วันเสาร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2556

Daily Remembrancer by J. Smith, September 14 (บทความสอนใจประจำวัน 14 กันยายน)

The Believer's Daily Remembrancer, September 14

"I have enough." (Genesis 33:11)

Jacob left home as a young man with very little but he returned with plenty. God had greatly blessed him and he proclaimed, "I have enough!"

If you know God as your Heavenly Father and rejoice in His Everlasting Love You should be able to praise Him and say, "I have enough -to make me happy; enough to make me holy; enough to fill me with thanksgiving."

We are entitled to all the precious promises in the Bible; we are invited to pray for and expect all that we need; and we have the promise of Heaven’s Glory at the journey’s end.

Oh, Jesus, You have blessed us with great blessings. Everlasting praises to Your Name! Oh, to live in this world as one who has enough!

"I love the Lord because He heard my voice;
He listened, when I cried to Him for aid.
I’ll call on Him as long as I shall live,
Because He turned to hear me when I prayed.
The Lord our God is kind and full of grace;
Both righteous and compassionate is He.
The Lord protects all those of childlike faith;
When I was in great need, He rescued me." (Sing Psalms 116:1-2,5-6)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 14 กันยายน

"ข้าพเจ้าก็มีเพียงพอแล้ว" (ปฐมกาล 33:11 THSV2011)

ยาโคบออกจากบ้านเมื่อยังเป็นชายหนุ่มพร้อมกับสิ่งของเพียงเล็กน้อย แต่เขากลับบ้านด้วยทรัพย์สินมากมาย พระเจ้าได้อวยพรเขาอย่างยิ่งใหญ่ และเขาก็ได้ประกาศว่า "ข้าพเจ้าก็มีเพียงพอแล้ว"

หากคุณรู้จักพระเจ้าในฐานะพระบิดาในสวรรค์ของคุณ และชื่นชมยินดีในความรักแท้นิรันดร์ (=ความเมตตากรุณานิรันดร์) ของพระองค์ คุณก็ควรที่จะสามารถสรรเสริญพระองค์ และกล่าวว่า "ข้าพเจ้าก็มีเพียงพอแล้ว มีเพียงพอที่จะทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขได้ มีเพียงพอที่จะทำให้ข้าพเจ้าบริสุทธิ์ มีเพียงพอที่จะเติมข้าพเจ้าด้วยใจที่สำนึกในพระคุณ"

เรามีสิทธิ์ตามพระสัญญาอันล้ำค่าทั้งสิ้นที่ปรากฎในพระคัมภีร์ เราได้รับคำเชิญชวนให้อธิษฐานขอสิ่งที่จำเป็นสำหรับเราและคาดหวังที่จะได้รับสิ่งเหล่านั้น และเรามีคำสัญญาว่าจะได้รับเกียรติสิริแห่งสวรรค์ที่ปลายทางของการเดินทาง

โอ พระเยซู พระองค์ได้อวยพรข้าพระองค์ด้วยพรที่ยิ่งใหญ่ ขอถวายคำสรรเสริญแด่พระนามของพระองค์ตลอดไป! โอ้ ขอที่ข้าพระองค์จะดำรงชีวิตในโลกนี้ดังเช่นบุคคลที่มีเพียงพอแล้ว!

"ข้าพเจ้ารักพระยาห์เวห์ เพราะพระองค์ทรงฟังเสียงและคำวิงวอนของข้าพเจ้า
พระองค์เงี่ยพระกรรณฟังข้าพเจ้า เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจะทูลพระองค์ตราบที่ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่
พระยาห์เวห์ทรงมีพระคุณและทรงชอบธรรม พระเจ้าของเราทั้งหลายทรงพระกรุณา
พระยาห์เวห์ทรงปกป้องคนรู้น้อยไว้ เมื่อข้าพเจ้าตกต่ำ พระองค์ทรงช่วยข้าพเจ้าให้รอด" (สดุดี 116:1-2,5-6 THSV2011)

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

Daily Remembrancer by J. Smith, September 13 (บทความสอนใจประจำวัน 13 กันยายน)

The Believer's Daily Remembrancer, September 13

"Let patience have its perfect work." (James 1:4)

Every Christian is supposed to have patience; yes, to let it have its perfect work.

Let us study the examples of patience and suffering in the Bible; let us pray for the fulfilment of God’s promises; let us remember that Eternal love appointed our every trial; that Jesus forewarned us of troubles; that He has set us an example that we are to imitate.

Impatience brings dishonour, and saddens the Holy Spirit; patience benefits others, is of great advantage to ourselves and glorifies our Lord.

"Stayed upon Jehovah,
Hearts are fully blest:
Finding as He promised,
Perfect peace and rest."
(Frances Ridley Havergal, hymn "Like A River, Glorious")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 13 กันยายน

"จงให้ความทรหดอดทนนั้นมีผลอย่างสมบูรณ์" (ยากอบ 1:4 THSV2011)

คริสเตียนทุกคนควรมีความอดทน ใช่แล้ว คริสเตียนควรให้ความอดทนนั้นมีผลอย่างสมบูรณ์

ขอให้เราเรียนรู้จากตัวอย่างของความอดทนและการทนทุกข์ในพระคัมภีร์ ขอให้เราอธิษฐานเพื่อที่คำสัญญาของพระเจ้าจะสำเร็จ ขอให้เราระลึกว่าความรักแท้นิรันดร์ (=ความเมตตากรุณานิรันดร์) กำหนดการทดลองต่างๆ ที่เราเผชิญ ระลึกว่าพระเยซูได้เตือนเราไว้ล่วงหน้าถึงความทุกข์ยาก ระลึกว่าพระองค์ได้เป็นแบบอย่างชีวิตที่เราต้องเลียนแบบ

ความไม่อดทนนำมาซึ่งความเสื่อมเสีย และทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เสียใจ ความอดทนก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่น เป็นผลดียิ่งยวดแก่ตัวเราเอง และทำให้พระเจ้าได้รับเกียรติสิริ

"เมื่อพระยาห์เวห์เป็นรากฐานของชีวิต
หัวใจก็เป็นสุขอย่างแท้จริง
ได้พบสิ่งต่างๆ ตามที่พระองค์สัญญา
นั่นคือสันติสุขและการพักสงบที่สมบูรณ์แบบ"
(Frances Ridley Havergal, เพลง "Like A River, Glorious")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

Daily Remembrancer by J. Smith, September 12 (บทความสอนใจประจำวัน 12 กันยายน)

The Believer's Daily Remembrancer, September 12

"I am the good shepherd. The good shepherd lays down his life for the sheep." (John 10:11 ESV)

Jesus has a special flock; God, the Father, chose them for Him; He received them and became their Shepherd; they wandered and were doomed to die, but He intervened and died for them.

What infinite love is the love of Jesus! He left His Father, left the songs of angels, left the throne of glory; and became a man, that He might become a Substitute. He offered Himself for them. His blood for theirs. His life for theirs. The offer was accepted, and He redeemed them to God out of every country, people and language.

Here is love; not that we loved Jesus, but that He loved us; and gave Himself to pay the price for our sins.

Are you one of his sheep? His sheep are gentle and humble and devoted to Him. They hear His voice, and follow Him.

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 12 กันยายน

"เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี ผู้เลี้ยงที่ดีนั้นย่อมสละชีวิตของตนเพื่อฝูงแกะ" (ยอห์น 10:11 THSV2011)

พระเยซูมีฝูงแกะพิเศษฝูงหนึ่ง พระเจ้าพระบิดาได้เลือกแกะทั้งหลายให้พระเยซูดูแล พระเยซูต้อนรับแกะเหล่านั้นและกลายเป็นผู้เลี้ยงของพวกเขา พวกเขาเดินออกนอกเส้นทางและถูกตัดสินโทษถึงตาย แต่พระองค์เข้ามาแทรกแซงและตายเพื่อแกะเหล่านั้น

ความรักแท้ (=ความเมตตากรุณา) ของพระเยซูเป็นความรักแท้ที่ไร้ขีดจำกัด! พระองค์ละจากพระบิดา ละบรรดาเสียงเพลงของทูตสวรรค์ ละบัลลังก์แห่งเกียรติสิริ และรับสภาพเป็นมนุษย์ เพื่อที่พระองค์จะได้เป็นตัวแทน พระองค์สละพระองค์เองเพื่อพวกเขา สละพระโลหิตของพระองค์เพื่อแทนที่โลหิตของพวกเขา สละชีวิตของพระองค์เพื่อแทนที่ชีวิตของพวกเขา เครื่องบูชานี้ได้รับการยอมรับ และพระองค์ไถ่พวกเขาจากทุกประเทศ ชนชาติ และภาษา เพื่อนำพวกเขามาสู่พระเจ้า

นี่คือความรักแท้ ไม่ใช่ที่เรารักพระเยซู แต่ที่พระองค์รักเรา และมอบชีวิตของพระองค์เองเพื่อชำระราคาของบาปทั้งหลายของเรา

คุณเป็นหนึ่งในแกะของพระองค์หรือไม่? แกะของพระองค์นั้นสุภาพและถ่อมใจ และอุทิศชีวิตเพื่อพระองค์ พวกเขาฟังเสียงของพระองค์และติดตามพระองค์

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

Daily Remembrancer by J. Smith, September 11 (บทความสอนใจประจำวัน 11 กันยายน)

The Believer's Daily Remembrancer, September 11

"Do you want to be well?" (John 5:6)

Jesus asked the paralysed man, "Do you want to be well?" (John 5:6) This question can be applied physically or spiritually. Jesus asks us, "Do you want to be well?" (John 5:6)

Are you willing to be made truly holy? Jesus is able to sanctify us wholly; the time of mercy is now; do we want to be healed?

If so, let us come to Jesus, and pray to Him to soften our hard hearts, to fill us with the Holy Spirit, to fill us with His love; and to enable us to live our lives for the glory and praise of our God.

I personally find this question very challenging!

"Search me, O God, and know my heart to-day,
Try me, O Saviour, know my thoughts I pray.
See if there be some wicked way in me;
Cleanse me from every sin and set me free." (Psalm 139:23-24)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 11 กันยายน

"ท่านอยากจะหายเป็นปกติหรือเปล่า?" (ยอห์น 5:6 THSV2011)

พระเยซูถามคนง่อยว่า "ท่านอยากจะหายเป็นปกติหรือเปล่า?" (ยอห์น 5:6 THSV2011) คำถามนี้สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทั้งด้านร่างกายและด้านจิตวิญญาณ พระเยซูถามเราว่า "ท่านอยากจะหายเป็นปกติหรือเปล่า?" (ยอห์น 5:6 THSV2011)

คุณอยากจะถูกชำระให้บริสุทธิ์อย่างแท้จริงหรือไม่? พระเยซูสามารถชำระเราให้บริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์ เวลาแห่งพระเมตตาก็มาถึงแล้ว เราต้องการได้รับการรักษาหรือไม่?

ถ้าเราต้องการ ขอให้เราเข้ามาหาพระเยซู และอธิษฐานขอให้พระองค์ทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของเราอ่อนนุ่มลง ให้พระองค์เติมชีวิตเราด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ให้พระองค์เติมชีวิตเราด้วยความรักแท้ (=ความเมตตากรุณา) ของพระองค์ และให้พระองค์ช่วยให้เราสามารถดำรงชีวิตเพื่อถวายเกียรติสิริและการสรรเสริญแด่พระนามของพระเจ้าของเรา

โดยส่วนตัวแล้ว ข้าพเจ้าพบว่าคำถามนี้ท้าทายมากทีเดียว!

"ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงตรวจค้นข้าพระองค์และทรงรู้จักจิตใจของข้าพระองค์ ขอทรงทดสอบข้าพระองค์และทรงรู้จักความคิดของข้าพระองค์
และขอทอดพระเนตรว่ามีทางชั่วใดๆ ในข้าพระองค์หรือไม่ และขอทรงนำข้าพระองค์ไปในทางนิรันดร์" (สดุดี 139:23-24 THSV2011)

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556

Daily Remembrancer by J. Smith, September 10 (บทความสอนใจประจำวัน 10 กันยายน)

The Believer's Daily Remembrancer, September 10

"to comfort all who mourn." (Isaiah 61:2)

Jesus has come "to comfort all who mourn." (Isaiah 61:2)

Believers in Jesus are often very sad- sometimes over their own sins; sometimes over the sins of others.

The Lord Jesus has promised "Blessed are those who mourn for they shall be comforted." (Matthew 5:4)

He comforts us by forgiving our sins, and restoring the joy of our salvation. He allows us to serve Him, and He gives us success.

He comforts us by His Holy Spirit, by what we read in the Bible, and by our believing friends.

Thank God that all wisdom, all love and all faithfulness abound in Him. He ever lives and comforts all who will come to Him.

"Yesterday, to-day, forever,
Jesus is the same!
All may change, but Jesus never-
Glory to His Name!"
(Albert B. Simpson, hymn "Yesterday, Today, Forever")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 10 กันยายน

"เพื่อชูใจทุกคนที่ไว้ทุกข์" (อิสยาห์ 61:2 THSV2011)

พระเยซูได้มายังโลกนี้ "เพื่อชูใจทุกคนที่ไว้ทุกข์" (อิสยาห์ 61:2 THSV2011)

บ่อยครั้งที่ผู้เชื่อในพระเยซูเศร้าใจอย่างหนัก บางครั้งก็เป็นเพราะบาปของพวกเขาเอง บางครั้งก็เป็นเพราะบาปของคนอื่น

องค์พระเยซูเจ้าสัญญาว่า "คนที่โศกเศร้าก็เป็นสุข เพราะว่าเขาทั้งหลายจะได้รับการหนุนใจ" (มัทธิว 5:4 THSV2011)

พระองค์ปลอบโยนเราด้วยการยกโทษบาปผิดของเรา และการรื้อฟื้นความชื่นบานแห่งความรอด (=ความหลุดพ้น) ที่เราได้รับ พระองค์อนุญาตให้เราได้รับใช้พระองค์ และช่วยให้เราประสบความสำเร็จ

พระองค์ปลอบโยนเราด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ ด้วยสิ่งซึ่งเราอ่านในพระคัมภีร์ และด้วยเพื่อนของเราที่เชื่อในพระองค์

ขอบคุณพระเจ้าที่สติปัญญาทั้งหมด ความรักแท้ทั้งหมด และความสัตย์ซื่อทั้งหมดล้วนดำรงอยู่ในพระองค์อย่างบริบูรณ์ พระองค์ดำรงชีวิตอยู่เสมอไป และปลอบโยนผู้ที่จะเข้ามาหาพระองค์

"วานนี้ วันนี้ และตลอดไป
พระเยซูเป็นเหมือนเดิม!
คนทั้งโลกอาจเปลี่ยนแปลง แต่พระเยซูไม่มีวันเปลี่ยน
ขอถวายเกียรติสิริแด่พระนามของพระองค์!"
(Albert B. Simpson, เพลง "Yesterday, Today, Forever")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

Daily Remembrancer by J. Smith, September 09 (บทความสอนใจประจำวัน 09 กันยายน)

The Believer's Daily Remembrancer

September 09

"Oh, love the Lord, all you His saints." (Psalm 31:23)

Our God has revealed Himself as the source, centre, and end of everything lovely. In Jesus He appears as the fairest among ten thousand, and the altogether lovely One. He is worthy of our highest love. He is all we could wish or desire.

To possess Him is to be made for Eternity! To be His is to be safe for ever.

What is His attitude to His believing people? –Grace! He is the Friend of penitent sinners. He loves us with an infinite love. Do you doubt it? Read His Word. Look at Calvary where Jesus died for sinners.

Have we a being? He gave it. Have we liberty? He bought it. Have we holiness? He made that possible. All His believing people are "His saints."

"How blessed the one who has received
Forgiveness for his sin!
Whose sins are covered from God’s face,
Whose debt is cancelled in God’s grace;
There’s no deceit in him." (Psalm 32:1-2)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 09 กันยายน

"ท่านบรรดาธรรมิกชนทั้งสิ้นของพระองค์เอ๋ย จงรักพระเจ้า" (สดุดี 31:23 THSV1971)

พระเจ้าของเราได้สำแดงให้เห็นว่าพระองค์เองเป็นแหล่งกำเนิด เป็นจุดศูนย์กลาง และเป็นจุดสิ้นสุดของทุกสิ่งทุกอย่างที่งดงาม ในพระเยซู พระองค์ปรากฎให้เห็นว่าพระองค์งามเลิศยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดและงดงามด้วยประการทั้งปวง พระองค์สมควรที่เราจะมอบความรักให้อย่างสูงสุด พระองค์เป็นทุกสิ่งที่เราสามารถหวังใจหรือปรารถนา

การมีพระองค์อยู่ในชีวิตก็เป็นการถูกสร้างเพื่อนิรันดร์กาล! การให้พระองค์ครอบครองชีวิตก็เป็นความปลอดภัยตลอดกาล

พระองค์มีทัศนคติเช่นไรต่อประชากรที่เชื่อในพระองค์? พระคุณ! พระองค์เป็นสหายของคนบาปที่สำนึกผิด พระองค์รักเราด้วยความรักที่ไม่จำกัด (=ความเมตตากรุณา) คุณสงสัยในความจริงนี้หรือไม่? จงอ่านพระคำของพระองค์ จงมองดูที่ภูเขาซึ่งพระเยซูได้สละชีวิตเพื่อคนบาป

เรามีชีวิตมิใช่หรือ? พระองค์ประทานให้กับเรา เรามีเสรีภาพมิใช่หรือ? พระองค์ซื้อมันไว้เพื่อเรา เรามีความบริสุทธิ์มิใช่หรือ? พระองค์ได้ทำให้สิ่งนี้เป็นไปได้สำหรับเรา ทุกคนที่เชื่อในพระองค์ก็เป็น "ธรรมมิกชน" (=วิสุทธิชน หรือคนบุญ)

"บุคคลผู้ซึ่งการละเมิดของเขาได้รับอภัยก็เป็นสุข คือผู้ซึ่งบาปได้รับการกลบเกลื่อน
บุคคลซึ่งพระยาห์เวห์มิได้ทรงถือโทษก็เป็นสุข คือผู้ที่ไม่มีการหลอกลวงในจิตใจของเขา" (สดุดี 31:23 THSV2011)

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

Daily Remembrancer by J. Smith, September 08 (บทความสอนใจประจำวัน 08 กันยายน)

The Believer's Daily Remembrancer, September 08

"The Word of our God shall stands forever." (Isaiah 40:8)

God’s Word is sure. He says, "I will not break My Covenant nor alter the thing that is gone out of My mouth." (Isaiah 89:34)

What has he said?

"Though your sins be as scarlet, they shall be as white as snow." (Isaiah 1:18)

"Many are the troubles of the righteous, but the Lord delivers him out of them all." (Psalm 34:19)

"No weapon formed against you, shall prosper." (Isaiah 54:17)

"I will strengthen you, I will help you." (Isaiah 41:10)

"I will never leave you, nor forsake you." (Hebrews 13:5)

"No good thing will He withhold from those who walk uprightly." (Psalm 84:11)

All that He has spoken shall surely come to pass! He never spoke insincerely, hastily or unwisely.

Man may disappoint, God cannot! Man sometimes changes his mind, or breaks His promises, God cannot. He abides faithful.

Trust His faithful promises and don’t be afraid. God’s Word is firmer than a rock, and changeless as His holiness.

"Build on the Rock, the Rock that ever stands!
Build on the Rock, and not upon the sands!
You need not be afraid of the earthquake’s shock!
You’re safe for evermore- if you build on the Rock!"
(Unknown Author)

 

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 08 กันยายน

"พระวจนะพระเจ้าของเราจะยั่งยืนเป็นนิตย์" (อิสยาห์ 40:8 THSV2011)

พระคำของพระเจ้าแน่นอน เชื่อถือได้ พระองค์ตรัสว่า "เราจะไม่ละเมิดพันธสัญญาของเรา หรือพลิกแพลงถ้อยคำที่ออกไปจากริมฝีปากของเรา" (อิสยาห์ 89:34 THSV2011)

พระองค์ได้ตรัสอะไรไว้บ้าง?

"ถึงบาปของเจ้าเป็นเหมือนสีแดงเข้ม ก็จะขาวอย่างหิมะ ถึงมันจะแดงเหมือนผ้าแดง ก็จะเป็นอย่างขนแกะ" (อิสยาห์ 1:18 THSV2011)

"คนชอบธรรมอาจมีความทุกข์ใจหลายอย่าง แต่พระยาห์เวห์ทรงช่วยกู้เขาออกมาให้พ้นหมด" (สดุดี 34:19 THSV2011)

"อาวุธทุกชนิดที่ทำขึ้นเพื่อต่อสู้เจ้าจะไม่ชนะ (ไม่เจริญ)" (อิสยาห์ 54:17 THSV2011)

"เราจะเสริมกำลังเจ้า เราจะช่วยเจ้า" (อิสยาห์ 41:10 THSV2011)

"เราจะไม่ละท่านหรือทอดทิ้งท่านเลย" (ฮีบรู 13:5 THSV2011)

"พระองค์มิได้ทรงหวงสิ่งดีอันใดไว้ จากบรรดาผู้ที่ดำเนินในความซื่อสัตย์" (สดุดี 84:11 THSV2011)

ทุกสิ่งที่พระองค์ได้ตรัสไว้ ก็จะเป็นไปตามนั้นแน่นอน! พระองค์ไม่เคยตรัสอะไรอย่างไม่จริงใจ อย่างรีบเร่ง หรืออย่างไม่ชาญฉลาด

มนุษย์อาจทำให้เราผิดหวัง แต่พระเจ้าไม่สามารถทำให้เราผิดหวัง! มนุษย์บางครั้งก็เปลี่ยนความคิดหรือผิดสัญญา แต่พระเจ้าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ พระองค์ทรงสัตย์ซื่อเสมอ

จงวางใจในพระสัญญาอันสัตย์ซื่อของพระองค์ และอย่ากลัวเลย พระคำของพระเจ้านั้นมั่นคงยิ่งกว่าศิลา และเปลี่ยนแปลงไม่ได้เช่นเดียวกับความบริสุทธิ์ของพระองค์

"จงก่อชีวิตของท่านบนพระศิลา พระศิลาที่จะคงอยู่ตลอดไป!
จงก่อชีวิตของท่านบนพระศิลา และอย่าก่อไว้บนหาดทราย!
ท่านไม่จำเป็นต้องกลัวแรงสั่นของแผ่นดินไหว!
ท่านจะปลอดภัยเสมอ หากท่านก่อชีวิตของท่านบนพระศิลา!"
(ไม่ทราบผู้แต่ง)

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie