วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Daily Remembrancer by J. Smith, July 31 (บทความสอนใจประจำวัน 31 กรกฎาคม)

The Believer's Daily Remembrancer, July 31

"Things that come with salvation." (Hebrews 6:9)

What things? Do we have them? Spiritual life- evidenced by hatred of sin; earnest prayer for deliverance from sin. A tender conscience- which feels deeply for God’s glory. Earnest prayer for holiness, and passion in praise. A careful check of our sincerity lest we be led astray. A watchfulness over our conversation. Diligence in prayer, studying the Bible, and worshipping God with others. Seeking God’s will for each day. An increasing realization of our own sin. Aiming to love God with all our being, and our neighbour as ourselves.

"Oh, give me Saviour, give me still
My poverty to know;
Increase my faith; each day in grace
And knowledge may I grow;
Unfold the glories of Your Cross,
For which I count all things as loss."
(Unknown Author)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 31 กรกฎาคม

"สิ่งซึ่งเกี่ยวกับความรอด" (ฮีบรู 6:9 TKJV)

สิ่งใด? เรามีสิ่งนี้หรือไม่?

สิ่งนี้คือชีวิตฝ่ายวิญญาณ ซึ่งแสดงออกด้วยการเกลียดชังความบาป การอธิษฐานอย่างร้อนรนเพื่อให้รอดพ้นจากความบาป

สิ่งนี้คือความรู้สึกผิดชอบที่ไว ซึ่งรู้สึกอย่างลึกซึ้งเพื่อพระเกียรติสิริของพระเจ้า

สิ่งนี้คือการอธิษฐานอย่างร้อนรนเพื่อความบริสุทธิ์ และความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะสรรเสริญ

สิ่งนี้คือการตรวจสอบความจริงใจของเราอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อที่จะไม่ถูกนำให้หลงไป

สิ่งนี้คือการเฝ้าตรวจสอบบทสนทนาของเรา

สิ่งนี้คือความพากเพียรในการอธิษฐาน ศึกษาพระคัมภีร์ และนมัสการพระเจ้าร่วมกับผู้อื่น

สิ่งนี้คือการแสวงหาพระประสงค์ของพระเจ้าในแต่ละวัน

สิ่งนี้คือการตระหนักถึงบาปของเราที่มากยิ่งขึ้น

สิ่งนี้คือการตั้งเป้าที่จะรักพระเจ้าด้วยทั้งหมดของชีวิตเรา และรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง

"โอ้ ขอทรงประทานพระผู้ช่วยแก่ข้า ขอทรงประทานเถิด
เพื่อข้าฯ จะรู้ถึงความขัดสนของข้าฯ
ขอทรงเพิ่มความเชื่อของข้าฯ ขอแต่ละวันข้าฯ อยู่ในพระคุณ
และขอที่ข้าฯ เติบโตในความรู้
ขอทรงเปิดเผยพระเกียรติสิริของกางเขนของพระองค์
เพื่อกางเขนนั้น ข้าฯ ถือว่าทุกสิ่งเป็นการขาดทุน"
(ไม่ทราบผู้แต่ง)

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Daily Remembrancer by J. Smith, July 30 (บทความสอนใจประจำวัน 30 กรกฎาคม)

The Believer's Daily Remembrancer, July 30

"If you want to boast, boast only about the Lord." (1 Corinthians 1:31)

We should boast only in the Lord. We glory in Him as gracious and merciful, showing loving-kindness in the earth; as our God and Friend; In Christ, as crucified for our sins, raised from the dead for our justification, and ascended to heaven in order to pray for us.

This is our glory that we are one with Christ, and one with the Father through Him; that we are heirs of God, and joint-heirs with Jesus Christ.

As God’s grace reaches more and more people, there will be more thanksgiving and God will receive more and more glory.

"God bless you and keep you and give you His love;
God prosper your labour with help from above.
Be His strength in your arm and His love in your soul,
His smile your reward and His glory your goal."
(Unknown Author)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 30 กรกฎาคม

"ให้ผู้โอ้อวด อวดองค์พระผู้เป็นเจ้า" (1 โครินธ์ 1:31 THSV2011)

เราควรที่จะโอ้อวดองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงผู้เดียว เราโอ้อวดพระองค์ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระคุณและพระเมตตา และทรงสำแดงความรักความเมตตาบนโลกนี้ เราโอ้อวดพระองค์ผู้ทรงเป็นพระเจ้าและสหายของเรา เราโอ้อวดพระองค์เพราะในพระคริสต์ พระองค์ได้สละพระชนม์เพื่อบาปทั้งหลายของเรา คืนชีวิตจากความตายเพื่อให้เราได้รับความชอบธรรม และเสด็จขึ้นสู่สวรรค์เพื่อที่จะได้อธิษฐานเพื่อเรา

นี่เป็นเกียรติสิริของเราที่เราได้เป็นหนึ่งเดียวกันกับพระคริสต์และเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระบิดาผ่านทางพระองค์ ที่เราได้เป็นทายาทของพระเจ้า และเป็นทายาทร่วมกับพระเยซูคริสต์

ในเมื่อพระคุณของพระเจ้าได้มาถึงยังผู้คนมากยิ่งขึ้น ก็จะมีการขอบพระคุณพระเจ้ามากยิ่งขึ้น และพระเจ้าก็จะได้รับเกียรติสิริมากยิ่งขึ้น

"ขอพระเจ้าอวยพรท่านและพิทักษ์รักษาท่านและประทานความรักที่แท้ของพระองค์แก่ท่าน
ขอพระเจ้าทรงอวยพรการงานของท่านพร้อมกับความช่วยเหลือจากเบื้องบน
ขอพระกำลังของพระองค์อยู่ในแขนของท่าน และขอความรักที่แท้ของพระองค์อยู่ในจิตใจของท่าน
ขอรอยยิ้มของพระองค์เป็นรางวัลของท่าน และพระเกียรติสิริเป็นเป้าหมายของท่าน"
(ไม่ทราบผู้แต่ง)

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Daily Remembrancer by J. Smith, July 29 (บทความสอนใจประจำวัน 29 กรกฎาคม)

The Believer's Daily Remembrancer, July 29

"I am a stranger in the earth." (Psalm 119:19)

As believers in Jesus, we are strangers here and citizens of heaven; our true family, treasure, and hearts are there.

Here we have no fixed home; nor should we take part in worthless deeds of evil; instead expose them.

The Bible is our light, our food, and our joy. Jesus promises to be our Friend and Guide. We should pray for the country in which we live; we should be thankful for it but set our affections on things above.

We should be neither impatient or reluctant to going home, but submit to our Father’s will. We should think of ill- treatment as permitted to do us good; and contrast our present state with heaven- our true home.

"I’d rather have Jesus than silver or gold;
I’d rather be His than have riches untold;
I’d rather have Jesus than anything
This world affords today."
(Rhea F. Miller, hymn "I'd Rather Have Jesus")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 29 กรกฎาคม

"ข้าพระองค์เป็นคนต่างด้าวบนแผ่นดินโลก" (สดุดี 119:19 THSV2011)

ในฐานะผู้เชื่อในพระเยซู เราเป็นคนต่างด้าวบนแผ่นดินโลก และเป็นพลเมืองชาวสวรรค์ ครอบครัวที่แท้ ทรัพย์สมบัติ และหัวใจของเราล้วนอยู่ที่นั่น

ที่นี่เราไม่มีบ้านที่ถาวร เราไม่ควรที่จะเข้าร่วมในการกระทำที่ชั่วร้ายอันไร้ค่า แต่เราควรจะเปิดเผยสิ่งเหล่านั้น

พระคัมภีร์เป็นแสงสว่างของเรา อาหารของเรา ความชื่นบานของเรา พระเยซูสัญญาที่จะเป็นสหายของเราและผู้ชี้ทางของเรา เราควรจะอธิษฐานเผื่อสำหรับประเทศที่เราอาศัยอยู่ เราควรจะขอบพระคุณสำหรับสิ่งนั้น แต่ให้จิตใจของเราจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่เบื้องบน

เราไม่ควรที่จะขาดความอดทนหรือลังเลใจที่จะกลับบ้าน แต่ยอมจำนนต่อพระประสงค์ของพระบิดาของเรา เราควรคิดถึงการถูกปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมว่าเป็นสิ่งที่ได้รับอนุญาตให้เกิดขึ้นเพื่อก่อให้เกิดผลดีแก่เรา และให้เราเปรียบเทียบให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างสภาวะในปัจจุบัน และสวรรค์ อันเป็นบ้านที่แท้จริงของเรา

"ข้าฯ ปรารถนาพระเยซูมากกว่าเงินหรือทอง
ข้าฯ ปรารถนาที่จะเป็นของพระองค์มากกว่าความมั่งมีเหลือคณานับได้
ข้าฯ ปรารถนาพระเยซูมากกว่าสิ่งใดๆ
ที่โลกนี้จะหยิบยื่นให้ได้ในวันนี้"
(Rhea F. Miller, hymn "I'd Rather Have Jesus")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

Daily Remembrancer by J. Smith, July 28 (บทความสอนใจประจำวัน 28 กรกฎาคม)

The Believer's Daily Remembrancer, July 28

"He will rescue us again." (2 Corinthians 1:10)

How many times God has rescued us from dangers! He will continue to do so.

He delivered us from spiritual death, by the blessed work of His Holy Spirit, and from eternal death by the sacrifice of His Son.

We were spiritually dead, but are now alive unto God, through faith in Jesus Christ. He who delivered us from the greatest evil- spiritual death, will not refuse to deliver us from lesser dangers!

Let us trust Him to deliver us. He knows how to deliver His people out of temptation. Paul testified, "The Lord stood with me, and strengthened me; and I was delivered out of the mouth of the lion; and the Lord shall deliver me from every evil work, and will preserve me unto His heavenly kingdom; to Whom be glory for ever and ever. Amen." (2 Timothy 4:17-18)

He who began the good work will complete it.

"How sweet the name of Jesus sounds
In a believer’s ear!
It soothes his sorrows, heals his wounds,
And drives away his fear."
(John Newton, hymn "How sweet the Name of Jesus sounds")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 28 กรกฎาคม

"พระองค์จะช่วยเราอีก" (2 โครินธ์ 1:10 THSV2011)

กี่ครั้งกี่คราที่พระเจ้าได้ช่วยชีวิตเราจากภยันตราย! พระองค์จะทำเช่นนั้นต่อไป

พระองค์ช่วยเราให้รอดพ้นจากความตายฝ่ายวิญญาณ ด้วยการงานแห่งพระพรของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และให้รอดพ้นจากความตายนิรันดร์ ด้วยการสละพระชนม์ของพระบุตรของพระองค์

เราเคยเป็นคนตายฝ่ายวิญญาณ แต่บัดนี้เรากลับมีชีวิตสู่พระเจ้า ผ่านทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์ พระองค์ผู้ที่ช่วยให้เรารอดพ้นจากความชั่วร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อันได้แก่ความตายฝ่ายวิญญาณ จะไม่ปฏิเสธที่จะช่วยเราให้รอดพ้นจากภยันตรายที่เล็กน้อยกว่านั้น!

ขอให้เราวางใจว่าพระองค์จะทรงช่วยเราให้รอดพ้น พระองค์ทรงทราบว่าจะช่วยประชากรของพระองค์ให้รอดพ้นจากการทดลองได้อย่างไร เปาโลได้กล่าวยืนยันว่า "องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงยืนอยู่ใกล้และประทานกำลังแก่ข้าพเจ้า ... แล้วข้าพเจ้าจะได้รับการช่วยให้รอดจากปากสิงโต ... และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะโปรดช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากการร้ายทุกอย่าง และจะทรงช่วยข้าพเจ้าให้รอดเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ของพระองค์ ขอพระสิริมีแด่พระองค์สืบๆ ไปชั่วนิตย์นิรันดร์ อาเมน" (2 ทิโมธี 4:17-18 THSV)

พระเจ้าผู้ทรงเริ่มต้นการดีจะทำให้สำเร็จ

"พระนามของพระเยซูช่างฟังดูหวานชื่นเพียงไร
ในหูของผู้เชื่อคนหนึ่ง!
พระนามนั้นบรรเทาความเศร้าโศกของเขา เยียวยาบาดแผลของเขา
และขับเอาความกลัวของเขาออกไป"
(John Newton, เพลง "How sweet the Name of Jesus sounds")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Daily Remembrancer by J. Smith, July 27 (บทความสอนใจประจำวัน 27 กรกฎาคม)

The Believer's Daily Remembrancer, July 27

"I will wait for the Lord." (Isaiah 8:17)

The Lord had concealed His face. Yet the church determined not to give in to fear. It is a great trial to the believer when God withdraws a consciousness of His presence, but it is still the believer’s privilege to wait daily in prayer, fully persuaded that God will in His time turn again, and display His forgiving love.

We must not give up hope; but we must wait in faith, believing His word and trusting His faithfulness. Nothing should be allowed to weaken our faith in God’s Word. He waits for the best time to be gracious, and we should wait for His time to be comforted, or delivered.

Wait on the Lord, and keep His way. Wait as a servant for the master’s return; as a child for the father’s blessing.
Jesus says, "Behold I come quickly." (Revelation 22:20)

"I waited for the Lord my God
And patiently did bear;
At length to me He did incline
My voice and cry to hear." (Psalm 40:1)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 27 กรกฎาคม

"ข้าพเจ้าจะรอคอยพระยาห์เวห์" (อิสยาห์ 8:17 THSV2011)

องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ปกปิดพระพักตร์ของพระองค์ไว้ อย่างไรก็ดี คริสตจักรตัดสินใจที่จะไม่กลัว

นี่เป็นการทดลองที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้เชื่อ เมื่อพระเจ้านำความรู้สึกตัวของการสถิตอยู่ของพระองค์ออกไป แต่นั่นยังคงเป็นสิทธิพิเศษสำหรับผู้เชื่อที่จะรอคอยพระองค์ในแต่ละวันด้วยการอธิษฐาน ด้วยความเชื่อมั่นว่าพระเจ้าจะเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่ง และสำแดงถึงความรักที่แท้ (=ความเมตตากรุณา) ของพระองค์ที่นำมาซึ่งการอภัยบาป

เราจะต้องไม่เลิกหวังใจในพระองค์ แต่เราจะต้องรอคอยในความเชื่อ ด้วยเชื่อในพระคำของพระองค์ และวางใจในความสัตย์ซื่อของพระองค์ อย่ายอมให้สิ่งใดเลยมาทำให้ความเชื่อของเราในพระคำของพระเจ้าต้องอ่อนแอลง พระองค์รอคอยเวลาที่ดีที่สุดที่จะสำแดงพระคุณ และเราก็ควรที่จะรอคอยเวลาของพระองค์เมื่อเราจะได้รับการปลอบโยนจิตใจหรือได้รับการช่วยให้รอดพ้น

จงรอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้า และดำรงอยู่ในทางของพระองค์ รอคอยเหมือนดั่งผู้รับใช้คนหนึ่งที่รอคอยการกลับมาของเจ้านาย เหมือนดั่งบุตรคนหนึ่งที่รอคอยการอวยพรจากพ่อ

พระเยซูตรัสว่า "เราจะมาในเร็วๆ นี้แน่นอน" (วิวรณ์ 22:20 THSV2011)

"ข้าพเจ้าได้อดทนรอคอยพระยาห์เวห์ พระองค์ได้เอนพระองค์มายังข้าพเจ้า และฟังคำร้องทูลของข้าพเจ้า" (สดุดี 40:1 THSV2011)

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Daily Remembrancer by J. Smith, July 26 (บทความสอนใจประจำวัน 26 กรกฎาคม)

The Believer's Daily Remembrancer, July 26

"Do not receive the grace of God in vain." (2 Corinthians 6:1)

By "the grace of God" we are to understand "the everlasting gospel." It proclaims that God has come down to us in the person of Jesus Christ; that He has accepted the sufferings and death of Jesus, as the ground of our deliverance from death, and as our entitlement to Eternal Life.

God now assures us that He is our Friend; that He views us in Jesus as a NEW CREATION, all former things are passed away and forgotten; and He will make all who receive His word, and believe His Son, the righteousness of God in Him.

God encourages us to grow in faith, love and usefulness. Let us not receive this glorious message in vain.

"Defend me, Lord, from hour to hour,
And bless Your servant’s way,
Increase Your Holy Spirit’s power
Within me day by day.
Help me to be what I should be,
And do what I should do,
And ever with Your Spirit free,
My daily life renew."
(Unknown Author)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 26 กรกฎาคม

"อย่ารับพระคุณของพระเจ้าโดยไม่เกิดประโยชน์" (2 โครินธ์ 6:1 THSV2011)

โดย "พระคุณของพระเจ้า" เราจำเป็นต้องเข้าใจ "พระบารมีนิรันดร์ของพระเจ้า" (=ข่าวประเสริฐนิรันดร์) ซึ่งประกาศว่าพระเจ้าได้เสด็จลงมาหาเราในพระบุคคลของพระเยซูคริสต์ ว่าพระองค์ได้ยอมรับความทุกข์ยากและความตายของพระเยซู ให้เป็นพื้นฐานแห่งการรอดพ้นจากตายของเรา และให้เรามีสิทธิที่จะได้รับชีวิตนิรันดร์

พระเจ้าทำให้เราเชื่อมั่นว่าพระองค์เป็นสหายของเรา ว่าพระองค์ทอดพระเนตรเห็นว่าเราเป็น "คนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว" ในพระเยซู สิ่งสารพัดที่เก่าๆ ก็ล่วงไปและถูกลืมเรียบร้อยแล้ว และในพระองค์ พระองค์จะทำให้บรรดาผู้ที่รับเอาพระคำของพระองค์และเชื่อวางใจในพระบุตรของพระองค์ ได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้า

พระเจ้าส่งเสริมให้เราเติบโตในความเชื่อ ความรักที่แท้ และการเป็นคนใช้การได้ ขอที่เราจะไม่รับเอาข้อความแห่งพระเกียรติสิรินี้โดยไม่เกิดประโยชน์

"โอพระเจ้า ขอทรงปกป้องข้าฯ ในทุกๆ ชั่วโมง
และอวยพรหนทางของผู้รับใช้ของพระองค์
ขอทรงเพิ่มฤทธิ์อำนาจแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์
ที่อยู่ภายในข้าฯ ทุกๆ วัน
ขอทรงช่วยข้าฯ ให้เป็นสิ่งที่ข้าฯ ควรจะเป็น
และทำในสิ่งที่ข้าฯ ควรจะทำ
และเป็นไทตลอดเวลาด้วยพระวิญญาณของพระองค์
ขอทรงทำให้ชีวิตประจำของข้าฯ มีชีวิตชีวา"
(ไม่ทราบผู้แต่ง)

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Daily Remembrancer by J. Smith, July 25 (บทความสอนใจประจำวัน 25 กรกฎาคม)

The Believer's Daily Remembrancer, July 25

"Be still, and know that I am God." (Psalm 46:10)
The infinitely wise, gracious, all powerful God orders the affairs of His children.
Sometimes we are amazed at the troubles that come our way! Reason is confused, our faith Is shaken; but God’s Word reminds us to "Be still." He will not harm us, nor will He let others do so. We must wait before Him, as a lamb in the shepherd’s arms. He does according to His will in heaven and on earth. No one can question God’s right to do His will.
Let us then be silent before Him. He is our God, and we are His people; His mercy and His truth are everlasting. Let us not complain, for He is our Heavenly Father; let us not fear, for He is faithful; let us pray to Him, surrendering ourselves into His hands with, "Here I am, do with me as seems good to You."
"Father, thank You that in every trial, challenge, and difficulty, You are behind the scenes working things out for our good. Help us to see Your hand in everything. Amen."
(Our Daily Bread 12/10/2009)
Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

บทความสอนใจประจำวัน 25 กรกฎาคม

"จงนิ่งเสีย และรู้เถิดว่า เราคือพระเจ้า" (สดุดี 46:10 THSV2011)
พระเจ้าผู้ทรงมีพระปัญญาอย่างไม่จำกัด เปี่ยมด้วยพระคุณ และทรงฤทธานุภาพสูงสุด ได้จัดระเบียบเรื่องราวของบุตรของพระองค์
บางครั้งเราก็อัศจรรย์ใจเมื่อปัญหาเกิดขึ้นในทางของเรา! เหตุผลก็สับสน ความเชื่อของเราก็สั่นคลอน แต่พระคำของพระเจ้าเตือนเราให้ "นิ่งเสีย" พระเจ้าจะไม่ทำร้ายเราหรือยอมให้ใครทำร้ายเราเลย เราจะต้องรอคอยพระองค์เหมือนดังที่ลูกแกะที่อยู่ในอ้อมแขนของผู้เลี้ยง พระองค์ทำตามพระประสงค์ของพระองค์ในสวรรค์และบนโลกนี้ ไม่มีใครสงสัยได้เลยถึงสิทธิอำนาจของพระเจ้าในการที่พระองค์ทำตามพระประสงค์ของพระองค์
ดังนั้น ขอให้เราสงบเงียบต่อพระพักตร์พระองค์ พระองค์เป็นพระเจ้าของเรา และเราเป็นประชากรของพระองค์ พระเมตตาและความจริงของพระองค์ดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ ขอที่เราจะไม่บ่น เพราะพระองค์เป็นพระบิดาในสวรรค์ของเรา ขอที่เราจะไม่กลัว เพราะพระองค์ทรงสัตย์ซื่อ ขอให้เราอธิษฐานต่อพระองค์ ด้วยยอมจำนนตัวของเราเองให้อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ พร้อมกล่าวว่า "ข้าพระองค์อยู่ที่นี่ ขอทรงทำกับข้าพระองค์ตามที่พระองค์ทรงเห็นชอบเถิด"
"พระบิดาเจ้า ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงกระทำกิจอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้เกิดผลดีแก่ข้าพระองค์ในทุกๆ การทดลอง ความท้าทายและความยากลำบาก ขอทรงโปรดช่วยให้เรามองเห็นพระหัตถ์ของพระองค์ในทุกสิ่ง อาเมน"
(มานาประจำวัน 12/10/2009)
Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie