วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

รักแท้ต้องแสดงออก (2/5)

ข้าพเจ้าอยากรวบรวมประเด็นต่าง ๆ ที่เราควรจะระมัดระวัง สิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคที่เราจะต้องก้าวข้ามไป มิเช่นนั้นมันอาจจะขัดขวางไม่ให้เราสำแดงความรักออกได้อย่างสมบูรณ์แบบ
 

1. ความคิดที่แบ่งแยกและตัดสิน (1)

ในชีวิตของเรา เราจำเป็นต้องแบ่งแยกและแยกแยะ
การแยกแยะเป็นการวิเคราะห์ แยกรายละเอียดปลีกย่อยมาพินิจพิเคราะห์ แล้วค่อยตัดสินและสรุป สิ่งเหล่านี้อยู่ในสายเลือดของเรา ความคิดเช่นนี้ ถ้าเอาไปใช้ในการทำงานก็เป็นสิ่งที่ดีมาก แต่ถ้าเอามาใช้กับมนุษย์ เวลาที่เรามองแบบแยก อาจส่งผลที่น่ากลัวได้
ถ้าเรามองออกไป จะพบว่ามีการแยกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแยกเพศ แยกอายุ แยกความสวยงาม ในคริสตจักรก็มีการแยกออกเป็นคณะต่าง ๆ มากมาย จนบางครั้งเดินสวนกันก็ไม่รู้จักกัน
การแยก ไม่ได้เป็นความบาปในตัวเอง แต่ชีวิตเราอยู่ในกรอบเช่นนี้จนเป็นธรรมชาติของเรา ทำให้มีการแยกคริสตจักรฉันคริสตจักรเธอ สีของฉัน สีของเธอ ประเทศฉัน ประเทศเธอ แยกเป็นเธอกับฉันตลอด แล้วเราทั้งหลายเหมือนกันตรงไหนบ้าง?
มุมมองของการแยก เราใช้บ่อยมาก ซึ่งเป็นผลพวงจาก individualism เรารับผลกระทบโดยไม่รู้ตัว ครอบครัวเวลาแต่งงานเราก็แยกบ้านกันไป นี่เป็นมุมมองจากเบื้องล่างจากมนุษย์ที่มอง
เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ข้าพเจ้าไปเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่อินเดีย ขณะที่เดินทางกลับ เมื่อใกล้ถึงกรุงเทพ ข้าพเจ้ามองออกไปจากหน้าต่างของเครื่องบิน วันนั้นท้องฟ้าแจ่มใสมาก และเครื่องบินก็บินต่ำมาก ข้าพเจ้าสามารถเห็นได้ชัดมากถึงผืนนา สิ่งที่ข้าพเจ้าสังเกตเห็น คือ เส้นเส้นหนึ่ง เหมือนกับสายไหมสีทอง ๆ เหมือนผมของฝรั่งเส้นใหญ่มาก ข้าพเจ้าก็คิดว่า ขณะที่เวลานั้นกรุงเทพเกิดการแบ่งแยก ข้าพเจ้าไม่เคยคิดเลยว่าเมื่อมองกรุงเทพภาพรวมเป็นหนึ่งเดียวแล้วสวยงามเช่นไร เส้นสีทองนั้นก็คือแม่น้ำเจ้าพระยา วันนั้นแหละ หลังจากที่สัมมนาเสร็จ พระเจ้าทรงสอนข้าพเจ้าว่า มุมมองที่มองจากข้างบน จะมองไม่เห็นหรอกว่าชายหรือหญิง ใส่แว่นหรือไม่ แดงหรือเหลือง เวลาที่พระเจ้าทรงรักมนุษย์มาก จนได้ประทานพระบุตรของพระองค์ พระองค์ทรงมองแบบแยกหรือแบบรวม? พระองค์ทรงมองมนุษย์ทั้งหมดรวมกัน แต่ผู้ที่แยกก็คือมนุษย์เอง
"พระสิริจงมีแด่พระเจ้าในที่สูงสุด ส่วนบนแผ่นดินโลก สันติสุขจงมีท่ามกลางมนุษย์ทั้งปวงซึ่งพระองค์ทรงโปรดปรานนั้น" (ลูกา 2:14)
สังเกตว่า พระคัมภีร์ใช้คำว่า "มนุษย์ทั้งปวง"
อิสยาห์ ก็ได้สำแดงว่า ความคิดของเราไม่ใช่ความคิดของพระเจ้า
"เพราะความคิดของเราไม่เป็นความคิดของเจ้า ทั้งทางของเจ้าไม่เป็นวิถีของเรา" พระเจ้าตรัสดังนี้ (อิสยาห์ 55:8)
นี่เป็นมุมมองแรก เป็นพื้นฐาน เราเป็นมนุษย์เหมือนกัน เราจะแบ่งไปเรื่อย ๆ ถ้าเราไม่ได้เริ่มจากการที่มองเขาแบบมนุษย์ทั้งปวงที่พระเจ้าทรงโปรดปราน แล้วเราจะพูดว่า "you and I" หรือแม้แต่การใช้คำว่า "we" ซึ่งคือพวกเราผู้ที่พระเจ้าทรงรัก

คศ. เจนจิรา คีรีรัตน์นิติกุล
คำแบ่งปันรายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง รักแท้ต้องแสดงออก
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

รักแท้ต้องแสดงออก (1/5)

เดือนพฤษภาคมนี้ มีเรื่องราวข่าวคราวเกี่ยวกับความรักมากมาย รวมถึงพิธีอภิเสกสมรสของเจ้าชายประเทศอังกฤษ และได้มีการแบ่งปันเกี่ยวกับความรักมามากมาย
เมื่อพูดถึงความรักที่มีการแสดงออก เรานึกถึงพระคัมภีร์เรื่องใด ตอนใด เล่มใด หรือศาสนศาสตร์ใด?
มีพระคัมภีร์มากมายหลายตอนที่กล่าวถึงเรื่องนี้ อาทิเช่น
20 ถ้าผู้ใดว่า "ข้าพเจ้ารักพระเจ้า" และใจยังเกลียดชังพี่น้องของตน ผู้นั้นก็เป็นคนพูดมุสา เพราะว่าผู้ที่ไม่รักพี่น้องของตนที่แลเห็นแล้ว จะรักพระเจ้าที่ไม่เคยเห็นไม่ได้
21 พระบัญญัตินี้เราทั้งหลายก็ได้มาจากพระองค์ คือว่าให้คนที่รักพระเจ้านั้นรักพี่น้องของตนด้วย (1ยอห์น 4:20-21)
4 ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง
5 ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด
6 ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ
7 ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง
8 ความรักไม่มีวันสูญสิ้น แม้การเผยพระวจนะก็จะเสื่อมสูญไป แม้การพูดภาษาแปลกๆนั้น ก็จะมีเวลาเลิกกัน แม้วิชาความรู้ก็จะเสื่อมสูญไป (1โครินธ์ 13:4-8)
เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ (ยอห์น 3:16)
ตรีเอกานุภาพ อันประกอบด้วยพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ก็เป็นศาสนศาสตร์แห่งความรักของพระเจ้า พระบิดาทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรัก เราไม่สามารถมองเห็นพระองค์ได้ เราจึงมองเห็นที่องค์พระเยซูคริสต์ ดังนั้น หัวข้อนี้จึงไม่ใช่หัวข้อธรรมดา ความรักนั้นเริ่มต้นจากพระเจ้าก่อน เริ่มต้นที่พระองค์ทรงเป็นความรัก แต่มนุษย์ไม่สามารถเห็นพระเจ้า แม้ว่าจะสามารถเห็นธรรมชาติ และเห็นหลายสิ่งหลายอย่าง สิ่งที่สำแดงความรักอย่างครบถ้วน คือ องค์พระเยซูคริสต์ ทั้งชีวิตของพระองค์ พระองค์ได้สำแดงความรักอย่างชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม แม้แต่ความตายของพระองค์ สุดท้าย พระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่อยู่ในเราทุก ๆ คน อยู่ในคริสตจักรของพระองค์ ก็ช่วยให้เราได้เห็นความรักของพระองค์ (คริสตจักรเป็นคำนามแบบรวมกลุ่ม หรือ collective noun คนคนเดียวไม่สามารถเป็นคริสตจักรได้ จำเป็นต้องมีหลายคน และพระวิญญาณก็ทรงประทับอยู่กับเราทุก ๆ คน) นี่คือการสำแดงความรักของพระเจ้าที่สมบูรณ์แบบ

คศ. เจนจิรา คีรีรัตน์นิติกุล
คำแบ่งปันรายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง รักแท้ต้องแสดงออก
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

รักแท้ต้องแสดงออก (1/5)

เดือนพฤษภาคมนี้ มีเรื่องราวข่าวคราวเกี่ยวกับความรักมากมาย รวมถึงพิธีอภิเสกสมรสของเจ้าชายประเทศอังกฤษ และได้มีการแบ่งปันเกี่ยวกับความรักมามากมาย
เมื่อพูดถึงความรักที่มีการแสดงออก เรานึกถึงพระคัมภีร์เรื่องใด ตอนใด เล่มใด หรือศาสนศาสตร์ใด?
มีพระคัมภีร์มากมายหลายตอนที่กล่าวถึงเรื่องนี้ อาทิเช่น
20 ถ้าผู้ใดว่า "ข้าพเจ้ารักพระเจ้า" และใจยังเกลียดชังพี่น้องของตน ผู้นั้นก็เป็นคนพูดมุสา เพราะว่าผู้ที่ไม่รักพี่น้องของตนที่แลเห็นแล้ว จะรักพระเจ้าที่ไม่เคยเห็นไม่ได้
21 พระบัญญัตินี้เราทั้งหลายก็ได้มาจากพระองค์ คือว่าให้คนที่รักพระเจ้านั้นรักพี่น้องของตนด้วย (1ยอห์น 4:20-21)
4 ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง
5 ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด
6 ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ
7 ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง
8 ความรักไม่มีวันสูญสิ้น แม้การเผยพระวจนะก็จะเสื่อมสูญไป แม้การพูดภาษาแปลกๆนั้น ก็จะมีเวลาเลิกกัน แม้วิชาความรู้ก็จะเสื่อมสูญไป (1โครินธ์ 13:4-8)
เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ (ยอห์น 3:16)
ตรีเอกานุภาพ อันประกอบด้วยพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ก็เป็นศาสนศาสตร์แห่งความรักของพระเจ้า พระบิดาทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรัก เราไม่สามารถมองเห็นพระองค์ได้ เราจึงมองเห็นที่องค์พระเยซูคริสต์ ดังนั้น หัวข้อนี้จึงไม่ใช่หัวข้อธรรมดา ความรักนั้นเริ่มต้นจากพระเจ้าก่อน เริ่มต้นที่พระองค์ทรงเป็นความรัก แต่มนุษย์ไม่สามารถเห็นพระเจ้า แม้ว่าจะสามารถเห็นธรรมชาติ และเห็นหลายสิ่งหลายอย่าง สิ่งที่สำแดงความรักอย่างครบถ้วน คือ องค์พระเยซูคริสต์ ทั้งชีวิตของพระองค์ พระองค์ได้สำแดงความรักอย่างชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม แม้แต่ความตายของพระองค์ สุดท้าย พระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่อยู่ในเราทุก ๆ คน อยู่ในคริสตจักรของพระองค์ ก็ช่วยให้เราได้เห็นความรักของพระองค์ (คริสตจักรเป็นคำนามแบบรวมกลุ่ม หรือ collective noun คนคนเดียวไม่สามารถเป็นคริสตจักรได้ จำเป็นต้องมีหลายคน และพระวิญญาณก็ทรงประทับอยู่กับเราทุก ๆ คน) นี่คือการสำแดงความรักของพระเจ้าที่สมบูรณ์แบบ

คศ. เจนจิรา คีรีรัตน์นิติกุล
คำแบ่งปันรายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง รักแท้ต้องแสดงออก
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ (10/10)

นี่คือการอธิษฐานที่พระเยซูคริสต์ทรงสอน คือ
  • อย่าอธิษฐานแบบคนหน้าซื่อใจคด
  • อย่าอธิษฐานเหมือนชาวต่างชาติ
และเมื่อเราอธิษฐาน เราควรอธิษฐาน 5 อย่างที่เป็นหัวใจหลัก
  1. ขอให้ชีวิตของเราเป็นเหตุให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ
  2. ขอให้ชีวิตของเราขยายอาณาจักรของพระเจ้า
  3. ขอพระเจ้าทรงเลี้ยงดูร่างกาย เพื่อร่างกายนี้จะได้ทำงานเพื่อพระองค์ได้
  4. ขอให้เราเป็นลูกแห่งการคืนดี เมื่อไปที่ไหน จะเกิดการคืนดี
  5. ขอให้เราเป็นลูกแห่งชัยชนะ คือ ชนะการทดลองที่ข้ามาในชีวิต
เมื่ออ่านต่อไปในมัทธิวบทที่ 7 พระองค์ได้ตรัสสอนว่า
24 เหตุฉะนั้นผู้ใดที่ได้ยินคำเหล่านี้ของเรา และประพฤติตาม เขาก็เปรียบเสมือนผู้ที่มีสติปัญญาสร้างเรือนของตนไว้บนศิลา
25 ฝนก็ตกและน้ำก็ไหลเชี่ยว ลมก็พัดปะทะเรือนนั้น แต่เรือนมิได้พังลง เพราะว่ารากตั้งอยู่บนศิลา
26 แต่ผู้ที่ได้ยินคำเหล่านี้ของเราและไม่ประพฤติตามเล่า เขาก็เปรียบเสมือนผู้ที่โง่เขลา สร้างเรือนของตนไว้บนทราย
27 ฝนก็ตกและน้ำก็ไหลเชี่ยว ลมก็พัดปะทะเรือนนั้น เรือนนั้นก็พังทลายลง และการซึ่งพังทลายนั้นก็ใหญ่ยิ่ง" (มัทธิว 7:24-27)
คำสอนนี้ มี 2 มิติ คือ
  • คนที่ฟังคำเหล่านี้แล้วปฏิบัติตาม เมื่อเขาอยู่ในโลกนี้มั่นคงได้ และอยู่บนสวรรค์ก็มั่นคงได้
  • คนที่ฟังคำเหล่านี้แล้วไม่ทำตาม เขาก็จะไม่สามารถถวายเกียรติพระเจ้า หรือเป็นพระพรแก่คนอื่นได้ ในโลกนี้ แล้ววันหนึ่งต่อหน้าพระพักตร์ของพระเจ้า เขาก็ไม่มั่นคงด้วย
 
อ. นิกร สิทธิจริยาภรณ์
คำเทศนาการนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ (9/10)

แบบอย่างการอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ (5)

5. ขอพระเจ้าอวยพรให้เราเป็นลูกแห่งชัยชนะ

และขออย่านำข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง แต่ขอให้พ้นจากซึ่งชั่วร้าย (หรือ มารร้าย) (มัทธิว 6:13)
คำว่า "ชัยชนะ" จะมาไม่ได้เลย ถ้าไม่มีคำว่าต่อสู้ ต้องมีการต่อสู้ จึงจะมีชัยชนะตามมา
ดังนั้น การที่พระองค์จะให้เราเป็นลูกแห่งชัยชนะ ก็คือการที่เราเอาชนะการทดลองที่เข้ามาในชีวิต ให้พ้นจากการทดลอง แต่ไม่ได้เป็นการนำการทดลองออกจากชีวิตของเรา เพราะเราไม่สามารถเอาการทดลองออกจากชีวิตได้ การทดลองจะต้องมา แต่ขอที่เราจะเป็นลูกแห่งชัยชนะ สำแดงชัยชนะ โดยพึ่งกำลังและฤทธิ์เดชจากพระเจ้า
การทดลองเหมือนนกที่บินข้ามหัว เราห้ามไม่ได้ แต่เราห้ามไม่ให้มันทำรังบนศีรษะได้
ตอนนี้กำลังฮิตเรื่อง 3G การทดลองก็มี 3G เช่นกัน ซึ่ง 3 สิ่งนี้ มารนำมาใช้ตั้งแต่ยุคอาดัมและเอวา และมันยังใช้อยู่ มนุษย์ทุกคนแพ้ทั้ง 3 อย่าง
  1. Girl (ตัณหาของตา) ในสามก๊ก กวนอูรบในสนามรบเก่งมาก แต่พ่ายแพ้ต่อผู้หญิง เรื่องเพศทำลายคนมามากแล้ว
  2. Gold (ตัณหาของเนื้อหนัง) เงิน ความร่ำรวยทรัพย์สมบัติในโลก ได้ทำลายคนมานับไม่ถ้วน
  3. Glory (ความทะนงในลาภยศ) ความหยิ่งจองหองมากมายที่ได้เข้ามาในชีวิตของเราเช่นกัน
ขอที่เราจะเป็นลูกแห่งชัยชนะ ชนะการทดลองที่เข้ามาในชีวิต

อ. นิกร สิทธิจริยาภรณ์
คำเทศนาการนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ (8/10)

แบบอย่างการอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ (4)

4. ขอพระเจ้าอวยพรให้เราเป็นลูกแห่งการคืนดี

และขอทรงโปรดยกบาปผิดของข้าพระองค์ เหมือนข้าพระองค์ยกโทษผู้ที่ทำผิดต่อข้าพระองค์นั้น (มัทธิว 6:12)
ภาษายิว บอกว่าเป็นลูกแห่งชาโลม เป็นลูกแห่งการคืนดี
ตั้งแต่มนุษย์เราล้มในความผิดบาป มนุษย์มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับพระเจ้า ผลก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับตัวเองไม่ดี เรากับคนอื่นไม่ดี และเรากับสังคมก็ไม่ดี
คำว่า "หว่อ" ภาษาจีน มาจาก 2 คำ รวมความหมายคือ "มือถือหอก" ตั้งแต่มนุษย์ล้มลงในบาป มนุษย์เป็นศัตรูกัน แต่พระเยซูคริสต์ทรงให้เราอธิษฐาน ให้เราทั้งหลายเป็นลูกแห่งการคืนดี เราคืนดีกับพระเจ้าเช่นไร ก็ขอที่เราจะคืนดีกับคนอื่นเช่นนั้น
มีคำกล่าวของชาติจีนหนึ่ง คือ "บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ ถ้ายังไม่ชำระ วาระยังมาไม่ถึง" จากประวัติศาสตร์ชาติจีน จะเห็นถึงการแก้แค้น การเป็นศัตรูกัน ในหนังจีนทุกเรื่องมีการแก้แค้น ถ้าไม่มีแก้แค้นก็ไม่ใช่หนังจีน แต่พระเยซูคริสต์ทรงสอนว่า เราต้องขอพระเจ้าอวยพรให้เราเป็นลูกแห่งการคืนดี คริสเตียนเราไม่แก้แค้น แต่เราจะต้องประกาศข่าวดี
คำว่า "News" ที่แปลว่าข่าว เป็นการเอาทิศ 4 ทิศมารวมกัน ได้แก่ North, East, West, South
แต่ภาษาจีน คำว่าข่าว ใช้คำว่า "เซียวสี" เซียว คือ ขจัด และ สี คือ หายใจ ข้าพเจ้าได้ใคร่ครวญ จึงพบว่าเหตุไรจึงใช้คำนี้ นั่นคือ เวลาคนไม่รู้เรื่องอะไร มักจะหงุดหงิด แต่เมื่อรู้เรื่องแล้ว ก็จะอุทาน "เฮ่อ หายใจได้และ" ภาษาจีนเลยใช้คำว่า เซียวสี ซึ่งเข้ากับคริสเตียนดี
ขอที่เราอธิษฐาน เพื่อที่เราจะเป็นผู้ประกาศข่าวดีของพระองค์
เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงหันกลับและตั้งใจใหม่ เพื่อพระเจ้าจะทรงลบล้างความผิดบาปของท่านเสีย เพื่อวาระพักผ่อนหย่อนใจจะได้มาจากพระพักตร์พระเจ้า (กิจการ 3:19)
ข่าวดี คืออะไร? ก็คือ การดับพระพิโรธของพระเจ้า นำมนุษย์เข้าสู่วาระแห่งการพักผ่อนหย่อนใจ
รู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นลูกแห่งการคืนดีหรือยัง?
คริสเตียนที่ปกติ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพระเจ้าก็ดี ความสัมพันธ์กับคนอื่นก็ดี
แต่ถ้าผิดปกติ คือ
  • มีแต่ความสัมพันธ์กับพระเจ้าดี แต่ความสัมพันธ์กับคนอื่นใช้ไม่ได้ ทะเลาะไปทั่ว
  • ความสัมพันธ์กับคนอื่นดีมาก เป็นคน hyperactive แต่กับความสัมพันธ์กับพระเจ้าไม่มีเลย
  • ความสัมพันธ์ไม่ดีทั้งกับพระเจ้าและกับคนอื่น
ขอที่เราจะอธิษฐานเพื่อที่เราจะเป็นลูกของการคืนดี นั่นคือ การคืนดีกับพระเจ้า การคืนดีกับตัวเอง การคืนดีกับผู้อื่น การช่วยให้ผู้อื่นคืนดีกัน และการช่วยให้ผู้อื่นคืนดีกับพระเจ้า

อ. นิกร สิทธิจริยาภรณ์
คำเทศนาการนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ (7/10)

แบบอย่างการอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ (3)

3. ขอทรงเลี้ยงดูร่างกายนี้ เพื่อร่างกายนี้จะทำงานเพื่อพระองค์ต่อไป

ขอทรงโปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายในกาลวันนี้ (มัทธิว 6:11)
นั่นคือ อธิษฐานขอพระเจ้าทรงเลี้ยงอาหารแก่เราทั้งหลาย เพื่อให้ร่างกายของเราทั้งหลายมีชีวิตอยู่ เพื่อร่างกายนี้จะทำงานของพระองค์ต่อไปได้ นี่คือสิ่งที่พระองค์ทรงสอนในการอธิษฐาน และนี่คือความจริง คือ เราไม่สามารถทำงานของพระเจ้าในโลกนี้ได้ ถ้าเราไม่มีร่างกายนี้
กลุ่มนิโคเลาท์นิยม สอนว่าร่างกายเป็นสิ่งสกปรก ดังนั้นใช้ร่างกายนี้อย่างไรก็ได้ แต่ขอจิตวิญญาณบริสุทธิ์ก็พอแล้ว ซึ่งเป็นคำสอนที่ผิด
พระเยซูคริสต์สอนให้เราอธิษฐาน ขอพระองค์จะเลี้ยงดูร่างกายนี้ เพื่อร่างกายนี้จะทำงานของพระองค์ได้
นักเทศน์ท่านหนึ่ง เทศนาว่า "ผู้รับใช้ถ้ามีพุง บาป" ผู้ที่ได้ยินก็ตกใจ เพราะผู้รับใช้หลายคนก็พุงยื่น คำสอนเช่นนี้ผิด
อาจารย์เปาโลสอนว่า
12 ข้าพเจ้ารู้จักที่จะเผชิญกับความตกต่ำ และรู้จักที่จะเผชิญกับความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ข้าพเจ้ารู้จักเคล็ดลับที่จะเผชิญกับความอิ่มท้องและความอดอยาก ความสมบูรณ์พูนสุข และความขัดสน
13 ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้ โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า (ฟิลิปปี 4:12-13)
อุดมสมบูรณ์ก็ได้ อดอยากก็ได้ แต่ในทุกสถานการณ์ เราก็เผชิญได้ทุกอย่าง
และอาจารย์เปาโลก็สอนว่า "และในร่างกายนี้ ข้าพเจ้าต้องทำให้กายนี้เกิดผลที่สุด"
22 ถ้าข้าพเจ้ายังจะมีชีวิตอยู่ในร่างกาย ข้าพเจ้าก็จะทำงานให้เกิดผล แต่ข้าพเจ้าบอกไม่ได้ว่าจะเลือกฝ่ายไหนดี
23 ข้าพเจ้าลังเลใจอยู่ในระหว่างสองฝ่ายนี้ คือว่า ข้าพเจ้ามีความปรารถนาที่จะจากไปเพื่ออยู่กับพระคริสต์ ซึ่งประเสริฐกว่ามากนัก
24 แต่การที่ข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่ในร่างกายนี้ก็จำเป็นมากสำหรับพวกท่าน
25 เมื่อข้าพเจ้าแน่ใจอย่างนี้แล้ว ข้าพเจ้าก็ทราบว่าข้าพเจ้าจะยังอยู่ คืออยู่กับท่านเพื่อให้ท่านจำเริญขึ้นและชื่นชมยินดีในความเชื่อ (ฟิลิปปี 1:22-25)
ขณะที่มีร่างกาย ขอพระเจ้าทรงเลี้ยงดูร่างกายนี้เป็นวิหารพระเจ้า รับใช้พระเจ้า
อาม่าท่านหนึ่งบอกกับข้าพเจ้าว่า "อธิษฐานเผื่ออาม่าหน่อย ปวดตาขวามาก ทำอะไรไม่ได้ รับใช้ไม่ได้อธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงรับไปเถิด"
ข้าพเจ้าก็ตอบไปว่า "ถ้าพระเยซูคริสต์ยังไม่ให้ตาย แสดงว่ายังมีงานให้ทำ อาม่ายังทำงานได้ 3 อย่าง
1. เข้าคณะนักร้อง
2. สอนลูกหลานให้เชื่อในพระเยซู
3. ตอนนี้อาม่ามีอย่างหนึ่งที่ดีมาก คือ เสียงอธิษฐานเผื่อผู้รับใช้ในการรับใช้ในที่ต่าง ๆ ทั่วโลก เพราะผู้รับใช้ของพระเจ้าต้องการคำอธิษฐานอย่างมาก"

อ. นิกร สิทธิจริยาภรณ์
คำเทศนาการนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ
 
อ. นิกร สิทธิจริยาภรณ์
คำเทศนาการนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ