้ำค่าของพระองค์ พวกเขาควรมีความหวังที่จะพบแสงสว่างในความมืด พบกำลังในความอ่อนแอ พบการนำทางในความสับสนอลหม่าน พบการช่วยกู้ในอันตราย พบชัยชนะในความขัดแย้ง และพบการเฉลิมฉลองแห่งชัยชนะในความตาย

พวกเขาควรฝากความหวังไว้ในพระเจ้าด้วยความมั่นใจเพราะพระองค์ได้สัญญาไว้ ด้วยใจอธิษฐานเพราะพระองค์ปรารถนาที่จะฟังจากเรา ด้วยความเชื่อฟังเพราะคำสั่งของพระองค์ก็ชัดเจน และด้วยความสม่ำเสมอเพราะพระองค์ไม่เปลี่ยนแปลง

จงฝากความหวังไว้ในองค์พระผู้เป็นเจ้า และในองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงผู้เดียว

"อิสราเอลเอ๋ย จงฝากความหวังไว้ที่องค์พระผู้เป็นเจ้า
เพราะความรักมั่นคงอยู่ที่องค์พระผู้เป็นเจ้า
การไถ่อันสมบูรณ์อยู่ที่พระองค์
พระองค์เองจะทรงไถ่อิสราเอล
จากบาปทั้งสิ้นของพวกเขา" (สดุดี 130:7-8 TNCV)

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

June 09

"O Israel, hope in the Lord." (Psalm 130:7)

This title refers to all the Lord’s people; it sets forth their dignity- they are princes; it refers to their experience, they wrestle with God in prayer, and they prevail.

Our God is "The God of Hope": and we should hope in Him.

Israel should hope in His mercy- in His patience – in His provision- in His precious redemption. They should hope for light in darkness; for strength in weakness; for direction in perplexity; for deliverance in danger; for victory in conflict; and for triumph in death.

They should hope in God with confidence, because He has promised; prayerfully, for He loves to hear from us; obediently, for His commandments are clear; and constantly, for He does not change.

Hope in the Lord, and in the Lord alone.

"O Israel, put your hope in God,
For mercy is with Him
And full redemption. From their sins
His people He’ll redeem." (Psalm 130:7-8)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie