วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 24 มีนาคม


บทความสอนใจประจำวัน 24 มีนาคม

"บาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว" (ลูกา 7:48 TNCV)

บาปของใคร? บาปของคุณ หากคุณเชื่อในพระเยซู

บรรดาผู้เผยพระวจนะได้เป็นพยานถึงความจริงที่ว่าผู้ใดก็ตามที่เชื่อวางใจในพระเยซูจะได้รับการยกโทษบาป

"ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรมจะทรงอภัยบาปของเราและชำระเราให้พ้นจากความอธรรมทั้งสิ้น" (1 ยอห์น 1:9 TNCV)

โดยเห็นแก่พระคริสต์ พระเจ้ายกโทษทุกคนที่เชื่อวางใจ สารภาพ และละจากความบาป พระคำของพระเจ้าเรียบง่าย พระคุณของพระองค์ยิ่งใหญ่มาก พระเมตตาของพระองค์ก็ให้แก่เราเปล่าๆ และความสัตย์ซื่อของพระองค์ก็ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจน

เราจำเป็นต้องมีสิ่งใด? เพียงแค่ความเชื่อที่เราจะเชื่อวางใจในพระคำของพระองค์"บาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว" (ลูกา 7:48 TNCV)

"พระคุณของพระเยซูช่างดีเยี่ยม ยิ่งใหญ่กว่าบาปทั้งสิ้นของข้าฯ
ข้าฯ จะกล่าวพรรณนาอย่างไรได้ จะเริ่มต้นกล่าวคำสรรเสริญพระคุณพระองค์ที่ไหนดี"
(Haldor Lillenas, เพลง "Wonderful Grace of Jesus")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

March 24

"Your sins are forgiven." (Luke 7:48)

Whose sins? Yours- if you believe in Jesus.

All the prophets witness to the fact that whoever believes in Jesus shall have their sins forgiven. "If we confess our sins to God, He is faithful and just to forgive our sins, and to cleanse us from all unrighteousness." (1 John 1:9) God pardons for Christ's sake everyone who believes, confesses and forsakes sin. God's Word is so plain; His Grace is so great; His Mercy is so free; And His Faithfulness so clearly proved.

What do we need? Only faith to believe God's Word. "Your sins are forgiven." (Luke 7:48)

"Wonderful grace of Jesus, greater than all my sin;
How shall my tongue describe it, where shall its praise begin?"
(Haldor Lillenas, hymn "Wonderful Grace of Jesus")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie







วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 23 มีนาคม


บทความสอนใจประจำวัน 23 มีนาคม

"ความเชื่อของพวกท่านอยู่ที่ไหน?" (ลูกา 8:25 TNCV)

เหล่าสาวกติดอยู่ท่ามกลางพายุ พวกเขาหันไปหาพระเยซู ซึ่งเป็นการกระทำที่ถูกต้อง แต่พวกเขากลับสงสัยในความห่วงใยของพระองค์และร้องว่า "เรากำลังจะจมแล้ว!" (ลูกา 8:24 TNCV) ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิด พระเยซูเรียกร้อง "ความเชื่อของพวกท่านอยู่ที่ไหน?" (ลูกา 8:25 TNCV)

เรามีพระคำของพระองค์ แต่เราเชื่อในพระคำหรือไม่? เรากล่าวถึงความรักแท้ของพระองค์ แต่เราวางใจในความรักนั้นหรือไม่บางครั้งเราวางใจสิ่งอื่นหรือคนอื่นก่อนพระองค์ และด้วยเหตุนี้เราจึงกลัวและทุกข์ใจ

ขอให้เรามีความเชื่อที่มั่นคงอยู่บนพระสัญญาอันล้ำค่าของพระองค์ ขอให้เราพูดคุยกับพระองค์ในฐานะเพื่อนที่ซื่อสัตย์ของเรา พระองค์กล่าวว่า "อย่าให้ใจของท่านทั้งหลายเป็นทุกข์ จงวางใจในพระเจ้าและจงวางใจในเราด้วย" (ยอห์น 14:1TNCV) พระองค์ไม่สามารถหลอกลวงหรือทอดทิ้งเราได้ พระองค์สมควรที่เราจะวางใจพระองค์ให้กำลังใจแก่เราและสัญญาว่า "สิ่งใดที่พวกท่านขอจากเราในนามของเรา เราจะทำสิ่งนั้น" (ยอห์น 14:14 TNCV) คุณเชื่อเช่นนี้หรือไม่เมื่อคุณอธิษฐาน?

"พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยและเป็นกำลังของเรา 
เป็นความช่วยเหลือที่พร้อมเสมอในยามทุกข์ร้อน 
ฉะนั้นเราจะไม่กลัว ถึงแม้โลกจะสั่นสะเทือน 
และภูเขาทลายราบลงสู่ใจกลางทะเล" (สดุดี 46:1-2 TNCV)

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

March 23

"Where is your faith?" (Luke 8:25)

The disciples were caught in a storm, they turn to Jesus- this was right; they doubt His care and cry, "We perish" (Luke 8:24)- this was wrong. Jesus demands, "Where is your faith?" (Luke 8:25)

We have His Word- but do we believe it? We speak of His Love-but do we fully trust it? Sometimes we trust others sooner than Jesus, and so we are fearful and distressed.

Let us fix our faith upon His precious promises; let us talk with Him as our Faithful Friend. He says, "Don't let your hearts be troubled. Trust in God, trust also in Me." (John 14:1) He cannot deceive, nor neglect. He is worthy of our trust. He encourages us and promises, "If you ask anything of the Father in My Name, I will do it." (John 14:14) Do you believe this when you pray?

"God is our refuge and our strength, 
Our ever –present aid; 
And therefore, though the earth gives way, 
We will not be afraid." (Psalm 46:1-2)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie







วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 22 มีนาคม


บทความสอนใจประจำวัน 22 มีนาคม

"พระสัญญาอันล้ำค่า" (2 เปโตร 1:4)

พระสัญญาอันล้ำค่าของพระเจ้า เป็นคำสัญญาที่ปรากในพระคัมภีร์ พระสัญญาทั้งหมดเป็นพระคุณที่เราได้รับเปล่าๆ และได้รับการยืนยันโดยโลหิตของพระเยซูพระสัญญาเหล่านั้นเขียนไว้อย่างเรียบง่ายเพื่อให้ลูกของพระองค์เข้าใจได้ ตอบสนองสิ่งจำเป็นทั้งสิ้นสำหรับเรา และเป็นคำปลอบใจและกำลังสำหรับผู้เชื่อทุกคน เราอ้างถึงพรสัญญาเหล่านั้นในคำอธิษฐาน เราได้รับกำลังโดยพระสัญญาเหล่านั้นเมื่อเราเผชิญการทดสอบต่างๆ และเราชื่นชมยินดีในพระสัญญาเหล่านั้นในยามที่เรากำลังจะสิ้นลมหายใจ

จงให้พระสัญญาของพระเจ้าเป็นคำปลอบใจประจำวันของคุณ แต่เป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องค้นหาพระสัญญาเหล่านั้น จดจำพระสัญญาเหล่านั้น และวางใจในพระสัญญาเหล่านั้น พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่าสัญญาเหล่านั้นจะเกิดผลสำเร็จ เพราะ "พระองค์ผู้ทรงสัญญานั้นทรงสัตย์ซื่อ" (ฮีบรู 10:23 TNCV) พระสัญญาของพระเจ้าล้ำค่ากว่าทองคำ หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้ง และยั่งยืนยิ่งกว่าโลกนี้

"อาจมีวันอันมืดมิดและเศร้าโศกเสียใจ 
เมื่อบาปมีอำนาจในการล่อลวงและพยายามที่จะกดดัน 
แต่ข้าฯ จะไม่กลัวแม้วันที่มืดมิดที่สุด 
เพราะ 'แม้ในยามที่อยู่ในเงามืด พระองค์จะยังคงอยู่ใกล้' " 
(H. Deck, hymn "I take Thy promise, Lord, in all its length")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

March 22

"Precious promises." (2 Peter 1:4)

God's precious promises are the promises of the Bible; they are all of free grace and are confirmed by the blood of Jesus. They are so plain that a child can understand them. They meet every need. They are the comfort and strength of every believer. We claim them in prayer; we are strengthened by them in trials and we rejoice in them in the hour of death.

God's promises are to be your daily comfort. It is for you to search them out, memorise them, trust in them, and be assured of their fulfilment, because, "He is faithful who promised." (Hebrews 10:23) They are more precious than gold; sweeter than honey; more lasting than this world.

"There may be days of darkness and distress, 
When sin has power to tempt and care to press; 
Yet in the darkest day I will not fear, 
For, 'mid the shadows, You will still be near.' " 
(H. Deck, hymn "I take Thy promise, Lord, in all its length")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie








วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 21 มีนาคม


บทความสอนใจประจำวัน 21 มีนาคม

"เราจะให้ท่านพักสงบ" (มัทธิว 11:28 TNCV)

ในโลกนี้มีบางสิ่งที่คอยรบกวนคริสเตียนเสมอ แต่พระเยซูกล่าวว่า "เราจะให้ท่านพักสงบ"พระองค์ให้เราพักสงบได้ด้วยการช่วยให้เราวางใจในพระคำของพระองค์ รู้ถึงวัตถุประสงค์ของพระองค์ ยอมจำนนต่อพระประสงค์ของพระองค์ และวางใจในการงานอันสมบูรณ์แบบของพระองค์ พระองค์ทำให้เรามั่นใจว่าบาปทั้งสิ้นของเราได้รับการยกโทษแล้ว เราปลอดภัยในการปกป้องดูแลของพระองค์ พระองค์จะอยู่กับเราเสมอ และทุกสิ่งจะร่วมกันทำให้เกิดผลดีแก่เรา

เราสามารถพักสงบบนความสัตย์ซื่อของพระองค์ บนความรักแท้ของพระองค์ และบนฤทธิ์อำนาจของพระองค์ พระลหิตของพระเยซูได้ประกาศถึงสันติสุข การยกโทษบาป และการยอมรับกับพระเจ้า เราไม่สามารถวางใจการทำดี เพื่อน และทรัพย์สมบัติของเรา แต่เราสามารถพักสงบในพระเยซูด้วยความมั่นใจที่ไม่สั่นคลอนและใจรักอันร้อนรน

"สรรเสริญพระเจ้า ข้าฯ ได้รับการไถ่ 
จิตวิญญาณข้าฯ ซึ่งเป็นไทจากเครื่องจองจำ
ได้พบสถานที่ที่จะพักสงบในที่สุ
ในพระองค์ผู้ตายเพื่อข้าฯ"
(Fanny J. Crosby, เพลง "I am redeemed, O praise the Lord")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

March 21

"I will give you rest." (Matthew 11:28)

There is always something to disturb the Christian in this world but Jesus says,"I will give you rest." He does so by enabling us to trust His Word, recognise His purposes, submit to His will and trust in His perfect work. He assures us that our sins are forgiven; that we are safe in His keeping; that He will always be with us; and that all things are working for our good.

We can rest on His faithfulness, on His love and on His power. The blood of Jesus speaks peace, pardon and acceptance with God. We cannot trust in our good works, our friends or our possessions, but we may rest on Jesus with unshaken confidence and ardent love.

"I am redeemed, O praise the Lord;
My soul from bondage free,
Has found at last a resting place,
In Him who died for me." 
(Fanny J. Crosby, hymn "I am redeemed, O praise the Lord")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie







วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 20 มีนาคม


บทความสอนใจประจำวัน 20 มีนาคม

"เป็นความจริง! องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นขึ้นแล้ว" (ลูกา 24:34 TNCV)

พระเยซูตายเพื่อบาปของเรา พระองค์ตายแทนเราและได้ถูกฝังในหลุมฝังศพ พระองค์ตายเพื่อที่เราจะมีชีวิต พระองค์ดำรงชีวิตอยู่ และทุกคนที่เชื่อวางใจในพระองค์จะดำรงชีวิตอยู่กับพระองค์ในสวรรค์ พระองค์พิชิตความตายและนำให้เราคืนดีกับพระเจ้า พระองค์เป็นขึ้นจากความตาย เราก็จะเป็นขึ้นมาเช่นกัน

พระเยซูเป็นขึ้นแล้ว พระองค์อธิษฐานเพื่อเรา ช่วยเหลือเรา ทำให้พระสัญญาของพระองค์สำเร็จ และเตรียมสวรรค์สำหรับเรา การตายของพระองค์ก็ได้ปกคลุมบาปของเรา และชีวิตของพระองค์ก็เป็นหลักประกันแห่งสวรรค์

ขอให้เราอุทิศชีวิตเพื่อพระเยซู พระองค์ยิ่งใหญ่เหนือโลกนี้ ขอให้เราดำรงชีวิตอยู่เหนือความอนิจจังของโลกนี้ ขอให้เรามองเลยความตายไปยังการคืนชีวิต เมื่อเราฟื้นขึ้นมาจากความตาย และได้รับกายใหม่ที่สง่างามและไม่มีบาป

"พระองค์สอนถึงสิ่งใหญ่ซึ่งได้ทรงกระทำ 
ยินดีที่พระเยซูพระบุตรเป็นผู้นำ
ประหลาดใจนักหนาเมื่อเราเห็นพระเยซู
เป็นผู้บริสุทธิ์ยิ่งใหญ่ซึ่งเราเฝ้าดู"
(F. J. Crosby, เพลง "สรรเสริญแด่พระเจ้า")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

March 20

"The Lord has risen indeed." (Luke 24:34)

Jesus died for our sins. He, as our Substitute, lay in the grave. He died so that we may live. He lives; and all who believe in Him, shall live with Him in heaven. He conquered death, and reconciled us to God. As He rose from death, so shall we.

Jesus is risen. He prays for us, helps us, fulfils His promises and is preparing heaven for us. Our sins are covered by His death; heaven is secured by His life.

Let us devote ourselves to Jesus. He is above the world. Let us live above this world's vanities. Let us look beyond death to the resurrection when we shall be raised from the dead, and have glorious sinless bodies.

"Great things He has taught us, great things He has done,
And great our rejoicing through Jesus, the Son:
But purer and higher and greater will be
Our joy and our wonder, when Jesus we see."
(F. J. Crosby, hymn "To God Be The Glory)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie





วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 19 มีนาคม


บทความสอนใจประจำวัน 19 มีนาคม

"ความโปรดปรานของพระองค์คงอยู่ชั่วชีวิต" (สดุดี 30:5 TNCV)

พระเจ้าให้พระเยซูแก่เราและเพื่อเรา พระองค์ส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อสอนเรา ปลอบใจเรา และทำให้เราบริสุทธิ์

เราเข้าสู่ความเพลิดเพลินแห่งความโปรดปรานของพระเจ้าโดยการเชื่อในพระเยซู ชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราหลั่งไหลจากความโปรดปรานของพระองค์ ความสุขของเรายืนอยู่ในความเพลิดเพลินแห่งความโปรดปรานของพระองค์ และสวรรค์จะเป็นที่ที่ความโปรดปรานของพระเจ้าได้แสดงออกอย่างเต็มที่

การปลอบใจในปัจจุบันและความหวังในอนาคตของเราทั้งสิ้นหลั่งไหลมาจากความโปรดปรานของพระองค์ และโดยความโปรดปรานนี้เราได้รับความหลุดพ้น นี่เป็นแหล่งของสิ่งดีทั้งปวง ความปีติยินดีในใจของผู้เชื่อแท้ทั้งสิ้น

จงมั่นใจอย่างปราศจากความสงสัยว่าคุณอยู่ในความโปรดปรานของพระเจ้า เมื่อนั้นขอให้เราให้คุณค่ากับสิ่งนี้เหนือทรัพย์สมบัติทั้งปวงในโลกนี้

"เพื่อจิตใจของข้าพเจ้าจะร้องเพลงสรรเสริญพระองค์และจะไม่นิ่งเงียบ
ข้าแต่พระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะขอบพระคุณพระองค์เป็นนิตย์" (สดุดี 30:12 TNCV)

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

March 19

"His favour lasts a lifetime." (Psalm 30:5)

God gave Jesus for us, and to us. He sent the Holy Spirit to teach us, comfort us and make us holy.

We enter into the enjoyment of God's favour by believing in Jesus. Our spiritual life flows from His favour; our happiness stands in the enjoyment of His favour; and heaven will be the full display of His favour forever. All our present comforts and future hopes flow from His favour. By it we are saved. This is the source of every good, the joy of every true believer's heart.

Be sure that you are, beyond any doubt, in God's favour. Then let us treasure it above all earthly treasures.

"Therefore my heart will sing to You
And never cease to praise;
To Your great name, O Lord my God,
I will give thanks always." (Psalm 30:12)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie







วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569

บทความสอนใจประจำวัน 18 มีนาคม


บทความสอนใจประจำวัน 18 มีนาคม

"พระเยซูไม่ทรงตอบนางสักคำ" (มัทธิว 15:23)

การล่าช้าไม่ใช่การปฏิเสธ พระเยซูตอบช้า แต่พระองค์ไม่ได้ปฏิเสธคำขอของนาง

พระองค์ได้สัญญา "จงขอแล้วท่านจะได้รับ" (มัทธิว 7:7) "เราจะทำสิ่งใดๆ ที่พวกท่านขอในนามของเรา" (ยอห์น 14:13) "ฟ้าและดินจะสูญสิ้นไปแต่ถ้อยคำของเราไม่มีวันสูญสิ้น" (มัทธิว 24:35) พระองค์ตอบช้าเพื่อทดสอบความเชื่อ ความอดทน และความมานะบากบั่นของเรา แต่เมื่อพระองค์ตอบ พระองค์พิสูจน์ยืนยันความสัตย์ซื่อและความรักแท้ของพระองค์

อย่าท้อใจเมื่อคำอธิษฐานของคุณไม่ได้รับการตอบเป็นเวลานาน มันจะไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป คำอธิษฐานด้วยความเชื่อจะเกิดผล จงอธิษฐานต่อไป รอคอยเวลาของพระองค์ และตระหนักว่าพระเจ้าจะได้รับพรเกียรติสิริในการตอบคำอธิษฐานของคุณ

"ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า! ขอทรงกรุณาเถิด จะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานสักเท่าใด? 
ขอทรงเอ็นดูสงสารบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ 
ขอให้ข้าพระองค์ทั้งหลายอิ่มเอมด้วยความรักมั่นคงของพระองค์ในยามเช้า 
เพื่อข้าพระองค์ทั้งหลายจะร้องเพลงด้วยความชื่นชมยินดีและปลื้มปีติตลอดชั่วชีวิต" (สดุดี 90:13-14 TNCV)

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

March 18

"But Jesus gave her no reply, not even a word." (Matthew 15:23)

Delays are not denials. Jesus delayed to answer, but He did not deny her request.

He has promised, "Ask, and it will be given you." (Matthew 7:7) "Whatever you ask the Father in My Name, He will give you." (John 14:13) "Heaven and earth may pass away, but His Word must stand for ever." (Matthew 24:35) He delays to answer in order to test our faith, patience and perseverance - but when He answers He proves His faithfulness and love.

Don't be discouraged though your prayers remain unanswered for a time, it will not always be so. The prayer of faith will prevail. Pray on, wait His time and be concerned that God should be glorified in His answer to your prayers.

"Return, O Lord! How long will You delay? 
Have mercy on Your servants, Lord, we pray. 
O satisfy us with Your love always, 
That we may sing, rejoicing all our days." (Psalm 90:13-14)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie