Tuesday, 31 May 2011

รักแท้ต้องแสดงออก (2/5)

ข้าพเจ้าอยากรวบรวมประเด็นต่าง ๆ ที่เราควรจะระมัดระวัง สิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคที่เราจะต้องก้าวข้ามไป มิเช่นนั้นมันอาจจะขัดขวางไม่ให้เราสำแดงความรักออกได้อย่างสมบูรณ์แบบ
 

1. ความคิดที่แบ่งแยกและตัดสิน (1)

ในชีวิตของเรา เราจำเป็นต้องแบ่งแยกและแยกแยะ
การแยกแยะเป็นการวิเคราะห์ แยกรายละเอียดปลีกย่อยมาพินิจพิเคราะห์ แล้วค่อยตัดสินและสรุป สิ่งเหล่านี้อยู่ในสายเลือดของเรา ความคิดเช่นนี้ ถ้าเอาไปใช้ในการทำงานก็เป็นสิ่งที่ดีมาก แต่ถ้าเอามาใช้กับมนุษย์ เวลาที่เรามองแบบแยก อาจส่งผลที่น่ากลัวได้
ถ้าเรามองออกไป จะพบว่ามีการแยกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแยกเพศ แยกอายุ แยกความสวยงาม ในคริสตจักรก็มีการแยกออกเป็นคณะต่าง ๆ มากมาย จนบางครั้งเดินสวนกันก็ไม่รู้จักกัน
การแยก ไม่ได้เป็นความบาปในตัวเอง แต่ชีวิตเราอยู่ในกรอบเช่นนี้จนเป็นธรรมชาติของเรา ทำให้มีการแยกคริสตจักรฉันคริสตจักรเธอ สีของฉัน สีของเธอ ประเทศฉัน ประเทศเธอ แยกเป็นเธอกับฉันตลอด แล้วเราทั้งหลายเหมือนกันตรงไหนบ้าง?
มุมมองของการแยก เราใช้บ่อยมาก ซึ่งเป็นผลพวงจาก individualism เรารับผลกระทบโดยไม่รู้ตัว ครอบครัวเวลาแต่งงานเราก็แยกบ้านกันไป นี่เป็นมุมมองจากเบื้องล่างจากมนุษย์ที่มอง
เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ข้าพเจ้าไปเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่อินเดีย ขณะที่เดินทางกลับ เมื่อใกล้ถึงกรุงเทพ ข้าพเจ้ามองออกไปจากหน้าต่างของเครื่องบิน วันนั้นท้องฟ้าแจ่มใสมาก และเครื่องบินก็บินต่ำมาก ข้าพเจ้าสามารถเห็นได้ชัดมากถึงผืนนา สิ่งที่ข้าพเจ้าสังเกตเห็น คือ เส้นเส้นหนึ่ง เหมือนกับสายไหมสีทอง ๆ เหมือนผมของฝรั่งเส้นใหญ่มาก ข้าพเจ้าก็คิดว่า ขณะที่เวลานั้นกรุงเทพเกิดการแบ่งแยก ข้าพเจ้าไม่เคยคิดเลยว่าเมื่อมองกรุงเทพภาพรวมเป็นหนึ่งเดียวแล้วสวยงามเช่นไร เส้นสีทองนั้นก็คือแม่น้ำเจ้าพระยา วันนั้นแหละ หลังจากที่สัมมนาเสร็จ พระเจ้าทรงสอนข้าพเจ้าว่า มุมมองที่มองจากข้างบน จะมองไม่เห็นหรอกว่าชายหรือหญิง ใส่แว่นหรือไม่ แดงหรือเหลือง เวลาที่พระเจ้าทรงรักมนุษย์มาก จนได้ประทานพระบุตรของพระองค์ พระองค์ทรงมองแบบแยกหรือแบบรวม? พระองค์ทรงมองมนุษย์ทั้งหมดรวมกัน แต่ผู้ที่แยกก็คือมนุษย์เอง
"พระสิริจงมีแด่พระเจ้าในที่สูงสุด ส่วนบนแผ่นดินโลก สันติสุขจงมีท่ามกลางมนุษย์ทั้งปวงซึ่งพระองค์ทรงโปรดปรานนั้น" (ลูกา 2:14)
สังเกตว่า พระคัมภีร์ใช้คำว่า "มนุษย์ทั้งปวง"
อิสยาห์ ก็ได้สำแดงว่า ความคิดของเราไม่ใช่ความคิดของพระเจ้า
"เพราะความคิดของเราไม่เป็นความคิดของเจ้า ทั้งทางของเจ้าไม่เป็นวิถีของเรา" พระเจ้าตรัสดังนี้ (อิสยาห์ 55:8)
นี่เป็นมุมมองแรก เป็นพื้นฐาน เราเป็นมนุษย์เหมือนกัน เราจะแบ่งไปเรื่อย ๆ ถ้าเราไม่ได้เริ่มจากการที่มองเขาแบบมนุษย์ทั้งปวงที่พระเจ้าทรงโปรดปราน แล้วเราจะพูดว่า "you and I" หรือแม้แต่การใช้คำว่า "we" ซึ่งคือพวกเราผู้ที่พระเจ้าทรงรัก

คศ. เจนจิรา คีรีรัตน์นิติกุล
คำแบ่งปันรายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง รักแท้ต้องแสดงออก
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

รักแท้ต้องแสดงออก (1/5)

เดือนพฤษภาคมนี้ มีเรื่องราวข่าวคราวเกี่ยวกับความรักมากมาย รวมถึงพิธีอภิเสกสมรสของเจ้าชายประเทศอังกฤษ และได้มีการแบ่งปันเกี่ยวกับความรักมามากมาย
เมื่อพูดถึงความรักที่มีการแสดงออก เรานึกถึงพระคัมภีร์เรื่องใด ตอนใด เล่มใด หรือศาสนศาสตร์ใด?
มีพระคัมภีร์มากมายหลายตอนที่กล่าวถึงเรื่องนี้ อาทิเช่น
20 ถ้าผู้ใดว่า "ข้าพเจ้ารักพระเจ้า" และใจยังเกลียดชังพี่น้องของตน ผู้นั้นก็เป็นคนพูดมุสา เพราะว่าผู้ที่ไม่รักพี่น้องของตนที่แลเห็นแล้ว จะรักพระเจ้าที่ไม่เคยเห็นไม่ได้
21 พระบัญญัตินี้เราทั้งหลายก็ได้มาจากพระองค์ คือว่าให้คนที่รักพระเจ้านั้นรักพี่น้องของตนด้วย (1ยอห์น 4:20-21)
4 ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง
5 ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด
6 ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ
7 ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง
8 ความรักไม่มีวันสูญสิ้น แม้การเผยพระวจนะก็จะเสื่อมสูญไป แม้การพูดภาษาแปลกๆนั้น ก็จะมีเวลาเลิกกัน แม้วิชาความรู้ก็จะเสื่อมสูญไป (1โครินธ์ 13:4-8)
เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ (ยอห์น 3:16)
ตรีเอกานุภาพ อันประกอบด้วยพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ก็เป็นศาสนศาสตร์แห่งความรักของพระเจ้า พระบิดาทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรัก เราไม่สามารถมองเห็นพระองค์ได้ เราจึงมองเห็นที่องค์พระเยซูคริสต์ ดังนั้น หัวข้อนี้จึงไม่ใช่หัวข้อธรรมดา ความรักนั้นเริ่มต้นจากพระเจ้าก่อน เริ่มต้นที่พระองค์ทรงเป็นความรัก แต่มนุษย์ไม่สามารถเห็นพระเจ้า แม้ว่าจะสามารถเห็นธรรมชาติ และเห็นหลายสิ่งหลายอย่าง สิ่งที่สำแดงความรักอย่างครบถ้วน คือ องค์พระเยซูคริสต์ ทั้งชีวิตของพระองค์ พระองค์ได้สำแดงความรักอย่างชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม แม้แต่ความตายของพระองค์ สุดท้าย พระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่อยู่ในเราทุก ๆ คน อยู่ในคริสตจักรของพระองค์ ก็ช่วยให้เราได้เห็นความรักของพระองค์ (คริสตจักรเป็นคำนามแบบรวมกลุ่ม หรือ collective noun คนคนเดียวไม่สามารถเป็นคริสตจักรได้ จำเป็นต้องมีหลายคน และพระวิญญาณก็ทรงประทับอยู่กับเราทุก ๆ คน) นี่คือการสำแดงความรักของพระเจ้าที่สมบูรณ์แบบ

คศ. เจนจิรา คีรีรัตน์นิติกุล
คำแบ่งปันรายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง รักแท้ต้องแสดงออก
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

รักแท้ต้องแสดงออก (1/5)

เดือนพฤษภาคมนี้ มีเรื่องราวข่าวคราวเกี่ยวกับความรักมากมาย รวมถึงพิธีอภิเสกสมรสของเจ้าชายประเทศอังกฤษ และได้มีการแบ่งปันเกี่ยวกับความรักมามากมาย
เมื่อพูดถึงความรักที่มีการแสดงออก เรานึกถึงพระคัมภีร์เรื่องใด ตอนใด เล่มใด หรือศาสนศาสตร์ใด?
มีพระคัมภีร์มากมายหลายตอนที่กล่าวถึงเรื่องนี้ อาทิเช่น
20 ถ้าผู้ใดว่า "ข้าพเจ้ารักพระเจ้า" และใจยังเกลียดชังพี่น้องของตน ผู้นั้นก็เป็นคนพูดมุสา เพราะว่าผู้ที่ไม่รักพี่น้องของตนที่แลเห็นแล้ว จะรักพระเจ้าที่ไม่เคยเห็นไม่ได้
21 พระบัญญัตินี้เราทั้งหลายก็ได้มาจากพระองค์ คือว่าให้คนที่รักพระเจ้านั้นรักพี่น้องของตนด้วย (1ยอห์น 4:20-21)
4 ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง
5 ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด
6 ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ
7 ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง
8 ความรักไม่มีวันสูญสิ้น แม้การเผยพระวจนะก็จะเสื่อมสูญไป แม้การพูดภาษาแปลกๆนั้น ก็จะมีเวลาเลิกกัน แม้วิชาความรู้ก็จะเสื่อมสูญไป (1โครินธ์ 13:4-8)
เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ (ยอห์น 3:16)
ตรีเอกานุภาพ อันประกอบด้วยพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ก็เป็นศาสนศาสตร์แห่งความรักของพระเจ้า พระบิดาทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรัก เราไม่สามารถมองเห็นพระองค์ได้ เราจึงมองเห็นที่องค์พระเยซูคริสต์ ดังนั้น หัวข้อนี้จึงไม่ใช่หัวข้อธรรมดา ความรักนั้นเริ่มต้นจากพระเจ้าก่อน เริ่มต้นที่พระองค์ทรงเป็นความรัก แต่มนุษย์ไม่สามารถเห็นพระเจ้า แม้ว่าจะสามารถเห็นธรรมชาติ และเห็นหลายสิ่งหลายอย่าง สิ่งที่สำแดงความรักอย่างครบถ้วน คือ องค์พระเยซูคริสต์ ทั้งชีวิตของพระองค์ พระองค์ได้สำแดงความรักอย่างชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม แม้แต่ความตายของพระองค์ สุดท้าย พระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่อยู่ในเราทุก ๆ คน อยู่ในคริสตจักรของพระองค์ ก็ช่วยให้เราได้เห็นความรักของพระองค์ (คริสตจักรเป็นคำนามแบบรวมกลุ่ม หรือ collective noun คนคนเดียวไม่สามารถเป็นคริสตจักรได้ จำเป็นต้องมีหลายคน และพระวิญญาณก็ทรงประทับอยู่กับเราทุก ๆ คน) นี่คือการสำแดงความรักของพระเจ้าที่สมบูรณ์แบบ

คศ. เจนจิรา คีรีรัตน์นิติกุล
คำแบ่งปันรายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง รักแท้ต้องแสดงออก
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Thursday, 26 May 2011

การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ (10/10)

นี่คือการอธิษฐานที่พระเยซูคริสต์ทรงสอน คือ
  • อย่าอธิษฐานแบบคนหน้าซื่อใจคด
  • อย่าอธิษฐานเหมือนชาวต่างชาติ
และเมื่อเราอธิษฐาน เราควรอธิษฐาน 5 อย่างที่เป็นหัวใจหลัก
  1. ขอให้ชีวิตของเราเป็นเหตุให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ
  2. ขอให้ชีวิตของเราขยายอาณาจักรของพระเจ้า
  3. ขอพระเจ้าทรงเลี้ยงดูร่างกาย เพื่อร่างกายนี้จะได้ทำงานเพื่อพระองค์ได้
  4. ขอให้เราเป็นลูกแห่งการคืนดี เมื่อไปที่ไหน จะเกิดการคืนดี
  5. ขอให้เราเป็นลูกแห่งชัยชนะ คือ ชนะการทดลองที่ข้ามาในชีวิต
เมื่ออ่านต่อไปในมัทธิวบทที่ 7 พระองค์ได้ตรัสสอนว่า
24 เหตุฉะนั้นผู้ใดที่ได้ยินคำเหล่านี้ของเรา และประพฤติตาม เขาก็เปรียบเสมือนผู้ที่มีสติปัญญาสร้างเรือนของตนไว้บนศิลา
25 ฝนก็ตกและน้ำก็ไหลเชี่ยว ลมก็พัดปะทะเรือนนั้น แต่เรือนมิได้พังลง เพราะว่ารากตั้งอยู่บนศิลา
26 แต่ผู้ที่ได้ยินคำเหล่านี้ของเราและไม่ประพฤติตามเล่า เขาก็เปรียบเสมือนผู้ที่โง่เขลา สร้างเรือนของตนไว้บนทราย
27 ฝนก็ตกและน้ำก็ไหลเชี่ยว ลมก็พัดปะทะเรือนนั้น เรือนนั้นก็พังทลายลง และการซึ่งพังทลายนั้นก็ใหญ่ยิ่ง" (มัทธิว 7:24-27)
คำสอนนี้ มี 2 มิติ คือ
  • คนที่ฟังคำเหล่านี้แล้วปฏิบัติตาม เมื่อเขาอยู่ในโลกนี้มั่นคงได้ และอยู่บนสวรรค์ก็มั่นคงได้
  • คนที่ฟังคำเหล่านี้แล้วไม่ทำตาม เขาก็จะไม่สามารถถวายเกียรติพระเจ้า หรือเป็นพระพรแก่คนอื่นได้ ในโลกนี้ แล้ววันหนึ่งต่อหน้าพระพักตร์ของพระเจ้า เขาก็ไม่มั่นคงด้วย
 
อ. นิกร สิทธิจริยาภรณ์
คำเทศนาการนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Wednesday, 25 May 2011

การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ (9/10)

แบบอย่างการอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ (5)

5. ขอพระเจ้าอวยพรให้เราเป็นลูกแห่งชัยชนะ

และขออย่านำข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง แต่ขอให้พ้นจากซึ่งชั่วร้าย (หรือ มารร้าย) (มัทธิว 6:13)
คำว่า "ชัยชนะ" จะมาไม่ได้เลย ถ้าไม่มีคำว่าต่อสู้ ต้องมีการต่อสู้ จึงจะมีชัยชนะตามมา
ดังนั้น การที่พระองค์จะให้เราเป็นลูกแห่งชัยชนะ ก็คือการที่เราเอาชนะการทดลองที่เข้ามาในชีวิต ให้พ้นจากการทดลอง แต่ไม่ได้เป็นการนำการทดลองออกจากชีวิตของเรา เพราะเราไม่สามารถเอาการทดลองออกจากชีวิตได้ การทดลองจะต้องมา แต่ขอที่เราจะเป็นลูกแห่งชัยชนะ สำแดงชัยชนะ โดยพึ่งกำลังและฤทธิ์เดชจากพระเจ้า
การทดลองเหมือนนกที่บินข้ามหัว เราห้ามไม่ได้ แต่เราห้ามไม่ให้มันทำรังบนศีรษะได้
ตอนนี้กำลังฮิตเรื่อง 3G การทดลองก็มี 3G เช่นกัน ซึ่ง 3 สิ่งนี้ มารนำมาใช้ตั้งแต่ยุคอาดัมและเอวา และมันยังใช้อยู่ มนุษย์ทุกคนแพ้ทั้ง 3 อย่าง
  1. Girl (ตัณหาของตา) ในสามก๊ก กวนอูรบในสนามรบเก่งมาก แต่พ่ายแพ้ต่อผู้หญิง เรื่องเพศทำลายคนมามากแล้ว
  2. Gold (ตัณหาของเนื้อหนัง) เงิน ความร่ำรวยทรัพย์สมบัติในโลก ได้ทำลายคนมานับไม่ถ้วน
  3. Glory (ความทะนงในลาภยศ) ความหยิ่งจองหองมากมายที่ได้เข้ามาในชีวิตของเราเช่นกัน
ขอที่เราจะเป็นลูกแห่งชัยชนะ ชนะการทดลองที่เข้ามาในชีวิต

อ. นิกร สิทธิจริยาภรณ์
คำเทศนาการนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Tuesday, 24 May 2011

การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ (8/10)

แบบอย่างการอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ (4)

4. ขอพระเจ้าอวยพรให้เราเป็นลูกแห่งการคืนดี

และขอทรงโปรดยกบาปผิดของข้าพระองค์ เหมือนข้าพระองค์ยกโทษผู้ที่ทำผิดต่อข้าพระองค์นั้น (มัทธิว 6:12)
ภาษายิว บอกว่าเป็นลูกแห่งชาโลม เป็นลูกแห่งการคืนดี
ตั้งแต่มนุษย์เราล้มในความผิดบาป มนุษย์มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับพระเจ้า ผลก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับตัวเองไม่ดี เรากับคนอื่นไม่ดี และเรากับสังคมก็ไม่ดี
คำว่า "หว่อ" ภาษาจีน มาจาก 2 คำ รวมความหมายคือ "มือถือหอก" ตั้งแต่มนุษย์ล้มลงในบาป มนุษย์เป็นศัตรูกัน แต่พระเยซูคริสต์ทรงให้เราอธิษฐาน ให้เราทั้งหลายเป็นลูกแห่งการคืนดี เราคืนดีกับพระเจ้าเช่นไร ก็ขอที่เราจะคืนดีกับคนอื่นเช่นนั้น
มีคำกล่าวของชาติจีนหนึ่ง คือ "บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ ถ้ายังไม่ชำระ วาระยังมาไม่ถึง" จากประวัติศาสตร์ชาติจีน จะเห็นถึงการแก้แค้น การเป็นศัตรูกัน ในหนังจีนทุกเรื่องมีการแก้แค้น ถ้าไม่มีแก้แค้นก็ไม่ใช่หนังจีน แต่พระเยซูคริสต์ทรงสอนว่า เราต้องขอพระเจ้าอวยพรให้เราเป็นลูกแห่งการคืนดี คริสเตียนเราไม่แก้แค้น แต่เราจะต้องประกาศข่าวดี
คำว่า "News" ที่แปลว่าข่าว เป็นการเอาทิศ 4 ทิศมารวมกัน ได้แก่ North, East, West, South
แต่ภาษาจีน คำว่าข่าว ใช้คำว่า "เซียวสี" เซียว คือ ขจัด และ สี คือ หายใจ ข้าพเจ้าได้ใคร่ครวญ จึงพบว่าเหตุไรจึงใช้คำนี้ นั่นคือ เวลาคนไม่รู้เรื่องอะไร มักจะหงุดหงิด แต่เมื่อรู้เรื่องแล้ว ก็จะอุทาน "เฮ่อ หายใจได้และ" ภาษาจีนเลยใช้คำว่า เซียวสี ซึ่งเข้ากับคริสเตียนดี
ขอที่เราอธิษฐาน เพื่อที่เราจะเป็นผู้ประกาศข่าวดีของพระองค์
เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงหันกลับและตั้งใจใหม่ เพื่อพระเจ้าจะทรงลบล้างความผิดบาปของท่านเสีย เพื่อวาระพักผ่อนหย่อนใจจะได้มาจากพระพักตร์พระเจ้า (กิจการ 3:19)
ข่าวดี คืออะไร? ก็คือ การดับพระพิโรธของพระเจ้า นำมนุษย์เข้าสู่วาระแห่งการพักผ่อนหย่อนใจ
รู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นลูกแห่งการคืนดีหรือยัง?
คริสเตียนที่ปกติ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพระเจ้าก็ดี ความสัมพันธ์กับคนอื่นก็ดี
แต่ถ้าผิดปกติ คือ
  • มีแต่ความสัมพันธ์กับพระเจ้าดี แต่ความสัมพันธ์กับคนอื่นใช้ไม่ได้ ทะเลาะไปทั่ว
  • ความสัมพันธ์กับคนอื่นดีมาก เป็นคน hyperactive แต่กับความสัมพันธ์กับพระเจ้าไม่มีเลย
  • ความสัมพันธ์ไม่ดีทั้งกับพระเจ้าและกับคนอื่น
ขอที่เราจะอธิษฐานเพื่อที่เราจะเป็นลูกของการคืนดี นั่นคือ การคืนดีกับพระเจ้า การคืนดีกับตัวเอง การคืนดีกับผู้อื่น การช่วยให้ผู้อื่นคืนดีกัน และการช่วยให้ผู้อื่นคืนดีกับพระเจ้า

อ. นิกร สิทธิจริยาภรณ์
คำเทศนาการนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Monday, 23 May 2011

การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ (7/10)

แบบอย่างการอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ (3)

3. ขอทรงเลี้ยงดูร่างกายนี้ เพื่อร่างกายนี้จะทำงานเพื่อพระองค์ต่อไป

ขอทรงโปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายในกาลวันนี้ (มัทธิว 6:11)
นั่นคือ อธิษฐานขอพระเจ้าทรงเลี้ยงอาหารแก่เราทั้งหลาย เพื่อให้ร่างกายของเราทั้งหลายมีชีวิตอยู่ เพื่อร่างกายนี้จะทำงานของพระองค์ต่อไปได้ นี่คือสิ่งที่พระองค์ทรงสอนในการอธิษฐาน และนี่คือความจริง คือ เราไม่สามารถทำงานของพระเจ้าในโลกนี้ได้ ถ้าเราไม่มีร่างกายนี้
กลุ่มนิโคเลาท์นิยม สอนว่าร่างกายเป็นสิ่งสกปรก ดังนั้นใช้ร่างกายนี้อย่างไรก็ได้ แต่ขอจิตวิญญาณบริสุทธิ์ก็พอแล้ว ซึ่งเป็นคำสอนที่ผิด
พระเยซูคริสต์สอนให้เราอธิษฐาน ขอพระองค์จะเลี้ยงดูร่างกายนี้ เพื่อร่างกายนี้จะทำงานของพระองค์ได้
นักเทศน์ท่านหนึ่ง เทศนาว่า "ผู้รับใช้ถ้ามีพุง บาป" ผู้ที่ได้ยินก็ตกใจ เพราะผู้รับใช้หลายคนก็พุงยื่น คำสอนเช่นนี้ผิด
อาจารย์เปาโลสอนว่า
12 ข้าพเจ้ารู้จักที่จะเผชิญกับความตกต่ำ และรู้จักที่จะเผชิญกับความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ข้าพเจ้ารู้จักเคล็ดลับที่จะเผชิญกับความอิ่มท้องและความอดอยาก ความสมบูรณ์พูนสุข และความขัดสน
13 ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้ โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า (ฟิลิปปี 4:12-13)
อุดมสมบูรณ์ก็ได้ อดอยากก็ได้ แต่ในทุกสถานการณ์ เราก็เผชิญได้ทุกอย่าง
และอาจารย์เปาโลก็สอนว่า "และในร่างกายนี้ ข้าพเจ้าต้องทำให้กายนี้เกิดผลที่สุด"
22 ถ้าข้าพเจ้ายังจะมีชีวิตอยู่ในร่างกาย ข้าพเจ้าก็จะทำงานให้เกิดผล แต่ข้าพเจ้าบอกไม่ได้ว่าจะเลือกฝ่ายไหนดี
23 ข้าพเจ้าลังเลใจอยู่ในระหว่างสองฝ่ายนี้ คือว่า ข้าพเจ้ามีความปรารถนาที่จะจากไปเพื่ออยู่กับพระคริสต์ ซึ่งประเสริฐกว่ามากนัก
24 แต่การที่ข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่ในร่างกายนี้ก็จำเป็นมากสำหรับพวกท่าน
25 เมื่อข้าพเจ้าแน่ใจอย่างนี้แล้ว ข้าพเจ้าก็ทราบว่าข้าพเจ้าจะยังอยู่ คืออยู่กับท่านเพื่อให้ท่านจำเริญขึ้นและชื่นชมยินดีในความเชื่อ (ฟิลิปปี 1:22-25)
ขณะที่มีร่างกาย ขอพระเจ้าทรงเลี้ยงดูร่างกายนี้เป็นวิหารพระเจ้า รับใช้พระเจ้า
อาม่าท่านหนึ่งบอกกับข้าพเจ้าว่า "อธิษฐานเผื่ออาม่าหน่อย ปวดตาขวามาก ทำอะไรไม่ได้ รับใช้ไม่ได้อธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงรับไปเถิด"
ข้าพเจ้าก็ตอบไปว่า "ถ้าพระเยซูคริสต์ยังไม่ให้ตาย แสดงว่ายังมีงานให้ทำ อาม่ายังทำงานได้ 3 อย่าง
1. เข้าคณะนักร้อง
2. สอนลูกหลานให้เชื่อในพระเยซู
3. ตอนนี้อาม่ามีอย่างหนึ่งที่ดีมาก คือ เสียงอธิษฐานเผื่อผู้รับใช้ในการรับใช้ในที่ต่าง ๆ ทั่วโลก เพราะผู้รับใช้ของพระเจ้าต้องการคำอธิษฐานอย่างมาก"

อ. นิกร สิทธิจริยาภรณ์
คำเทศนาการนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ
 
อ. นิกร สิทธิจริยาภรณ์
คำเทศนาการนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Saturday, 21 May 2011

การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ (6/10)

แบบอย่างการอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ (2)

2. ขอเพื่อให้แผ่นดินของพระเจ้าขยายออกเพราะชีวิตของเรา

ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่
ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์
ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก (มัทธิว 6:10)
เมื่อเราอธิษฐาน ขอเพื่อชีวิตของเราจะเป็นชีวิตที่ขยายอาณาจักรของพระเจ้า เป็นเหตุให้แผ่นดินสวรรค์ขยายออกไป
พระคัมภีร์ไม่เคยสอนให้เราอธิษฐานเพื่อตนเอง เพราะสิ่งที่เราต้องการ พระบิดาทรงทราบ เราต้องขอเพื่อแผ่นดินของพระเจ้า ขอที่เราจะเป็นเหตุให้แผ่นดินพระเจ้าขยายออกไป
เวลาเราปวดท้อง เราอาจอธิษฐานว่า "พระองค์เจ้าข้า ขอทรงรักษาข้าพระองค์ให้หายปวดท้อง"
เวลาเราจะเดินทาง เราก็อธิษฐานว่า "พระองค์เจ้าข้า ขอพระองค์ทรงคุ้มครองให้เดินทางโดยปลอดภัย"
เมื่อกิจการไม่ดี เราก็อธิษฐาน "พระองค์พระเจ้า ขอทรงช่วยให้กิจการดีขึ้น"
และเมื่อไม่มีสามี ก็อธิษฐาน "พระองค์เจ้าข้า อยู่มาตั้ง 35 ปียังไม่มีสามี ขอสักคนเถิดพระองค์เจ้าข้า"
การอธิษฐานเช่นนี้ ผิด เพราะเราไม่ได้ขอเพื่อแผ่นดินของพระเจ้า!
เรามองว่าพระเจ้าเป็นเช่นไร? เรามองพระองค์เป็นเหมือนยักษ์ในตะเกียงวิเศษหรือไม่?
แล้วเราจะต้องอธิษฐานเช่นไร?
เวลาปวดท้อง เราต้องอธิษฐานว่า "ข้าแต่พระเจ้า เวลานี้ข้าพระองค์ปวดท้อง พูดเรื่องพระองค์ไม่สะดวก ขอพระองค์ทรงช่วยให้ข้าพระองค์หายปวดท้อง เพื่อข้าพระองค์จะได้พูดเรื่องพระองค์มากขึ้น"
เวลากิจการไม่ดี ก็อธิษฐานว่า "พระองค์เจ้าข้า ขอพระองค์ทรงอวยพรให้กิจการดี เพื่อจะได้มีเงินมาถวายทรัพย์มากขึ้น"
เมื่อยังไม่มีสามี ก็อธิษฐานว่า "พระองค์เจ้าข้า ถ้ามีผู้ชายดี ๆ สักคนที่รักพระองค์ (รูปหล่อและรวยได้ก็ดี) ขอทรงประทานให้พระองค์ ข้าพระองค์ยินดีร่วมรับใช้กับเขา"
เวลาเราอธิษฐาน ขอที่เราจะอธิษฐานเพื่อแผ่นดินของพระเจ้า ไม่ใช่ขอเพื่อตัวเอง
เราขอแล้วไม่ได้ เพราะขอตามกิเลสตัณหา แต่ถ้าเราขอเพื่อแผ่นดินพระเจ้า พระองค์จะทรงประทานให้แก่เรา ขอที่เราจะอธิษฐานให้ถูก อธิษฐานขอที่ชีวิตเราจะเป็นเหตุให้อาณาจักรของพระองค์ขยายออกไป ไม่ว่าชีวิตเป็นเช่นไร ยามปกติหรือยามพบกับมรสุม ก็ขอให้แผ่นดินของพระองค์ขยายออกไป
หลายคนมีความทุกข์ แต่ในความทุกข์นั้นนำคนหลายคนมาเชื่อในพระเจ้า เหตุฉะนั้น เราสามารถขยายอาณาจักรของพระเจ้าได้ทุกเมื่อ

อ. นิกร สิทธิจริยาภรณ์
คำเทศนาการนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Friday, 20 May 2011

การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ (5/10)

แบบอย่างการอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ (1)

และเมื่ออธิษฐาน ขอที่เราจะอธิษฐาน 5 ประการ ขอคำอธิษฐานเหล่านี้จะเป็นจริงในชีวิตของเรา เพราะเป็นสิ่งสำคัญมาก

1. ขอเพื่อพระนามของพระเจ้าได้รับเกียรติเพราะชีวิตของเรา

ท่านทั้งหลาย จงอธิษฐานตามอย่างนี้ว่า
ข้าแต่พระบิดาแห่งข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้ทรงสถิตในสวรรค์
ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ (มัทธิว 6:9)
เวลาอธิษฐาน ขอให้เราอธิษฐานขอที่ชีวิตเราจะเป็นเหตุให้พระนามของพระเจ้าได้รับการยกย่อง ได้รับเกียรติ
เมื่อก่อนตอนที่ข้าพเจ้ายังไม่ได้เป็นคริสเตียน ข้าพเจ้ากินเหล้า สูบบุหรี่ ติดการพนัน เย่อหยิ่ง จองหอง เกลียดชังความดี ฯลฯ ข้าพเจ้าทำบาปมากมาย แต่ไม่มีใครด่าพระของข้าพเจ้าสักนิดเลย แต่ถ้าเราเป็นคริสเตียนแล้ว เราทำไม่ดี เขาด่าถึงพระเจ้า
เพราะพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า คนต่างชาติพูดหยาบหยามต่อพระนามของพระเจ้าก็เพราะท่านทั้งหลาย (โรม 2:24)
เมื่อเราเชื่อพระเยซูคริสต์ เราก็มีความสัมพันธ์ของพ่อกับลูกในชีวิตของเรา เราทำอะไรไม่ดี เขาไม่ได้ด่าเรา แต่เขาจะด่าพระบิดาบนสวรรค์ของเรา
เราคริสเตียนทะเลาะกัน กินเหล้า มีชู้ เขาก็ด่าถึงพระนามของพระองค์
เราได้ชื่อว่าเป็นลูกของพระเจ้า ต้องอธิษฐานเช่นนี้ คือ ขอที่ชีวิตเราจะเป็นเหตุให้พระนามของพระองค์ได้รับการยกย่อง ได้รับการเคารพสักการะ และได้รับเกียรติ
ขอที่เราจะอธิษฐานทุกวันเวลาเช้าเช่นนี้ และขอพระเจ้ายกโทษถ้าพระนามพระเจ้าถูกลบหลู่เพราะชีวิตเรา และตั้งต้นใหม่

อ. นิกร สิทธิจริยาภรณ์
คำเทศนาการนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Thursday, 19 May 2011

การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ (4/10)

ความเข้าใจเรื่องการอธิษฐาน (2)

2. เวลาอธิษฐาน อย่าเป็นเหมือนคนต่างชาติ

7 แต่เมื่อท่านอธิษฐานอย่าพูดพล่อยๆซ้ำซาก เหมือนคนต่างชาติกระทำเพราะเขาคิดว่าพูดมากหลายคำ พระจึงจะทรงโปรดฟัง
8 อย่าทำเหมือนเขาเลย เพราะว่าสิ่งไรซึ่งท่านต้องการ พระบิดาของท่านทรงทราบก่อนที่ท่านทูลขอแล้ว (มัทธิว 6:7-8)
คนต่างชาติเวลานมัสการพระเจ้าเทียมเท็จ เขาขออะไรจากพระเจ้า? พวกเขาอาจขอให้สอบได้ ขอการปกป้องคุ้มครอง ขอให้กินได้นอนหลับขับถ่ายคล่อง ขอให้มีภรรยาสักคน มีลูกมีหลาน พวกเขาขอแต่สิ่งเหล่านี้
คำว่า "ถูกใจ" และ "ถูกต้อง" ไม่เหมือนกัน ชาวต่างชาติจะขอสิ่งที่ถูกใจ แต่อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เขาขอเพื่อสนองกิเลสตัณหา
ลักษณะของคนที่กราบไหว้รูปเคารพ คือ พระอยู่ส่วนพระ ฉันอยู่ส่วนฉัน ไม่มีศีลธรรมเกี่ยวข้อง ขอแต่สิ่งของของโลกนี้ พระมีหน้าที่ 3 อย่าง
  1. รับการถวาย
  2. อวยพร
  3. ไม่ยุ่งเกี่ยวกับชีวิตของฉัน
เราไม่ต้องขอสิ่งเหล่านี้ เพราะพระบิดาทรงทราบแล้วว่าเราต้องการอะไร พระองค์ทรงทราบเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่เราจะเอ่ยปาก พระองค์ทรงเป็นเหมือนพ่อแม่ ที่ลูกไม่ต้องเอ่ยปาก พ่อแม่ก็รู้ว่าลูกต้องการอะไร
อย่าทำเหมือนคนต่างชาติ อย่ากระวนกระวาย แต่แสวงหาแผ่นดินของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน
แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้ (มัทธิว 6:33)
คำว่า "เพิ่มเติม" คือ มากเกินความจำเป็น ไม่มีคนไหนเลยที่ทำตามเช่นนี้แล้วจะได้รับอย่างพอดี มีแต่เกินความจำเป็น และบิดาก็จะทรงทำให้เติบโตฝ่ายวิญญาณด้วย
เรากินข้าว15 บาทก็อิ่มแล้ว แต่แต่ละมื้อบางทีก็กินหลายสิบบาท เกินความจำเป็น
เรามีเสื้อผ้า 2 ชุดก็พอแล้ว แต่เปิดตู้ดูเรามีกี่ชุด
รองเท้า ปีหนึ่งมี 2 คู่ก็พอแล้ว แล้วเดี๋ยวนี้เรามีกี่คู่?
สิ่งที่เรามี ล้วนเกินความจำเป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้นอย่าอธิษฐานแบบคนต่างชาติ เพราะสิ่งใดที่เราต้องการ พระบิดาทรงทราบแล้ว
"แล้วเราไม่ต้องทำมาหากินใช่หรือไม่ ก็พระเจ้าทรงเลี้ยงเราอยู่แล้วนี่หน่า?" คนที่พูดประโยคนี้ไม่เข้าใจหลักการของพระคัมภีร์
"พระเจ้าเลี้ยงดูนกทุกตัวในโลก แต่พระองค์ไม่เคยโยนอาหารเข้าไปในรังนก พระองค์ทรงประทานขีดความสามารถและเตรียมอาหารให้กับมัน พระองค์ทรงสัญญาว่าเมื่อมันออกไปหาอาหาร มันจะได้อาหารแน่นอน"
ก่อนอธิษฐานต้องเคลียร์ 2 เรื่องนี้ให้ได้ อย่าอธิษฐานเป็นพิธีกรรม และอย่าอธิษฐานแบบคนต่างชาติ

อ. นิกร สิทธิจริยาภรณ์
คำเทศนาการนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Wednesday, 18 May 2011

การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ (3/10)

ความเข้าใจเรื่องการอธิษฐาน (1)

หลังจากที่เหล่าสาวกได้ติดตามพระเยซูคริสต์ช่วงระยะเวลาหนึ่ง พวกเขาก็อยากรู้ จึงได้ถามพระองค์ถึงวิธีการอธิษฐานที่ถูกต้อง และคำถามนี้อาจเป็นคำถามที่อยู่ในใจของคริสเตียนเช่นกัน คำอธิษฐานที่ถูกต้องต้องมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์ และพระองค์ได้ทรงสอนเรื่องคำอธิษฐานในพระคัมภีร์ตอนนี้
ก่อนที่พระองค์จะสอนถึงคำอธิษฐาน พระองค์ได้ทรงสอนให้สาวกเข้าใจก่อน 2 ประการ

1. เวลาอธิษฐาน อย่าอธิษฐานแบบคนหน้าซื่อใจคด

5 เมื่อท่านทั้งหลายอธิษฐาน อย่าเป็นเหมือนคนหน้าซื่อใจคด เพราะเขาชอบยืนอธิษฐานในธรรมศาลาและตามถนน เพื่อจะให้คนทั้งปวงได้เห็น เราบอกความจริงแก่ท่านว่าเขาได้รับบำเหน็จของเขาแล้ว
6 ฝ่ายท่านเมื่ออธิษฐานจงเข้าในห้องชั้นใน และเมื่อปิดประตูแล้ว จงอธิษฐานต่อพระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในที่ลี้ลับ และพระบิดาของท่านผู้ทรงเห็นในที่ลี้ลับจะทรงโปรดประทานบำเหน็จแก่ท่าน (มัทธิว 6:5-6)
สำหรับคนไทยอาจไม่เข้าใจ แต่ถ้าอยู่ในยุคสมัยนั้น เมื่อพระองค์กล่าวถึงคนหน้าซื่อใจคด ก็จะชัดเจนมาก ว่าพระองค์กำลังตรัสเกี่ยวกับพวกฟาริสีและธรรมาจารย์ และในที่นี้พระองค์ตรัสสอนสาวกว่า อย่าทำเหมือนคนหน้าซื่อใจคด
จากสิ่งที่พระองค์ทรงอธิบาย พวกฟาริสีและธรรมาจารย์ไม่ธรรมดา
  • อยู่บ้าน พวกเขาอาจจะใส่เสื้อกล้ามและผ้าขาวม้า แต่เวลาออกนอกบ้านจะแต่งชุดไม่ธรรมดา จะมีแบบฟอร์ม แม้แต่เวลาเดิน พวกเขาจะเดินแบบธรรมดาไม่ได้ พวกเขามักจะเอามือเกี่ยวเสื้อคลุม แล้วเชิดหน้าขึ้นหน่อย เรียกว่า Pharisees' style
  • เมื่อพวกเขาอธิษฐาน เขาจะไม่อธิษฐานในที่ที่ธรรมดา แต่จะต้องเป็น 2 ที่ คือ กลางตลาด และที่สูงที่สุดของธรรมศาลา สถานที่เหล่านี้ เรียกว่า Pharisees' places
  • ขณะที่เขาอธิษฐาน เขาจะไม่อธิษฐานด้วยท่าธรรมดา แต่จะมีท่านเฉพาะ เป็น Pharisees' action
  • และเวลาออกเสียงอธิษฐาน เขาก็จะไม่ใช้เสียงธรรมดา แต่จะเป็นเสียงแบบ Pharisees' voice
เมื่อพวกเขายืนในที่สูง ๆ และมีคนมาเยอะ ๆ พวกเขาก็จะตะโกนอธิษฐานเสียงดัง
ผู้สื่อข่าวอาจถามว่า "ท่านฟาริสีครับ ทำไมต้องแหกปากด้วย" พวกฟาริสีก็อาจตอบว่า "สะใจโว้ย"
และนักข่าวอาจถามต่อว่า "อธิษฐานคนเดียวในห้อง พระเจ้าก็ทรงฟังมิใช่หรือ? ในเมื่ออธิษฐานเงียบ ๆ ในห้อง พระเจ้าก็ฟัง แล้วแหกปากทำไม?" คำตอบของพวกเขา คือ "อธิษฐานเงียบ ๆ ในห้องชั้นใน พระเจ้าทรงได้ยิน แต่คนไม่ได้ยิน"
พระเยซูคริสต์ตรัสว่า คำอธิษฐานของฟาริสีนั้น เป็นการอธิษฐานแบบ "พูดกับตัวเอง" พระเจ้าไม่ได้ฟัง พวกเขากำลังพูดกับตัวเอง
เมื่อพระองค์ตรัสบอกว่า เวลาอธิษฐานอย่าเป็นเหมือนคนหน้าซื่อใจคด นั่นหมายถึงว่า อย่าอธิษฐานแบบเป็นเพียงพิธีกรรม อย่าทำโดยไม่มีความจริงใจในการคุยกับพระเจ้า
เราต้องยอมรับว่าหลายครั้งเราอธิษฐานตามพิธีกรรม เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ผู้ปกครองและอาจารย์ได้นำเราอธิษฐาน เราก็หลับตาอธิษฐาน แล้วใจของเราคิดอะไร? คิดว่า เลิกประชุมต้องไปกินข้าวเที่ยงที่โออิชิหรือไม่? การทำเช่นนี้เป็นการกระทำแบบพิธีกรรม ไม่ได้มีความจริงใจเลย
พระองค์ตรัสว่า อย่าอธิษฐานแบบเป็นพิธีกรรมทางศาสนา แต่ต้องจริงใจ
การเข้าห้องลี้ลับ คือ มีใจจริงกับพระเจ้า มีความสัมพันธ์กับพระเจ้า ซึ่งชาวยิว เวลาที่จะอธิษฐานแบบใจจริงที่สุด คือ การอธิษฐานในห้องลี้ลับ
เราอธิษฐานที่ไหนก็ได้ แต่อย่าให้เป็นเพียงพิธีกรรมทางศาสนา
 
อ. นิกร สิทธิจริยาภรณ์
คำเทศนาการนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Tuesday, 17 May 2011

การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ (2/10)

อาทิตย์ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์และทีวีต่างออกข่าวเกี่ยวกับ อาจารย์หวัง ที่ได้ทำนายไว้ว่าจะมีแผ่นดินไหวใหญ่ที่ไต้หวัน สุดท้ายก็ไม่เกิดขึ้น
อีกวันหนึ่ง หนังสือพิมพ์และทีวีก็ต่างพูดถึงการคำนวณวันโลกแตก ว่าวันที่ 21 พ.ค. นี้จะเป็นวันสิ้นโลก ซึ่งเป็นคำสอนจากอเมริกา และมีผู้รับใช้หลายคนก็หลงตาม เที่ยวออกไปป่าวประกาศ คนต่างก็แตกตื่นกันใหญ่ หลายคนประกาศว่า "ถ้าพระเยซูไม่มาวันนี้ ผมไม่เชื่อพระเยซูเลย"
หลายคนถามข้าพเจ้า "21 พ.ค. โลกจะแตกหรือไม่? พระเยซูจะมาหรือไม่?" ข้าพเจ้าก็ตอบว่า "ฟันธง ไม่มาเด็ดขาด"
เขาก็ถามต่อว่า "อาจารย์รู้ได้อย่างไร?" ข้าพเจ้าก็ตอบว่า "พระเยซูตรัสว่า วันนั้นโมงนั้นไม่มีใครรู้ แม้แต่พระองค์เองซึ่งเป็นบุตรมนุษย์ในสภาพมนุษย์ก็ไม่ทราบ ดังนั้นพระองค์ไม่มาวันนี้แน่นอน เพราะวันที่พระองค์เสด็จมาจะไม่มีใครรู้"
เขาก็ถามต่อว่า "ถ้าไม่มีใครรู้ แล้วอาจารย์รู้ได้ไงว่าไม่มา?" หลังจากที่ข้าพเจ้าได้ใครครวญคิด ข้าพเจ้าก็มั่นใจ และตอบไปว่า "รับรองว่าไม่มาวันนี้ ก็เพราะถ้ามาวันนี้ คนนั้นก็รู้แล้ว เพื่อที่จะยืนยันว่าไม่มีใครรู้ ดังนั้นพระองค์ไม่มาวันนี้แน่นอน เพราะวันที่พระองค์จะเสด็จมานั้นไม่มีใครรู้ แต่พระองค์อาจมาวันนี้ พรุ่งนี้ หรือวันไหนก็ได้ ที่ไม่ใช่วันนี้"
แต่วันนั้น โมงนั้น ไม่มีใครรู้ ถึงบรรดาทูตสวรรค์หรือพระบุตรก็ไม่รู้ รู้แต่พระบิดาองค์เดียว (มัทธิว 24:36)
อาจารย์เปาโลเตือนว่า อย่าตื่นตระหนก ใช้ชีวิตให้ปกติ รักพระเจ้า เตรียมพร้อมอยู่เสมอ สอนลูกหลานให้อยู่ในทางของพระองค์ พระองค์จะเสด็จมาเมื่อไรก็พร้อมเมื่อนั้น ขอให้รักพระเจ้ามากขึ้นก็พอ
1 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย เรื่องการซึ่งพระเยซูคริสตเจ้าของเราจะเสด็จมา และที่พระองค์จะทรงรวบรวมเราทั้งหลายไปเป็นของพระองค์นั้น เราขอวิงวอนท่านว่า
2 อย่าให้ใจของท่านหวั่นไหวง่าย หรือตื่นตระหนกตกใจ ไม่ว่าจะเป็นโดยทางวิญญาณ หรือโดยทางคำพูด หรือโดยทางจดหมายเป็นเชิงว่ามาจากเรา อ้างว่าวันขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงแล้ว (2เธสะโลนิกา 2:1-2)
 
Shalom Aleichem,
Thirayost Nimmanon (Ton)

Monday, 16 May 2011

การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ (1/10)

วันที่มนุษย์สร้างหอบาเบลขึ้นทัดเทียมฟ้า มนุษย์ขึ้นไป พูดกันไม่รู้เรื่อง แต่วันที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเสด็จมาในวันเพ็นเทคอสต์ พระองค์ทรงทำให้มนุษย์คุยกันรู้เรื่อง ทำให้มนุษย์เป็นหนึ่งเดียวกัน
ในแผ่นดินพระเจ้า แม้มีคนจากหลายชาติหลายภาษา แต่ก็เป็นหนึ่งเดียวกันได้โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์
เมื่อสักครู่ มีคณะนักร้องถวายเพียงเกี่ยวกับว่า พระเจ้าทรงเป็นน้ำแห่ง ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงเมื่อครั้นพระเยซูคริสต์ทรงสนทนากับหญิงชาวสะมาเรีย
นางถามกับพระองค์ว่า "ทำไมชีวิตของหนูมีแต่ผู้ชายมาปอกลอก ไม่รักหนูจริงสักคน หนูมีสามีแล้วตั้ง 5 คน คนที่อยู่ก็ไม่ใช่ผัว ทำไมจึงเป็นอย่างนี้?" พระองค์ไม่ได้ตรัสตอบว่า "ชาติที่แล้ว เจ้าได้ไปเปิดประตูเมืองให้กับพม่า" แต่พระองค์ได้ตรัสกับเธอว่า "จิตใจของเจ้าต้องการน้ำแห่งชีวิต"
ถ้าเราอ่านพระคัมภีร์ เราจะพบว่า พระบิดาทรงเป็นน้ำแห่งชีวิต พระคริสต์ทรงเป็นน้ำแห่งชีวิต และพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ทรงเป็นน้ำแห่งชีวิต
ข้าแต่พระเจ้า ความหวังแห่งอิสราเอล บรรดาคนเหล่านั้นที่ละทิ้งพระองค์ จะต้องรับความอับอาย บรรดาคนทั้งปวงที่หันไปจากพระองค์ จะต้องจารึกไว้ในแผ่นดินโลก เพราะเขาได้ละทิ้งพระเจ้าผู้เป็นแหล่งน้ำแห่งชีวิตเสีย (เยเรมีย์ 17:13)
13 พระเยซูตรัสตอบว่า "ทุกคนที่ดื่มน้ำนี้จะกระหายอีก
14 แต่ผู้ที่ดื่มน้ำซึ่งเราจะให้แก่เขานั้น จะไม่กระหายอีกเลย น้ำซึ่งเราจะให้เขานั้น จะบังเกิดเป็นบ่อน้ำพุในตัวเขาพลุ่งขึ้นถึงชีวิตนิรันดร์" (ยอห์น 4:13)
และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงดลใจให้คนเขียนพระคำพระเจ้า และพระคำของพระเจ้าก็เป็นน้ำแห่งชีวิต
ดังนั้น พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณ ทรงเป็นน้ำแห่งชีวิต
พวกเราไม่ใช่น้ำแห่งชีวิต เราไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นน้ำแห่งชีวิต แต่เราเป็นท่อที่จะนำน้ำแห่งชีวิตนี้ไปสู่ผู้อื่น และลักษณะของชีวิตคริสเตียนจะต้องมี 7 ประการนี้
  1. อย่าปิดทางเข้าออกท่อ หลายคนฟังเทศนา แล้วปิดทางเข้าออกท่อ เช่นเดียวกับถ้วยน้ำ ถ้าหากเราคว่ำลง ก็จะไม่มีประโยชน์ รับน้ำไม่ได้ และข้างในจะมืดเพราะคว่ำอยู่ ดังนั้นเราจะต้องเป็นท่อเปล่า ห้ามปิดทางเข้าออก
  2. ต้องไม่ตัน ถ้าท่อน้ำตันน้ำก็ไม่ออก เมื่อเรามีความบาป เราต้องรีบเอาออก
  3. ต้องไม่รั่ว ถ้ารั่วน้ำก็ไม่ออก หลายคนก็มีหลายรู
  4. ต้องสำแดงให้รู้ว่าน้ำนี้เป็นน้ำแห่งชีวิต ให้คนที่เห็นกล้าดื่ม ชีวิตต้องเป็นพยาน
  5. ต้องต่อไปไกล ๆ ถ้าท่อเดียวไปไม่ไกล ต้องต่อกับท่ออื่นให้ไปไกล ๆ
  6. ต้องถวายเกียรติแด่พระเจ้า เมื่อได้รับน้ำแห่งชีวิตจากท่อนี้ เกียรติต้องเป็นของพระเจ้า อย่าแย่งเกียรติของพระเจ้า
  7. ต้องไม่พัง ถ้าพังเมื่อไร ก็เป็นท่อของน้ำแห่งชีวิตไม่ได้แล้ว
 
อ. นิกร สิทธิจริยาภรณ์
คำเทศนาการนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 15/05/2011
เรื่อง การอธิษฐานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Wednesday, 11 May 2011

รักไม่มีวันตาย (9/9)

4. ผู้ที่มีความรักของพระเจ้าอยู่ในชีวิต มีความรักที่สวนกระแส (2)

2. รักศัตรู
นี่เป็นสิ่งที่สวนกระแสกับหลักคำสอนของโลกนี้ รักคนที่ทำดีกับเราไม่ยาก แต่รักที่สวนกระแสโลกนี้ คือ การรักศัตรู
38 ท่านทั้งหลายได้ยินคำซึ่งกล่าวไว้ว่า ตาแทนตา และฟันแทนฟัน
39 ฝ่ายเราบอกท่านว่า อย่าต่อสู้คนชั่ว ถ้าผู้ใดตบแก้มขวาของท่าน ก็จงหันแก้มซ้ายให้เขาด้วย (มัทธิว 5:38-39)
ในอดีต วัฒนธรรมคนยิวมีศักดิ์ศรีมาก รักชนชาติตนเอง คิดว่าใครมาตบหน้า ถือว่าเป็นการหยามอย่างที่สุด แต่ขอที่เราจะสามารถยอมมองข้ามศักดิ์ศรีของตนเอง และสำแดงความรักกับเขา เหมือนที่ยอมถูกตบหน้า
ข้าพเจ้าเคยโกรธคนหนึ่งมาก และต้องการบอกกับพ่อแม่ของเขาให้รู้ว่าเขาได้ทำสิ่งที่ไม่สมควร ข้าพเจ้าอยากแก้แค้นคืน แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เตือนไม่ให้ข้าพเจ้าทำเช่นนั้น เพราะหากข้าพเจ้าทำไป พ่อแม่ของเขาก็จะกลุ้มใจและไม่สบายใจ
เวลานั้น ข้าพเจ้าได้อ่านถึง โรม บทที่ 12
อย่าทำชั่วตอบแทนชั่วแก่ผู้หนึ่งผู้ใดเลย แต่จงมุ่งกระทำสิ่งที่ใครๆ ก็เห็นว่าดี (โรม 12:17)
เมื่ออ่านถึงข้อนี้ ข้าพเจ้าก็ปิดพระคัมภีร์ อธิษฐาน และสุดท้าย ต่อมาพระเจ้าให้ข้าพเจ้ารู้ความจริงว่า คุณแม่ของเขากำลังไม่สบายหนักในเวลานั้น ขอบคุณพระเจ้าที่ข้าพเจ้าไม่ได้ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องลงไป มิเช่นนั้นแม่ของเขาอาจเสียชีวิตเร็วขึ้น
การไม่เอาคืนขณะที่โกรธสุด ๆ นั้นยาก แต่เมื่อเราเชื่อฟัง ผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้เรารู้สึกขอบพระคุณอย่างมาก
การรักศัตรู เป็นสิ่งที่พระเยซูคริสต์ให้เราสำแดงออกไป ซึ่งสวนทางกับโลกนี้
ดังนั้น บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ แต่ชำระด้วยความรัก
 
คงจะไม่มีอนุสรณ์ความแค้น แต่อนุสรณ์แห่งความรักที่ผู้สร้างสร้างขึ้นให้กับคนรักนั้น เห็นได้มากมาย และคนที่แค้น ไม่ยอมอภัย ก็จะเจ็บป่วย
ขอที่เราจะสำแดงความรักแก่ผู้ที่ไม่รักเรา ผู้ที่ไม่ดีกับเรา ขอที่เราจะรักศัตรูของเรา
ความรักของพระเจ้าของเราไม่มีวันตาย ขอที่เราจะมองที่กางเขน อย่ามองที่ปัญหา หรือศัตรู หรือสิ่งของในโลกนี้ แต่มองที่กางเขน เพื่อความรักที่เรามีต่อพระเจ้าจะไม่ตายจากชีวิตของเรา

อ. พรรณี แซ่เอี๊ย
คำเทศนารายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 24/04/2011
เรื่อง รักไม่มีวันตาย
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Tuesday, 10 May 2011

รักไม่มีวันตาย (8/9)

4. ผู้ที่มีความรักของพระเจ้าอยู่ในชีวิต มีความรักที่สวนกระแส (1)

ความรักของพระเจ้าในเรา จะสวนกระแสโลกนี้
ความรักของโลกนี้ เป็นความรักแบบรักเร็วเลิกเร็ว ยุคนี้เป็นยุค new generation บางคนก็บอกว่าเป็นยุค now generation ทุกอย่างต้องเร่งด่วน ทันใจ ต้องได้ทันที
หลายครั้ง ชีวิตการเป็นลูกของพระเจ้าถูกกระแสดึงออกห่างจากกางเขน ห่างจากความรักของพระเจ้า กระแสของโลกนี้ทำให้เรามองว่าไม่ต้องรักษาชีวิตที่บริสุทธิ์ ดังจะเห็นได้จากการที่นักศึกษาชายหญิงเช่าห้องรวมกันอยู่ อยู่ร่วมกันอย่างชั่วคราว ไม่ต้องรักษาชีวิตที่บริสุทธิ์ อ้างว่าใครๆ ก็ทำกัน นี่เป็นสิ่งที่สังคมพาไป ทำให้มนุษย์อยู่ในความบาป อยากได้อะไรก็ต้องได้ แม้ว่าจะเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง จากข่าวต่างๆ เราก็จะพบอาชญากรรมมากมาย เพราะอยากได้สิ่งใด ก็ปล้นฆ่าทำลาย
พระคำของพระเจ้า ได้บอกว่าความรักของพระเจ้าเป็นความรักที่สวนกระแสโลกนี้ ซึ่งมีลักษณะ คือ
1. ตระหนักถึงความบริสุทธิ์ของพระเจ้า
ผู้ที่มีความรักเช่นนี้ จะดำเนินชีวิตที่บริสุทธิ์ จะไม่ไปตามกระแสของโลก จะเป็นปลาเป็นที่ว่ายอยู่ ดังเช่น ปลาแซลมอน ที่มีธรรมชาติพิเศษ คือจะว่ายทวนน้ำ ขึ้นที่สูง เพื่อวางไข่ ชีวิตของปลาชนิดนี้ต้องต่อสู้อุปสรรคต่าง ๆ แต่ถ้าหากดำเนินชีวิตในโลกนี้แบบไปตามน้ำ ก็เป็นเหมือนปลาตาย สุดท้ายก็ต้องรับความพินาศ
สำหรับผู้ที่เชื่อ พระองค์ทรงให้ชีวิตใหม่ ขอที่เราจะดำเนินชีวิตที่จะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า
15 แต่ในใจของท่าน จงเคารพนับถือ พระคริสต์ว่าเป็น องค์พระผู้เป็นเจ้า จงเตรียมตัวไว้ให้พร้อมเสมอ เพื่อท่านจะสามารถตอบทุกคนที่ถามท่านว่า ท่านมีความหวังใจเช่นนี้ด้วยเหตุผลประการใด แต่จงตอบด้วยใจสุภาพและด้วยความนับถือ
16 และให้ความสำนึกผิดชอบของท่านไม่เป็นเหตุติท่าน เพื่อว่าเมื่อท่านถูกใส่ร้าย คนที่กล่าวร้ายความประพฤติดีของท่านในพระคริสต์ จะต้องได้รับความอับอาย
17 เพราะว่า การได้รับความทุกข์เพราะทำความดี ถ้าเป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้า ก็ดีกว่าจะต้องทนอยู่เพราะการประพฤติชั่ว (1เปโตร 3:15-17)
ใครจะว่าเราว่าเชย ช้า โง่ เราก็ยอมที่จะให้เขาว่าเช่นนั้น เราจะมีชีวิตที่สวนกระแส รักษากายและใจให้เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า

อ. พรรณี แซ่เอี๊ย
คำเทศนารายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 24/04/2011
เรื่อง รักไม่มีวันตาย
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Monday, 9 May 2011

รักไม่มีวันตาย (7/9)

3. ผู้ที่มีความรักของพระเจ้าอยู่ในชีวิต มีชัยชนะทุก ๆ วัน (2)

การมีชีวิตที่มีชัยชนะ คือ การที่เราไม่ตอบแทนชั่วในสิ่งที่ชั่ว แต่มีชีวิตที่เตรียมเป็นผู้ที่แบ่งปันความรักให้ผู้อื่นรู้จักพระเจ้าที่อยู่ในเรา แม้ว่าเราอยู่ในกระแสสังคมที่เอารัดเราเปรียบ แต่ไม่ใช่ว่าเราจะต้องเอาชนะด้วยวิธีการต่าง
ในแต่ละคนปัญหาชีวิตที่เข้ามา ทำให้รู้สึกว่าแย่เหลือเกิน หรือรู้สึกว่าเจอทางตัน รู้สึกว่าไม่มีอะไรดีขึ้นเลย แต่ขอที่เราจะมีความหวังใจในพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ พระองค์ทรงมีวิถีทางสำหรับเราเสมอ
เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าทุกอย่างในร่างกายยังแข็งแรงอยู่ แต่เช้าวันหนึ่ง ข้าพเจ้าตื่นมา พบว่าเริ่มมีการได้ยินของหูข้างขวาค่อย ๆ ลดลง จนดับสนิท ผ่านไป 3 วัน จึงไปพบแพทย์
พระเจ้าทรงใช้ช่วงเวลานั้น ให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ถึงการดำเนินชีวิตที่เป็นผู้มีชัยชนะ ข้าพเจ้าท้อใจ อยากใช้ชีวิตแบบไม่ต้องร้อนรน เพราะขนาดร้อนรนยังเจอเรื่องเหล่านี้เลย อยากจะยอมแพ้
แต่สิ่งที่พระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้า คือ "ความเชื่อของเจ้าอยู่ที่ไหน?" เป็นเสียงที่ทำให้ข้าพเจ้าหมดความรู้สึกสงสารตัวเอง ตั้งใจที่จะยังรับใช้พระเจ้าต่อไป พระองค์ทรงพระชนม์ ทรงมีชัยชนะ แล้วเหตุไรจึงกลัวมากกว่าเชื่อเล่า
ตลอดช่วงเวลานั้น ข้าพเจ้าใช้เวลากับพระคำ และอธิษฐานกับพระองค์ สุดท้ายพระเจ้าให้ทรงรักษา ให้การได้ยินของข้าพเจ้ากลับคืนมาในวันที่ 7 นี่เป็นการจัดเตรียมที่พระเจ้าทรงประทานให้
วันที่แพทย์ตรวจหูตรวจ ก็ประหลาดใจ ว่าการได้ยินกลับมาได้อย่างไร เพราะปกติแล้วจะต้องใช้ยาในการรักษาเป็นเวลาหลายปี และหลายคนก็ไม่ฟื้นการได้ยินเลย แต่พระเจ้าทรงให้ข้าพเจ้ามีการได้ยินกลับคืนมาได้อีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณพระเจ้า นี่เป็นสิ่งที่ยืนยันกับข้าพเจ้าว่าการดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ จะต้องพึ่งพระองค์ทุก ๆ วัน พระองค์ทรงมีฤทธิ์อำนาจเหนือทุกสิ่ง

อ. พรรณี แซ่เอี๊ย
คำเทศนารายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 24/04/2011
เรื่อง รักไม่มีวันตาย
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Saturday, 7 May 2011

รักไม่มีวันตาย (6/9)

3. ผู้ที่มีความรักของพระเจ้าอยู่ในชีวิต มีชัยชนะทุก ๆ วัน (1)

ขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้ วันอีสเตอร์ เป็นวันที่พระองค์มีชัยชนะเหนือความตาย และชีวิตของผู้ที่มีความรักที่ไม่มีวันตายนี้ก็จะเป็นชีวิตที่มีชัยชนะ ไม่ใช่เพียงแค่ในวันนี้ แต่ในทุก ๆ วัน
พระองค์ทรงพระชนม์อยู่กับเรา พระโลหิตของพระองค์ชำระเราแล้ว ขอให้เราดำเนินชีวิตด้วยชัยชนะพร้อมกับพระองค์
พระกิตติคุณบางเล่ม ไม่ได้กล่าวถึงการประสูติของพระเยซู แต่พระกิตติคุณทั้ง 4 เล่ม บันทึกถึงการฟื้นคืนพระชนม์ทั้ง 4 เล่ม ไม่มีสักเล่มเดียวที่ไม่เขียนถึงการฟื้นคืนพระชนม์ (มัทธิว 28:1-20; มาระโก 16:1-8; ลูกา 24:1-12; ยอห์น 21:1-10) และไม่เพียงแค่ 4 เล่มนี้ จดหมายฝากมากมาย ล้วนเน้นเสมอว่าพระเจ้าที่เราเชื่อนั้นทรงพระชนม์อยู่
นี่คือความจริงที่เราเชื่อ พระเยซูทรงพระชนม์อยู่ เพราะทรงฟื้นขึ้นจากความตายแล้ว นี่คือความหวังใจแก่เรา ให้เรามีชัยชนะ แล้ววันหนึ่งเราจะเป็นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
มีสิ่งใดที่ทำให้เรายอมแพ้? เราดำเนินชีวิตอย่างพ่ายแพ้หรือไม่? เราขาดความหวังในพระเจ้าหรือไม่? แต่พระเยซูคริสต์ทรงพระชนม์ ทรงมีชัยชนะเหนือโลกนี้แล้ว
บางครั้งเราบอกว่า การยอมไม่ได้หมายถึงว่าเป็นผู้ที่ยอมแพ้ แต่เป็นผู้ที่ไม่ต้องการเอาชนะ
บางครั้งเรารู้สึกว่าต้องเอาชนะในเรื่องที่ไม่จำเป็น แต่เรื่องที่เราควรชนะเรากลับแพ้
เราให้พระเจ้านำเราอย่างไรกับสิ่งที่เราเผชิญอยู่?

อ. พรรณี แซ่เอี๊ย
คำเทศนารายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 24/04/2011
เรื่อง รักไม่มีวันตาย
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Friday, 6 May 2011

รักไม่มีวันตาย (5/9)

2. ผู้ที่มีความรักของพระเจ้าอยู่ในชีวิต เห็นความรักได้ชัดเจนที่กางเขน (2)

ความรักของพระเจ้า ที่เสด็จมายังโลกนี้ พระองค์ทรงเดินทางสู่กางเขน สิ้นพระชนม์เพื่อเรา ซึ่งโลกนี้มองว่าเป็นเรื่องโง่ แต่ขอที่เราจะใคร่ครวญ ว่ากางเขนเป็นวิถีทางที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมให้กับมนุษย์ทุกคน ที่จะมาถึงความรอด
คนทั้งหลายที่กำลังจะพินาศก็เห็นว่าเรื่องกางเขนเป็นเรื่องโง่ แต่พวกเราที่กำลังจะรอดเห็นว่าเป็นฤทธานุภาพของพระเจ้า (1โครินธ์ 1:18)
วิถีทางของพระองค์เป็นทางแห่งกางเขน ไม่ใช่มาเพื่อครอบครองอาณาจักรต่าง ๆ อย่างกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ เพราะนั่นไม่ใช่วิถีทางของพระองค์ แต่วิถีทางของพระองค์ คือ บนเส้นทางแห่งกางเขน ที่จะนำมนุษย์ทุกคนให้ได้รับความรอด ไม่ใช่เพียงแค่ปลดปล่อยยิวจากชนชาติโรม แต่แผนการความรอดนี้มีเพื่อมนุษย์ทุกยุคทุกสมัย
กษัตริย์ในยุคสมัยนั้นสำแดงอำนาจของตนเอง ด้วยการยึดครองเมืองต่าง ๆ และนี่ก็เป็นภาพที่สาวกมองว่าพระองค์จะทรงเป็น แม้แต่ยอห์นก็ตีความด้วยความเข้าใจว่าพระเจ้าจะต้องมาอย่างกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่เช่นนั้น ท่านได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ แต่ยังไม่รู้จักพระองค์ จึงได้ส่งสาวกไปถามพระองค์
16 ฝ่ายคนทั้งปวงมีความกลัวและสรรเสริญพระเจ้าว่า "ท่านผู้เผยพระวจนะใหญ่ได้เกิดขึ้นท่ามกลางเรา และพระเจ้าได้เสด็จมาเยี่ยมเยียนชนชาติของพระองค์แล้ว"
17 และกิตติศัพท์ของพระองค์ได้เลื่องลือไปตลอดทั่วยูเดีย และทั่วแว่นแคว้นล้อมรอบ
18 ฝ่ายพวกศิษย์ของยอห์นก็ได้เล่าเหตุการณ์ทั้งปวงนั้นให้ท่านฟัง
19 ยอห์นจึงเรียกศิษย์ของท่านสองคนใช้เขาไปหาพระเป็นเจ้า ทูลถามว่า "ท่านเป็นผู้ที่จะมานั้นหรือ หรือจะคอยผู้อื่น" (ลูกา 7:16-19)
แต่แผนการของพระองค์ เป็นแผนการแห่งความรัก การสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน และพระโลหิตที่หลั่งไหลนั้น ก็เพื่อเราทุกคน เพื่อรับบาปแทนเรา โลหิตทุกหยดก็เพื่อชำระเรา เพื่อให้เราได้รับชีวิตใหม่
โลหิต เป็นตัวแทนถึงชีวิต และพระโลหิตของพระองค์ที่หลั่งไหลเพื่อเรา ก็เพื่อให้ชีวิตใหม่แก่เรา

อ. พรรณี แซ่เอี๊ย
คำเทศนารายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 24/04/2011
เรื่อง รักไม่มีวันตาย
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Thursday, 5 May 2011

รักไม่มีวันตาย (4/9)

2. ผู้ที่มีความรักของพระเจ้าอยู่ในชีวิต เห็นความรักได้ชัดเจนที่กางเขน (1)

พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าที่เสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ ซึ่งการเสด็จมาของพระองค์ เป็นแผนการที่พระองค์ได้ทรงจัดเตรียมไว้แล้วตั้งแต่ก่อนที่จะทรงสร้างโลก การรอคอยของพระองค์เป็นด้วยความยากลำยาก พระองค์ทรงอดกลั้นพระทัยต่อความบาปของมนุษย์มานาน แม้กระนั้นพระเจ้าก็ทรงจัดเตรียมแผนการแห่งความรอดแก่มนุษย์
เมื่อพระองค์ทรงเสด็จมาเป็นมนุษย์ พระองค์ต้องหนีตายตั้งแต่เด็ก ทนกับการต่อต้านมากมาย จนสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงประทานพระเยซูคริสต์มาให้กับเราทุกคน ส่งผลต่อคนในทุกยุคทุกสมัย
ถ้าเราใคร่ครวญพระโลหิตทุกหยดที่หลั่งไหลของพระองค์ พระองค์ทรงยอมถูกตรึง มือ เท้า ศีรษะ และสีข้าง โดนแทงโดนทำร้าย พระองค์มิได้ทรงต่อสู้กับผู้ที่มาจับตรึงพระองค์ แต่พระองค์ทรงยอมให้ทหารหรือศัตรูเหล่านั้น เพื่อให้เราทั้งหลายได้รับความรอด นี่คือความรักของพระเจ้า ที่เราหาไม่ได้อีกแล้วจากโลกนี้ ไม่มีใครทำให้กับเราได้เพียงนี้
หลายสิ่งในโลก ดึงเราออกห่างจากกางเขน จนหลายครั้งเรามองมูลค่าความรักของพระเยซูคริสต์ว่ามีราคาถูก หรือพระกิตติคุณราคาถูก รู้สึกว่าความรอดที่เราได้รับนั้น ได้มาง่ายเหลือเกิน จึงไม่รักษาความรอดอย่างดี และดำเนินชีวิตเหมือนตอนที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า
แต่ในใจของท่าน จงเคารพนับถือ พระคริสต์ว่าเป็น องค์พระผู้เป็นเจ้า จงเตรียมตัวไว้ให้พร้อมเสมอ เพื่อท่านจะสามารถตอบทุกคนที่ถามท่านว่า ท่านมีความหวังใจเช่นนี้ด้วยเหตุผลประการใด แต่จงตอบด้วยใจสุภาพและด้วยความนับถือ (1เปโตร 3:15)
คนรอบข้างมองเห็นการดำเนินชีวิตของเรา แล้วเราดำเนินชีวิตตอบสนองต่อพระกิตติคุณของพระเจ้าอย่างไร? ดำเนินชีวิตเหมือนพระกิตติคุณมีค่าเพียงไร?
เราเคยมองบางสิ่งบางอย่างเป็นของตาย จนไม่เห็นคุณค่าหรือไม่? อย่าให้ความรักของพระเจ้าเป็นเช่นนั้นในชีวิตของเรา ขอที่เราจะระลึกถึงความรัก ความเสียสละ ความเห็นอกเห็นใจ ใจที่อ่อนน้อมสุภาพ ซึ่งเราเห็นได้จากพระราชกิจต่าง ๆ ของพระองค์
นี่คือความรักของพระเจ้าที่ไม่มีวันตาย เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไขแก่ผู้รับ ไม่ว่าเราเป็นใคร มาจากไหน เคยผิดพลาดเช่นไรมา แต่ความรักของพระองค์ให้โอกาสแก่มนุษย์ทุก ๆ คนที่เข้ามาด้วยใจที่ต้องการความรักจากพระเจ้าอย่างแท้จริง

อ. พรรณี แซ่เอี๊ย
คำเทศนารายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 24/04/2011
เรื่อง รักไม่มีวันตาย
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Wednesday, 4 May 2011

รักไม่มีวันตาย (3/9)

1. ผู้ที่มีความรักพระเจ้าอยู่ในชีวิต คือ ผู้ที่รู้ว่าพระเจ้าที่เราเชื่อ ทรงพระชนม์อยู่กับเรา (2)

ขอที่เราจะละสิ่งที่ชั่ว เราจะต้องต่อสู้สิ่งเหล่านี้ และสำแดงความรักของพระองค์ผู้ทรงดำรงอยู่ในชีวิตของเรา ขอที่เราจะต่อสู้ เพื่อดำเนินชีวิตที่จะให้คนอื่นเห็นพระเจ้าที่ทรงพระชนม์ในชีวิตของเรา
ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ได้บอกความจริงแก่เรา ว่าพระเจ้าทรงพระชนม์อยู่กับเรา เราไม่ได้อยู่บนโลกนี้โดยลำพัง เราไม่ได้ต่อสู้ พยายามทำดีด้วยกำลังของเราเอง แต่พระองค์ทรงช่วยเรา
เพราะว่าเจ้าประเสริฐในสายตาของเรา และได้รับเกียรติและเรารักเจ้า เราจึงให้คนเพื่อแลกกับเจ้า ให้ชนชาติทั้งหลายเพื่อแลกกับชีวิตของเจ้า (อิสยาห์ 43:4)
เราอยู่ในสายพระเนตรของพระองค์อยู่เสมอ เราประเสริฐในสายพระเนตรของพระองค์ และพระองค์ทรงรักเรา การที่เราดำเนินชีวิตในโลกนี้ พระเจ้าไม่ได้ปล่อยเราตามยถากรรม แม้เราอาจมีคำถามสงสัย ว่าทำไมชีวิตเราต้องเผชิญปัญหามากมาย? ทำไมพระเจ้าไม่ทรงช่วยเหลือ? ทำไมพระเจ้าจึงทรงอยู่ไกลเหลือเกิน? ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้ความรักที่เรามีต่อพระเจ้าลดน้อยลง แต่ความจริง คือ พระองค์ทรงรักเรา และเราอยู่ในสายพระเนตรของพระองค์เสมอ
18 พระเยซูจึงเสด็จเข้ามาใกล้ แล้วตรัสกับเขาว่า "ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดี ทรงมอบไว้แก่เราแล้ว
19 เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์
20 สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกท่านไว้ ดูเถิด เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นโลก เอเมน" (มัทธิว 28:18-20)
เราทุกคนที่ได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์แล้ว ถ้อยคำที่พระองค์ตรัสกับเรายังอยู่กับเราเสมอหรือไม่? พระองค์ทรงพระชนม์อยู่ ทรงสถิตอยู่กับเรา ความรักของพระองค์ไม่ได้ไปไหน ความรักของพระเจ้าอยู่กับเราตลอดเวลา

อ. พรรณี แซ่เอี๊ย
คำเทศนารายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 24/04/2011
เรื่อง รักไม่มีวันตาย
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Tuesday, 3 May 2011

รักไม่มีวันตาย (2/9)

1. ผู้ที่มีความรักพระเจ้าอยู่ในชีวิต คือ ผู้ที่รู้ว่าพระเจ้าที่เราเชื่อ ทรงพระชนม์อยู่กับเรา (1)

พระองค์ไม่ได้ตายจากไปเหมือนพระอื่น ๆ ที่ตายไปแล้วถูกสร้างเป็นอนุสรณ์ แต่พระองค์ทรงพระชนม์อยู่กับเราทุก ๆ ที่
จากปฐมกาล ตั้งแต่เริ่มต้น พระเจ้าทรงดำรงอยู่ก่อนสิ่งใด ๆ ในโลกนี้ และทรงเนรมิตสร้างทุกสิ่ง เราทุกคนล้วนถูกสร้างจากผงคลีดิน แต่พระเจ้าทรงใส่ชีวิต จิตวิญญาณแก่เรา และทรงใส่พระฉายาของพระองค์ไว้ในชีวิตของเรา
พระเยโฮวาห์พระเจ้าทรงปั้นมนุษย์ด้วยผงคลีดิน ทรงระบายลมปราณแห่งชีวิตเข้าทางจมูกของเขา และมนุษย์จึงเกิดเป็นจิตวิญญาณมีชีวิตอยู่ (ปฐมกาล 2:7)
พระเจ้าจึงทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามพระฉายาของพระองค์ ตามพระฉายาของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้น และได้ทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง (ปฐมกาล 1:27)
พระลักษณะของพระเจ้า อาทิเช่น พระองค์ทรงบริสุทธิ์ ทรงเป็นความรัก ทรงยุติธรรม เป็นต้น แต่สิ่งที่ผู้ที่ไม่เชื่อพระเจ้าจะเห็นได้ชัดผ่านทางชีวิตของเรา คือ ความรัก พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรัก แล้วเราได้สำแดงความรักให้คนรอบข้างมากน้อยเพียงไร?
ความรัก เป็นพระลักษณะของพระเจ้าที่เราจะเป็นได้มากที่สุด เพราะเราคงจะไม่สามารถที่จะบริสุทธิ์เช่นเดียวกับพระองค์ได้ เพราะนิสัยของความบาปอาจยังติดตัวเราอยู่ หรือเราคงจะไม่สามารถยุติธรรมดังเช่นพระองค์ได้ ซึ่งทั้งความบริสุทธิ์และความยุติธรรมก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องขอพระเจ้าช่วยอยู่เสมอ แต่สิ่งที่จะสำแดงว่าเรามีพระฉายของพระเจ้าได้ชัดเจนสุด คือ ความรัก เราสามารถแบ่งปันความรักให้ผู้อื่นได้

อ. พรรณี แซ่เอี๊ย
คำเทศนารายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 24/04/2011
เรื่อง รักไม่มีวันตาย
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Sunday, 1 May 2011

รักไม่มีวันตาย (1/9)

วันนี้ วันอีสเตอร์ เป็นวันที่เราระลึกถึงการฟื้นพระชนม์ของพระองค์ และเมื่อเรามานมัสการพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ เราก็จะรู้ว่าพระองค์ทรงรักเรามากเพียงไร
ความรักที่เราเคยมีต่อพระเจ้าตายไปแล้วหรือยัง? วันที่เราต้อนรับพระองค์ผ่านมานานเพียงไร? แล้วความรักที่เรามียังคงร้อนรนอยู่หรือไม่?
สำหรับบางคน ความรักอาจยังไม่ตาย แต่ขอแช่ช่องแช่แข็ง (freeze) ไว้ก่อน ซึ่งแท้จริงแล้วช่องแช่แข็งมีไว้สำหรับของที่ตายแล้ว
ขอที่เราจะฟื้นใจใหม่ ความรักของพระเจ้าใหม่สดอยู่เสมอ แต่ความรักที่เรามีต่อพระองค์เล่า ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่? หรือตายไปแล้ว?
พระเจ้าทรงสร้างเรามาอยู่ในโลกนี้ พระประสงค์ของพระองค์ไม่ใช่ให้เรารักสิ่งของของโลกนี้ แล้วลืมความรักพระองค์
19 อย่าส่ำสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตัวในโลก ที่อาจเป็นสนิมและที่แมลงกินเสียได้ และที่ขโมยอาจขุดช่องลักเอาไปได้
20 แต่จงส่ำสมทรัพย์สมบัติไว้ในสวรรค์ ที่ไม่มีแมลงจะกินและไม่มีสนิมจะกัด และที่ไม่มีขโมยขุดช่องลักเอาไปได้
21 เพราะว่าทรัพย์สมบัติของท่านอยู่ที่ไหน ใจของท่านก็อยู่ที่นั่นด้วย (มัทธิว 6:19-21)
ผู้ที่ครอบครองโลกคือมารซาตาน การงานของมารในโค้งสุดท้าย ก็คือการที่มันจะมาล่อล่วง ลัก ฆ่า และทำลาย ผู้ที่พระเจ้าทรงรัก นั่นคือ มนุษย์นั่นเอง
อนุสรณ์แห่งความรักที่มีมากมายในโลกนี้ ตัวอย่างที่ชัดที่สุด คือ ทัชมาฮาล ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานที่ถูกสร้างโดยกษัตริย์อินเดียพระองค์หนึ่งที่ชื่ออรชุมันท์ พานุ เพคุม เพื่อระลึกถึงพระมเหสีของพระองค์ ที่มีนามว่ามุมตัช มาฮาล ที่สิ้นพระชนม์หลังให้กำเนิดทายาทองค์ที่ 14 อนุสรณ์สถานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างอลังการ แต่เบื้องหลังของการสร้างก็ต้องอาศัยหยาดเหงื่อแรงกายของคนจำนวน 2 หมื่นคน เป็นเวลาถึง 20 ปี เพียงเพื่อระลึกถึงคนคนหนึ่งเท่านั้น
เมื่อพูดถึงหนังในประเทศไทย ก็มีมากมาย เรื่องที่ทุกคนรู้จักกันดีก็คือ คู่กรรม หรือแม้แต่สถานที่ต่าง ๆ เช่น พระที่นั่งบางแห่ง ก็ถูกสร้างเพื่อภรรยาที่ท่านรัก
สิ่งหนึ่งที่่น่าคิด คือ ความรักเหล่านั้นก็ตายไปกับบุคคลที่ตายไปแล้ว แต่ความรักที่เรารู้จัก พระองค์ทรงฟื้นพระชนม์ขึ้นมาแล้ว และทรงพระชนม์อยู่ ความรักของพระเจ้านี้ไม่มีวันตาย
แล้วความรักที่เรามีต่อพระเจ้า ที่แสดงออกผ่านทางการดำเนินชีวิตของเรา เป็นอย่างไรบ้าง? ความรักของเราตายไปแล้วหรือยัง? เรามาโบสถ์เพียงแค่ไม่อยากถูกทักว่าหายหน้าหายตาไปหรือไม่? หรือมาเพียงเพราะอยากเจอเพื่อนหรือไม่? ความตื่นเต้นกับพระเจ้าหมดไปแล้วหรือไม่?
พระลักษณะของพระเจ้าที่อยู่ในเราเป็นเช่นไร?

อ. พรรณี แซ่เอี๊ย
คำเทศนารายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง
เมื่อวันที่ 24/04/2011
เรื่อง รักไม่มีวันตาย
 
หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ