Monday, 31 October 2011

Possessions - Use Them or Lose Them? (Eng-Thai) 7

Storing Up Treasure in Heaven (4)

32 "Fear not, little flock, for it is your Father's good pleasure to give you the kingdom.
33 Sell your possessions, and give to the needy. Provide yourselves with moneybags that do not grow old, with a treasure in the heavens that does not fail, where no thief approaches and no moth destroys.
34 For where your treasure is, there will your heart be also." (Luke 12:32-34 ESV)

Don't seek after these things. Seek after God's kingdom, and the rest will be added to you.

What does this mean? This means we can give fearlessly in faith.

I like to read about the people who give fearlessly in faith. There are many men that are so rich in this earth, but they choose to invest the treasure into the kingdom. They hugely successful in this world, and yet are far more interested in the next.

God is the Giver. He will give His kingdom to His children. He will give eternal life. Salvation is the gift. So His people are to be givers.

The rich fool kept all his properties in his barns. He never moved them or never mobilized them for any purpose. But Jesus said, don't do the same. Sell them. Use them. Give to the needy. Give to the poor, both the physical needy whom God cares, or and the poor spiritually who have not heard about the gospel of Christ and who have been preoccupied with this world because they know nothing about the next.

One reason is that it is an investment. Provide them to the money bag that will not grow old. By giving away the earthy money, you are investing the heavenly riches, money bag that will not grow old, treasure that will not fail, something that cannot be stolen or corroded.

 


การสะสมสมบัติในสวรรค์ (4)

32 ฝูง​แกะ​เล็ก​น้อย​เอ๋ย อย่า​กลัว​เลย เพราะ​ว่า​พระ​บิดา​ของ​พวก​ท่าน​ชอบ​พระ​ทัย​จะ​ประ​ทาน​แผ่น​ดิน​นั้น​ให้​แก่​ท่าน
33 จง​ขาย​ของ​ที่​ท่าน​มี​อยู่​และ​ทำ​ทาน จง​ทำ​ถุง​ใส่​เงิน​สำ​หรับ​ตน​ซึ่ง​ไม่​รู้จัก​เก่า คือ​มี​ทรัพย์​สม​บัติ​ไว้​ใน​สวรรค์​ซึ่ง​ไม่​รู้จัก​หมด​สิ้น ที่​ขโมย​ไม่​ได้​เข้า​มา​ใกล้ และ​ที่​ตัว​
แมลง​ไม่​ได้​ทำ​ลาย
34 เพราะ​ว่า​ทรัพย์​สม​บัติ​ของ​พวก​ท่าน​อยู่​ที่​ไหน ใจ​ของ​ท่าน​ก็​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย (ลูกา 12:32-34 THSV2011)

อย่าแสวงหาสิ่งเหล่านี้ แต่จงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งเหล่านี้ให้

นี่หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่า เราสามารถให้ได้อย่างไม่กลัว ในความเชื่อ

ข้าพเจ้าชอบอ่านเกี่ยวกับผู้คนที่ให้ได้อย่างไม่กลัวในความเชื่อ มีคนมากมายที่มั่งมีในโลกนี้ แต่เขาก็ยังเลือกที่จะลงทุนเพื่อทรัพย์สมบัติในแผ่นดินสวรรค์ พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลในโลกนี้ และก็ยังมีความสนใจมากยิ่งกว่าสำหรับโลกหน้าของพวกเขา

พระเจ้าทรงเป็นผู้ให้ พระองค์ทรงประทานแผ่นดินของพระองค์ให้กับบุตรทั้งหลายของพระองค์ พระองค์จะประทานชีวิตนิรันดร์ ความรอดเป็นของประทาน ดังนั้น ประชากรของพระองค์จะต้องเป็นผู้ให้

คนมั่งมีที่โง่เขลานั้น ก็ได้เก็บทรัพย์สมบัติของเขาในยุ้งฉางของเขา เขาไม่เคยที่จะเคลื่อนย้ายมัน หรือใช้มันเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ แต่พระเยซูตรัสว่า อย่าทำเช่นนั้น จงขายทรัพย์สมบัติ จงใช้มัน เพื่อให้กับผู้ที่ขัดสน ให้กับผู้ยากจน ทั้งผู้ที่ยากจนฝ่ายร่างกายซึ่งพระเจ้าทรงห่วงใย และผู้ที่ยากจนฝ่ายจิตวิญญาณผู้ซึ่งไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับพระกิตติคุณของพระคริสต์ และถูกครอบงำด้วยโลกนี้ เพราะพวกเขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับโลกหน้า

เหตุผลหนึ่ง ก็คือ นี่เป็นการลงทุน จงจัดเตรียมทรัพย์สินเหล่านั้นไว้ในกระเป๋าเงินที่ไม่มีวันเก่า

ด้วยการให้ทรัพย์สินเงินทองในโลกนี้ออกไป คุณก็ได้ลงทุนความมั่งมีในสวรรค์ กระเป๋าเงินที่ไม่มีวันทรุดโทรม ทรัพย์สมบัติที่ไม่มีวันล้มเหลว สิ่งที่จะไม่สามารถถูกโขมย หรือถูกกัดกร่อนได้เลย

Dr. Euan Dodds

Sermon on Luke 12: 13-34

Title "Possessions - Use Them or Lose Them?"

Sunday Morning Service at St George's Tron Church, 09/10/2011

 

NOTE:  If you find a mistake in my note, please contact me directly at ton@followhissteps.com. (For it may be from my own mistake due to my poor English listening skill.)

หมายเหตุ:  ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Tuesday, 25 October 2011

Possessions - Use Them or Lose Them? (Eng-Thai) 6

Storing Up Treasure in Heaven (3)

25 And which of you by being anxious can add a single hour to his span of life?
26 If then you are not able to do as small a thing as that, why are you anxious about the rest? (Luke 12:25-26 ESV)

Do not worry! God cares for His creation, and He cares for His children. Your father knows that you need them. Will a father see his children hungry and will not feed them? Will a father see his children unclothed and will not cloth them? If God has already given us eternal lives, can we not trust in Him that He will provide us what we need in our lives?

So we don't need to seek after these things. Instead, we are to seek His Kingdom.

Instead, seek his kingdom, and these things will be added to you. (Luke 12:31 ESV)

This is the key message. His kingdom continues to grow, endures from generation to generation, and never be destroyed.

At the end of the days I, Nebuchadnezzar, lifted my eyes to heaven, and my reason returned to me, and I blessed the Most High, and praised and honored him who lives forever, for his dominion is an everlasting dominion, and his kingdom endures from generation to generation. (Daniel 4:34 ESV)

If you look around the tall buildings, and see the famous people, one day they will be all gone. But the kingdom of God will continue to grow and endure forever.

Seek first the kingdom, which is eternal, lasting, and infinite!

Don't be so preoccupied with life that you cannot dwell in eternity.

Don't be so tired or worried about your home that you have no time to think about the eternal dwelling and the mansion Christ has prepared for you.

Don't be so caught up with earthly pleasure that you have no time to anticipate the eternal pleasure at God's right hand, which is the promise to us.

 


การสะสมสมบัติในสวรรค์ (3)

25 มี​ใคร​ใน​พวก​ท่าน​โดย​ความ​กระ​วน​กระ​วาย​สา​มารถ​ต่อ​อายุ​ของ​ตน​ให้​ยืน​นาน​อีก​นิด​หนึ่ง​ได้?
26 เพราะ​ฉะ​นั้น​ถ้า​สิ่ง​เล็ก​น้อย​ยัง​ทำไม่​ได้ ท่าน​ยัง​จะ​กระ​วน​กระ​วาย​ถึง​สิ่ง​อื่น​ทำ​ไม​อีก​เล่า? (ลูกา 12:25-26 THSV2011)

อย่ากระวนกระวาย! พระเจ้าทรงห่วงใยสิ่งทรงสร้างของพระองค์ และทรงห่วงใยบุตรทั้งหลายของพระองค์ พระบิดาของคุณทรงทราบว่าคุณต้องการสิ่งเหล่านั้น

เมื่อบิดาคนหนึ่งเห็นบุตรทั้งหลายของเขาหิว แล้วจะไม่ให้อาหารกับพวกเขาหรือ? เมื่อบิดาคนหนึ่งเห็นบุตรทั้งหลายของเขาเปลือยกายจะไม่สวมเสื้อผ้าให้กับพวกเขาหรอกหรือ? หากพระเจ้าผู้ซึ่งได้ทรงประทานชีวิตนิรันดร์กับเราแล้ว เราจะไม่สามารถวางใจในพระองค์ว่าจะทรงจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นกับเราในชีวิตได้หรือ?

ดังนั้น เราไม่จำเป็นที่จะต้องแสวงหาสิ่งเหล่านี้ แทนที่จะแสวงหาสิ่งเหล่านั้น เราจำเป็นที่จะต้องแสวงหาอาณาจักรของพระองค์

แต่​จง​แสวง​หา​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า แล้ว​พระ​องค์​จะ​ทรง​เพิ่ม​เติม​สิ่ง​เหล่า​นี้​ให้ (ลูกา 12:31 THSV2011)

นี่คือข้อความหลัก อาณาจักรของพระเจ้าจะเติบโตต่อไป และดำรงอยู่​ทุก​ชั่ว​อายุ และจะไม่มีวันถูกทำลายได้เลย

เมื่อ​สิ้น​สุด​วาระ​นั้น​แล้ว ตัว​เรา​เนบู​คัด​เนส​ซาร์​ก็​แหงน​หน้า​ดู​ฟ้า​สวรรค์ และ​จิต​ใจ​ของ​เรา​ก็​กลับ​คืน​เป็น​ปกติ และ​เรา​ก็​ร้อง​สาธุ​การ​แด่​พระ​ผู้​สูง​สุด​นั้น และ​สรร​เสริญ​ถวาย​พระ​เกียรติ​แด่​พระ​องค์​ผู้​ดำ​รง​อยู่​เป็น​นิตย์ เพราะ​การ​ปก​ครอง​ของ​พระ​องค์​เป็น​การ​ปก​ครอง​นิรันดร์ และ​ราช​อา​ณา​จักร​ของ​พระ​องค์​ดำ​รง​อยู่​ทุก​ชั่ว​อายุ (ดาเนียล 4:34 THSV2011)

หากคุณดูตึกสูง ๆ หรือผู้ที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ วันหนึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะสูญสิ้นไป แต่อาณาจักรของพระเจ้าจะเติบโตต่อไป และดำรงอยู่เป็นนิตย์

จงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า ซึ่งเป็นแผ่นดินที่เป็นนิรันดร์ ดำรงอยู่ตลอดกาล ไม่มีที่สิ้นสุด

อย่ามีใจหมกมุ่นกับชีวิตนี้ ที่คุณไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ในนิรันดร์กาล

อย่าเหน็ดเหนื่อยหรือวิตกกังวลเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยมาก จนกระทั่งคุณไม่มีเวลาที่จะคิดเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยนิรันดร์ และคฤหาสน์ที่พระคริสต์ได้เตรียมเพื่อคุณ

อย่ายึดติดกับความพึงพอใจฝ่ายโลกมาก จนกระทั่งคุณไม่มีเวลาที่จะคาดหวังความพึงพอใจนิรันดร์เมื่อคุณได้อยู่ที่พระหัตถ์ขวาของพระเจ้า ซึ่งเป็นสัญญาสำหรับเรา

Dr. Euan Dodds

Sermon on Luke 12: 13-34

Title "Possessions - Use Them or Lose Them?"

Sunday Morning Service at St George's Tron Church, 09/10/2011

 

NOTE:  If you find a mistake in my note, please contact me directly at ton@followhissteps.com. (For it may be from my own mistake due to my poor English listening skill.)

หมายเหตุ:  ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ




Monday, 24 October 2011

Possessions - Use Them or Lose Them? (Eng-Thai) 5

Storing Up Treasure in Heaven (2)

And Jesus gave us 2 examples: the ravens (verse 24) and lilies (verse 27)

24 Consider the ravens: they neither sow nor reap, they have neither storehouse nor barn, and yet God feeds them. Of how much more value are you than the birds!
25 And which of you by being anxious can add a single hour to his span of life?
26 If then you are not able to do as small a thing as that, why are you anxious about the rest?
27 Consider the lilies, how they grow: they neither toil nor spin, yet I tell you, even Solomon in all his glory was not arrayed like one of these.
28 But if God so clothes the grass, which is alive in the field today, and tomorrow is thrown into the oven, how much more will he clothe you, O you of little faith!
29 And do not seek what you are to eat and what you are to drink, nor be worried.
30 For all the nations of the world seek after these things, and your Father knows that you need them.
31 Instead, seek his kingdom, and these things will be added to you. (Luke 12:24-31 ESV)

How wonderful life is. This world is full of creatures. It is not by chance. Some may say that all varieties of the creatures are by chance, but the bible does not say like that. All are designed. God created and invested it.

1 ​​​​​​​​Bless the LORD, O my soul! ​​​​​​​O LORD my God, you are very great! ​​​​​​​You are clothed with splendor and majesty, ​​​
2 ​​​​​​​​covering yourself with light as with a garment, ​​​​​​​stretching out the heavens like a tent. ​​​
3 ​​​​​​​​He lays the beams of his chambers on the waters; ​​​​​​​he makes the clouds his chariot; ​​​​​​​he rides on the wings of the wind; ​​​
4 ​​​​​​​​he makes his messengers winds, ​​​​​​​his ministers a flaming fire. ​​​
5 ​​​​​​​​He set the earth on its foundations, ​​​​​​​so that it should never be moved. ​​​
6 ​​​​​​​​You covered it with the deep as with a garment; ​​​​​​​the waters stood above the mountains. ​​​(Psalm 104:1-6 ESV)

God created the world and lives, and He continued to sustain it. God made the world and He sustained the world which He made.

About the ravens, they are not pretty. They are black and not clean. They eat rotten meats. They are an unclean animal. No one will have them as their pets.

God feeds even this ugly undesirable unclean animal. He cares for the ravens. And do you not think He cares for you, a man or a woman, a boy or a girl, made in His image, created to have dominion over the earth, somebody who can know Him, love Him and worship Him?

Does not God care for you whom He has made, and who He has redeemed at the cross by the life of His Son?

About flowers, they are beautiful. They are in the fields and parks, and so short-lived. They may live for 7 days or 10 days, and they are clothed with beauty. And will He not care for you, in whose heart He has set eternity, whom He invites to share eternal life in the eternal kingdom with Him?

 


การสะสมสมบัติในสวรรค์ (2)

และพระเยซูคริสต์ทรงประทานตัวอย่าง 2 อย่าง: นกอีกา (ข้อ 24) และดอกไม้ (ข้อ 27)

24 จง​พิจาร​ณา​ดู​อีกา มัน​ไม่​ได้​หว่าน ไม่​ได้​เกี่ยว และ​ไม่​ได้​มี​ยุ้ง​หรือ​ฉาง แต่​พระ​เจ้า​ยัง​ทรง​เลี้ยง​มัน​ไว้ พวก​ท่าน​ประ​เสริฐ​กว่า​นก​มาก​ที​เดียว
25 มี​ใคร​ใน​พวก​ท่าน​โดย​ความ​กระ​วน​กระ​วาย​สา​มารถ​ต่อ​อายุ​ของ​ตน​ให้​ยืน​นาน​อีก​นิด​หนึ่ง​ได้?
26 เพราะ​ฉะ​นั้น​ถ้า​สิ่ง​เล็ก​น้อย​ยัง​ทำไม่​ได้ ท่าน​ยัง​จะ​กระ​วน​กระ​วาย​ถึง​สิ่ง​อื่น​ทำ​ไม​อีก​เล่า?
27 จง​พิจาร​ณา​ดู​ดอก​ไม้​ว่า​มัน​เติบ​โต​ขึ้น​อย่าง​ไร มัน​ไม่​ทำ​งาน มัน​ไม่​ปั่น​ด้าย แต่​เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า แม้​แต่​กษัตริย์​ซา​โล​มอน​เมื่อ​บริ​บูรณ์​ด้วย​ศักดิ์​ศรี ก็​ไม่​ได้​ทรง​แต่ง​พระ​องค์​งาม​เท่า​ดอก​ไม้​เหล่า​นี้​สัก​ดอก​หนึ่ง
28 และ​ถ้า​พระ​เจ้า​ทรง​ตก​แต่ง​หญ้า​ที่​ทุ่ง​นา​อย่าง​นั้น ซึ่ง​เป็น​อยู่​วัน​นี้​และ​รุ่ง​ขึ้น​ต้อง​ทิ้ง​ใน​เตา​ไฟ โอ พวก​ที่​มี​ความ​เชื่อ​น้อย พระ​องค์​จะ​ทรง​ตก​แต่ง​ท่าน​ยิ่ง​กว่า​นั้น​มาก​นัก
29 ท่าน​อย่า​เสาะ​หา​ว่า​จะ​กิน​อะไร​ดี​หรือ​จะ​ดื่ม​อะไร และ​อย่า​มี​ใจ​กัง​วล
30 เพราะ​ว่า​พวก​ต่าง​ชาติ​ทั่ว​โลก​เสาะ​หา​สิ่ง​เหล่า​นี้​ทั้ง​หมด แต่​ว่า​พระ​บิดา​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ทรง​ทราบ​แล้ว​ว่า​ท่าน​ต้อง​การ​สิ่ง​เหล่า​นี้
31 แต่​จง​แสวง​หา​แผ่น​ดิน​ของ​พระ​เจ้า แล้ว​พระ​องค์​จะ​ทรง​เพิ่ม​เติม​สิ่ง​เหล่า​นี้​ให้ (ลูกา 12:24-31 THSV2011)

ชีวิตช่างงดงามเหลือเกิ โลกก็เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตมากมาย นี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ บางคนอาจจะบอกว่าความหลายกหลายทั้งสิ้นเกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่พระคัมภีร์มิได้กล่าวเช่นนั้น ทุกสิ่งล้วนถูกออกแบบมา พระเจ้าทรงสร้างขึ้นมา

1 จิต​ใจ​ของ​ข้า​เอ๋ย จง​ถวาย​สาธุ​การ​แด่​พระ​ยาห์​เวห์ ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์ พระ​องค์​ใหญ่​ยิ่ง​นัก พระ​องค์​ทรง​พระ​สิริ​และ​ความ​สง่า​งาม​เป็น​ฉลอง​พระ​องค์
2 ​ผู้​ทรง​คลุม​พระ​องค์​ด้วย​แสง​สว่าง​ดุจ​อา​ภรณ์ ผู้​ทรง​ขึง​ฟ้า​สวรรค์​ออก​ดัง​ขึง​ม่าน
3 ​​ผู้​ทรง​วาง​คาน​ที่​ประ​ทับ​อัน​สูง​ของ​พระ​องค์​ไว้​ใน​น้ำ ผู้​ทรง​ใช้​เมฆ​เป็น​ราช​รถ ผู้​ประ​ทับ​ไป​บน​ปีก​ของ​ลม
4 ผู้​ทรง​ใช้​ลม​เป็น​ทูต​สื่อ​สาร ทรง​ใช้​ไฟ​ที่​ลุก​โชน​เป็น​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์
5 พระ​องค์​ทรง​ตั้ง​แผ่น​ดิน​โลก​ไว้​บน​ราก​ฐาน​ของ​มัน เพื่อ​มิ​ให้​มัน​สั่น​คลอน​เป็น​นิตย์​นิ​รันดร์
6 พระ​องค์​ทรง​คลุม​มัน​ไว้​ด้วย​น้ำ​ลึก​อย่าง​คลุม​ด้วย​เครื่อง​นุ่ง​ห่ม น้ำ​อยู่​เหนือ​ภูเขา (สดุดี 104:1-6 THSV2011)

พระเจ้าทรงสร้างโลกและสิ่งมีชีวิตขึ้นมา และทรงดูแลค้ำจุนต่อ พระเจ้าทรงสร้างโลกและค้ำจุนดูแลโลกที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมา

เกี่ยวกับอีกา พวกมันไม่น่ารักเท่าไร สีดำและไม่สะอาด พวกมันกินซากสัตว์ พวกมันเป็นสัตว์มลทิน คงจะไม่มีใครเลี้ยงมันเป็นสัตว์เลี้ยง

พระเจ้าทรงเลี้ยงแม้แต่สัตว์ที่ไม่น่าพึงประสงค์และเป็นมลทิน พระองค์ทรงห่วงใยอีกา และคุณไม่คิดหรือว่าพระองค์ก็ทรงห่วงใยคุณ ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง เด็กชายหรือเด็กหญิง ที่พระองค์ได้ทรงสร้างขึ้นมาตามพระฉายของพระองค์ ให้ครอบครองดูแลทั้งทั้งโลก ผู้ซึ่งสามารถรู้จักพระองค์ รักพระองค์ และนมัสการพระองค์?

พระเจ้าจะมิทรงห่วงใยคุณ ผู้ซึ่งพระองค์ทรงสร้างขึ้นมา และผู้ซึ่งพระองค์ได้ทรงไถ่ที่ไม้กางเขนด้วยชีวิตของพระบุตรหรือ?

สำหรับดอกไม้ พวกมันสวยงาม อยู่ตามทุ่งนาและสวน และมีชีวิตอยู่ไม่นาน พวกมันอาจจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 7 วัน หรือ 10 วัน และพวกมันก็ได้รับการตกแต่งด้วยความสวยงาม แล้วพระองค์จะไม่ทรงห่วงใยคุณ ผู้ซึ่งมีจิตใจที่พระองค์ทรงใส่นิรันดร์กาล ผู้ซึ่งพระองค์ได้ทรงเชิญให้รับชีวิตนิรันดร์ในอาณาจักรนิรันดร์ร่วมกับพระองค์หรอกหรือ?

 

Dr. Euan Dodds

Sermon on Luke 12: 13-34

Title "Possessions - Use Them or Lose Them?"

Sunday Morning Service at St George's Tron Church, 09/10/2011

 

NOTE:  If you find a mistake in my note, please contact me directly at ton@followhissteps.com. (For it may be from my own mistake due to my poor English listening skill.)

หมายเหตุ:  ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ



Thursday, 20 October 2011

Possessions - Use Them or Lose Them? (Eng-Thai) 4

Storing Up Treasure in Heaven (1)

And the question is: "What are we to invest in?" and "How are we to live?". The fact is that we need to eat. How are we to survive in this cruel world if we are not trusting in our wealth and possessions?

22 And he said to his disciples, "Therefore I tell you, do not be anxious about your life, what you will eat, nor about your body, what you will put on.
23 For life is more than food, and the body more than clothing. (Luke 12:22-23 ESV)

Jesus said to his disciples, "trust in God, not in good."

The rich fool was obsessed about eating, drinking and being merry. What he thought was only about how to satisfy his body.

And Jesus said there was more to life than just eating and clothing your body. Do not be anxious. Do not seek after these things.

 

To be anxious means to be preoccupied with, to be concerned, to be taken up with these things.

38 Now as they went on their way, Jesus entered a village. And a woman named Martha welcomed him into her house.
39 And she had a sister called Mary, who sat at the Lord's feet and listened to his teaching.
40 But Martha was distracted with much serving. And she went up to him and said, "Lord, do you not care that my sister has left me to serve alone? Tell her then to help me."
41 But the Lord answered her, "Martha, Martha, you are anxious and troubled about many things,
42 but one thing is necessary. Mary has chosen the good portion, which will not be taken away from her." (Luke 10:38-42 ESV)

Martha was anxious about many things. She was preoccupied with temporal things.

18 And others are the ones sown among thorns. They are those who hear the word,
19 but the cares of the world and the deceitfulness of riches and the desires for other things enter in and choke the word, and it proves unfruitful. (Mark 4:18-19 ESV)

The seeds that were sown among thorns were choked by the care and anxiety.

Don't be so preoccupied with temporal material things that you have no time to think of eternal things.

 

การสะสมสมบัติในสวรรค์

และคำถามก็คือ "แล้วเราจะต้องลงทุนในสิ่งใดเล่า?" และ "เราจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?" ความจริงก็คือว่าเราจำเป็นต้องกิน เราจะมีชีวิตรอดอยู่ในโลกที่โหดร้ายนี้ได้อย่างไร หากว่าเราไม่วางใจในความมั่งมีและทรัพย์สินของเรา?

22 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​พวก​สา​วก​ของ​พระ​องค์​ว่า "เพราะ​เหตุ​นี้​เรา​บอกท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า อย่า​กระ​วน​กระ​วาย​ถึง​ชีวิต​ว่า​จะ​เอา​อะไร​กิน และ​อย่า​กระ​วน​กระ​วาย​ถึง​ร่าง​กาย​ว่า​จะ​เอา​อะไร​นุ่ง​ห่ม
23 เพราะ​ว่า​ชีวิต​สำ​คัญ​ยิ่ง​กว่า​อาหาร และ​ร่าง​กาย​สำ​คัญ​ยิ่ง​กว่า​เครื่อง​นุ่ง​ห่ม" (ลูกา 12:22-23 THSV2011)

พระเยซูตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์ว่า "จงวางใจในพระเจ้า ไม่ใช่ในทรัพย์สิน"

เศรษฐีผู้โง่เขลาได้ถูกครอบงำความคิดด้วยเรื่องเกี่ยวกับการกิน การดื่ม และการรื่นเริง สิ่งที่เคาคิดมีเพียงแค่เพื่อสิ่งที่จะบำเรอร่างกายของเขา และพระเยซูตรัสว่า ชีวิตมีมากกว่าแค่การกิน และการสวมเครื่องนุ่งห่ม จงละความกระวนกระวาย จงเลิกเสาะแสวงหาเพื่อสิ่งเหล่านี้

ความกระวนกระวาย คือ การมีใจหมกมุ่น กังวลใจ การครุ่นคิดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น

38 เมื่อ​พระ​เยซู​กับ​พวก​สา​วก​เดิน​ทาง​ไป พระ​องค์​ทรง​เข้า​ไป​ใน​หมู่​บ้าน​แห่ง​หนึ่ง และ​มี​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​ชื่อ​มาร​ธา​ต้อน​รับ​พระ​องค์​เข้า​ไป​พัก​ที่​บ้าน​ของ​นาง
39 มาร​ธา​มี​น้อง​สาว​ชื่อ​มา​รีย์ และ​มา​รีย์​ก็​นั่ง​อยู่​ใกล้​พระ​บาท​ของ​พระ​เยซู​คอย​ฟัง​ถ้อย​คำ​ของ​พระ​องค์
40 แต่​มาร​ธา​วุ่น​วาย​อย่าง​มาก​กับ​การ​ปรน​นิบัติ จึง​มา​ทูล​พระ​องค์​ว่า "องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า พระ​องค์​ไม่​สน​พระ​ทัย​หรือ​ที่​น้อง​สาว​ของ​ข้า​พระ​องค์​ปล่อย​ให้​ข้า​พระ​องค์​ปรน​นิบัติ​อยู่​คน​เดียว? ขอ​พระ​องค์​สั่ง​น้อง​ให้​มา​ช่วย​ข้า​พระ​องค์​ด้วย"
41 แต่​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ตรัส​ตอบ​นาง​ว่า "มาร​ธา มาร​ธา​เอ๋ย เธอ​กระ​วน​กระ​วาย​และ​ร้อน​ใจ​หลาย​อย่าง​เหลือ​เกิน
42 สิ่ง​ที่​จำเป็น​นั้น​มี​เพียง​สิ่ง​เดียว และ​มา​รีย์​ก็​เลือก​เอา​ส่วน​ที่​ดี​นั้น ใคร​จะ​ชิง​เอา​ไป​จาก​เธอ​ไม่​ได้" (ลูกา 10:38-42 THSV2011)

มารธากระวนกระวายเกี่ยวกับหลายสิ่งหลายอย่าง เขาหมุ่นอยู่กับสิ่งชั่วคราว

18 ส่วน​พืช​ที่​หว่าน​ลง​กลาง​หนาม​นั้น​ได้​แก่​คน​ที่​ได้​ยิน​พระ​วจนะ
19 แล้ว​ความ​กัง​วล​ของ​โลก และ​ความ​ลุ่ม​หลง​ใน​ทรัพย์​สม​บัติ และ​ความ​โลภ​ใน​สิ่ง​ต่างๆ ประ​ดัง​เข้า​มา และ​รัด​พระ​วจนะ​นั้น จึง​ไม่​เกิด​ผล (มาระโก 4:18-19 THSV2011)

เมล็ดพืชที่ตกอยู่กลางหนามนั้น ก็ถูกปิดกั้นด้วยกังวลและความลุ่มหลง

จงอย่าถูกครอบงำด้วยสิ่งทางวัตถุซึ่งจะอยู่เพียงชั่วคราว มากเสียจนไม่มีเวลาคิดถึงสิ่งที่เป็นนิรันดร์

 

Dr. Euan Dodds

Sermon on Luke 12: 13-34

Title "Possessions - Use Them or Lose Them?"

Sunday Morning Service at St George's Tron Church, 09/10/2011

 

NOTE:  If you find a mistake in my note, please contact me directly at ton@followhissteps.com. (For it may be from my own mistake due to my poor English listening skill.)

หมายเหตุ:  ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ


Wednesday, 19 October 2011

Possessions - Use Them or Lose Them? (Eng-Thai) 3

Storing Up Treasure on Earth (3)

Material possessions, told in the scriptures, will always let us down. They will either fade away or break down. Clothes will wear out, cars will rust, CD players will collapse, and computers will crash. Or we will die and depart from them like the fool. Earthly possessions will not satisfy us and will impoverish us in the sight of God.

What is the secret for not being covetous? It is to be satisfied with what you have.

6 Now there is great gain in godliness with contentment,
7 for we brought nothing into the world, and we cannot take anything out of the world.
8 But if we have food and clothing, with these we will be content.
9 But those who desire to be rich fall into temptation, into a snare, into many senseless and harmful desires that plunge people into ruin and destruction.
10 For the love of money is a root of all kinds of evils. It is through this craving that some have wandered away from the faith and pierced themselves with many pangs. (1 Timothy 6:6-10 ESV)

Godliness with contentment is great gain. Be on your guard against covetousness.

 


การสะสมสมบัติบนโลกนี้ (3)

ทรัพย์สิ่งของได้ถูกกล่าวหลายครั้งในพระคัมภีร์ ว่าจะทำให้เราตกต่ำลง สิ่งเหล่านั้นจะเสื่อมสลายไปในที่สุด เสื้อผ่าจะเก่าลง รถยนต์จะขึ้นสนิม เครื่องเล่นซีดีก็จะพัง และคอมพิวเตอร์ก็จะเสียหาย หรือเราอาจจะตายจากสิ่งเหล่านี้ไป เช่นเดียวกับเศรษฐีผู้โง่เขลาคนนี้ ทรัพย์สมบัติทางโลก ไม่ทำให้เราพึงพอใจ และจะทำให้เรายากจนลงในสายพระเนตรของพระเจ้า

อะไรคือเคล็ดลับในการหลีกเลี่ยงความโลภ? นั่นคือการพึงพอใจในสิ่งที่คุณมี

6 ​​ความ​เคารพ​รัก​พระ​เจ้า​นำ​ผลกำไร​มหาศาล​มา​ให้​เฉพาะ​แก่​ผู้​ที่​พอใจ​ใน​สิ่ง​ที่​ตน​มี​เท่านั้น
7 ​เรา​ไม่​ได้​นำ​สิ่งใด​ติด​ตัว​เข้า​มา​ใน​โลก และ​เรา​ก็​นำ​อะไร​ออก​ไป​ได้
8 ​ตราบ​ใด​ที่​มี​อาหาร​และ​เครื่องนุ่งห่ม เรา​ก็​พอใจ​แล้ว
9 ​คน​ที่​อยาก​รวย​ก็​ตก​เป็น​เหยื่อ​ของ​การ​ทดลอง ติด​กับดัก​และ​ตกลง​ไป​ใน​ตัณหา​ชั่วร้าย​โง่เขลา​มากมาย ซึ่ง​ทำ​ให้​มนุษย์​จม​ลง​สู่​ความ​พินาศ​ย่อยยับ
10 ​ความ​รัก​เงินตรา​เป็น​รากเหง้า​ของ​ความ​ชั่วร้าย​ทุก​ประการ"บาง​คน​เมื่อ​แสวงหา​แต่​เงิน​ก็​พลัด​หลง​จาก​ความ​เชื่อ เป็น​เหตุ​ให้​ตนเอง​ได้​รับ​ความ​ทุกข์​เป็นอันมาก​ (1 ทิโมธี 6:6-10 THSV2011)

ความเคารพรักพระเจ้าด้วยความพอใจ นำผลกำไรมหาศาลมาให้แก่เรา

จงระวัง​ให้​ดี และ​หลีก​เลี่ยง​จาก​ความ​โลภ​ทุก​อย่าง 

 

Dr. Euan Dodds

Sermon on Luke 12: 13-34

Title "Possessions - Use Them or Lose Them?"

Sunday Morning Service at St George's Tron Church, 09/10/2011

 

NOTE:  If you find a mistake in my note, please contact me directly at ton@followhissteps.com. (For it may be from my own mistake due to my poor English listening skill.)

หมายเหตุ:  ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Tuesday, 18 October 2011

Possessions - Use Them or Lose Them? (Eng-Thai) 2

Storing Up Treasure on Earth (2)

And after that, He said about a rich man.

16 And he told them a parable, saying, "The land of a rich man produced plentifully,
17 and he thought to himself, 'What shall I do, for I have nowhere to store my crops?'
18 And he said, 'I will do this: I will tear down my barns and build larger ones, and there I will store all my grain and my goods.
19 And I will say to my soul, Soul, you have ample goods laid up for many years; relax, eat, drink, be merry.'
20 But God said to him, 'Fool! This night your soul is required of you, and the things you have prepared, whose will they be?'
21 So is the one who lays up treasure for himself and is not rich toward God." (Luke 12:16-21 ESV)

This seems to be a wise thing to save things for the future. It seems that the rich man was a fortunate man. He made celebration for his retirement.

You may probable meet the people like that in this time. They relax, eat, drink and be merry. They go to best restaurants, best bars, and best entertainment. Some people may decide to travel around the world, just to eat, drink, and be merry.

This rich man had not to work. This man seemed to be wise.

But what did Jesus say about him? Fool! He was not a very wise man. He was a fool. He made poor decision in the sight of God. He utterly obsessed not with his God, but his good. He looked for them for his identity, joy, delight, satisfaction, security, and future hope in his life. He did not own them, they owned him. This is deep selfishness.

If you notice, the rich fool said the words "my" and "I" for 11 times, including my crops, my barns, my grain, my goods, and my souls. These were his things, that he earned by himself. He was preoccupied with his own material needs: relaxing, eating, drinking, and being merry.

He was merely living for material things and enjoyed material pleasure. He was obsessing about his good, about himself, and about enjoyment. This is pretty much like the wisdom of this age. But in God's sight, he was fool. This was a poor investment.

This is dangerous, isn't it? It is so easy to be covetous. On the train, there are free magazines giving to you frequently. They contain many interesting and amusing things, about technology, cars, films, etc. These things on magazine are things that you don't need. These can cause covetousness, wanting the things we don't need.

How important are the possessions to us? Do we own them, or do they own us? Are they our servants to be used in the services of God in His kingdom, or are they our masters whom we serve?

 
 

การสะสมสมบัติบนโลกนี้ (2)

 หลังจากนั้น พระเยซูตรัสเกี่ยวกับเศรษฐีคนหนึ่ง

16 แล้ว​พระ​องค์​ตรัส​อุป​มา​เรื่อง​หนึ่ง​ให้​เขา​ฟัง​ว่า "ไร่​นา​ของ​เศรษฐี​คน​หนึ่ง​เกิด​ผล​บริ​บูรณ์​มาก
17 เศรษฐี​คน​นั้น​จึง​คิด​ใน​ใจ​ว่า 'ข้า​จะ​ทำ​อย่าง​ไร​ดี? เพราะ​ว่า​ข้า​ไม่​มี​ที่​ที่​จะ​เก็บ​พืช​ผล​ของ​ข้า'
18 เขา​จึง​คิด​ว่า 'ข้า​จะ​ทำ​อย่าง​นี้ คือ​จะ​รื้อ​ยุ้ง​ฉาง​ของ​ข้า​และ​จะ​สร้าง​ใหม่​ให้​ใหญ่​โต​ขึ้น แล้ว​ข้า​จะ​รวบ​รวม​ข้าว​และ​สม​บัติ​ทั้ง​หมด​ของ​ข้า​ไว้​ที่​นั่น
19 แล้ว​จะ​บอก​กับ​จิต​ใจ​ของ​ข้า​ว่า "จิต​ใจ​เอ๋ย เจ้า​มี​ทรัพย์​สม​บัติ​มาก​เก็บ​ไว้​พอ​หลาย​ปี จง​อยู่​สบาย กิน ดื่ม และ​รื่น​เริง​เถิด" '
20 แต่​พระ​เจ้า​ตรัส​กับ​เขา​ว่า 'โอ คน​โง่ ใน​คืน​วัน​นี้​ชีวิต​ของ​เจ้า​จะ​ต้อง​เรียก​เอา​ไป​จาก​เจ้า แล้ว​ของ​ที่​เจ้า​รวบ​รวม​ไว้​นั้น​จะ​เป็น​ของ​ใคร?'
21 คน​ที่​สะ​สม​ทรัพย์​สม​บัติ​ไว้​สำหรับ​ตัว และ​ไม่​ได้​มั่งมี​ฝ่าย​พระ​เจ้า​ก็​เป็น​เช่น​นั้น​แหละ" (ลูกา 12:16-21 THSV2011)

นี่ดูเหมือนจะเป็นการฉลาดที่จะเก็บรักษาสิ่งของต่าง ๆ เพื่ออนาคต ดูเหมือนว่าเศรษฐีผู้นี้จะเป็นผู้ที่โชคดี เขาเฉลิมฉลองสำหรับการเกษียณของเขา
คุณอาจจะพบผู้คนเช่นเศรษฐีผู้นี้ได้เช่นเดียวกันในปัจจุบัน พวกเขาผ่อนคลาย (อยู่สบาย) กิน ดื่ม และรื่นเริง

เศรษฐีผู้นี้ไม่จำเป็นจะต้องทำงาน และสิ่งที่เขาทำก็ดูเหมือนจะฉลาด

แล้วพระเยซูตรัสอย่างไรบ้างเกี่ยวกับเขา? "โอ คนโง่" เขาไม่ใช่คนที่ฉลาดนัก แต่เขาเป็นคนโง่ เขาได้ตัดสินใจผิดพลาดในสายพระเนตรของพระเจ้า ความคิดของเขามิได้ยึดติดกับพระเจ้า แต่ถูกครอบงำด้วยความคิดเกี่ยวกับผลประโยชน์ของเขาเอง นี่เป็นความเห็นแก่ตัวอย่างมาก

หากสังเกต จะพบว่าเศรษฐีผู้โง่เขลาผู้นี้ กล่าวคำว่า "ข้า" หรือ "ของข้า" ถึง 7 ครั้ง (มีคำว่า "my" และ "I" ในภาษาอังกฤษรวม 11 ครั้ง) สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งของของเขา และเขาก็หามาด้วยตัวเขาเอง เขามีใจหมกมุ่นกับความต้องการฝ่ายวัตถุของเขาเอง อยู่สบาย กิน ดื่ม และรื่นเริง เขามีชีวิตอยู่เพียงแค่เพื่อทรัพย์สิ่งของ และมีความพึงพอใจในฝ่ายวัตถุ เขาครุ่นคิดกังวลเกี่ยวกับผลประโยชน์ของเขา เกี่ยวกับตัวเขาเอง และเกี่ยวกับความรื่นเริง สิ่งที่เขาคิดเป็นเหมือนกับปัญญาของโลกนี้เลยทีเดียว แต่ในสายพระเนตรของพระเจ้า เขาเป็นเพียงคนโง่เขลา เขาลงทุนอย่างไม่ชาญฉลาด

สิ่งนี้เป็นสิ่งอันตรายมิใช่หรือ เพราะเป็นการง่ายมากที่จะมีความโลภ

บนรถไฟ จะพบว่ามีนิตยสารแจกฟรีบ่อยครั้ง นิตยสารเหล่านั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจและน่าบันเทิงใจมากมาย เกี่ยวกับเทคโนโลยี รถ หนัง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ที่อยู่บนนิตยสารไม่ใช่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคุณ สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้คุณโลภ ต้องการในสิ่งที่คุณไม่จำเป็นต้องมี

ทรัพย์สิ่งของของเขาสำคัญต่อชีวิตของเราเพียงไร? เราเป็นเจ้าของมัน หรือมันเป็นเจ้าของเรา? สิ่งเหล่านี้เป็นทาสรับใช้เพื่อเราจะใช้ในการรับใช้พระเจ้าในอาณาจักรของพระองค์ หรือว่าสิ่งเหล่านี้กลับเป็นเจ้านายที่เรารับใช้?

 

Dr. Euan Dodds

Sermon on Luke 12: 13-34

Title "Possessions - Use Them or Lose Them?"

Sunday Morning Service at St George's Tron Church, 09/10/2011

 

NOTE:  If you find a mistake in my note, please contact me directly at ton@followhissteps.com. (For it may be from my own mistake due to my poor English listening skill.)

หมายเหตุ:  ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Possessions - Use Them or Lose Them? (Eng-Thai) 1

Sometimes people fail to make a right investment. The man in Luke chapter 12 was one of them. He was a rich man, but made the poor investment for eternity.

In Luke chapter 9, Jesus was traveling to Jerusalem. He taught about correct priority in life in chapter 10, and about eternity in chapter 12.

Luke 12:13-21 say about storing up treasure on earth, and Luke 12:22-34 about storing up treasure in heaven.

 

Storing Up Treasure on Earth (1)

As Jesus was teaching, He was interrupted. There was one man asked Him to divide the inheritance for him.

13 Someone in the crowd said to him, "Teacher, tell my brother to divide the inheritance with me."
14 But he said to him, "Man, who made me a judge or arbitrator over you?"
15 And he said to them, "Take care, and be on your guard against all covetousness, for one's life does not consist in the abundance of his possessions." (Luke 12:13-15 ESV)

It is a quite normal thing to happen in that time. When a father died, the inheritance would be divided between the sons. And the rabbi would be consulted to make a decision.

But Jesus saw beyond the question into this man's heart. The man was simply concern about his property. He was greedy and covetous. So Jesus warned him against these things. He warned him against the covetousness, greed, and wanting more than what he need.

 

บางครั้ง ผู้คนก็ล้มเหลวที่จะลงทุนอย่างถูกต้อง ชายในลูกาบทที่ 12 เช่นเดียวกัน เขาเป็นชายที่ร่ำรวย แต่กลับเลือกลงทุนไม่ดีสำหรับนิรันดร์การของเขาเอง

ลูกาบทที่ 9 พระเยซูทรงเสด็จไปยังเยรูซาเล็ม ทรงสอนเกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญในชีวิตอย่างถูกต้องในบทที่ 10 และเกี่ยวกับนิรันดร์กาลในบทที่ 12

ลูกา 12:13-21 กล่าวถึงการสะสมทรัพย์สมบัติบนโลกนี้ และลูกา 12:22-34 กล่าวถึงการสะสมสมบัติในสวรรค์

 

การสะสมสมบัติบนโลกนี้ (1)

ขณะที่พระเยซูทรงสั่งสอนอยู่นั้น พระองค์ก็ถูกขัดจังหวะ มีชายผู้หนึ่งทูลขอให้พระองค์ช่วยแบ่งมรดกให้กับเขา

13 มี​คน​หนึ่ง​ใน​ฝูง​ชน​นั้น​ทูล​พระ​องค์​ว่า "ท่าน​อา​จารย์ ช่วย​บอก​พี่​ชาย​ของ​ข้าพเจ้า​ให้​แบ่ง​มร​ดก​แก่​ข้าพ​เจ้าด้วย"
14 แต่​พระ​องค์​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า "พ่อ​หนุ่ม ใคร​ตั้ง​เรา​ให้​เป็น​ผู้​พิ​พาก​ษา​หรือ​เป็น​ผู้​แบ่ง​มร​ดก​ให้​ท่าน?"
15 แล้ว​พระ​องค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า "ระวัง​ให้​ดี จง​หลีก​เลี่ยง​จาก​ความ​โลภ​ทุก​อย่าง เพราะ​ว่า​ชีวิต​ของ​คน​ไม่​ได้​อยู่​ที่​การ​มี​ของ​ฟุ่ม​เฟือย" (ลูกา 12:13-15 THSV2011)

นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติในเวลานั้น เพื่อบิดาเสียชีวิต มรดกก็จะถูกจัดแบ่งระหว่างลูกชายทั้งหลาย และอาจารย์สอนศาสนาของยิวก็จะได้รับการปรึกษาเพื่อให้ตัดสินการจัดแบ่งมรดก

แต่พระเยซูทรงทอดพระเนตรมองดูมากกว่าแค่คำถาม ทรงทอดพระเนตรเข้าไปยังจิตใจของชายผู้นั้น เขาเป็นกังวลเกี่ยวกับทรัพย์สินของเขา เขาเป็นคนที่ละโมบโลภมาก ดังนั้นพระเยซูจึงได้ทรงเตือนเขาเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ ทรงเตือนเขาเรื่องความอยาก ความโลภ และการต้องการสิ่งของมากเกินจำเป็น

 

Dr. Euan Dodds

Sermon on Luke 12: 13-34

Title "Possessions - Use Them or Lose Them?"

Sunday Morning Service at St George's Tron Church, 09/10/2011

 

NOTE:  If you find a mistake in my note, please contact me directly at ton@followhissteps.com. (For it may be from my own mistake due to my poor English listening skill.)

หมายเหตุ:  ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Saturday, 8 October 2011

Danger, Despair, Death & Deliverance (10)

3. พระเจ้าทรงสามารถช่วยกู้เราจากศัตรู (ต่อ)

เปาโลก็ได้เล่าถึงประสบการณ์ที่ท่านได้ประสบใน 2 โครินธ์ 1

7 เราจึงมีความหวังแน่นอนในท่านทั้งหลาย เพราะเรารู้ว่าท่านทั้งหลายได้มีส่วนในความทุกข์ยากฉันใด ท่านทั้งหลายจะได้มีส่วนในการปลอบประโลมใจฉันนั้น
8 พี่น้องทั้งหลาย เราอยากให้ท่านทราบถึงความทุกข์ยากที่เกิดแก่เราในแคว้นเอเชีย ซึ่งทำให้เราหนักใจจนเหลือกำลัง จนเราเกือบหมดหวังที่จะเอาชีวิตรอดมาได้
9 ที่จริงเราคาดว่าเราถึงที่ตายแล้ว แต่ที่เป็นเช่นนี้ก็เพื่อมิให้เราไว้ใจในตนเอง แต่ให้ไว้ใจในพระเจ้าผู้ทรงโปรดให้คนทั้งปวงฟื้นจากความตาย
10 พระองค์ทรงช่วยเราให้พ้นจากความตายอันใหญ่หลวง และพระองค์จะทรงช่วยเราอีก เราไว้ใจพระองค์ว่า พระองค์จะทรงช่วยเราต่อไปอีก
11 ท่านทั้งหลายจะช่วยเราได้ด้วยการอธิษฐานเพื่อเรา เพื่อว่าคนเป็นอันมากจะได้ขอบพระคุณเพราะเรา เนื่องจากของประทานที่ทรงประทานแก่เรา อันเป็นการทรงตอบคำอธิษฐานของคนเป็นอันมากนั้น (2 โครินธ์ 1:7-11 THSV2011)

คริสเตียนผู้ซึ่งอยู่ท่ามกลางความสิ้นหวังและภยันตราย เมื่อพวกเขาหมดหนทางแม้ว่าจะได้ใช้สิ่งที่เขามี ไม่ว่าจะเป็นปัญญาและกำลัง จนหมดสิ้น แล้วเขาก็ร้องเรียกพระเจ้า พึ่งพาพระเจ้า ร้องทูลขอต่อพระองค์ และพระองค์ก็ทรงช่วยเข้าให้พ้นจากสถานการณ์นั้น และพวกเขาก็ขอบพระคุณพระองค์

วันหนึ่ง ในเวลาสุดท้าย พวกเราจะได้รับการรับรองจากพระเจ้า แม้ว่าเราจะต้องพบกับความทุกข์ยากในเวลานี้ เราจะต้องไม่พึ่งพาตัวเอง แต่พึ่งพาพระองค์

 

พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงช่วยเราจากอันตราย ดังนั้น ขอที่เราจะมีความเชื่อมั่นในพระองค์เมื่อเราอธิษฐานต่อพระองค์

พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงช่วยเราจากความมืดและเงามัจจุราช ขอที่เราจะเข้าเฝ้าต่อพระองค์ด้วยใจถ่อม กลับใจจากบาป และทูลขอต่อพระองค์ ให้พระองค์ทรงปลดปล่อยเราจากสิ่งที่เราตกเป็นทาส

พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงช่วยเราจากศัตรู วันหนึ่งเราจะมีเสรีภาพอย่างสมบูรณ์ พระองค์ทรงอดกลั้นพระทัย พระองค์ทรงรอคอยเวลาด้วยว่าศัตรูของพระองค์อาจกลับมาเป็นสหายของพระองค์ และผู้ที่เกลียดชังพระองค์อาจได้รับการคืนดีกับพระองค์

 

องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญาของพระองค์ ตามที่บางคนคิดนั้น แต่พระองค์ได้ทรงอดกลั้นพระทัยไว้ เพราะเห็นแก่เราทั้งหลายมาช้านาน ไม่ทรงประสงค์ที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศเลย แต่ทรงปรารถนาที่จะให้คนทั้งปวงกลับใจเสียใหม่ (2 เปโตร 3:9 THSV2011)

 

จง​ขอบ​พระ​คุณ​พระ​ยาห์​เวห์ เพราะ​พระ​องค์​ประเสริฐ เพราะ​ความ​รัก​มั่น​คง​ของ​พระ​องค์​ดำ​รง​เป็น​นิตย์ (สดุดี 107:1 THSV2011)


Dr. Euan Dodds

Sunday Morning Service, St George's Tron Church

25/09/2011

 

หมายเหตุ:

- ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

- สำหรับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านได้ที่นี่ครับ Danger, Despair, Death & Deliverance (English)

 
 


Friday, 7 October 2011

Danger, Despair, Death & Deliverance (9)

3. พระเจ้าทรงสามารถช่วยกู้เราจากศัตรู

33 พระองค์ทรงเปลี่ยนแม่น้ำให้เป็นถิ่นทุรกันดาร น้ำพุให้เป็นดินแห้งผาก
34 แผ่นดินที่มีผลดกให้เป็นที่แห้งแล้ง เพราะเหตุความโหดร้ายของชาวเมือง
35 พระองค์ทรงเปลี่ยนถิ่นทุรกันดารให้เป็นสระน้ำ แผ่นดินแห้งผากให้เป็นน้ำพุ
36 และพระองค์ทรงให้คนหิวโหยอาศัยที่นั่น เพื่อเขาจะสถาปนานครซึ่งพอจะอาศัยได้
37 เขาหว่านนา และปลูกสวนองุ่นและได้ผลดกมาก
38 โดยพระพรของพระองค์เขาทั้งหลายทวีผลมากยิ่ง และพระองค์มิได้ทรงให้วัวของเขาลดจำนวนลง
39 เมื่อเขาถูกทำให้น้อยลงและถูกเหยียดให้ต่ำโดยการบีบบังคับกับความยากลำบากและความโศกเศร้า
40 พระองค์ทรงเทความดูหมิ่นลงบนเจ้านาย ทรงกระทำให้เขาพเนจรไปในถิ่นทุรกันดารที่ไม่มีหนทาง
41 แต่พระองค์ทรงยกคนขัดสนขึ้นจากความทุกข์ยาก และกระทำให้ครอบครัวของเขามากอย่างฝูงแพะแกะ
42 คนชอบธรรมจะเห็นและยินดี และความชั่วช้าทั้งปวงก็จะปิดปากของมัน
43 ผู้ใดฉลาดและจะรักษาสิ่งเหล่านี้ ก็จะเข้าใจถึงความเมตตาของพระเยโฮวาห์ (สดุดี 107:33-43 THSV2011)

พระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงสถานการณ์

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้มีป้ายข้างรถเมล์ ที่เขียนโดยผู้ที่ไม่เชื่อพระเจ้า กล่าวว่า "มีความเป็นไปได้ที่จะไม่มีพระเจ้า ดังนั้นจงเลิกกังวล และมีความสุขในการดำเนินชีวิต" ในเยอรมัน ก็มีผู้ที่ไม่เชื่อพระเจ้าคนหนึ่งเขียนป้ายบนข้างรถเมล์ ว่า "ชีวิตที่สัตย์ซื่อไม่จำเป็นจะต้องมีความเชื่อ" (Faithful life needs no faith.)

แต่ต่อมา ก็มีคริสเตียนชาวเยอรมันผู้หนึ่ง ซึ่งมีรถบัสเป็นของตัวเอง ก็ได้เขียนป้ายที่ข้างรถของเขาว่า "แล้วถ้าหากว่าพระเจ้ามีจริงล่ะ?" แล้วก็ขับตามหลังรถที่มีป้ายของพวกที่ไม่เชื่อพระเจ้าไป

พระคัมภีร์ตอนนี้ได้แสดงให้เราเห็น 2 ภาพด้วยกัน

  1. คนอธรรมที่มั่งคั่งในเวลานี้ แต่สุดท้ายเขาจะล้มเหลว
  2. คนชอบธรรมที่อาจจะกำลังเผชิญกับความทุกข์ยาก ขัดสน อยู่ภายใต้ความกดดันในขณะนี้ แต่ในที่สุดเขาก็จะได้รับการฟื้นฟู และมีความชื่นชมยินดีในพระพรนานัปประการของพระเจ้า

มีหญิงคนหนึ่งในงานแต่งงาน เมื่อเธอทราบว่าข้าพเจ้าทำงานที่คริสตจักรแห่งหนึ่ง เธอก็บอกข้าพเจ้าถึงเหตุผลที่เธอไม่เชื่อพระเจ้า ว่าเป็นเพราะเธอได้เห็นว่าคนชั่วเหมือนจะได้ดีเสมอ และคนดีก็เหมือนจะต้องพบกับความทุกข์ยาก ดังนั้น ข้าพเจ้าเลยได้ให้เธอดูข้อความจากพระธรรมสดุดี 73 จาก iPod Touch ของข้าพเจ้า ผู้คนรอบข้างดูแล้วอาจจะคิดว่าข้าพเจ้ากับเธอผู้นั้นกำลังดูรูปภาพกันอยู่ แต่แท้จริงแล้ว นั่นคือการศึกษาพระคัมภีร์เล็ก ๆ เลยทีเดียว ถ้าหากคุณมี iPhone ก็อย่าลืมใช้ประโยชน์จากมัน

1 แท้จริงพระเจ้าทรงดีต่ออิสราเอล ต่อบุคคลผู้มีใจบริสุทธิ์
2 แต่ข้าพเจ้าเล่า เท้าของข้าพเจ้าเกือบสะดุด ย่างเท้าของข้าพเจ้าหมิ่นพลาดเต็มทีแล้ว
3 เพราะข้าพเจ้าริษยาคนโง่เขลาเมื่อข้าพเจ้าเห็นความเจริญรุ่งเรืองของคนชั่ว
4 เพราะเขาทั้งหลายไม่มีความเจ็บปวดเมื่อเขาตายไป แต่กำลังของเขายังสมบูรณ์อยู่
5 เขาทั้งหลายไม่ลำบากอย่างคนอื่นๆ เขาทั้งหลายไม่รับภัยอย่างคนอื่นๆ (สดุดี 107:1-5 THSV2011)

27 เพราะดูเถิด บุคคลผู้ห่างเหินจากพระองค์จะพินาศ พระองค์ทรงให้บุคคลที่ไม่จริงใจต่อพระองค์ดับไป
28 แต่ส่วนข้าพระองค์ ที่จะเข้าใกล้พระเจ้านั้นเป็นสิ่งที่ดี ข้าพระองค์ได้วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้า เพื่อข้าพระองค์จะได้เล่าถึงพระราชกิจทั้งสิ้นของพระองค์ (สดุดี 107:27-28 THSV2011)

นี่คือสิ่งที่คนมากมายสงสัย และข้อความจากพระคัมภีร์มากมายหลายตอนได้บอกับเราว่า เราอาจจะต้องถูกทดลองให้ไปอิจฉาคนที่มั่งมี เราอาจจะกำลังขัดสน และถูกข่มเห็ง แต่เราทั้งหลายจะได้อิ่มเอมและเป็นสุข และได้เห็นพระเจ้าหน้าต่อหน้า พระองค์จะทรงปกป้องสิทธิของเรา พระเจ้าทรงช่วยประชากรของพระองค์ให้รอดโดยพระคุณ แต่จะมีการพิพากษาสำหรับเขาเหล่านั้นที่กบฎต่อพระคริสต์และหยามคำปรึกษาขององค์ผู้สูงสุด


Dr. Euan Dodds

Sunday Morning Service, St George's Tron Church

25/09/2011

 

หมายเหตุ:

- ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

- สำหรับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านได้ที่นี่ครับ Danger, Despair, Death & Deliverance (English)

 
 


Thursday, 6 October 2011

Danger, Despair, Death & Deliverance (8)

2. พระเจ้าทรงสามารถช่วยกู้เราจากความมืดและความสิ้นหวัง (ต่อ)

นี่ก็เป็นภาพของเราแต่ละคนเช่นเดียวกัน

18 เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​สำ​แดง​พระ​พิโรธ​ของ​พระ​องค์​จาก​สวรรค์ ต่อ​ความ​หมิ่น​ประ​มาท​พระ​องค์ และ​ความ​ชั่ว​ร้าย​ทั้ง​มวล​ของ​มนุษย์ ที่​เอา​ความ​ชั่ว​ร้าย​นั้น​บีบ​คั้น​ความ​จริง
19 เพราะ​การ​ที่​จะ​รู้​จัก​พระ​เจ้า​ได้​ก็​แจ้ง​อยู่​กับ​พวก​เขา เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​สำ​แดง​แก่​เขา​แล้ว
20 ตั้ง​แต่​เริ่ม​สร้าง​โลก​มา​นั้น สภาพ​ของ​พระ​เจ้า​ซึ่ง​ตา​มนุษย์​มอง​ไม่​เห็น คือ​ฤท​ธา​นุ​ภาพ​อัน​ถา​วร​และ​เทว​สภาพ​ของ​พระ​องค์ ก็​ได้​ปรา​กฏ​ชัด​ใน​สรรพ​สิ่ง​ที่​พระ​องค์​ได้​ทรง​สร้าง ฉะนั้น​พวก​เขา​จึง​ไม่​มี​ข้อ​แก้​ตัว​เลย
21 เพราะ​ถึง​แม้​ว่า​เขา​ได้​รู้จัก​พระ​เจ้า​แล้ว เขา​ก็​ไม่​ได้​ถวาย​พระ​เกียรติ​แด่​พระ​องค์​ให้​สม​กับ​ที่​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า หรือ​ขอบ​พระ​คุณ​พระ​องค์ แต่​พวก​เขา​กลับ​คิด​ใน​สิ่ง​ที่​ไม่​เป็น​สาระ และ​จิต​ใจ​โง่​เขลา​ของ​เขา​ก็​มืด​มัว​ไป (โรม 1:18-21 THSV2011)

เรานมัสการสิ่งทรงสร้างแทนที่จะนมัสการพระผู้สร้าง

เราหันหลังให้กับพระผู้ยิ่งใหญ่และคำปรึกษาจากพระองค์ แล้วเดินตามทางของเราเองและเชื่อตามคำปรึกษาของผู้คนรอบข้าง

เราเอาสวรรค์ไปแลกกับนรก เอาแสงสว่างของโลกนี้ไปแลกกับความมืดแห่งบาป เอาอิสรภาพแห่งการเป็นบุตรของพระเจ้าไปแลกกับการเป็นทาสของบาป เอาชีวิตนิรันดร์ไปแลกกับความตายนิรันดร์ เราหันออกจากการรับใช้พระเจ้าซึ่งแอกของพระองค์ก็พอเหมาะและภาระของพระองค์ก็เบา ไปรับใช้ซาตานที่ชั่วร้ายที่จะใช้งานเราและจะมอบค่าจ้างของความบาปคือความตาย

10 บ้าง​ก็​นั่ง​อยู่​ใน​ความ​มืด​และ​เงา​มัจ​จุ​ราช ถูก​ขัง​อยู่​ด้วย​ความ​ทุกข์​ยาก​และ​ติด​ตรวน
11 เพราะ​พวก​เขา​กบฏ​ต่อ​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า และ​หยาม​คำ​ปรึก​ษา​ของ​องค์​ผู้​สูง​สุด (สดุดี 107:10-11 THSV2011)

พวกเขามีความรู้เรื่องพระเจ้าบ้าง และหันออกจากทางของพระองค์ และความมืดได้ปกคลุมชีวิตของเขา แม้กระนั้นก็ตาม ก็ยังคงมีความหวังสำหรับพวกเขาอยู่

13 เมื่อ​มี​ความ​ทุกข์​ลำ​บาก เขา​ทั้ง​หลาย​ได้​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ แล้ว​พระ​องค์​ทรง​ช่วย​เขา​ให้​พ้น​จาก​ความ​ทุกข์​ใจ
14 พระ​องค์​ทรง​นำ​เขา​ทั้ง​หลาย​ออก​มา​จาก​ความ​มืด​และ​เงา​มัจ​จุ​ราช และ​ทรง​หัก​โซ่​ตรวน​ที่​ล่าม​ตัว​เขา​ให้​ขาด​สะบั้น (สดุดี 107:13-14 THSV2011)

ถ้าคุณกำลังเป็นทาสของบาป หรืออาจจะเป็นการติดสิ่งเสพติด หรือมีนิสัยที่ไม่ดีบางอย่าง แล้วเลิกไม่ได้ ถ้าหากคุณนั่งอยู่ในความมืด ให้คุณรู้ว่าในวันนี้ มีผู้หนึ่งที่จะสัญญาที่จะปลดปล่อยคุณออกจากการถูกจองจำในคุก องค์พระเยซูคริสต์เจ้าได้ทรงยื่นข้อเสนอที่จะปลดเปลื้องพันธของบาปและความตาย ที่จะปลดปล่อยคุณให้เป็นอิสระจากซาตาน และที่จะนำคุณไปยังอาณาจักรแห่งความสว่าง องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสามารถช่วยกู้เราจากอันตรายและความมืดได้


Dr. Euan Dodds

Sunday Morning Service, St George's Tron Church

25/09/2011

 

หมายเหตุ:

- ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

- สำหรับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านได้ที่นี่ครับ Danger, Despair, Death & Deliverance (English)

 
 

Wednesday, 5 October 2011

Danger, Despair, Death & Deliverance (7)

2. พระเจ้าทรงสามารถช่วยกู้เราจากความมืดและความสิ้นหวัง

พระเจ้าทรงอดทนและเปี่ยมด้วยพระคุณต่อผู้ที่หันหลังให้กับพระองค์ และประตูก็ยังคงเปิดไว้สำหรับบุตรน้อยหลงหาย

10 บ้าง​ก็​นั่ง​อยู่​ใน​ความ​มืด​และ​เงา​มัจ​จุ​ราช ถูก​ขัง​อยู่​ด้วย​ความ​ทุกข์​ยาก​และ​ติด​ตรวน
11 เพราะ​พวก​เขา​กบฏ​ต่อ​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า และ​หยาม​คำ​ปรึก​ษา​ของ​องค์​ผู้​สูง​สุด (สดุดี 107:10-11 THSV2011)

บุคคลเหล่านี้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้า แต่ก็หันหนีออกจากทางของพระองค์ พวกเขาคิดว่าจะพบกับเสรีภาพ แต่แท้จริงแล้วเขากลับกลายเป็นเหมือนนักโทษ ไม่มีความช่วยเหลือมายังพวกเขา เงาแห่งความมัจจุราชก็ทอดมาเหนือชีวิตพวกเขา

ถ้าหากเรามองย้อนกลับไปที่บทก่อนหน้านี้ สดุดีบทที่ 106 ได้กล่าวถึงความสัตย์ซื่อของพระเจ้า และความอสัตย์ของประชากรของพระองค์ จากประวัติศาสตร์ของอิสราเอล

41 พระ​องค์​ทรง​มอบ​ท่าน​ไว้​ใน​มือ​บรร​ดา​ประ​ชา​ชาติ บรร​ดา​ผู้​ที่​เกลียด​ท่าน​จึง​ปก​ครอง​เหนือ​ท่าน
42 บรร​ดา​ศัตรู​ของ​ท่าน​ได้​บีบ​บัง​คับ​ท่าน และ​ท่าน​ตก​ไป​อยู่​ใต้​อำ​นาจ​ของ​พวก​เขา (สดุดี 106:40-41 THSV2011)

พวกเขาอยู่ในความมืดและเงามัจจุราช เป็นเหมือนนักโทษอยู่ในต่างแดน แม้กระนั้นก็ตาม ผู้เขียนพระธรรมสดุดีได้จบบทด้วยคำอธิษฐานในข้อ 47

สาธุ​การ​แด่​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​อิส​รา​เอล ตั้งแต่​นิ​รันดร์​กาล​จน​ถึง​นิ​รันดร์​กาล และ​ขอ​ประ​ชา​ชน​ทั้ง​สิ้น​กล่าว​ว่า "อา​เมน" สรร​เสริญ​พระ​ยาห์​เวห์ (สดุดี 106:47 THSV2011)

และในสดุดีบทที่ 107 ผู้เขียนสดุดีได้เริ่มบทเพลงด้วยการโมทนาขอบพระคุณพระเจ้าที่ได้ทรงช่วยกู้ประชากรของพระองค์ออกจากดินแดนนั้น พวกเขาสูญเสียพระสัญญาของพระเจ้าและจบด้วยการเป็นเชลยและนักโทษ แต่ในสดุดี 107:1-2 พระเจ้าทรงนำพวกเขากลับมายังดินแดนแห่นพันธสัญญา และรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่พวกเขาได้ทำลายไป

1 จง​ขอบ​พระ​คุณ​พระ​ยาห์​เวห์ เพราะ​พระ​องค์​ประเสริฐ เพราะ​ความ​รัก​มั่น​คง​ของ​พระ​องค์​ดำ​รง​เป็น​นิตย์์
2 ให้​ผู้​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ไถ่​ไว้​แล้ว​กล่าว​ดัง​นั้น​เถิด คือ​ผู้​ที่​ทรง​ไถ่​ไว้​จาก​มือ​ของ​คู่​อริ (สดุดี 107:1-2 THSV2011)


Dr. Euan Dodds

Sunday Morning Service, St George's Tron Church

25/09/2011

 

หมายเหตุ:

- ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

- สำหรับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านได้ที่นี่ครับ Danger, Despair, Death & Deliverance (English)

Tuesday, 4 October 2011

Danger, Despair, Death & Deliverance (6)


1. พระเจ้าทรงสามารถช่วยกู้เราจากภยันตรายทั้งปวงได้ (ต่อ)

เมื่อเราอยู่ในอันตราย ขอที่เราจะทูลต่อพระเจ้า ไม่ว่าเราจะไปที่แห่งใด หากเราเจออันตราย หรืออาจจะเจอคนที่ต่อต้านพระกิตติคุณ ขอที่เราจะมีความเชื่อมั่นในพระเจ้าแห่งพระคำ และขอบคุณพระองค์สำหรับความรักมั่นคงของพระองค์ และฤทธิ์เดชของพระองค์ในการที่ทรงช่วยกู้ประชากรของพระองค์ให้พ้นจากสิ่งชั่วร้าย

แต่ขอที่เราอย่าเข้าใจผิดว่าเราจะไม่เผชิญกับความยากลำบากเลยในชีวิตนี้ บางครั้ง โดยพระปัญญาและการจัดเตรียมของพระเจ้า เรือก็อาจจะล่มได้ แต่การทรงช่วยกู้ในครั้งสุดท้ายของเราทั้งหลายจากสิ่งทรงสร้างนี้ที่กำลังร้องคร่ำครวญจะเกิดขึ้นในอนาคต ในวันหนึ่ง จะมีสวรรค์ใหม่ และโลกใหม่ โลกนี้จะถูกสร้างใหม่ให้สมบูรณ์แบบ การช่วยกู้อาจจะไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในวันนี้ แต่การช่วยกู้จะเกิดขึ้นในวันแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้าในอนาคตอย่างแน่นอน

1 และ​ข้าพ​เจ้า​เห็น​ฟ้า​สวรรค์​ใหม่​และ​แผ่น​ดิน​โลก​ใหม่ เพราะ​ว่า​ฟ้า​สวรรค์​เดิม​และ​แผ่น​ดิน​โลก​เดิม​นั้น​หาย​ไป​แล้ว และ​ทะเล​ก็​ไม่​มี​อีก​ต่อ​ไป
2 และ​ข้าพ​เจ้า​ได้​เห็น​นคร​บริ​สุทธิ์ คือ​นคร​เย​รู​ซา​เล็ม​ใหม่​ลอย​ลง​มา​จาก​สวรรค์​และ​จาก​พระ​เจ้า นคร​นี้​เตรียม​พร้อม​เหมือน​อย่าง​เจ้า​สาว​ที่​แต่ง​ตัว​ไว้​สำ​หรับ​สามี
3 ข้าพ​เจ้า​ได้​ยิน​เสียง​ดัง​จาก​พระ​ที่​นั่ง​ว่า "นี่​แน่ะ ที่​ประ​ทับ​ของ​พระ​เจ้า​อยู่​กับ​มนุษย์​แล้ว และ​พระ​องค์​จะ​ประ​ทับ​กับ​เขา​ทั้ง​หลาย พวก​เขา​จะ​เป็น​ชน​ชาติ​ของ​พระ​องค์ พระ​เจ้า​เอง​จะ​สถิต​กับ​เขา และ​จะ​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​เขา
4 พระ​เจ้า​จะ​ทรง​เช็ด​น้ำ​ตา​ทุกๆ หยด​จาก​ตา​ของ​เขา​ทั้ง​หลาย และ​ความ​ตาย​จะ​ไม่​มี​อีก​ต่อ​ไป ความ​โศก​เศร้า การ​ร้อง​ไห้ และ​การ​เจ็บ​ปวด​จะ​ไม่​มี​อีก​ต่อ​ไป เพราะ​ยุค​เดิม​นั้น​ผ่าน​ไป​แล้ว" (วิวรณ์ 21:1-4 THSV2011)

ในฐานะคริสเตียน เรากำลังรอคอยการทรงช่วยกู้จากบาปและความตายนิรันดร์

จงขอบคุณพระเจ้าสำหรับความรักมั่นของของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงช่วยกู้เราในเวลานี้ และสำหรับการช่วยกู้อันสมบูรณ์แบบครั้งสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


Dr. Euan Dodds

Sunday Morning Service, St George's Tron Church

25/09/2011

 

หมายเหตุ:

- ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

- สำหรับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านได้ที่นี่ครับ Danger, Despair, Death & Deliverance (English)

Danger, Despair, Death & Deliverance (5)

 

1. พระเจ้าทรงสามารถช่วยกู้เราจากภยันตรายทั้งปวงได้ (ต่อ)

ภาพ 2 ภาพที่กล่าวถึงอันตรายในพระธรรมสดุดี 107 นี้น่าสนใจมาก แล้วเรื่องราวขององค์พระเยซูคริสต์เป็นอย่างไร?

มีเรื่องหนึ่งที่ปรากฎในมาระโก 4

35 เย็น​วัน​นั้น พระ​องค์​ตรัส​กับ​พวก​สา​วก​ว่า "ให้​พวก​เรา​ข้าม​ไป​ฝั่ง​โน้น​เถิด"
36 เมื่อ​ละ​จาก​ประ​ชา​ชน​แล้ว พวก​เขา​จึง​พา​พระ​องค์​ซึ่ง​ประ​ทับ​ใน​เรือ​ไป มี​เรือ​อีก​หลาย​ลำ​ตาม​ไป​ด้วย
37 และ​มี​พายุ​ใหญ่​เกิด​ขึ้น คลื่น​ก็​ซัด​เข้า​ไป​ใน​เรือ​จน​น้ำ​จวน​จะ​เต็ม​เรือ​อยู่​แล้ว
38 ส่วน​พระ​องค์​กำ​ลัง​บรร​ทม​หนุน​หมอน​หลับ​อยู่​ที่​ท้าย​เรือ พวก​สา​วก​จึง​มา​ปลุก​พระ​องค์​ทูล​ว่า "พระ​อา​จารย์ พระ​องค์​ไม่​ทรง​เป็น​ห่วง​ว่า​พวก​เรา​กำ​ลัง​จะ​พินาศ​หรือ?"
39 พระ​องค์​จึง​ทรง​ลุก​ขึ้น​ห้าม​ลม​และ​ตรัส​กับ​ทะเล​ว่า "จง​สงบ​เงียบ" แล้ว​ลม​ก็​สงบ พายุ​ก็​เงียบ​สนิท
40 พระ​องค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า "ทำ​ไม​พวก​เจ้า​กลัว? พวก​เจ้า​ไม่​มี​ความ​เชื่อ​หรือ?"
41 พวก​เขา​ก็​เกรง​กลัว​อย่าง​ยิ่ง และ​พูด​กัน​ว่า "ท่าน​ผู้​นี้​เป็น​ใคร​กัน​หนอ? ขนาด​ลม​กับ​ทะเล​ยัง​เชื่อ​ฟัง​ท่าน?" (มาระโก 4:35-41 THSV2011)

28 เมื่อ​มี​ความ​ทุกข์​ลำ​บาก เขา​ทั้ง​หลาย​ได้​ร้อง​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์ แล้ว​พระ​องค์​ทรง​นำ​เขา​ออก​จาก​ความ​ทุกข์​ใจ
29 พระ​องค์​ทรง​ทำ​ให้​พายุ​สงบ​ลง และ​คลื่น​ทะเล​ก็​นิ่ง (สดุดี 107:28-29 THSV2011)

และก็มีอีกเรื่องราวหนึ่งที่ปรากฎในพระธรรมมาระโกบทที่ 6

30 พวก​อัคร​ทูต​มา​ห้อม​ล้อม​พระ​เยซู​และ​ทูล​ถึง​สิ่ง​ต่างๆ ที่​พวก​เขา​ทำ​และ​สั่ง​สอน
31 แล้ว​พระ​องค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า "มา​เถิด จง​ปลีก​ตัว​ออก​มา​หา​ที่​สงบ​เพื่อ​หยุด​พัก​สัก​หน่อย​หนึ่ง" เพราะ​ว่า​มี​คน​ไป​มา​มาก​มาย​จน​ไม่​มี​เวลา​แม้​แต่​จะ​รับ​ประ​ทาน​อาหาร
32 พระ​องค์​จึง​เสด็จ​ลง​เรือ​กับ​พวก​สา​วก​ไป​ยัง​ที่​สงบ​ตาม​ลำพัง
33 ขณะ​ที่​ไป​นั้น​มี​คน​จำ​นวน​มาก​เห็น​และ​จำ​ได้ จึง​พา​กัน​ออก​จาก​เมือง​ต่างๆ วิ่ง​ไป​ถึง​ที่​หมาย​ล่วง​หน้า​ก่อน​พวก​ของ​พระ​องค์
34 เมื่อ​พระ​เยซู​เสด็จ​ขึ้น​จาก​เรือ​แล้ว​ก็​ทอด​พระ​เนตร​เห็น​มหา​ชน และ​พระ​องค์​ทรง​สง​สาร​พวก​เขา เพราะ​ว่า​พวก​เขา​เป็น​เหมือน​ฝูง​แกะ​ไม่​มี​ผู้​เลี้ยง พระ​องค์​จึง​ทรง​เริ่ม​สั่ง​สอน​พวก​เขา​หลาย​ประ​การ
35 เมื่อ​เวลา​ผ่าน​ไป​เกือบ​จะ​ค่ำ​แล้ว พวก​สา​วก​มา​ทูล​พระ​องค์​ว่า "ที่​นี่​เป็น​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร และ​ตอน​นี้​เวลา​ก็​เย็น​มาก​แล้ว
36 ขอ​พระ​องค์​ทรง​ให้​ประ​ชา​ชน​ไป​เถิด พวก​เขา​จะ​ได้​ไป​หา​ซื้อ​อาหาร​รับ​ประ​ทาน​ตาม​ชน​บท​และ​หมู่​บ้าน​ที่​อยู่​แถบ​นี้"
37 แต่​พระ​องค์​ตรัส​ตอบ​พวก​สาวก​ว่า "พวก​ท่าน​จง​เลี้ยง​พวก​เขา​เถิด" พวก​เขา​ทูล​พระ​องค์​ว่า "จะ​ให้​พวก​ข้า​พระ​องค์​ใช้​เงิน​สอง​ร้อย​เหรียญ​เดนา​ริอันไป​ซื้อ​อาหาร​ให้​พวก​เขา​รับ​ประ​ทาน​หรือ?"
38 พระ​องค์​ตรัส​ตอบ​พวก​เขา​ว่า "พวก​ท่าน​มี​ขนม​ปัง​อยู่​กี่​ก้อน? ไป​ดู​ซิ" เมื่อ​ทราบ​แล้ว​พวก​เขา​จึง​ทูล​ว่า "มี​ขนม​ปัง​ห้า​ก้อน​กับ​ปลา​สอง​ตัว"
39 พระ​องค์​จึง​ตรัส​สั่ง​พวก​เขา​ให้​จัด​คน​ทั้ง​หลาย​นั่ง​รวม​กัน​ที่​หญ้า​สด​เป็น​หมู่ๆ
40 ประ​ชา​ชน​ก็​นั่ง​รวม​กัน​เป็น​หมู่ๆ หมู่​ละ​ร้อย​คน​บ้าง ห้า​สิบ​คน​บ้าง
41 เมื่อ​พระ​องค์​ทรง​รับ​ขนม​ปัง​ห้า​ก้อน​กับ​ปลา​สอง​ตัว​นั้น​แล้ว ก็​แหงน​พระ​พักตร์​ดู​ฟ้า​สวรรค์ เมื่อ​ขอ​พระ​พร​แล้ว​ก็​ทรง​หัก​ขนม​ปัง​เหล่า​นั้น​ให้​พวก​สา​วก​เอา​ไป​แจก​ให้​กับ​คน​ทั้ง​หลาย ส่วน​ปลา​สอง​ตัว​นั้น​พระ​องค์​ก็​ทรง​แบ่ง​ให้​โดย​ทั่ว​กัน
42 ทุก​คน​จึง​ได้​กิน​จน​อิ่ม
43 ส่วน​เศษ​ขนม​ปัง​และ​ปลา​ที่​เหลือ​นั้น พวก​เขา​เก็บ​ไว้​ได้​ถึง​สิบ​สอง​ตะ​กร้า​เต็ม
44 จำ​นวน​คน​ที่​รับ​ประ​ทาน​ขนม​ปัง​เหล่า​นั้น​มี​ผู้​ชาย​ห้า​พัน​คน (มาระโก 6:30-44 THSV2011)

เพราะ​พระ​องค์​ทรง​ให้​ผู้​ที่​กระ​หาย​ได้​อิ่ม​เอม และ​ผู้​ที่​หิว พระ​องค์​ทรง​ให้​เขา​หนำ​ใจ​ด้วย​ของ​ดี (สดุดี 107:9 THSV2011)

มาระโกต้องการสอนอะไรเกี่ยวกับองค์พระเยซูคริสต์? พระองค์ทรงสามารถเลี้ยงอาหารแก่ผู้ที่หิวโหยในถิ่นทุรกันดาร และพระองค์ทรงสามารถห้ามพายุได้ สรรพสิ่งทั้งปวงล้วนถูกสร้างมาโดยผ่านทางองค์พระเยซูคริสต์ พระผู้สร้างได้ทรงเสด็จมาในโลกนี้ เพื่อที่จะไถ่และช่วยโลกนี้ให้รอด พระองค์ทรงฤทธิ์ที่จะช่วยให้รอดและช่วยกู้ผู้ที่อยู่ในความทุกข์ใจ


Dr. Euan Dodds

Sunday Morning Service, St George's Tron Church

25/09/2011

 

หมายเหตุ:

- ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

- สำหรับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านได้ที่นี่ครับ Danger, Despair, Death & Deliverance (

 
 
 
English)
 
 
 

Saturday, 1 October 2011

Fwd: Danger, Despair, Death & Deliverance (4)

เราจะได้เห็นการช่วยกู้จาก 3 เหตุการณ์ด้วยกันในที่นี้

1. พระเจ้าทรงสามารถช่วยกู้เราจากภยันตรายทั้งปวงได้

จากพระธรรมสดุดีบทที่ 91 ได้กล่าวเช่นเดียวกันว่าพระเจ้าทรงปกป้องประชากรของพระองค์ กล่าวถึงฤทธิ์อำนาจสูงสุดของพระองค์ในการที่ทรงช่วยประชากรของพระองค์ พระองค์ทรงมีสิทธิอำนาจเหนือภาวะอากาศ ทรงมีสิทธิอำนาจเหนือชีวิตของเราทั้งหลาย พระองค์ทรงสามารถช่วยกูเราจากท่ามกลางภยันตรายได้

1 ผู้​ที่​อา​ศัย​อยู่​ใน​ที่​กำ​บัง​ของ​องค์​ผู้​สูง​สุด จะ​อยู่​ใน​ร่ม​เงา​ของ​ผู้​ทรง​มหิทธิ​ฤทธิ์
2 ข้าพ​เจ้า ​จะ​ทูล​พระ​ยาห์​เวห์​ว่า "ที่​ลี้​ภัย​ของ​ข้า​พระ​องค์ ​และ​ป้อม​ปรา​การ​ของ​ข้า​พระ​องค์ พระ​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์ ผู้​ที่​ข้า​พระ​องค์​ไว้​วาง​ใจ"
3 เพราะ​พระ​องค์​จะ​ทรง​ช่วย​กู้​ท่าน​ให้​พ้น​จาก​กับ​ของ​พราน​นก และ​พ้น​จาก​โรค​ภัย​ร้าย​แรง​นั้น
4 พระ​องค์​จะ​ทรง​ปก​ท่าน​ไว้​ด้วย​ปีก​ของ​พระ​องค์ และ​ท่าน​จะ​ลี้​ภัย​อยู่​ใต้​ปีก​ของ​พระ​องค์ ความ​ซื่อ​สัตย์​ของ​พระ​องค์​เป็น​โล่​และ​เป็น​ดั้ง
5 ท่าน​จะ​ไม่​กลัว​ความ​สยด​สยอง​ใน​กลาง​คืน หรือ​ลูก​ธนู​ที่​ปลิว​ไป​ใน​กลาง​วัน
6 หรือ​กลัว​โรค​ภัย​ที่​ไล่​มา​ใน​ความ​มืด หรือ​ความ​หายนะ​ซึ่ง​ทำ​ลาย​ใน​เที่ยง​วัน (สดุดี 91:1-6 THSV2011)

พระเจ้าทรงสามารถช่วยกูเราได้จาก​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร​ใน​ที่​แห้ง​แล้งและลมพายุในทะเล

ในพระธรรมสดุดี 107 จะพบอันตราย 2 อย่างด้วยกัน ได้แก่

1. ในที่ที่แห้งแล้ง (ไม่มีน้ำ) บางคนก็หิวโหยและหิวน้ำ และบางคนก็ไม่มีที่อยู่อาศัย ทั้งคู่ล้วนสิ้นหวัง แต่เมื่อเขาได้ร้องทูลต่อพระเจ้า พระองค์ก็ทรงช่วยพวกเขาจากสถานการณ์ที่เขาเผชิญอยู่ พระองค์ทรงนำพวกเขาไปยังนครและทรงเลี้ยงดูพวกเขา

2. ในที่ที่มีน้ำมากเกิน บางคนก็พบกับลมพายุ ที่ทำให้เกิดคลื่นทะเลใหญ่ พวกเขาเผชิญกับอันตราย พวกเขาเดียวดายในทะเล และพระเจ้าก็ทรงหยุดพายุนั้น และนำเขามาถึงฝั่งอย่างปลอดภัย

เรื่องราวเหล่านี้นำการเล้าโลมมาสู่จิตใจของเรา

เราทั้งหลายอยู่ในโลกนี้ที่กำลังร่วงโรย เพราะความบาปของมนุษยชาติ แผ่นดินก็อยู่ภายใต้คำสาป สรรพ​สิ่ง​ที่​ทรง​สร้าง​ทั้ง​หมด​นั้น​กำ​ลัง​คร่ำ​ครวญ​และ​เจ็บ​ปวด​แบบ​หญิง​คลอด​ลูก​มา​จน​ทุก​วัน​นี้ ธรรมชาติก็เป็นปฏิปักษ์กับมนุษยชาติ มีแผ่นดินไหวและภัยพิบัติมากมาย สรรพสิ่งที่ทรงสร้างล้วนคร่ำครวญเพราะคำสาปของบาป

แต่พระผู้สร้างมิได้ทรงทอดทิ่งสรรพสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้างขึ้นมา พระองค์ยังคงครอบครองบัลลังค์ และทรงควบคุมทุกสิ่งอยู่ พระหัตถ์ของพระองค์ก็อยู่เหนือประวัติศาสตร์ พระองค์ทรงสามารถช่วยให้รอดและช่วยกู้ได้ ทรงสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ต่าง ๆ และนำเราไปยังที่ปลอดภัยได้ พระองค์ทรงฤทธิ์


Dr. Euan Dodds

Sunday Morning Service, St George's Tron Church

25/09/2011

 

หมายเหตุ:

- ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

- สำหรับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านได้ที่นี่ครับ Danger, Despair, Death & Deliverance (English)