วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554

การแบ่งเวลาอย่างคริสเตียน (2/6)

บทนำ

ก่อนอื่น เรามาศึกษาความหมายของคำว่า "เวลา" กันก่อนดีกว่า เวลา คืออะไร

มีคนให้คำจำกัดความมากมาย อาทิเช่น

  • "ความต่อเนื่องที่ไม่เป็นเนื้อที่ ซึ่งในนั้นมีเหตุการณ์ต่าง ๆ ตามลำดับ ที่เห็นชัดเจนว่า ทวนกลับไม่ได้" นักการศึกษา
  • "ชั่วขณะหนึ่ง ความยาวนานที่มีอยู่หรือเป็นอยู่ โดยนิยมขึ้นเป็นครู่ คราว วัน เดือน ปี เป็นต้น" พจนานุกรมฉบับมาตรฐาน
  • "สิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นชีวิต" เบนจามิน
  • "วาระที่พระเจ้าทรงกำหนดขึ้น" กษัตริย์ซาโลมอน

มีฤดูกาลสำหรับทุกสิ่ง และมีวาระสำหรับเรื่องราวทุกอย่างภายใต้ฟ้าสวรรค์ (ปัญญาจารย์ 3:1)

ข้าพเจ้ารำพึงในใจของข้าพเจ้าว่า พระเจ้าจะทรงพิพากษาคนชอบธรรมและคนอธรรม เพราะมีกาลกำหนดไว้สำหรับทุกเรื่อง และสำหรับการงานทุกอย่าง (ปัญญาจารย์ 3:17)

  • "The devourer of all things." สุภาษิตคำพังเพยอังกฤษ

ตอนสมัยข้าพเจ้าเป็นเด็ก บิดาของข้าพเจ้าเคยสอนว่า "You cannot step on the same water twice" ซึ่งข้าพเจ้าก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าท่านเอามาจากไหน แต่ว่าก็เป็นข้อความที่ข้าพเจ้าชอบมาก

กษัตริย์ซาโลมอนได้เตือนเราเกี่ยวกับการใช้เวลามากมาย โดยเฉพาะ ปัญญาจารย์ 9:10-11 กล่าวว่า

10 มือของเจ้าจับทำการงานอะไร จงกระทำการนั้นด้วยเต็มกำลังของเจ้า เพราะว่าในแดนคนตายที่เจ้าจะไปนั้น ไม่มีการงานหรือแนวความคิด หรือความรู้ หรือสติปัญญา
11 ข้าพเจ้าได้เห็นภายใต้ดวงอาทิตย์อีกว่า คนเร็วไม่ชนะในการวิ่งแข่งเสมอไป หรือฝ่ายมีกำลังไม่ชนะสงครามเสมอไป หรือคนฉลาดไม่รับประทานเสมอไป หรือคนมีความเข้าใจไม่ร่ำรวยเสมอไป หรือผู้ที่เชี่ยวชาญไม่ได้รับความโปรดปรานเสมอไป แต่วาระและโอกาสมีมาถึงเขาทุกคน" (ปัญญาจารย์ 9:10-11)

คนเราก็มีชีวิต อย่างมากก็ไม่เกิน 120 ปี อย่างที่พระคัมภีร์ได้กล่าวเอาไว้ในปฐมกาล 6:3 ซึ่งก็เป็นจริงตามพระคัมภีร์ว่าจริง ๆ

พระเจ้าจึงตรัสว่า 'วิญญาณของเราจะไม่สถิตอยู่ในมนุษย์ตลอดกาล เพราะมนุษย์เป็นแต่เนื้อหนัง อายุของเขาจะไม่เกินร้อยยี่สิบปี' (ปฐมกา 6:3)

อย่าว่าแต่ 120 ปีเลย แค่ 100 ปีก็หายากเต็มที่แล้ว

ถ้าหากพูดถึงเป็นปี แล้วหลาย ๆ ท่านคงจะรู้สึกว่านานจัง ว่าตั้ง 100 ปี แต่หากด้ลองคำนวณดู จะพบว่า 100 ปีก็มี 36,500 วัน หรือ 876,000 ชั่วโมง หรือ 52,560,000 นาที หรือ 3,153,600,000 วินาที ดังนั้นก็ลอง count down ชีวิตตัวเองแล้วกันนะครับ ว่าในแต่ละวัน เวลาก็ผ่านไป 86,400 าทีแล้ว

ดังนั้น ขอที่เรามาเรียนถึงการใช้เวลาให้คุ้มค่า ให้เกิดประโยชน์ที่สุดดีกว่า เพื่อให้เราดำเนินชีวิตอย่างเกิดผล ตามที่พระเจ้าได้ทรงสร้างเรามา เพื่อให้เกิดผล


เรียบเรียง-สรุป โดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


เอกสารอ้างอิง

  1. ธวัช เย็นใจ. ใน: ธวัช เย็นใจ, บรรณาธิการ. เวลาเพื่อชีวิต, พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ; กนกบรรณสาร, 1999: 1-14.
  2. สงกรานต์ จิตสุทธิภากร. อุปนิสัยที่ 3 ทำสิ่งที่สำคัญก่อน หลักการของการบริหารส่วนบุคคล. ใน: PacRim Leadership Center, eds. 7 อุปนิสัยพัฒนาสู่ผู้มีประสิทธิผลสูง. กรุงเทพฯ; ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2548: 181-223.
  3. Pastor Jose B. Cabajar. Christian Time Management. http://www.ilaganbaptist.org/sermon_outlines66.htm.
  4. Working By Priorities and Not Activities. http://www.inspiredchristian.org/cyber/111300jf.html.
  5. Jerry Shirley and Grace Notes Ministries. It's About Time. http://gbcdecatur.org/sermons/AboutTime.html.

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

การแบ่งเวลาอย่างคริสเตียน (1/6)

การแบ่งเวลาอย่างคริสเตียน

พระเจ้าทรงสร้างเรามาด้วยความรัก และพระองค์ก็ได้ทรงมอบหมายให้เราเป็นผู้อารักขา (steward) นั่นคือ เรามีหน้าที่ดูแลในสิ่งต่าง ๆ ที่พระเจ้าทรงประทานให้กับเรา

แล้วมีสิ่งใดบ้างที่เราจะต้องดูแล? ก็ได้แก่ พระกาย (Temple or Body) ตะลันท์ (Talent) ทรัพย์สินเงินทอง (Treasure) และเวลา (Time)

เราจะต้องตระหนักอยู่เสมอว่า เราไม่ใช่เจ้าของของสิ่งเหล่านี้ เราเป็นเพียงแค่ผู้ดูแล และแท้จริงแล้วพระเจ้าทรงวางพระทัยให้เราดูแลสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จึงขอที่เราจะทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ด้วยท่าทีที่ถูกต้อง เพื่อพระเกียรติจะเป็นของพระเจ้า

ลองจินตนาการดูนะครับ หากว่ามีธนาคารหนึ่งที่จะใส่เงินในบัญชีของคุณวันละ 86,400 บาท แต่ทว่ายอดเงินนี้คุณจะสามารถใช้ได้แค่ภายในวันนั้นเท่านั้น ทุก ๆ เย็นยอดเงินที่เหลือก็จะถูกลบทิ้งไป หากเป็นเช่นนี้ คุณจะทำเช่นไร? แน่นอน คงจะไม่มีใครปล่อยให้เหลือสักบาท คงจะถอนมาใช้ทุกบาททุกสตางค์ใช่ไหมครับ!

และความเป็นจริง ก็คือ เราทุก ๆ คนมีธนาคารเช่นนี้อยู่ ชื่อธนาคารนี้ ก็คือ "เวลา"

ทุก ๆ เช้า ธนาคารนี้ก็จะให้กับคุณ 86,400 วินาที และทุก ๆ คืน เวลาที่คุณไม่ได้ลงทุนเพื่อวัตถุประสงค์ที่ดี เวลาที่คุณไม่ได้ใช้อย่างคุ้มค่า ก็จะถูกนับว่าเป็นเวลาที่สูญเสียไป และจะไม่มีเหลือให้ใช้สำหรับวันต่อมาอีกเลย

คุณไม่สามารถที่จะถอนเพื่อใช้เวลาของวันพรุ่งนี้ได้ ถ้าหากคุณใช้เวลาของวันนี้อย่างไร้ค่า ผู้ที่สูญเสียก็คือตัวคุณเอง ดังนั้นขอที่เราจะดำเนินชีวิตในปัจจุบันด้วยเวลาของปัจจุบัน ลงทุนเพื่อที่จะได้รับผลประโยชน์สูงสุดทั้งด้านสุขภาพ ความสุข และความสำเร็จ

ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าเอง จะไม่ใช่เป็นคนที่แบ่งเวลาได้ดีนัก แต่ก็ได้ศึกษาค้นคว้ามาพอสมควร จึงอยากแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้กับพี่น้องครับ เพื่อจะได้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะขอแบ่งส่วนเนื้อหาออกเป็น 4 ส่วน  ได้แก่  บทนำเรื่องการแบ่งเวลา  หลักการแบ่งเวลาของคริสเตียน  การจัดลำดับความสำคัญ และ การทำสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน

ขอพระเจ้าอวยพระพรแก่ทุก ๆ ท่าน  ที่จะใช้เวลาอย่างคุ้มค้า เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ทรงประทานเวลาที่มีค่าให้แก่เรา


เรียบเรียง-สรุป โดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


เอกสารอ้างอิง

  1. ธวัช เย็นใจ. ใน: ธวัช เย็นใจ, บรรณาธิการ. เวลาเพื่อชีวิต, พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ; กนกบรรณสาร, 1999: 1-14.
  2. สงกรานต์ จิตสุทธิภากร. อุปนิสัยที่ 3 ทำสิ่งที่สำคัญก่อน หลักการของการบริหารส่วนบุคคล. ใน: PacRim Leadership Center, eds. 7 อุปนิสัยพัฒนาสู่ผู้มีประสิทธิผลสูง. กรุงเทพฯ; ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2548: 181-223.
  3. Pastor Jose B. Cabajar. Christian Time Management. http://www.ilaganbaptist.org/sermon_outlines66.htm.
  4. Working By Priorities and Not Activities. http://www.inspiredchristian.org/cyber/111300jf.html.
  5. Jerry Shirley and Grace Notes Ministries. It's About Time. http://gbcdecatur.org/sermons/AboutTime.html.

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ดาวิดกับพระเจ้า (8/8)

บทสรุปในชีวิตของดาวิดก็คือ พระเจ้าทรงเป็นศิลาแห่งความมั่นคง พระเจ้าที่ตรัสในอดีตก็ยังตรัสในปัจจุบัน พระองค์ยังทรงเขียนชีวิตของท่านใหม่ทุกวัน พระองค์ยังสร้างชีวิตของท่านเสมอไม่หยุดยั้ง พระเจ้ายังฝึกปรือในการรบ ในการทำหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่ทุกวัน ด้วยมือที่ช่ำชองและใจที่ชอบธรรม และพระคุณของพระเจ้าไม่เคยหยุดยั้งต่อผู้ที่พระองค์ทรงเจิมไว้ ในพระคุณของพระเจ้า ก็มีโอกาสใหม่เสมอ

ในชีวิตของเรา มีกำแพงหรืออุปสรรคที่ต้องก้าวข้ามไปหรือไม่? เพราะวันนี้ โดยโอกาสจากพระเจ้าก็คือ พระองค์จะทรงไปกับเรา เพื่อก้าวข้ามสิ่งเหล่านั้น

29 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ทรงเป็นประทีปของข้าพระองค์ พระยาห์เวห์ทรงทำความมืดของข้าพระองค์ให้สว่าง
30 เพราะโดยพระองค์ ข้าพระองค์ตะลุยกองทัพได้ และโดยพระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์กระโดดข้ามกำแพงได้ (2 ซามูเอล 22:29-30 THSV2011)

ขอบคุณพระเจ้า ที่พระเจ้าของดาวิดเป็นเช่นนี้ และพระองค์ก็ทรงเป็นพระเจ้าของเราทั้งหลายที่เป็นเช่นนี้ ที่เป็นจริงได้ในชีวิตทุกวัน

 

ศจ. สมพร ศิริกลการ

คำเทศนาการนมัสการเช้าวันอาทิตย์ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 17/07/2011

เรื่อง ดาวิดกับพระเจ้า

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ดาวิดกับพระเจ้า (7/8)

5. พระองค์ทรงสำแดงความกรุณาอย่างไม่หยุดยั้งต่อผู้ที่พระองค์ทรงเจิมตั้งไว้

ดาวิดสะท้อนว่า พระคุณของพระเจ้า มีมากพอสำหรับวันนี้เสมอ

เมื่อมองย้อนกลับไป ดาวิดสะท้อนให้เห็นว่าพระคุณของพระเจ้าเท่านั้นที่ดึงท่านขึ้นมาตลอด พระคุณของพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถนำท่านขึ้นมาสู่สภาพปกติใหม่ได้

พระคุณของพระเจ้ามีมากพอสำหรับเราในวันนี้ ไม่ว่าเราอยู่ในสภาพไหน ไม่ว่าเราจะย่ำแย่แค่ไหนก็ตาม เงื่อนไขเดียว คือเพียงแค่เรายอมกลับใจ เปลี่ยนแปลงใหม่ หันมาหาพระเจ้า

คนที่สำนึกผิด ก็อาจไม่กลับมาก็ได้

เมื่อยูดาสรู้สึกผิดที่ได้ทรยศต่อพระเยซู เขารู้สึกผิดจับใจ แต่การที่เขาผิดจับใจก็ไม่พอ แต่ผิดจับใจต้องกลับใจใหม่ กลับมาหาพระเยซูคริสต์

3 เมื่อยูดาสคนที่ทรยศพระองค์เห็นว่าพระองค์ทรงถูกลงโทษก็เสียใจ จึงนำเงินสามสิบเหรียญนั้นมาคืนให้กับพวกหัวหน้าปุโรหิตและพวก ผู้ใหญ่
4 กล่าวว่า "ข้าพเจ้าทำบาปที่ทรยศคนบริสุทธิ์ถึงตาย" พวกเขาจึงกล่าวว่า "มันเกี่ยวอะไรกับเรา? มันเป็นเรื่องของเจ้าเอง"
5 ยูดาสจึงทิ้งเงินนั้นไว้ในพระวิหารและจากไป แล้วออกไปผูกคอตาย (มัทธิว 27:3-5 THSV2011)

ยูดาสรู้สึกผิดจับใจ แต่แทนที่เขาจะมาหาพระเจ้า เขากลับวิ่งหนีออกจากพระองค์ ผิดจับใจกลายเป็นการทำร้ายชีวิตของเขา พาเขาหนีออกไปผูกคอตาย

คนไม่น้อยที่รู้สึกผิดจับใจ แต่เขาไม่ได้กลับมาหาพระเจ้า วิ่งไปทำร้ายชีวิตของตัวเองด้วยเรื่องราวมากมาย ไม่ว่าด้วยเรื่องร้าย สิ่งร้าย ยาเสพติด สิ่งที่จะทำลายชีวิตของเขา

เมื่อดาวิดรู้สึกผิด ท่านกลับมาหาพระเจ้า ท่านยอมจำนนกับพระเจ้า ท่านจึงบอกว่า "พระคุณของพระเจ้ามีมากพอสำหรับข้าพระองค์" ใหม่ทุกเช้าสำหรับชีวิตของท่าน

พระเจ้าของเรา ยังเป็นพระเจ้าที่เคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันของเรา พระองค์มิได้เป็นเพียงพระเจ้าในอดีตเท่านั้น แต่ทรงเป็นพระเจ้าของปัจจุบัน และอนาคตด้วย

 

ศจ. สมพร ศิริกลการ

คำเทศนาการนมัสการเช้าวันอาทิตย์ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 17/07/2011

เรื่อง ดาวิดกับพระเจ้า

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ดาวิดกับพระเจ้า (6/8)

4. พระเจ้าทรงฝึกมือของข้าพเจ้าให้พร้อมรบ

พระองค์ทรงฝึกมือข้าพเจ้าให้ทำสงคราม แขนข้าพเจ้าจึงโก่งคันธนูทองสัมฤทธิ์ได้ (สดุดี 18:34 THSV2011)

อีกแง่หนึ่ง ก็คือว่า "พระเจ้าทรงอยู่ใน อาชีพของข้าพระองค์"

อาชีพของดาวิด คือ การทำสงคราม ในสงคราม พระเจ้าทรงอยู่กับท่าน

พระเจ้าไม่เพียงแต่อยู่ในอาชีพของดาวิด พระเจ้ายังฝึกมือของดาวิด พระองค์ทรงพร้อมที่จะสร้างและปั้นชีวิตท่านขึ้นมา เพื่อรองรับอนาคตที่ทรงจัดเตรียมให้กับท่าน

ในหน้าที่การงานที่ยุ่งยาก พระเจ้าไม่เพียงแต่อยู่กับเราในงานของเรา แต่พระเจ้ายังฝึกฝีมือของเรา

เราเลือกสิ่งแวดล้อมไม่ได้ มีหลายเงื่อนไขที่เราเลือกไม่ได้ เรามีความจำกัดมากมาย เราแก้ตัว ท้อใจมากมาย แต่แม้เราเลือกและแก้ไขไม่ได้ ท่ามกลางเงื่อนไขข้อจำกัดนั้น พระเจ้าทรงทำสิ่งใหม่ในชีวิตของเราได้

ผู้รับใช้ของพระเจ้าคนนี้กำลังสะท้อนให้เห็นว่า ท่ามกลางสิ่งจำกัด ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่จำกัด พระเจ้าทรงกำลังทำสิ่งใหม่ ทรงฝึกปรือฝีมือของเราขึ้นใหม่ อยู่ที่ว่าเราจะยอมให้พระเจ้าเข้ามาเกี่ยวข้องและกระทำพระราชกิจของพระองค์ ท่ามกลางสิ่งจำกัดเหล่านี้เพื่อแสดงฝีพระหัตถ์ของพระองค์หรือไม่

พระเจ้าฝึกดาวิดอย่างครบถ้วนทุกประการ และดาวิดได้สะท้อนว่าพระเจ้าฝึกปรือท่านอย่างไร

70 พระองค์ทรงเลือกดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ ทรงพาท่านมาจากคอกแกะ
71 พระองค์ทรงพาท่านมาจากการดูแลแม่แกะที่มีลูกอ่อน ให้เป็นผู้เลี้ยงดูยาโคบประชากรของพระองค์ดุจเลี้ยงแกะ คืออิสราเอลมรดกของพระองค์ญ
72 ท่านจึงเลี้ยงดูพวกเขาด้วยใจเที่ยงธรรม และนำเขาไปด้วยมือช่ำชอง (สดุดี 78:70-72 THSV2011)

พระองค์ทรงเลือกดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ นำท่านออกจากคอกแกะ นำท่านออกจากการเลี้ยงดูฝูงแกะ ให้เป็นผู้เลี้ยงดูประชากรชาวอิสราเอลผู้เป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ ท่านเลี้ยงดูอิสราเอลด้วยใจซื่อสัตย์สุจริต และนำพวกเขาด้วยมืออันเชี่ยวชาญ

ดาวิดได้กล่าวว่ามี 2 ส่วนที่สำคัญมาก

1. พระเจ้าทรงใช้ประสบการณ์ในอดีต เพื่ออนาคตในพระราชกิจของพระองค์

พระเจ้าทรงใช้ประสบการณ์ในอดีตของดาวิดเพื่ออนาคตในพระราชกิจของ พระองค์

บางครั้งเราหมิ่นประมาทสิ่งเล็กน้อยที่พระเจ้าได้สร้างด้วยกระบวนการ ของพระองค์ การเลี้ยงแกะซึ่งดูเหมือนไม่มีคุณค่า ใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้ แต่พระ เจ้าทรงหยิบสิ่งเล็กน้อยนี้ ฝึกปรือ เพื่อดาวิดจะดูแลประชากรของพระองค์ต่อไปในอนาคต

2. การฝึกปรือของพระเจ้าจะสมดุลได้ ต้องทำด้วยมืออันช่ำชอง และใจที่ชอบธรรม

สิ่งนี้เกิดขึ้นได้เมื่อดาวิดดูแลอิสราเอลด้วยใจอันสุจริต และนำพวกเขาด้วยมืออันเชี่ยวชาญ

ปัจจุบัน เราเน้นที่ความเชี่ยวชาญ ความสามารถ แต่ลืมคุณค่าของความชอบธรรม ที่ต้องมีคู่กันไป เรายกย่องความชำนาญความเชี่ยวชาญ ความเก่งกาจ แต่เราละเลย และทิ้งความชอบธรรม ความยุติธรรม และความดี

ด้วยเหตุนี้ ดาวิดจึงบอกว่า พระเจ้าได้ฝึกมือของท่านในการรบ ที่จะทำพันธกิจด้วยใจซื่อสัตย์สุจริต และมือที่ช่ำชอง สิ่งที่ทำก็ดีขึ้น เก่งขึ้น และใจก็ชอบธรรม ยุติธรรมมากขึ้น

ดังนั้น ท่านจึงบอกว่า พระเจ้าอยู่ใน อาชีพของท่าน

 

ศจ. สมพร ศิริกลการ

คำเทศนาการนมัสการเช้าวันอาทิตย์ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 17/07/2011

เรื่อง ดาวิดกับพระเจ้า

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ดาวิดกับพระเจ้า (5/8)

3. พระเจ้าทรงเขียนชีวิตของข้าพระองค์ขึ้นใหม่ทุกวัน

21 เพราะข้าพเจ้ารักษาพระมรรคาของพระยาห์เวห์ และไม่ได้ทำบาปโดยหันจากพระเจ้าของข้าพเจ้า
22 เพราะกฎหมายทั้งสิ้นของพระองค์อยู่ต่อหน้าข้าพเจ้า และข้าพเจ้ามิได้ผลักกฎเกณฑ์ของพระองค์ไปเลย
23 ข้าพเจ้าไร้ตำหนิต่อพระองค์ และข้าพเจ้ารักษาตัวไว้ไม่ทำชั่ว
24 เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์จึงทรงตอบแทนข้าพเจ้า ตามความชอบธรรมของข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าเป็นคนมือสะอาดในสายพระเนตรของพระองค์
25 พระองค์ทรงสำแดงพระองค์ว่าซื่อสัตย์ต่อผู้ที่ซื่อสัตย์ พระองค์ทรงสำแดงพระองค์ว่าไร้ตำหนิต่อผู้ที่ไร้ตำหนิ
26 พระองค์ทรงสำแดงพระองค์บริสุทธิ์ต่อผู้ที่บริสุทธิ์ พระองค์ทรงสำแดงพระองค์เป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ที่คดโกง
27 เพราะพระองค์ทรงช่วยประชาชนที่ถ่อมตัวให้รอด แต่ดวงตาที่หยิ่งยโสนั้น พระองค์ทรงทำให้ต่ำลง
28 เพราะพระองค์ทรงจุดตะเกียงของข้าพระองค์ พระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพระองค์ทรงทำความมืดของข้าพระองค์ให้สว่าง (สดุดี 18:21-28 THSV2011)

ชีวิตของดาวิดเต็มด้วยพระคุณของพระเจ้า พระเจ้าได้ทรงเขียนด้วยชีวิตของท่าน

เราอาจจะอยากเขียนเฉพาะเรื่องดี ๆ ในเรื่องราวของเรา แต่ดาวิดบอกว่า แม้จะเป็นอีกด้านหนึ่ง พระเจ้าก็ทรงพร้อมที่จะเขียนชีวิตของท่านขึ้นมาใหม่ ไม่ว่าท่านจะล้มเหลวเพียงไร พระเจ้าก็ทรงพร้อมที่จะเขียนขึ้นใหม่เสมอ

ไม่ว่าชีวิตเราจะอยู่ตรงไหน ยุ่งยาก ย่ำแย่เพียงไร เราอยากให้พระเจ้าเขียนใหม่ในชีวิตของเรา ฟื้นขึ้นใหม่ แล้วเราจะเห็นพระหัตถ์ของพระเจ้าเขียนชีวิตของเรา

ในตลอดหลายสิบปี ดาวิดได้เห็นพระเจ้าเขียนชีวิตของท่านใหม่ทุกวัน นี่คือพรที่พระเจ้าให้กับเรา เป็นพระเจ้าที่พร้อมที่จะเขียนขึ้นใหม่ในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะล้มเหลวผิดพลาดเพียงไร

 

ศจ. สมพร ศิริกลการ

คำเทศนาการนมัสการเช้าวันอาทิตย์ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 17/07/2011

เรื่อง ดาวิดกับพระเจ้า

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ดาวิดกับพระเจ้า (4/8)

2. พระสุรเสียงของพระเจ้าดังก้องอยู่ในชีวิตของข้าพเจ้า

พระยาห์เวห์ทรงคำรนครืนครั่นในฟ้าสวรรค์ และองค์ผู้สูงสุดก็เปล่งพระสุรเสียง เป็นลูกเห็บและถ่านเพลิง (สดุดี 18:13 THSV2011)

ดาวิดกำลังเล่าให้ฟังว่า ชีวิตของท่านในเรื่องราวต่าง ๆ นั้น พระเจ้ายังตรัสในชีวิตของท่านเสมอ ซึ่งไม่ใช่เสียงเบา ๆ แต่พระองค์ตรัสด้วยเสียงกัมปนาทของพระองค์

ดาวิดได้ยินเสียงของพระเจ้าทั้งในสนามรบ ในเวลาที่ยุ่งยากมากมายในชีวิต และในยามสงบ แต่เสียดาย ที่ปัจจุบันนี้ เราไม่ค่อยได้ยินเสียงของพระเจ้า เพราะมีเสียงมากมายที่รบกวนชีวิตของเรา และเราก็มักจะคอยหาอะไรมาอุดหู หรือฟังเสียงอื่น ที่ไม่ใช่เสียงของพระองค์

เราอาจจะคิดว่า คนที่จะเขียนสดุดีที่ลึกซึ้งได้ จะต้องปลีกตัวเองออกไปในป่าเขาจึงจะเขียนออกมาได้ แต่แท้จริงแล้ว ดาวิดเขียนสดุดีในเวลาที่ยุ่งยาก ลำบาก วุ่นวายมาก แม้ในความลำบาก ท่ามกลางการรบกวนทั้งหลาย ดาวิดยังคงได้ยินเสียงของพระองค์ดังเป็นเสียงกัมปนาท

พระเจ้าของดาวิดยังคงตรัสในใจของเราในวันนี้ด้วยเช่นกัน เราได้ยินหรือไม่? หรือหูของเราเต็มไปด้วยเสียงอื่น ๆ ที่เรียกร้องเรา จนเราไม่ได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า? เราได้ยินเสียงกระซิบของพระองค์หรือไม่? หรือแม้บางครั้งที่พระองค์ทรงส่งเสียงกัมปนาทแต่เราก็ยังไม่ได้ยินอยู่ดี?

พระเจ้ายังตรัสในชีวิตของเราในวันนี้

 

ศจ. สมพร ศิริกลการ

คำเทศนาการนมัสการเช้าวันอาทิตย์ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 17/07/2011

เรื่อง ดาวิดกับพระเจ้า

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ