Sunday, 17 November 2019

บทความสอนใจประจำวัน 17 พฤศจิกายน


"ให้คืนดีกับพระเจ้า" (2 โครินธ์ 5:20)

บทความสอนใจประจำวัน 17 พฤศจิกายน

"ให้คืนดีกับพระเจ้า" (โครินธ์ 5:20 THSV2011)

พระเจ้าเป็นความรักแท้ พระองค์เกลียดชังความบาป ในความรักแท้ที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์สำหรับเรานั้น พระองค์ให้พระเยซูซึ่งเป็นพระบุตรองค์เดียวของพระองค์มาตายเพื่อบาปของเราและนำเราให้คืนดีกับพระเจ้า

เมื่อเราสารภาพบาปของเราและยอมรับว่าพระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยของเรา เราก็ได้คืนดีกับพระเจ้า

ผ่านทางความเชื่อในพระเยซู เราก็ได้รับการยกโทษบาปทั้งหมด ได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ซึ่งปลอบใจเราและสอนเรา ได้รับพระสัญญาแห่งนิรันดร์กาลในสวรรค์ และได้รับพระพรมากมายเหลือคณานัตามหนทางสู่สวรรค์นั้น!

เราพอใจที่จะดำเนินชีวิตห่างจากพระเจ้าหรือไม่? พระคำของพระองค์ที่มีต่อเราในเช้าวันนี้ คือ "จงกลับมาหาพระเจ้า"

"มีหนทางกลับสู่พระเจ้า
จากทางเดินอันมืดมิดแห่งบาป
มีประตูที่เปิดออก
และคุณอาจเปิดเข้าไปได้
ที่กางเขนบนภูเขานั้นคือที่ที่คุณจะเริ่มต้น
เมื่อคุณมาหาพระเยซูในฐานะคนบาปคนหนึ่ง"
(Eric Hubert Swinstead
เพลง "There's A Way Back To God")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

November 17

"Be reconciled to God." (2 Corinthians 5:20)

God is love. He hates sin. In His great love for us He gave His only begotten Son, Jesus, to die for our sins and reconcile us to God.

When we confess our sins and accept Jesus as our Lord and Saviour, we are reconciled to God.

Through faith in Jesus we have forgiveness of all sin, the Holy Spirit to comfort and teach us, the promise of Eternity in heaven, and countless blessings along the Way!

Are we content to walk at a distance from God? His Word to us this morning is"Come back to God."

"There's a way back to God
From the dark paths of sin.
There's a door that is open
And you may go in.
At Calvary's Cross is where you begin
When you come as a sinner to Jesus."
(Eric Hubert Swinstead, hymn "There's A Way Back To God")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie




Saturday, 16 November 2019

บทความสอนใจประจำวัน 16 พฤศจิกายน


"ลุกขึ้น ไปให้พ้น! เพราะนี่ไม่ใช่ที่พักของพวกเจ้า" (มีคาห์ 2:10)

บทความสอนใจประจำวัน 16 พฤศจิกายน

"ลุกขึ้น ไปให้พ้น! เพราะนี่ไม่ใช่ที่พักของพวกเจ้า" (มีคาห์ 2:10 TNCV)

ไม่มีที่พักอันถาวรสำหรับผู้เชื่ที่นี่ เรากำลังเดินทางผ่านเขตแดนของศัตรูไปสู่สวรรค์ เสียงหนึ่งที่ดังก้องในหูของเราทุกวัน คือ "ลุกขึ้น ไปให้พ้น"

ในแต่ละวัน เราควรมีความก้าวหน้า อย่าสะสมทรัพย์สมบัติในโลกนี้ ต่สะสมทรัพย์ไว้ในสวรรค์!

หากคุณกำลังมีความก้าวหน้าฝ่ายวิญญาณที่ดี คุณสามารถคาดหวังว่าจะเจอความทุกข์ยากจาก "โลก"

ดาวิด ผู้ซึ่งทำนายการทนทุกข์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า เขียนว่า "เหล่าสุนัขรายล้อมข้าพระองค์ ... พวกเขาทิ่มแทงมือและเท้าของข้าพระองค์" (สดุดี 22:16)

จงจำไว้ว่า "ถ้าเราอดทน เราก็จะได้ครองร่วมกับพระองค์ด้วย" (2 ทิโมธี 2:12)

"พระผู้ช่วย ครั้นเวลาแห่งเมืองศิโยน (สวรรค์)
ซึ่งข้าฯ เป็นสมาชิก ผ่านทางพระคุณ 
ยอมให้โลกหัวเราะเยาะและสงสาร
ข้าฯ จะถวายเกียรติพระนามพระองค์
ความพึงพอใจสูงสุดของโลกนี้ก็จืดจาง
รวมถึงทุกสิ่งที่โลกนี้โอ้อวดและแสดงออก
แต่ไม่มีใครเลย ยกเว้นบุตรของศิโยนเท่านั้น
ที่รู้จักกับความชื่นชมยินดีที่มั่นคงและทรัพย์สมบัติอันถาวร"
(John Newton, เพลง "Glorious Things of Thee Are Spoken")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

November 16

"Arise and depart, for this is not your rest." (Micah 2:10)

There is no permanent home for the believer here- we are on a journey through enemy territory to heaven. A voice is daily sounding in our ears, "Arise and depart."

Each day we should be making progress. Don't lay up treasures on earth- but lay them up in heaven!

If you are making good spiritual progress you can expect trouble from the "world".

David, in foretelling the Lord's sufferings wrote "My enemies surround Me like a pack of dogs-----they have pierced My hands and feet." (Psalm 22:16)

Remember "if we suffer with Him, we shall also reign with Him." (2 Timothy 2:12)

"Saviour, since of Zion's city* (*heaven)
I through grace a member am,
Let the world deride or pity,
I will glory in Your Name.
Fading are the world's best pleasures,
All it's boasted pomp and show;
Solid joys and lasting treasures
None but Zion's children know."
(John Newton, hymn "Glorious Things of Thee Are Spoken")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie




Friday, 15 November 2019

บทความสอนใจประจำวัน 05 พฤศจิกายน


"แต่จงเจริญขึ้นในพระคุณของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของเราและรู้จักพระองค์มากขึ้น" (2 เปโตร 3:18)

บทความสอนใจประจำวัน 05 พฤศจิกายน

"แต่จงเจริญขึ้นในพระคุณของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของเราและรู้จักพระองค์มากขึ้น" (2 เปโตร 3:18 TNCV)

"จงอ่านพระคัมภีร์ของคุณ อธิษฐานทุกวัน แล้วคุณจะเติบโต เติบโต เติบโต" คำกล่าวจากเพลงสำหรับเด็กนี้ได้บอกเราอย่างชัดเจนถึงวิธีที่เราจะสามารถ "เติบโตในพระคุณและความรู้"

ในฐานะผู้เชื่อในพระเยซู เราจะต้องเติบโตในพระคุณทุกประการ ในความเชื่อ ความรู้ ความรักแท้ ความหวัง และความซื่อสัตย์

พระเยซูสนับสนุนให้เราขอ แล้วเราจะได้รับ

"ข้าแต่พระบิดาในสวรรค์ ขอทรงให้ข้าพระองค์บริบูรณ์ด้วยความชื่นชมยินดีและสันติสุขทั้งปวงเมื่อข้าพระองค์วางใจในพระองค์ เพื่อว่าข้าพระองค์จะเปี่ยมล้นด้วยความหวังโดยฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ขอที่ข้าพระองค์จะบริบูรณ์ด้วยความดี และสามารถช่วยผู้อื่นได้ (โรม 15:13-14) โอ ขอที่ข้าพระองค์จะเต็มล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และด้วยฤทธิ์เดช ในพระนามพระเยซู อาเมน"

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

November 05

"Grow in grace and the knowledge of our Lord and Saviour, Jesus Christ." (2 Peter 3:18)

"Read your Bible, pray every day, and you'll grow, grow, grow." The words of this children's song tell us clearly how we can "grow in grace and knowledge."

As believers in Jesus we are to grow in every grace, in faith, knowledge, love, hope and faithfulness.

Jesus encourages us to ask and we will receive.

"Heavenly Father, fill us with all joy and peace in believing, that we may abound in hope by the Holy Spirit. May we be full of goodness and able to help others. (Romans 15:13-14) O to be filled with the Holy Spirit and with power. In Jesus' name. Amen."

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie




Thursday, 14 November 2019

บทความสอนใจประจำวัน 14 พฤศจิกายน


"จงคิดใคร่ครวญถึงสิ่งยิ่งใหญ่ทั้งหลายที่พระองค์ทรงกระทำเพื่อท่าน" (1 ซามูเอล 12:24)

บทความสอนใจประจำวัน 14 พฤศจิกายน

"จงคิดใคร่ครวญถึงสิ่งยิ่งใหญ่ทั้งหลายที่พระองค์ทรงกระทำเพื่อท่าน" (1 ซามูเอล 12:24 TNCV)

เรามีแนวโน้มที่จะจดจ่ออยู่กับวามทุกข์ยากของเรา และลืมพระเมตตาอันมากมายของพระเจ้า

พระเจ้าให้พระบุตรของพระองค์เพื่เป็นพระผู้ช่วยของเรา พระองค์ได้ให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อเป็นผู้นำทางและผู้เล้าโลมใจของเรา และให้พระคำของพระองค์เพื่อเป็นเครื่องชี้ทางแก่เรา พระองค์ได้เรียกเราโดยพระคุณของพระองค์ เมื่อเรากำลังจะมุ่งหน้าไปยังนรก พระองค์ให้หัวใจใหม่แก่เราและยกโทษบาปของเรา พระองค์ได้ให้ความเชื่อเพื่อเราจะวางใจในพระสัญญาของพระองค์ พระองค์ได้จัดหาสิ่งจำเป็นต่างๆ ให้แก่เรา แก้ไขความผิดพลาดของเรา และไม่มีสิ่งดีสิ่งใดที่พระองค์จะหวงไว้จากเรา

พระเจ้าของเราเป็นพระเจ้าแห่งความหลุดพ้น จงคิดถึงความดีทั้งสิ้นของพระองค์ และถวายเกียรติสิริแด่พระองค์ทุวัน พระองค์จะยังคงทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้เพื่อเรา และเราจะถวายเกียรติสิริแด่พระองค์ตลอดชั่วนิรันดร์

"เมื่อเราได้ไปอยู่เมืองสวรรค์ ช้านานนับหลายพันปี
ยังมีเวลาร้องเพลงสรรเสริญ เท่ากันกับเมื่อเริ่มต้น"
(John Newton, เพลง "Amazing Grace")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

November 14

"Think of all the wonderful things He has done for You." (1 Samuel 12:24)

We have a tendency to concentrate on our miseries and forget God's many mercies.

God gave His Son to be our Saviour. He has given the Holy Spirit to be our Guide and Comforter and His Word to give us direction. He called us by His Grace when we were heading to hell. He gave us new hearts and pardoned our sins. He has given us faith to trust His promises. He has supplied all our needs, corrected our mistakes, and no good thing has He kept from us.

Our God is the God of Salvation. Think of all His goodness and glorify Him daily. He will yet do even greater things for us and we shall glorify Him throughout Eternity.

"When we've been there ten thousand years
Bright shining as the sun.
We've no less days to sing God's praise 
Than when we first begun."
(John Newton, hymn "Amazing Grace")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie




Wednesday, 13 November 2019

บทความสอนใจประจำวัน 13 พฤศจิกายน


"ไม่ใส่ร้ายป้ายสีใคร" (ทิตัส 3:2)

บทความสอนใจประจำวัน 13 พฤศจิกายน

"ไม่ใส่ร้ายป้ายสีใคร" (ทิตัส 3:2 TNCV)

พระผู้ช่วยของเราสั่งให้เรารักศัตรูของเรา ทำดีต่อผู้ที่เกลียดชังเราและทำร้ายเรา อธิษฐานเผื่อพวกเขา และหาหนทางที่พวกเขาจะได้รับควาหลุดพ้น

หากเราใส่ร้ายป้ายสีใคร เราก็ทำให้พระเจ้าเสียเกียรติ นำความผิดมาสู่ตัวเราเอง และทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่พอใจ

ในฐานะผู้เชื่อในพระเยซู เราไม่ใช่เจ้าของตัวเราเอง พระองค์ได้จ่ายราคาสูงเพื่อความหลุดพ้นของเราบนกางเขนนั้น เราเป็นของพระองค์ รวมถึงลิ้นของเราด้วย!

จงอย่ายอมให้ตัวคุณเองคิดไม่ดีต่ผู้อื่น อิจฉาผู้อื่น รู้สึกโกรธและขื่นขม หรือหาทางแก้แค้น จงนำสิ่งนั้นมาเข้าเฝ้าพระเจ้าใการอธิษฐาน และฝากไว้กับพระองค์ พระองค์จะแก้ไขสิ่งที่ผิดทุกอย่างในเวลาของพระองค์

"ขอให้วาจาที่ออกจากปากและการใคร่ครวญในใจของข้าพระองค์นั้น 
เป็นที่พอพระทัยในสายพระเนตรของพระองค์ 
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า 
พระศิลาและพระผู้ไถ่ของข้าพระองค์" (สดุดี 19:14 TNCV)

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

November 13

"Speak evil of no one." (Titus 3:2)

We are commanded by our Saviour to love our enemies; to do good to those who hate us, and hurt us; to pray for them and seek their salvation.

If we speak evil of anyone we dishonour God; bring guilt upon ourselves and displease the Holy Spirit.

As believers in Jesus we are not our own. He has paid the price for our salvation by His death on the Cross. We are His- including our tongues!

Never allow yourself to think evil of others; to be jealous of others; to feel angry and bitter, or seek revenge. Take it to God in prayer, and leave it with Him. He will right every wrong in His time.

"Lord, let the words I speak
Be pleasing in Your sight,
And may my inmost thoughts
Be in Your judgement right.
O Lord, You are a Rock to me;
You have redeemed and set me free." (Sing Psalms 19:14)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie




Tuesday, 12 November 2019

บทความสอนใจประจำวัน 12 พฤศจิกายน


"องค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นพระผู้ช่วยของข้าพเจ้า" (ฮีบรู 13:6)

บทความสอนใจประจำวัน 12 พฤศจิกายน

"องค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นพระผู้ช่วยของข้าพเจ้า" (ฮีบรู 13:6 THSV2011)

ช่างเป็นคำให้กำลังใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนที่เชื่อในพระเยซูจริงๆ!

เราเป็น "ยิ่งกว่าผู้พิชิต" ตัวเราเองไม่สามารถทำอะไรได้เลยหากไม่มีพระเจ้า แต่ "เราสามารถทำทุกสิ่งได้ผ่านทางพระคริสต์ผู้ให้กำลังแก่เรา" พระองค์จะช่วยเราในทุกความทุกข์ร้อนและความยากลำบาก นำเราออกจากทุกปัญหา และนำทางเราไปยังบ้านแห่งสวรรค์ พระองค์ได้สัญญาทั้งหมดนี้กับทุกคนที่วางใจในพระองค์ รอคอยในพระองค์ ดำเนินชีวิตกับพระองค์ และมีเป้าหมายที่จะถวายเกียรติสิริแด่พระองค์

ขอให้เราอยู่ใกล้พระเยซู (ด้วยการอ่านพระคัมภีร์และการอธิษฐาน) มีมโนธรรมที่บริสุทธิ์ และฝึกฝนความเชื่อที่เรียบง่ายในพระเจ้าของเรา เมื่อนั้นเราจะได้กล่าวอย่างกล้าหาญว่า "องค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นพระผู้ช่วยของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่กลัว ใครจะทำอะไรกับข้าพเจ้าได้เล่า?"

หากพระเจ้าช่วยเราแล้ว ไม่มีอำนาจใดจะมาชนะเราได้!

"เราทุกคนต้องเผชิญปัญหาและการทดลอง
แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่เคียงข้างและไม่ปล่อยให้เราล้มลง
พระองค์จะอุ้มชูเราให้ผ่านพ้น และให้พระคุณแก่เรามากขึ้น
ขณะที่เราอ่านพระคำของพระองค์ และเพ่งมองดูพระพักตร์ของพระองค์"
(G. F.)

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

November 12

"The Lord is my helper." (Hebrews 13:6)

What a great encouragement to those who believe in Jesus!

We are "more than conquerors." We ourselves can do nothing right apart from God; but "we can do all things through Christ who strengthens us."He will help us in every distress and difficulty, bring us out of every trouble and lead us to our heavenly home. All this is promised to everyone who trusts in Him, waits for Him, walks with Him and aims to glorify Him.

Let us keep close to Jesus (by reading the Bible and prayer); have a clear conscience; and exercise simple faith in our God. Then we may boldly say, "The Lord is my helper, I will not fear. What can man do to me?"

If God helps us, no power can overcome us!

"Troubles and trials are sent to us all,
But our Lord is beside us and won't let us fall;
He'll carry us through, and give us more grace,
As we look in His Word, and gaze on His face."
(G. F.)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie




Monday, 11 November 2019

บทความสอนใจประจำวัน 11 พฤศจิกายน


"สิ่งที่เราบอกกับท่านเราก็บอกกับทุกๆ คนว่า 'จงเฝ้าระวัง!' " (มาระโก 13:37)

บทความสอนใจประจำวัน 11 พฤศจิกายน

"สิ่งที่เราบอกกับท่านเราก็บอกกับทุกๆ คนว่า 'จงเฝ้าระวัง!' " (มาระโก 13:37)

เราไม่รู้ว่าเราจะจากโลกนี้ไปเมื่อไร เราไม่รู้เช่นกันว่าพระเยซูจะกลับมาเมื่อไร ดังนั้นพระองค์จึงสั่งให้เราพร้อมเสมอ

เราควรปรารถนาและอธิษฐานขอการกลับมาของพระองค์ทุกวั การกลับมาของพระองค์แน่นอนและจะเป็นไปอย่างเฉียบพลัน พระเจ้าไม่บอกเราถึงเวลาของการมานี้อย่างมีวัตถุประสงค์ในพระปัญญาและพระเมตตาของพระองค์

เราควรเฝ้าดูหมายสำคัญของการกลับมาของพระองค์ (มัทธิว 24, ลูกา 21)

เราควรดำรงชีวิตดังเช่นที่เราอยากให้พระองค์มาพบเรา

คุณปรารถนาให้พระองค์พบเราขณะที่เรากำลังใช้เวลาอย่างสูญเปล่า บ่นคร่ำครวญ หรือทำบาปอยู่หรือไม่?

จงเฝ้าระวังบาปทุกอย่าง จงทำทุกสิ่งที่คุณทำได้เพื่อช่วยให้ผู้อื่นได้รู้จักองค์พระผู้เป็นเจ้า

"เมื่อกษัตริย์ผู้ทรงพระสิริของข้าฯ เสด็จมา
เพื่อนำผู้ที่พระองค์ไถ่ไว้กลับบ้าน
เมื่อนั้นเราจะร้องบทเพลงบทใหม่
สรรเสริญพระเจ้า! องค์พระผู้ไถ่!"
(P. Bliss, เพลง "Hallelujah, What a Savior")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

November 11

"I say to you, what I say to everyone, 'Watch for Him.' " (Mark 13:37)

We don't know when we'll die, nor do we know when Jesus will return, so we are commanded to be always ready.

We should be daily longing for and praying for His coming. It is certain and will be sudden. God in His wisdom and mercy has purposely not told us when it will be.

We should watch for the signs of His coming (Matthew 24, Luke 21).

We should live as we would like Jesus to find us.

Would you wish to be found wasting time – grumbling- sinning?

Watch against every sin. Do all you can to help others to know the Lord.

"When He comes, our glorious King, 
All His ransomed home to bring, 
Then anew this song we'll sing, 
Hallelujah! What a Saviour!" 
(Philip P. Bliss, hymn "Hallelujah! What a Savior!")
*Matthew24 & Luke 21

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie