วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 04 ตุลาคม


image.png

บทความสอนใจประจำวัน 04 ตุลาคม

"เราจะไม่ทำอันตรายแก่เจ้า" (เยเรมีย์ 25:6 THSV2011)

เป็นไปไม่ได้ที่พระเจ้าแห่งความรักแท้และความเมตตาสงสารจะทำร้ายลูกของพระองค์

พระเจ้าส่งผู้คนในอดีตให้ไปเป็นเชลยศึกที่ถูกกวาดต้อนไปยังบาบิโลน แต่นั่นก็เพื่อผลดีต่อพวกเขา พระองค์อนุญาตให้ลูกของพระองค์ถูกโยนลงไปยังเตาเพลิงและไปยังถ้ำสิงโต และพวกเขาก็ได้รับพรผ่านทางเหตุการณ์เหล่านี้ พระเจ้าสถิตอยู่กับพวกเขาตลอดหนทางชีวิต และความเชื่อของพวกเขาก็เข้มแข็งขึ้น

แม้แต่ในปัจจุบันนี้ ผู้เชื่อหลายคนพบกับการทดลองอันยากลำบากซึ่งอาจจะไม่สามารถเข้าใจได้เลย แต่พระบิดาในสวรรค์ของเราได้ยืนยันกับเราว่า "สิ่งที่เราทำในขณะนี้ท่านยังไม่รู้เรื่อง แต่ภายหลังท่านจะเข้าใจ" (ยอห์น 13:7 THSV2011)

เมื่อเราไปยังสวรรค์ เราจะกล่าวยืนยันว่าทุกสิ่งล้วนเพื่อผลดีต่อชีวิตของเรา และพระบิดาในสวรรค์ของเราได้ทำทุกสิ่งอย่างดีแล้ว

"ไม่มีความผิดในชีวิต ไม่มีความกลัวตาย
นี่คือฤทธิ์เดชของพระคริสต์ในชีวิตข้าฯ
จากการร้องครั้งแรกของชีวิต จวบจนสิ้นชีวา
พระเยซูได้กำหนดชะตาชีวิตของข้าฯ ไว้
ไม่มีอำนาจของนรก ไม่มีแผนการของมนุษย์ใด
ที่จะนำเราออกไปจากพระหัตถ์ของพระองค์ได้
จวบจนพระองค์กลับมา หรือเรียกข้าฯ กลับบ้าน
ข้าฯ จะยืนอยู่ในฤทธิ์เดชของพระคริสต์เสมอไป"
(Keith Getty & Stuart Townend, เพลง "In Christ Alone")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

October 04

"I will not harm you." (Jeremiah 25:6)

It is impossible that a God of love and compassion would ever harm His children.

God sent His ancient people as captives to Babylon but it was for their good. He allowed His children to be cast into the fiery furnace and into the lions’ den. They were blessed through it. God was with them all the way and their faith was strengthened.

Even to-day many believers face severe trials which may be impossible to understand but our heavenly Father assures us, "What I do, you do not know now- but you will know afterwards." (John 13:7)

When we reach heaven we shall testify that all was for our good and our loving Heavenly Father has done all things well.

"No guilt in life, no fear in death,
This is the power of Christ in me,
From life’s first cry to final breath,
Jesus commands my destiny.
No power of hell, no scheme of man,
Can ever pluck me from His hand;
Till He returns or calls me home,
Here in the power of Christ I’ll stand."
(Keith Getty & Stuart Townend, Hymn "In Christ Alone")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie






วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 03 ตุลาคม


image.png

บทความสอนใจประจำวัน 03 ตุลาคม

"เจ้าจะเป็นพร" (ปฐมกาล 12:2 THSV2011)

โดยธรรมชาติแล้ว เราเป็นคำสาปแช่งสู่ผู้อื่น แต่พระเจ้าแห่งความรักแท้เข้ามาแทรกแซง เทพระพรของพระองค์มาเหนือชีวิตของเรา และทำให้เรากลายเป็นพร

พระองค์ให้พระคุณเพื่อสร้างอุปนิสัยของเรา ให้ความสามารถเพื่อที่เราจะเป็นคนที่ใช้การได้ ให้สติปัญญาเพื่อที่เราจะเลือกแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง ให้กำลังเพื่อที่เราจะทำตามความตั้งใจของพระองค์ ให้ความเชื่อเพื่อที่เราจะวางใจในพระคำของพระองค์ ให้ความอดทนเพื่อที่เราจะบากบั่นจนถึงที่สุด และให้ความสำเร็จเพื่อเป็นรางวัลแก่ความพยายามของเรา ดังนี้ เรากลายเป็นพรสู่ผู้อื่น

เราเป็นพรด้วยการถ่อมใจและสุภาพ ด้วยการเป็นแบบอย่างชีวิตหากเราติดตามพระเยซู ด้วยการอธิษฐานเพื่อให้เกิดผลดีแก่จิตวิญญาณและเพื่อเกียรติสิริของพระเจ้า และด้วยการพยายามที่จะบอกเล่าข่าวดีไปยังทุกหนทุกแห่ง

ช่างเป็นพรเสียจริง หากแม้เพียงจิตวิญญาณดวงหนึ่งได้มาเชื่อในพระเยซูผ่านทางความพยายามของเรา!

ขอพระองค์ใช้ข้าพระองค์ในการสอน "ทางนั้น" แก่ผู้อื่น ในการให้กำลังผู้อ่อนแอ หรือในการปลอบใจผู้ที่เศร้าโศก

โอ พระเยซู! ขอพระองค์ทำให้ชีวิตของข้าพระองค์เป็นพร! พระคุณของพระองค์ก็เพียงพอเสมอ!

"ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงช่วยให้ข้าฯ สัตย์ซื่อจนวันตาย
ให้เป็นพยานของพระองค์จนลมหายใจสุดท้าย
บอกเล่าถึงพระเกียรติสิริของพระเมษโปดก (ลูกแกะ)
ผู้ซึ่งข้าฯ รับใช้ และเป็นเจ้าของชีวิตข้าฯ
ผู้ซึ่งข้าฯ พึ่งพาขอกำลังในแต่ละวัน
ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของกำลังที่ปรากฏชัดในยามที่ข้าฯ อ่อนแอ"
(ไม่ทราบผู้แต่ง)

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

October 03

"You shall be a blessing." (Genesis 12:2)

We were by nature a curse to others; but the God of love intervened, pours His blessing upon us, and makes us a blessing.

He gives grace to form character; gifts to make us useful; wisdom to choose the right course; strength to do His will; faith to trust His Word; patience to persevere to the end; and success to crown our efforts. Thus we become a blessing to others.

We are a blessing by being meek and gentle; by the example we set, if we follow Jesus; by our prayers for the good of souls, and the glory of God; and by our efforts to spread the good news in every place.

What a blessing if even one soul believes in Jesus through our efforts!

Oh to be used to teach others the Way, to strengthen the weak, or to comfort the sad.

Oh, Jesus! Make us a blessing! Your grace is sufficient!

"Lord, make me faithful unto death,
Your witness with my latest breath,
To tell the glories of the Lamb,
Him whom I serve, and whose I am;
On whom for strength I daily lean,
Whose strength is in my weakness seen."
(Unknown Author)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie





วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 02 ตุลาคม


image.png

บทความสอนใจประจำวัน 02 ตุลาคม

"ใครอยู่ฝ่ายพระยาห์เวห์?" (อพยพ 32:26 THSV2011)

ผู้เชื่อทุกคนพร้อมที่จะตอบว่า "ข้าพระองค์อยู่ฝ่ายพระองค์"

หากคุณอยู่ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้า คุณก็อยู่ฝ่ายความจริงและความบริสุทธิ์ รักการนมัสการ ประชากรของพระองค์ และทางของพระองค์ และร้อนรนเพื่อเกียรติของพระองค์ คุณร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับประชากรของพระองค์ พร้อมที่จะทนต่อความอับอายดังเช่นที่พระเยซูได้รับ

หากคุณอยู่ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์จะเฝ้าดูแลคุณ ปกป้องคุณ และห่วงใยคุณ คุณจะไม่มีวันอยากเปลี่ยนฝ่ายหรือเสียใจที่ได้ตัดสินใจรับใช้องค์เจ้านายที่แสนดีเช่นนี้ คุณจะพบว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่เคียงข้างคุณ คอยสนับสนุนและปลอบโยนจิตใจคุณในทุกการทดลอง ให้คุณได้รับชัยชนะเมื่อคุณจากโลกนี้ไป และให้เกียรติคุณในวันแห่งการพิพากษา

หากคุณอยู่ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้า จงเปิดใจของคุณออก ทดสอบความจริงนี้ และให้ทุกการกระทำของคุณกล่าวว่า "ชีวิตข้าพเจ้าเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า"

"ใครอยู่ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้า? ใครจะรับใช้องค์กษัตรา? 
ใครจะเป็นผู้ช่วยของพระองค์ ที่นำชีวิตมาถวายแด่พระองค์? 
ใครจะละจากฝ่ายของโลก? ใครจะออกไปเพื่อพระองค์? 
ด้วยการเรียกแห่งพระเมตตาของพระองค์ ด้วยพระคุณของพระองค์
เราจะอยู่ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้า ชีวิตเราเป็นของพระผู้ช่วย" 
(Frances Ridley Havergal, เพลง "Who is on the Lord’s side")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

October 02

"Who is on the Lord’s side?" (Exodus 32:26)

Every believer is ready to answer, "I am."

If you are on the Lord’s side, you are on the side of truth, holiness, love of His worship, of His people and His ways, and you are zealous for His honour. You unite with His people; be ready to bear the disgrace Jesus bore.

If you are on the Lord’s side, He will watch over you, protect you and care for you. You will never want to change sides, or regret that you decided to serve so good a Master. You will find the Lord to be on your side, supporting and comforting you in every trial; giving you victory in death; and honouring you on the Day of Judgement.

If you are on the Lord’s side, be open about it; prove it daily; and let your whole conduct say, "I am the Lord’s"

"Who is on the Lord’s side? Who will serve the King? 
Who will be His helpers, other lives to bring? 
Who will leave the world’s side? Who will face the foe? 
Who is on the Lord’s side? Who for Him will go? 
By Thy call of mercy, by Thy grace divine, 
We are on the Lord’s side. Saviour, we are Thine.’ 
(Frances Ridley Havergal, hymn "Who is on the Lord’s side")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie






วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 01 ตุลาคม


image.png

บทความสอนใจประจำวัน 01 ตุลาคม

"พระบิดาของพวกท่านผู้สถิตในสวรรค์" (มัทธิว 6:32 THSV2011)

เมื่อคุณอธิษฐาน ให้กล่าวว่า "พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย" เมื่อคุณเสียใจหรือกังวลใจ จงระลึกว่าคุณมีพ่อในสวรรค์ผู้ซึ่งรักคุณ ได้ให้พระคำของพระองค์แก่คุณ และพร้อมเสมอที่จะทำดีกับคุณ

เดือนนี้และทุกๆ เดือน จงเริ่มต้นด้วยการเชื่อว่า "องค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นพ่อของลูกของพระองค์ พระองค์อ่อนโยนและเมตตาสงสารคนที่ยำเกรงพระองค์"

ขอให้เราบอกพระองค์ทุกเรื่อง อ่านพระคำของพระองค์ซึ่งสำแดงความรักแท้อันยิ่งใหญ่ของพระองค์ และชื่นชมยินดี พระบิดาในสวรรค์ของพวกเราทราบว่าสิ่งใดที่จำเป็นสำหรับเราและจะจัดหาให้เรา ไม่มีสิ่งใดยากเกินกว่าที่พระองค์จะทำได้

ช่างเป็นพระเมตตายิ่งใหญ่ที่เรามีพระเจ้าเป็นพ่อของเรา ขอให้เราละความกังวลใจทั้งสิ้นของเราไว้กับพระองค์

"บิดาสงสารบุตรของตนฉันใด พระยาห์เวห์ทรงสงสารคนที่ยำเกรงพระองค์ฉันนั้น 
เพราะพระองค์เองทรงรู้จักโครงร่างของเรา พระองค์ทรงระลึกว่าเราเป็นแต่ผงคลี" (สดุดี 103:13-14 THSV2011)

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

October 01

"Your Heavenly Father." (Matthew 6:32)

When you pray, say, "Our Father." When you are sad or worried remember you have a Father in heaven who loves you, has given His Word to you, and is always ready to do you good.

Begin this month, and every month, believing that "the Lord is a father to His children, tender and compassionate to those who fear Him."

Let us tell Him everything, read His Word which shows His great love, and rejoice. Our heavenly Father knows what we need, and will provide it. Nothing is too hard for Him to do.

What a mercy to have God as our Father. Let us leave all our worries with Him.

"Just as a Father loves His child,
So God loves those who fear* His name. (*respects)
For He remembers we are dust,
And well He knows our feeble frame." (Psalm 103:13-14)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie






วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 30 กันยายน


image.png

บทความสอนใจประจำวัน 30 กันยายน

"ท่านอยู่ใต้พระคุณ" (โรม 6:14 THSV2011)

คนที่ได้เชื่อวางใจในพระเยซูก็รอดพ้นจากธรรมบัญญัติของพระเจ้า เขาเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระเยซู ความบาปได้รับการยกโทษ และเขาได้รับความโปรดปรานของพระเจ้าอย่างมากมาย

เราควรพิจารณาตัวเราเองว่าเป็นลูกที่รักของพระเจ้า พระคุณซึ่งเป็นความเมตตากรุณาของพระเจ้าได้ครอบครองชีวิตเรา จัดเตรียมสิ่งต่างๆ เพื่อเรา และนำเราสู่เกียรติสิริ

เหตุใดเราจึงควรกลัวเล่า? บาปได้รับการยกโทษ ความยุติธรรมของพระเจ้าได้รับการสนอง เรากับพระเจ้าก็ได้คืนดีกัน ใช่แล้ว พระองค์ปีติยินดีในเรา และในไม่ช้า ซาตานจะแหลกอยู่ใต้เท้าของเรา!

ในเมื่อพระเจ้าอยู่ฝ่ายเราแล้ว ใครเล่าจะสามารถขัดขวางเราได้? ทุกสิ่งจะต้องร่วมกันก่อให้เกิดผลดีต่อชีวิตเรา ไม่มีสิ่งใดเลยที่จะแยกเราจากความรักแท้ของพระเจ้าได้ เราอยู่ฝ่ายที่มีชัยชนะผ่านทางพระองค์ผู้รักเรา

เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้? ก็เพราะว่าเรา "ไม่อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ แต่อยู่ใต้พระคุณ" (โรม 6:14 THSV2011) เพราะว่าพระเยซูมีชีวิตอยู่ เราก็จะมีชีวิตอยู่ด้วย (ยอห์น 14:19)

"พระคุณพระเจ้านั้นแสนชื่นใจ
ช่วยได้คนชั่วอย่างฉัน
ครั้งนั้นฉันหลงพระองค์ตามหา
ตาบอดแต่ฉันเห็นแล้ว"
เมื่อเราได้ไปอยู่เมืองสวรรค์ 
ช้านานนับหลายพันปี
ยังมีเวลาร้องเพลงสรรเสริญ 
เท่ากันกับเมื่อเริ่มต้น"
(John Newton, เพลง "พระคุณพระเจ้า")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

September 30

"You are under grace." (Romans 6:14)

Those who have put their faith in Jesus are delivered from God’s law. They are united to Jesus. Sin has been pardoned, and we stand high in God’s favour.

We should consider ourselves God’s beloved children. Grace, God’s loving kindness, rules in us, provides for us, and will bring us to Glory.

Why should we ever be afraid? Sin is pardoned. God’s justice is satisfied. God is at peace with us; yes, He delights in us. Soon Satan will be crushed under our feet!

As God is for us, who can be against us? All things must work together for our good; nothing shall be able to separate us from the love of God; we are on the winning side through Him who loved us.

And why? Because we "are not under the law, but under grace." (Romans 6:14) Because Jesus lives, we shall live also. (John 14:19)

"Amazing grace, how sweet the sound
That saved a wretch like me!
I once was lost, but now am found,
Was blind, but now I see.
When we’ve been there, ten thousand years,
Bright shining as the sun,
We’ve no less day ,to sing God’s praise,
Than when we first begun."
(John Newton, hymn "Amazing Grace")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie






วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 29 กันยายน


image.png

บทความสอนใจประจำวัน 29 กันยายน

"จงวางใจในพระยาห์เวห์เป็นนิตย์" (อิสยาห์ 26:4 THSV2011)

เราท้อใจเป็นบางครั้งเมื่อเราเผชิญกับความยากลำบาก และเราอาจผิดหวังเพราะความเชื่อที่อ่อนแอของเราเอง เราอาจพึ่งพาเพื่อนสำหรับคำปลอบใจแทนที่จะพึ่งพาองค์พระผู้เป็นเจ้าเวลาเช่นนั้นเองที่เราควรเพ่งความสนใจไปที่คำสัญญาต่างๆ ขององค์พระผู้เป็นเจ้าในพระคัมภีร์! ด้วยการทำเช่นนั้น เราจะไม่มีวันผิดหวังเลย!

คุณกำลังทุกข์ใจหรืออารมณ์เสียเกี่ยวกับสิ่งใดๆ หรือไม่? จงมอบภาระของคุณไว้กับองค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ได้สัญญาไว้ว่าจะไม่มีวันทำให้คุณผิดหวังหรือทอดทิ้งคุณเลย

จงมอบหนทางชีวิตของคุณไว้ให้กับพระองค์ "จงวางใจในพระยาห์เวห์เป็นนิตย์" (อิสยาห์ 26:4 THSV2011)

"ข้าฯ ยินดีวางใจพระเยซู 
พระผู้ช่วยประเสริฐเหลือหลาย
ข้าฯ เชื่อว่าพระองค์สถิตอยู่
และทรงอยู่ด้วยจนสุดปลาย"
(Louisa M. R. Stead, เพลง "แสนชื่นใจที่เชื่อพระเยซู")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

September 29

"Trust In the Lord for ever." (Isaiah 26:4)

From time to time we are discouraged when we face difficulties, and we may be disappointed by our own weak faith. We may look to friends for comfort instead of looking to the Lord. At such times we should concentrate on the Lord’s promises in the Bible! In doing so we will never be disappointed!

Are you troubled or upset about anything? Cast your burden on the Lord. He has promised never to fail you nor forsake you.

Commit your way to Him. "Trust In the Lord for ever." (Isaiah 26:4)

"I’m so glad I learned to trust You
Precious Jesus , Saviour, Friend;
And I know that You are with me.
Will be with me to the end."
(Louisa M. R. Stead, hymn "Tis so sweet to trust in Jesus")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie






วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 28 กันยายน


image.png

บทความสอนใจประจำวัน 28 กันยายน

"จงพอใจในสิ่งที่ท่านมีอยู่" (ฮีบรู 13:5 THSV2011)

เราอาจไม่มีทุกสิ่งที่เราต้องการ แต่แน่นอนว่าเรามีสิ่งที่พระเจ้าคิดว่าดีที่สุดสำหรับเรา

พระเมตตาทุกประการล้วนได้รับการนำทางด้วยพระปัญญาอันไร้จำกัดและความรักแท้นิรันดร์ และมาสู่ผู้ที่พระองค์ตั้งใจที่จะให้พระเมตตานั้น พระเจ้าได้เลือกมรดกของเราเพื่อเรา เราควรพอใจและสำนึกในพระคุณ

พวกเราส่วนใหญ่มีมากกว่าที่เราสมควรมี เรามีมากกว่าสหายผู้เชื่อของเราหลายๆ คน เรามีอิสระในขณะที่บางคนถูกขังในคุก เรามีบ้านในขณะที่บางคนถูกบังคับให้เร่ร่อนไปตามที่ต่างๆ เราดำรงชีวิตด้วยความมั่นใจว่าจะได้ไปสวรรค์ในขณะที่คนมากมายเหลือคณานับไม่ได้คำนึงถึงนรกซึ่งรอคอยทุกคนที่พลาดจาก "ทางนั้น"

ขอให้เราเรียนจากเปาโลผู้ที่เขียนไว้ว่า "ข้าพเจ้าเรียนรู้ที่จะพอใจในสภาพที่เป็นอยู่" (ฟิลิปปี 4:11) เพราะว่าพระเจ้าได้สัญญาไว้ว่า "เราจะไม่ละท่านหรือทอดทิ้งท่านเลย" (ฮีบรู 13:5 THSV2011)

"จงวางใจในพระองค์ พระองค์สัตย์ซื่อต่อพระคำของพระองค์
พระสัญญาของพระองค์ไม่มีวันล้มเหลว
พระองค์จะไม่ละท่านหรือทอดทิ้งท่าน
หรือยอมให้ศัตรูของท่านมีชัย
เมื่อนั้น จงวางใจในพระคำของพระองค์ คาดหวังพระคุณของพระองค์
จนกว่าคุณจะได้เห็นพระองค์หน้าต่อหน้า"
(ไม่ทราบผู้แต่ง)

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

September 28

"Be content with what you have." (Hebrews 13:5)

We may not have all we want, but we certainly have what our God thinks best for us.

Every mercy is directed by infinite wisdom and eternal love, and comes tothe one for whom it is intended. God has chosen our inheritance for us, we should be satisfied and thankful.

Most of us have far more than we deserve; we have more than many of our fellow believers. We have freedom, while some are shut up in prison; we havehomes, while some are forced to wander from place to place; we live inassurance of heaven, while countless multitudes have no thought of the hell that awaits all who miss "the Way."

Let us learn from Paul who wrote, "I have learned, in whatever condition I’m in, to be content" (Philippians 4:11) for God has promised "I will never leave you, nor forsake you." (Hebrews 13:5)

"Trust Him, He’s faithful to His Word,
His promise cannot fail;
He’ll never leave you not forsake,
Or let your foes prevail:
Then trust His Word, expect His grace
Until you see Him face to face."
(Unknown Author)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie