Friday, 23 June 2017

บทความสอนใจประจำวัน 23 มิถุนายน


"พวกฮีบรูเหล่านี้มาทำอะไร?" (1 ซามูเอล 29:3)

บทความสอนใจประจำวัน 23 มิถุนายน

"พวกฮีบรูเหล่านี้มาทำอะไร?" (1 ซามูเอล 29:3 THSV2011)

กองทัพของดาวิดได้เคลื่อนทัพไปร่วมกับกองทัพของฟิลิสเตีย นี่เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด และเป็นสิ่งผิดเมื่อประชากรของพระเจ้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันกับโลกนี้ ซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่พระคัมภีร์สอนไว้

เราอาจถามว่า "พวกคริสเตียนเหล่านี้มาทำอะไรที่นี่? เหตุใดคุณถึงร่วมเป็นพวกเดียวกันกับโลก? เจ้านายของคุณกล่าวว่า 'จงออกมาและแยกตัวออกต่างหาก' การอยู่ที่นี่ของคุณเป็นการสนับสนุนบาปหรือไม่? พระองค์ได้บอกไว้ว่า 'จงบริสุทธิ์เพราะเราบริสุทธิ์' คุณกำลังทำอะไรในดินแดนของซาตาน? หรือในยศตำแหน่งของข้าศึก?"

สหายที่รัก คุณควรที่จะอยู่ใกล้ชิดกับพระเยซูเหนือสิ่งอื่นใด จงเป็นสหายกับคนของพระองค์ และรักษาชีวิตของคุณไว้ไม่ให้ด่างพร้อยด้วยทางของโลก

"จงนำโลกนี้ไป และให้พระเยซูแก่ข้าฯ
ความวางใจของข้าฯ อยู่ที่กางเขนของพระองค์
จนกว่าจะได้เห็นนิมิตที่ชัดและสว่างจ้ามากขึ้น
เมื่อข้าฯ ได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าฯ ต่อหน้า"
(Fanny J. Crosby, เพลง "Take the World, But Give Me Jesus")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

June 23

"What are these Hebrews doing here?" (1 Samuel 29:3)

David's army were marching along with the Philistine army; this was decidedly wrong; and it is as wrong when God's people unite with the world contrary to the teaching of the Bible.

We may ask "What are these Christians doing here? Why are you joining with the world? Your Master has said, 'Come out and be separate.' Do you by your presence sanction sin? He has said, 'Be holy, for I am holy.' What are you doing on Satan's ground? In the enemy's ranks?"

Dear friends, you should above all keep close to Jesus; be friends with His people, and keep yourselves unspotted from the world.

"Take the world, but give me Jesus,
In His cross my trust shall be,
Till with clearer, brighter vision,
Face to face my Lord I see." 
(Fanny J. Crosby, hymn "Take the World, But Give Me Jesus")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


Thursday, 22 June 2017

บทความสอนใจประจำวัน 22 มิถุนายน


"พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ" (1 โครินธ์ 10:13)

บทความสอนใจประจำวัน 22 มิถุนายน

"พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ" (1 โครินธ์ 10:13 TKJV)

นี่เป็นที่ยึดเหนี่ยวของผู้เชื่อ หลายครั้งหลายคราที่เราสั่นคลอนเพราะความไม่เชื่อ เราอาจไม่รู้สึกถึงการอยู่ด้วย ฤทธิ์อำนาจ และการปลอบโยนจิตใจของพระวิญญาณบริสุทธิ์เลย เราอาจไม่ค่อยชื่นชอบที่จะอธิษฐาน เราอาจถูกทดลองโดยซาตาน และอาจอารมณ์เสียจากความคิดที่คอยรบกวน แต่พระเจ้าไม่มีวันทำให้เราผิดหวัง ครั้งแล้วครั้งเล่าที่พระองค์ทำให้สันติสุขและความชื่นบานของเรากลับสู่สภาพดี

ช่วงเวลาที่ยากลำบากของเรามักจะตามมาด้วยความชื่นบานพิเศษ คำสัญญาจากพระคัมภีร์สามารถนำมาใช้ได้กับจิตใจของเรา และเราก็เต็มไปด้วยการปลอบโยนจิตใจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เมื่อนั้นจิตใจของเราจะละลายไปต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้า และเราจะสามารถทำได้เพียงแต่สรรเสริญพระเจ้าสำหรับความบริบูรณ์แห่งพระคุณที่มีอำนาจสูงสุดที่เราได้รับเปล่าๆ

สหายที่รัก ในคืนที่มืดมิดที่สุด จงระลึกว่า "พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ" (1 โครินธ์ 10:13 TKJV)

"พระองค์ทรงนำข้าพระองค์ด้วยคำปรึกษาของพระองค์ และภายหลังพระองค์จะทรงนำข้าพระองค์ให้ได้รับเกียรติยศ 
นอกจากพระองค์ ข้าพระองค์ไม่มีผู้ใดในฟ้าสวรรค์ นอกจากพระองค์แล้ว ข้าพระองค์ไม่ประสงค์สิ่งใดในโลก 
ร่างกายและจิตใจของข้าพระองค์จะวายไป แต่พระเจ้าทรงเป็นกำลังใจและเป็นมรดกส่วนของข้าพระองค์เป็นนิตย์" (สดุดี 73:24-26 THSV2011)

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

June 22

"God is faithful." (1 Corinthians 10:13)

This is the believer's anchor. We may, at times, be shaken by unbelief. We may feel nothing of the presence, power, or comforts of the Holy Spirit. We may have little inclination to pray. We are tempted by Satan, and may be upset with disturbing thoughts. But God never fails us; again and again He restores us to peace and joy.

Our most trying times are often followed by special joys. The promises of the Bible are applied to our souls, and we are filled with the comforts of the Holy Spirit. Then our souls melt before the Lord, and we can only praise God for the riches of His free and sovereign grace.

Dear friends, in the darkest night , remember "God is faithful." (1 Corinthians 10:13)

"To Your glory you will bring me
With Your counsel as my guide.
I have none but You in heaven;
All on earth I lay aside.
Flesh and heart may fail, but ever
God my portion will abide." (Psalm 73:24-26)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


Wednesday, 21 June 2017

บทความสอนใจประจำวัน 21 มิถุนายน

"ทำไมพวกเจ้ากลัว? พวกเจ้าไม่มีความเชื่อหรือ?" (มาระโก 4:40)

บทความสอนใจประจำวัน 21 มิถุนายน

"ทำไมพวกเจ้ากลัว? พวกเจ้าไม่มีความเชื่อหรือ?" (มาระโก 4:40 THSV2011)

ที่ไหนที่มีความเชื่อน้อยนิด ที่นั่นก็มีความกลัวมากมาย เหล่าสาวกเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก และพระเยซูพูดกับพวกเขาว่า "ทำไมพวกเจ้ากลัว? พวกเจ้าไม่มีความเชื่อหรือ?" (มาระโก 4:40 THSV2011)

แน่ทีเดียว พระบิดาในสวรรค์อาจจะกำลังถามเราด้วยคำถามเดียวกัน "ทำไมเจ้าถึงไม่เชื่อคำของเรา? ทำไมเจ้าถึงไม่วางใจในการอยู่ด้วย ฤทธิ์อำนาจ และความรักแท้ของเรา? ทำไมเจ้าไม่มองดูเราเพื่อที่เราจะได้ให้สิ่งจำเป็นแก่เจ้า? เราไม่ได้สัญญาไว้กับเจ้าอย่างชัดเจนหรอกหรือ? เราไม่ได้ทำตามคำสัญญาของเราครั้งแล้วครั้งเล่าหรอกหรือ? เราไม่ได้สัญญาว่าจะให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของเราแก่เจ้าหรอกหรือ? เราไม่ได้ให้พระบุตรของเราเพื่อเจ้าและแก่เจ้าหรอกหรือ? เราไม่ได้อยู่กับเจ้าในทุกความยากลำบากหรอกหรือ? เหตุใดเจ้าจึงไม่มีความเชื่อ?"

สหายที่รัก ขอให้เราถ่อมใจลงต่อหน้าพระเจ้า ขอให้เราสารภาพว่าเราขาดความเชื่อและอธิษฐานขอความเชื่อ ขอให้เราแสวงหาพระเจ้าในทุกที่และในทุกสิ่ง

"พระองค์ทรงเป็นที่กำบังของข้าพระองค์ พระองค์ทรงปกป้องข้าพระองค์จากความยากลำบาก พระองค์ทรงล้อมข้าพระองค์ไว้ด้วยเพลงฉลองการช่วยกู้" (สดุดี 32:7 THSV2011)

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

June 21

"How is it that you have no faith?" (Mark 4:40)

Where there is little faith there are many fears. The disciples were filled with alarm, and Jesus asked them "How is it that you have no faith?" (Mark 4:40)

Our Heavenly Father may well ask us the same question. "Why do you not believe My Word? Why do you not trust My presence, power, and love? Why do you not look to Me to supply your need? Have I not made very clear promises? Have I not fulfilled My promises again and again? Have I not promised you My Holy Spirit? Have I not given My Son for you and to you? Have I not been with you in every difficulty? How is it then that you have no faith?"

Dear friends, let us humble ourselves before God; let us confess our lack of faith, and pray for faith. Let us look for God in every place and in every thing.

"You are my hiding – place, O Lord,
My true security.
You keep me safe in troubled days;
You circle me with joyful praise
When You have set me free." (Psalm 32:7)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


Tuesday, 20 June 2017

บทความสอนใจประจำวัน 20 มิถุนายน


"พระเจ้าทรงถือว่าพวกเขาเป็นคนชอบธรรมแล้ว" (โรม 8:33)

บทความสอนใจประจำวัน 20 มิถุนายน

"พระเจ้าทรงถือว่าพวกเขาเป็นคนชอบธรรมแล้ว" (โรม 8:33 THSV2011)

การถือว่าเป็นคนชอบธรรม คือ การประกาศว่าพ้นผิดและประกาศว่าชอบธรรม มีการยกโทษอย่างสมบูรณ์สำหรับทุกคนที่เชื่อวางใจในพระเยซู

"เมื่อคนผิดที่ชั่วร้ายที่สุดได้เชื่อวางใจอย่างแท้จริง เขาก็ได้รับการยกโทษบาปผิดจากพระเยซู" ไม่มีการลงโทษอีกต่อไป เราได้รับการยอมรับในพระเยซูคริสต์ ความบาปทั้งสิ้นได้รับการยกโทษเปล่าๆ และถูกลืมชั่วนิรันดร์ พระเจ้าได้ทิ้งความบาปทั้งสิ้นของเราและไม่จดจำอีกต่อไป และขณะนี้พระองค์ก็ประกาศว่าเราสะอาดบริสุทธิ์

"ใครจะฟ้องคนที่พระเจ้าได้ทรงเลือกไว้? พระเจ้าทรงถือว่าพวกเขาเป็นคนชอบธรรมแล้ว ใครจะเป็นผู้ลงโทษอีก? พระเยซูคริสต์หรือ? ผู้สิ้นพระชนม์แล้ว และยิ่งกว่านั้นอีกพระเจ้าทรงให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย พระองค์สถิต ณ เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า และทรงอธิษฐานขอเพื่อเราด้วย" (โรม 8:33-34 THSV2011)

"พระเยซู นามเหนือนามทั้งปวง
พระผู้ช่วยผู้งดงาม องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เปี่ยมด้วยพระคุณ
องค์อิมมานูเอล พระเจ้าผู้ทรงสถิตกับเรา
พระผู้ไถ่ผู้ได้รับการสรรเสริญ องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่"

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

June 20

"It is God who justifies." (Romans 8:33)

To be justified is to be acquitted, and pronounced righteous. There is complete forgiveness for all who believe in Jesus.

"The vilest offender who truly believes, that moment from Jesus a pardon receives." There is no more condemnation; we are accepted in Christ Jesus. All sins are freely forgiven and eternally forgotten. God has cast all our sins "behind His back", and now He pronounces us clean.

"Who dares accuse us whom God has chosen for His own? No one- for God Himself has given us right standing with Himself. Who then will condemn us? No one- for Christ Jesus died for us and was raised to life for us, and He is sitting in the place of honour at God's right hand pleading for us." (Romans 8:33-34)

"Jesus, Name above all names,
Beautiful Saviour, Glorious Lord. 
Emmanuel, God is with us ,
Blessed Redeemer, Living Word."

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


Monday, 19 June 2017

บทความสอนใจประจำวัน 19 มิถุนายน


"วิสุทธิชนทั้งสิ้นของพระองค์ก็อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์" (เฉลยธรรมบัญญัติ 33:3)

บทความสอนใจประจำวัน 19 มิถุนายน

"วิสุทธิชนทั้งสิ้นของพระองค์ก็อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์" (เฉลยธรรมบัญญัติ 33:3 THSV2011)

ผู้เชื่อทุกคนเป็นคนของพระเจ้า (วิสุทธิชน) ซึ่งได้รับการแยกไว้โดยวัตถุประสงค์ของพระเจ้า ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ได้รับการแยกไว้ต่างหากเพื่อพระเจ้า และได้อุทิศชีวิตเพื่อรับใช้พระองค์

คนของพระเจ้าทุกคนอยู่ในมือของพระเยซู อยู่ในมือแห่งพระเมตตาของพระองค์ ในมือแห่งฤทธิ์อำนาจของพระองค์ และในมือแห่งการจัดเตรียมของพระองค์ โลหิตอันล้ำค่าของพระองค์ได้ซื้อชีวิตเราไว้ พระบิดาได้มอบชีวิตเราไว้กับพระองค์ เราอยู่ภายใต้การปกป้องดูแลของพระองค์ เพื่อที่จะได้รับารดูแลให้พ้นจากซาตาน ความตาย และนรก เพื่อที่จะได้รับการนำทางผ่านโลกอันกันดารนี้ไปสู่บ้านที่อยู่เบื้องบนของพระบิดาของเรา เพื่อที่จะได้รับการปรับเปลี่ยนชีวิตโดยความเชี่ยวชาญของพระองค์และเป็นเหมือนพระเยซูมากขึ้นทุกวัน เพื่อที่จะได้รับการปกป้องคุ้มภัยจากพายุ เพื่อที่จะถูกใช้เพื่อถวายคำสรรเสริญแด่พระองค์และได้รับการยกชูสู่บัลลังก์แห่งนิรันดร์ของพระองค์

พวกเขาเป็นคนของพระองค์ พระองค์ได้เลือกพวกเขาไว้ให้เป็นเจ้าสาวของพระองค์ พระองค์ช่วยชีวิตพวกเขาไว้จากศัตรู พระองค์ให้ความชอบธรรมของพระองค์แก่พวกเขา พระองค์ได้ทำให้พวกเขาเป็นอย่างที่พวกเขาเป็นอยู่ขณะนี้และพระองค์จะให้เกียรติสิริแก่พวกเขาตลอดไป

"พระเยซูคริสต์ กษัตริย์ผู้ทรงเกียรติสิริ
พระบุตรนิรันดร์ของพระเจ้า
ถ่อมพระทัยมาประสูติโดยมารดาพรหมจารีย์ของพระองค์
หนทางอันต่ำต้อยที่พระองค์ก้าวไปช่างยากลำบาก
บาปถูกพิชิตโดยกางเขนของพระองค์
นรกได้รับการเผชิญหน้า
สวรรค์เปิดให้กับผู้เชื่อทั้งหลาย
คนบาปชอบธรรมได้โดยความเชื่อ"
(Christopher Martin Idle, เพลง "God, we praise you. God we bless you.")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

June 19

"All His saints are in Your Hand." (Deuteronomy 33:3)

Every believer is a saint, separated by the purpose of God; sanctified by the Holy Spirit; set apart for God, and devoted to His service.

Every saint is in the hand of Jesus- in the hand of His mercy- in the hand of His power- and in the hand of His providence. We have been bought by His precious blood; committed to Him by the Father; under His protection, to be kept from Satan, death, and hell; to be guided through this desert world to our Father's house above; to be shaped by His skill, and to become more and more like Jesus; to be sheltered from the storm; to be used for His praise, and lifted up to His eternal throne.

They are His saints; He chose them for His bride; He rescued them from the enemy; He claims them as His right; He made them what they are; and He will glorify them for ever.

"Jesus Christ, the King of glory,
Everlasting Son of God,
Humble was Your virgin mother,
Hard the lowly path you trod;
By Your cross is sin defeated,
Hell confronted face to face,
Heaven opened to believers, 
Sinners justified by grace."
(Christopher Martin Idle, hymn "God, we praise you. God we bless you.")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


Sunday, 18 June 2017

บทความสอนใจประจำวัน 18 มิถุนายน


"เราจะไม่ละทิ้งพวกท่านไว้ให้เป็นลูกกำพร้า" (ยอห์น 14:18)

บทความสอนใจประจำวัน 18 มิถุนายน

"เราจะไม่ละทิ้งพวกท่านไว้ให้เป็นลูกกำพร้า" (ยอห์น 14:18 THSV2011)

ผู้เชื่ออาจพบกับวันที่มืดมนละกลัวว่าพระเยซูได้ทอดทิ้งเขาแล้ว นี่เป็นธรรมชาติ แต่ไม่ใช่สิ่งที่พระคัมภีร์ได้สอนไว้ เพราะพระองค์ได้สัญญาไว้ว่า "เราจะไม่ละท่านหรือทอดทิ้งท่านเลย" (ฮีบรู 13:5)

ความรักแท้ของพระองค์ทำให้เรามั่นใจว่าพระองค์อยู่กับเราเสมอ พระองค์จะไม่มีวันละทิ้งเราไว้ให้เป็นลูกกำพร้า เราพึ่งพาพระองค์อย่างสิ้นเชิง พระองค์เป็นแหล่งของการปลอบใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับประชากรของพระองค์

พระองค์อาจยับยั้งการให้การปลอบใจของพระองค์และการรับรู้ถึงการสถิตอยู่ด้วยของพระองค์จากราในบางเวลาเพื่อตักเตือนและแก้ไขชีวิตของเรา แต่เราสามารถคาดหวังว่าพระองค์จะให้สิ่งนั้นแก่เราอีกครั้ง เพราะพระสัญญาของพระองค์ชัดเจน อีกทั้งธรรมชาติและความรักแท้ของพระองค์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

เราควรเชื่อมั่น อธิษฐานใคร่ครวญ และวางใจอย่างมั่นคงในพระคำแห่งพระสัญญาอันล้ำค่าของพระองค์ เราจะไม่มีวันเป็นลูกกำพร้า เพราะพระบิดาของเราดำรงชีวิตอยู่ บ้านของเราพร้อมแล้วสำหรับเรา และความหวังของเราไม่มีวันพังทลาย

"จิตใจที่พบที่พักสงบอยู่ในพระเยซู
พระองค์จะไม่ และไม่สามารถหนีไปให้จิตใจนั้นผขิญกับศัตรู
แม้นรกทั้งสิ้นจะพยายามบั่นทอนจิตใจดวงนี้
พระองค์จะไม่มีวัน ไม่มีวัน ไม่มีวันทอดทิ้งเลย!"
(John Keith, เพลง "How Firm A Foundation")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

June 18

"I will not leave you as orphans." (John 14:18)

Believers may experience darkness, and fear that Jesus has forsaken them; this is natural; but it is unscriptural; for He has promised, "I will never leave you, I will never forsake you." (Hebrews 13:5)

His love ensures that His presence is always with us. He will not leave us as orphans. We are absolutely dependant on Him. He is the great source of comfort to His people.

He may withhold His comfort and the awareness of His presence from us for a time to reprove, or correct us; but we may expect their return, for His promise is clear and His nature and love never change.

His precious word of promise should be believed, prayed over and firmly trusted. We shall never be orphans, for our Father ever lives; our home awaits us; and our hope is imperishable.

"The soul that in Jesus has found its repose*, (*rest)
He will not, He cannot, desert to its foes;
That soul, though all hell shall endeavour to shake,
He'll never, no never, no never forsake!"
(John Keith, hymn "How Firm A Foundation")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


Saturday, 17 June 2017

บทความสอนใจประจำวัน 17 มิถุนายน


"ความรอดนั้นมาจากพระยาห์เวห์" (โยนาห์ 2:9)

บทความสอนใจประจำวัน 17 มิถุนายน

"ความรอดนั้นมาจากพระยาห์เวห์" (โยนาห์ 2:9 THSV2011)

พระเจ้าพระบิดาคิดค้นแผนการแห่งความหลุดพ้น พระเยซูพระบุตรชำระค่าไถ่ และพระวิญญาณบริสุทธิ์นำเราให้ได้ครอบครองความหลุดพ้นนี้ นี่เป็นพระคุณของพระเจ้า ซึ่งเกิดขึ้นผ่านทางความเชื่อ

ความรอดพ้นจากอันตรายมาจากองค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ช่วยชีวิตโยนาห์ให้รอดพ้นจากอันตรายเมื่อเขาร้องขอความช่วยเหลือจากองค์พระผู้เป็นเจ้าแม้ว่าโยนาห์จะเป็นผู้ที่ดื้อดึงและขัดสน และพระองค์ก็จะช่วยให้เรารอดพ้นเช่นกัน

พระเจ้าถามว่า "มีสิ่งใดที่ยากเกินไปสำหรับเราหรือ?" (เยเรมีย์ 32:27 THSV2011)

"มีพระผู้ช่วยองค์หนึ่ง คือพระเยซู พระบุตรของพระเจ้า
ผู้ซึ่งเป็นแกะอันล้ำค่าของพระเจ้า พระเมสสิยาห์ และองค์บริสุทธิ์
ขอบคุณพระองค์ โอพระบิดาของข้าฯ ที่ได้ประทานพระบุตรของพระองค์แก่ข้าฯ
และได้ประทานพระวิญญาณ 'จนกว่าการงานบนโลกนี้จะสำเร็จ' "
(Keith Green, เพลง "There is a Redeemer")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

June 17

"Salvation is of the Lord." (Jonah 2:9)

God, the Father devised the plan of salvation; Jesus, the Son, paid the ransom; and the Holy Spirit puts us in possession of salvation. It is of God's grace. It is through faith.

Deliverance from danger is from the Lord. He delivered Jonah when he cried to the Lord although Jonah was a poor obstinate creature; and He will deliver us.

God asks, "Is anything too hard for Me?" (Jeremiah 32:27)

"There is a Redeemer- Jesus, God's own Son,
Precious Lamb of God, Messiah, Holy One.
Thank you, O my Father, for giving us Your Son,
And leaving the Spirit, 'til the work on earth is done.' " 
(Keith Green, hymn "There is a Redeemer")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie