Thursday, 31 March 2011

พระลักษณะของพระเจ้า (4/10)

พระลักษณะของพระเจ้าที่เฉพาะพระเจ้าเท่านั้นมี (2)

3. พระเจ้าทรงเต็มด้วยฤทธิ์อำนาจทั้งสิ้น สูงเหนือทุกสิ่ง

มารมีฤทธิ์อำนาจน้อยกว่าพระเจ้ามาก เทียบไม่ได้เลยกับพระเจ้า แต่มันมีอาวุธสำคัญ คือ ทำลายกล่องดวงใจของพระเจ้า กล่องดวงใจของพระองค์ก็คือเราทุก ๆ คน เราทุกคนเป็นที่รักของพระเจ้า

พระเยซูทอดพระเนตรดูพวกสาวก และตรัสว่า "ฝ่ายมนุษย์ก็เหลือกำลังที่จะทำได้ แต่พระเจ้าทรงกระทำให้สำเร็จได้ทุกสิ่ง" (มัทธิว 19:26)

พระองค์ทรงมีฤทธิ์อำนาจทั้งสิ้น แม้กระนั้น พระองค์ทรงมีวุฒิภาวะ และมีพระลักษณะอื่น ๆ บางครั้งพระองค์ทรงเลือกที่จะไม่ใช้ฤทธิ์อำนาจของพระองค์ และบางครั้งพระองค์ก็ทรงใช้ฤทธิ์อำนาจผ่านคนของพระองค์ ถ้าคนของพระองค์ยอมให้พระเจ้าทำงาน

แต่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน เดชของเราก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น" เหตุฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงภูมิใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า เพื่อฤทธิ์เดชของพระคริสต์จะได้อยู่ในข้าพเจ้า (2โครินธ์ 12:9)

มีการอัศจรรย์มากมาย ที่ได้ถูกถ่ายทอดในรูปคลิปวีดีโอ เมื่อข้าพเจ้าได้เปิดให้น้อง ๆ ที่บ้านอบอุ่นใจได้ดู น้อง ๆ ก็เรียกร้องที่จะดูอีก วีดีโอเหล่านี้เป็นเรื่องราวของคนที่เป็นมะเร็ง ซึ่งดูแล้วน่ากลัวมาก แต่เขาเหล่านั้นได้อธิษฐาน และได้ถ่ายรูปหลังจากที่หาย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก มีคำพยานมากมาย มีคนเจ็บป่วยมากมายที่รักษาไม่หายด้วยการแพทย์ แต่ก็หายได้ด้วยอัศจรรย์ของพระเจ้า

พระเยซูจึงเสด็จเข้ามาใกล้แล้วตรัสกับเขาว่า "ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดีทรงมอบไว้แก่เราแล้ว (มัทธิว 28:18)

พระเยซูคริสต์ทรงได้รับฤทธิ์อำนาจทั้งสิ้น และพระองค์ทรงต้องการที่จะทำงานผ่านชีวิตของเรา

4. พระเจ้าทรงอยู่เหนือสรรพสิ่ง

ทรงแตกต่าง และเป็นอิสระจากสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ทุกสิ่งถูกสร้างจากพระองค์ ไม่มีสักสิ่งเดียวที่ไม่ได้ถูกสร้างโดยพระองค์

และพระเจ้าทรงอยู่เหนือสรรพสิ่ง ทรงแตกต่าง พระองค์ไม่ต้องขึ้นกับสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมา ไม่มีอะไรเปรียบเทียบได้กับพระองค์ แม้แต่มารก็เป็นสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง

 

อ. ตรูจิตต์ นีเดอร์เรอร์

คำเทศนารายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 20/03/2011

เรื่อง พระลักษณะของพระเจ้า

หมายเหตุ:ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Wednesday, 30 March 2011

พระลักษณะของพระเจ้า (3/10)

พระลักษณะของพระเจ้าที่เฉพาะพระเจ้าเท่านั้นมี (1)

เราถูกสร้างตามพระฉายาของพระเจ้า

พระเจ้าจึงทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามพระฉายาของพระองค์ ตามพระฉายาของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้น และได้ทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง (ปฐมกาล 1:27)

พระฉายาในที่นี้ เป็นพระฉายาเพียงส่วนหนึ่ง เพราะมีพระลักษณะบางอย่างที่เป็นลักษณะเฉพาะของพระเจ้า เฉพาะพระเจ้าเท่านั้นที่มี

1. พระเจ้าทรงสถิตอยู่ทุกหนทุกแห่ง

7 ข้าพระองค์จะไปไหน ให้พ้นพระวิญญาณของพระองค์ได้
หรือข้าพระองค์จะหนีไปไหนให้พ้นพระพักตร์ของพระองค์
8 ถ้าข้าพระองค์ขึ้นไปยังสวรรค์ พระองค์ทรงสถิตที่นั่น
ถ้าข้าพระองค์จะทำที่นอนไว้ในแดน ผู้ตาย พระองค์ทรงสถิตที่นั่น (สดุดี 139:7-8)

พระเจ้าทรงตามเราไปได้ทุกแห่ง เวลานี้พระเจ้าก็ทรงอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน พระเจ้าทรงอยู่ข้าง ๆ เรา ถ้าเราง่วงนอน เราก็ทูลขอต่อพระองค์ได้

2. พระเจ้าทรงสัพพัญญู

ทรงรอบรู้ทุกสิ่ง ทั้งสิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็น ทรงทราบความคิดของเรา ทรงรู้จักการนั่ง การนอน การเดินของเรา ทรงรู้จักวิถีของเรา แม้สิ่งที่เราไม่ได้พูดออกมา

1 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ได้ทรงตรวจสอบข้าพระองค์ และทรงรู้จักข้าพระองค์
2 เมื่อข้าพระองค์นั่งลงและลุกขึ้น พระองค์ทรงทราบ พระองค์ทรงประจักษ์ในความคิดของ ข้าพระองค์ได้แต่ไกล
3 พระองค์ทรงค้นวิถีของข้าพระองค์และการ นอนของข้าพระองค์ และทรงคุ้นเคยกับทางทั้งสิ้นของข้าพระองค์
4 ข้าแต่พระเจ้า แม้ก่อนที่ลิ้นของข้าพระองค์จะพูด พระองค์ก็ทรงทราบความเสียหมดแล้ว (สดุดี 139:1-4)

และพระเจ้าทรงทราบล่วงหน้า ขณะเดียวกัน พระองค์ก็ไม่ได้จำกัดอำนาจในการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ พระองค์ทรงสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้ ทรงสามารถช่วยเราได้

อ. ตรูจิตต์ นีเดอร์เรอร์

คำเทศนารายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 20/03/2011

เรื่อง พระลักษณะของพระเจ้า

หมายเหตุ:ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Tuesday, 29 March 2011

พระลักษณะของพระเจ้า (2/10)

สัปดาห์ก่อน ข้าพเจ้าได้ไปสำรวจสถานที่แห่งหนึ่ง ข้าพเจ้าได้บอกกับมิชชันนารีที่ไปด้วยกันว่าข้าพเจ้ารู้สึกว่าพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าอย่างนี้ มิชชันนารีท่านนั้นก็บอกว่า รู้สึกแปลกว่าทำไมข้าพเจ้ารู้เกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้นเยอะจัง ข้าพเจ้าได้ใคร่ครวญคำพูดของท่าน แท้ที่จริง ที่นั้นเป็นที่ที่ข้าพเจ้าเคยเรียนสมัยเด็ก

เมื่อกลับมายังที่พัก ข้าพเจ้าก็ได้ใคร่ครวญคำพูดของมิชชันนารีท่านนั้น และได้พบว่าพระลักษณะของพระเจ้าที่ข้าพเจ้าได้พบ คือ บางครั้ง เราคิดว่า เรารู้จักพระเจ้า และพระเจ้าก็รู้จักเราพร้อม ๆ กัน แต่แท้จริงแล้ว ก่อนที่เราจะรู้จักพระเจ้า พระเจ้าก็รู้จักเราแล้ว พระองค์ทรงดำรงอยู่ตั้งแต่ปฐมกาล

สมัยเด็ก ข้าพเจ้าเป็นคนที่มีความตั้งใจสูง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือดื้อรั้น วันหนึ่งข้าพเจ้าผิดใจกับมารดา ข้าพเจ้าวิ่งออกไปจากบ้าน วิ่งไปบนถนนและรถเมล์ก็เกือบที่จะชน ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนว่าข้าพเจ้าตายไปแล้วตั้งแต่ตอนนั้น ข้าพเจ้าได้รับความเข้าใจว่าพระเจ้าได้ทรงรู้จักข้าพเจ้าอยู่แล้วในเหตุการณ์นั้น และได้รักษาชีวิตของข้าพเจ้าไว้ พระองค์ดำรงอยู่ตั้งแต่กาลก่อน พระองค์ทรงรู้จักข้าพเจ้า และชีวิตที่เหลือก็สมควรที่จะมอบให้กับพระองค์

เมื่อเราคิดถึงพระลักษณะพระเจ้า เป็นสิ่งอัศจรรย์ที่พระองค์ให้เราศึกษาเกี่ยวกับพระองค์ได้ เพราะว่าพระองค์ทรงสูงส่งมาก

ข้าพเจ้าชอบดูดวงจันทร์ เพราะรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่น่าทึ่ง ข้าพเจ้าได้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของพระเจ้า เป็นสิ่งอัศจรรย์ และนี่เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของพระลักษณะของพระเจ้า

ข้อมูลเกี่ยวกับพระเจ้าจะช่วยให้เราสามารถทำความรู้จักพระเจ้าเพิ่มขึ้นเมื่อเรามีความสัมพันธ์กับพระองค์ ซึ่งเมื่อเรามีความสัมพันธ์กับพระองค์ เราจะรู้สึกว่าชีวิตของเราสนุก เป็นชีวิตที่ดำเนินด้วยชัยชนะ ด้วยรู้ว่าเรามีช่องทางที่เราเข้าถึงพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์และทรงรอบรู้ที่ทรงช่วยเราในทุกสิ่งได้

ไม่มีพระคัมภีร์ตอนไหนที่พยายามพิสูจน์ว่ามีพระเจ้า เริ่มต้นมาก็กล่าวว่าพระเจ้าได้ทรงทำสิ่งนั้นสิ่งนี้

อ. ตรูจิตต์ นีเดอร์เรอร์

คำเทศนารายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 20/03/2011

เรื่อง พระลักษณะของพระเจ้า

หมายเหตุ:ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Monday, 28 March 2011

พระลักษณะของพระเจ้า (1/10)

สวัสดีครับ พี่น้องที่รักในพระคริสต์ทุก ๆ ท่าน

ผมจะขออนุญาตเปลี่ยนอีเมล์ที่ใช้ในการส่งพระธรรมประจำวันเป็นอีเมล์ ton@followhissteps.com ครับ

เพื่อที่เมล์จาก "พระธรรมประจำวัน" จะถูกส่งไปถึง mail box จึงจะขอรบกวนพี่น้องช่วย add อีเมล์นี้ใน address book หรือ safe sender list ด้วยนะครับ (เพื่อป้องกันไม่ให้เมล์ไปอยู่ใน folder ของ junk mail หรือ spam ครับ) ขอบคุณครับ

พระเจ้าอวยพรครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สัปดาห์ที่แล้ว ได้มีการอภิปรายกันเกี่ยวกับพระลักษณะของพระเจ้า เป็นการอุ่นเครื่อง ซึ่งช่วยให้เราได้ใคร่ครวญ ได้แสดงออกมาว่าเรามีความเข้าใจเกี่ยวกับพระเจ้าอย่างไร และได้ฟังผู้อื่นแสดงความคิดเห็นด้วย เพราะเราแต่ละคนมีประสบการณ์กับพระเจ้าในบางด้านแตกต่างกันไป อาทิเช่น บางคนอาจจะเข้าใจพระเจ้าด้านการที่พระองค์ทรงอภัยเสมอ ซึ่งพระองค์ก็เป็นเช่นนั้น พระองค์ทรงอภัยเสมอ

มีหนังสืออธิบายเกี่ยวกับพระลักษณะพระเจ้ามากมาย และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่กลาง ไม่ว่าอ่านจากที่ใดก็จะไม่แตกต่างกันนัก เพราะข้อมูลทั้งหมดได้มาจากพระคัมภีร์ สิ่งเหล่านี้ทำให้เรารู้เกี่ยวกับพระเจ้ามากขึ้น แต่ถ้าเราจะรู้จักพระเจ้า เราต้องมีประสบการณ์ด้วยตนเอง

เช่นเดียวกับที่ข้าพเจ้าจะพูด ข้าพเจ้าก็พูดได้เป็นข้อมูล และพูดจากประสบการณ์ที่ข้าพเจ้ามี แต่ถ้าหากว่าเราอยากจะรู้จักกับพระเจ้า เราจะต้องมีประสบการณ์เอง

ครั้งที่แล้ว ที่ข้าพเจ้าได้แวะมาเยี่ยมเยียนในกลุ่มนี้ ข้าพเจ้าได้ตอบว่า "พระเจ้าเป็นนักสื่อสาร" เพราะว่าพระองค์ทรงสื่อสารกับเราเยอะมาก ผ่านทางพระคัมภีร์ และนี่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่พระองค์เป็น พระคัมภีร์บอกกับเราเพียงสิ่งเล็กน้อยของพระองค์ พระองค์เป็นมากกว่าที่ได้รับการบันทึกมาก แต่แม้แค่จากพระคัมภีร์ เราก็ต้องศึกษานานมาก แล้วพระวิญญาณแห่งความจริง จะนำเราสู่ความจริง เพื่อให้เรารู้จักพระเจ้าอย่างที่พระองค์ทรงเป็น

สามีข้องข้าพเจ้า ถ้ามองไกล ๆ จะรู้สึกว่าเขานิ่งมาก แต่เมื่อรู้จักส่วนตัว จะรู้ว่าเขาเป็นคนที่ตลกมาก และชอบกินเยลลี่ นี่เป็นมุมของเขาที่จะรู้ได้ก็ต่อเมื่อเราได้รู้จักกับเขา

พระเจ้าเป็นบุคคลที่เราสามารถรู้จักได้ และพระองค์ไม่ต้องการให้เราเพียงแค่รู้เกี่ยวกับพระองค์ พระองค์ต้องการให้เรารู้จักพระองค์

อยากให้เราศึกษาด้วยแรงจูงใจที่ว่าเราอยากจะรู้จักพระเจ้า ไม่ใช่เพียงแค่รู้เกี่ยวกับพระเจ้า และเราจะได้รู้จักเมื่อมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระองค์

 

อ. ตรูจิตต์ นีเดอร์เรอร์

คำเทศนารายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 20/03/2011

เรื่อง พระลักษณะของพระเจ้า

หมายเหตุ:ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Saturday, 26 March 2011

นมัสการที่คริสตจักร (8/8)

3. ตอบสนองพระคำของพระเจ้า (2)

พระเจ้าอาจบอกให้เรากลับไปหนุนใจใคร หรืออาจเพียงให้เราไปหาใคร และซื้อของบางสิ่งให้แก่คนนั้น อาจเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่ถ้าพระเจ้าตรัสเช่นนั้น แล้วเราจะตอบสนองเช่นไร?

เราเลือกทำหรือไม่ทำก็ได้ อยู่ที่ว่าเราต้องการเป็นคนที่เกิดผลเพื่อพระเจ้าหรือไม่

คนเจ็บป่วยบางคนที่พระเยซูคริสต์ทรงรักษา ก็ตอบสนอง และขอติดตามทันที และพระเยซูคริสต์ก็มีทางให้แก่เขา ให้เขาไปบอกพี่น้องว่าหายอย่างไร หรืออาจให้ติดตามพระองค์ไป หรืออาจกล่าวเตือนเขาถึงการติดตามพระองค์ว่าลำบากเพียงไร จะตามหรือไม่ก็คิดเอา

คนแต่ละคนตอบสนองไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกัน เมื่อเราได้ยินพระคำของพระเจ้า เราก็อาจตอบสนองแตกต่างกันไป

1 ครั้งเมื่อประชาชนกำลังเบียดเสียดพระองค์เพื่อฟังพระวจนะของพระเจ้า พระองค์ทรงยืนอยู่ที่ฝั่งทะเลสาบเยนเนซาเรท
2 และพระองค์ทรงเห็นเรือสองลำจอดอยู่ริมฝั่งทะเลสาบนั้น แต่ชาวประมงขึ้นจากเรือแล้วกำลังซักอวนอยู่
3 พระองค์จึงเสด็จลงเรือลำหนึ่ง เป็นเรือของซีโมน ทรงขอให้เขาถอยไปจากฝั่งหน่อยหนึ่ง แล้วพระองค์ทรงนั่งลงสอนประชาชนจากเรือนั้น
4 เมื่อพระองค์ตรัสสอนเสร็จแล้ว จึงตรัสแก่ซีโมนว่า "จงถอยออกไปที่น้ำลึก หย่อนอวนลงจับปลา"
5 ซีโมนทูลตอบว่า "พระอาจารย์เจ้าข้า ข้าพระองค์ทั้งหลายทอดอวนคืนยังรุ่งไม่ได้อะไรเลย แต่ข้าพระองค์จะหย่อนอวนลงตามพระดำรัสของพระองค์"
6 เมื่อเขาหย่อนลงแล้วก็ล้อมปลาไว้เป็นอันมาก จนอวนของเขากำลังปริ
7 เขาจึงทำสำคัญแก่เพื่อนที่อยู่ในเรืออีกลำหนึ่งให้มาช่วย เขาก็มาช่วย แล้วได้ปลาเต็มเรือทั้งสองลำ จนเรือเพียบ (ลูกา 5:1-7)

เปโตรอยู่ที่ริมหาด และพระเยซูคริสต์ก็ให้ท่านหย่อนอวนลงในทะเล ซึ่งเปโตรหาปลาทั้งคืนยังไม่ได้ แต่พระเยซูคริสต์จะให้หย่อนออกไปตอนกลางวันแสก ๆ แม้กระนั้นเปโตรก็ตอบสนองทันที หย่อนอวนลงไป และได้สิ่งที่เกินคำบรรยายที่เขาจะพูดถึงได้ ได้ปลาเต็ม 2 ลำเรือ นั่นคือจากการที่ท่านตอบสนองต่อพระคำของพระเจ้า แม้ว่าท่านอาจไม่เข้าใจว่าจะทำไปทำไม ไม่น่าจะสำเร็จ แต่เปโตรเลือกที่จะเชื่อฟังและตอบสนองอย่างที่พระองค์ตรัสบอก และได้ปลามากมาย

วันนี้เราจะตอบสนองพระเจ้าเช่นไร? เราจะตอบสนองพระคำของพระเจ้าอย่างไร?

สิ่งสำคัญ คือ ให้เราสัตย์ซื่อต่อพระคำของพระเจ้า ดังเช่นอิสยาห์สัตย์ซื่อต่อตัวเอง และต่อการทรงเรียกของพระเจ้า

คริสตจักรมีการนมัสการ เมื่อเรามานมัสการ ร้องเพลง อธิษฐาน ก่อนกลับไป อย่าลืมทักทายพี่น้อง

ทุก ๆ ครั้งที่เรานมัสการพระเจ้า เรากำลังบอกว่าแท้จริงเราอ่อนแอ เป็นคนบาป และต้องการพระเจ้าอย่างที่สุด เรากำลังฟังว่าพระองค์กำลังตรัสบอกสิ่งใดกับเรา ผ่านทางเพลงดนตรี พระวจนะ และทุกสิ่งที่เกิดขึ้น และเราจะตอบสนองต่อพระคำของพระเจ้า

ขอพระเจ้าหนุนใจ เสริมกำลังที่เราจะนมัสการพระเจ้าด้วยท่าทีที่ให้เกียรติ นมัสการพระเจ้าอย่างแท้จริง และเราจะไม่เป็นคนที่มาดูการนมัสการ แต่เป็นคนที่มานมัสการพระเจ้า

 

ศจ. ศาสวัต มูลสถาน

คำเทศนาการนมัสการรอบบ่าย คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 13/03/2011

เรื่อง นมัสการที่คริสตจักร

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Friday, 25 March 2011

นมัสการที่คริสตจักร (7/8)

3. ตอบสนองพระคำของพระเจ้า (1)

และข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงขององค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า "เราจะใช้ผู้ใดไป และผู้ใดจะไปแทนเรา" แล้วข้าพเจ้าทูลว่า "ข้าพระองค์อยู่นี่ พระเจ้าข้า ขอทรงใช้ข้าพระองค์ไปเถิด" (อิสยาห์ 6:8)

อิสยาห์ได้ฟังพระเจ้าแล้ว และท่านพร้อมที่จะทำตามพระองค์

เมื่อเรามานมัสการพระเจ้าแล้ว เราจะตอบสนองเช่นไรกับพระเจ้า เราจะทำสิ่งใดถวายแด่พระองค์?

เรามานมัสการ ก็เพื่อที่เราจะออกไปรับใช้พระเจ้า เพื่อที่เราจะออกไปด้วยท่าทีที่ถูกต้อง

เราแต่ละคนตอบสนองพระเจ้าแตกต่างกัน แม้ว่าอาจฟังเรื่องเดียวกัน ตัวอย่างเดียวกัน แต่เมื่อเราออกไป เราอาจจะตอบสนองแตกต่างกัน แล้วแต่ว่าเราจะได้ยินพระเจ้าตรัสเช่นไร

ทุก ๆ ที่ที่เราออกไป เราเป็นตัวแทนของพระเจ้า เราเอานามว่าเป็นคริสเตียนไปด้วย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องการประกาศพระกิตติคุณ แต่แม้แต่ที่ทำงานก็เช่นกัน เรามีท่าทีเช่นไร? พระองค์ทรงใช้เรา ขอที่เราจะตอบว่า "ข้าพระองค์อยู่ที่นี่ ใช้ข้าพระองค์เถิด"

เราอาจคาดหวังว่าคนอื่นจะทำเช่นไร หรือเราอาจคิดว่าเราไม่พร้อม แต่เราจะตอบสนองต่อพระคำของพระเจ้าเช่นไร?

ทุกครั้งที่เรามานมัสการ เราได้ยินสิ่งที่พระเจ้าตรัส ขอที่เราจะนำไปตอบสนองอย่างสัตย์ซื่อในชีวิตของเรา เพราะพระองค์ทรงต้องการคนที่ซื่อสัตย์รับใช้พระองค์

พ่อคนหนึ่งมีสมบัติมากมาย และแบ่งสมบัติให้แต่ละคน แต่มีสมบัติอีกก้อนหนึ่งที่จะมอบให้กับคนที่ดีที่สุด จึงให้เมล็ดถั่วลูกแต่ละคนไปเพาะ แล้วอีก 1 เดือนให้นำมาดูว่าเป็นเช่นไร ลูกแต่ละคนก็นำไปเพาะ
ลูกชายคนแรก ถั่วเขียวโตสวยงามมาก ลูกคนที่สอง ถั่วเขียนก็โตอวบอ้วนสวยงามเช่นกัน แต่ลูกคนสุดท้าย นำกระถางมาให้พ่อ แต่ไม่มีถั่วงอกเลยสักต้น แม้จะคอยรดน้ำอย่างดี
พ่อบอกว่า พ่อจะมอบทรัพย์สมบัติให้กับลูกชายคนที่สาม
ลูกชายอีก 2 คนก็ไม่พอใจ แต่พ่อก็ตอบว่า "ถั่วเขียวที่ให้ไป พ่อเอาไปคั่วแล้ว เวลาเพาะมันจะงอกได้อย่างไร แสดงว่าลูกคนเล็กซื่อสัตย์ ได้เช่นไรก็พยายาม ไม่แอบไปซื้อมา"

เช่นเดียวกัน ขอที่เราจะซื่อสัตย์ต่อพระคำของพระเจ้า

 

ศจ. ศาสวัต มูลสถาน

คำเทศนาการนมัสการรอบบ่าย คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 13/03/2011

เรื่อง นมัสการที่คริสตจักร

หมายเหตุ:ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Thursday, 24 March 2011

นมัสการที่คริสตจักร (6/8)

2. ฟังพระสุรเสียงของพระเจ้า (2)

เด็กคนหนึ่ง ที่บ้านที่รูปปั้นมากมาย และมีรูปปั้น 2 ตัว ตัวใหญ่และตัวเล็ก รูปปั้นตัวเล็ก เป็นรูปปั้นที่ยิ้มหัวเราะอยู่ และรูปปั้นใหญ่มีหน้าตาขึงขังน่ากลัว เด็กก็สงสัยว่าทำไมพ่อของเขาจึงกราบไหว้รูปปั้นเหล่านี้อยู่ได้ เขาจึงนำไม้ตีเบสบอล มาตีรูปปั้นตัวใหญ่ที่น่ากลัว จนแตกกระจัดกระจาย และนำไม้นั้นไปไว้ที่มือของรูปปั้นตัวเล็กที่ยิ้มหัวเราะอยู่

พ่อกลับมาก็ตกใจ ถามว่าใครทำเช่นนี้ ลูกก็ไม่ยอมรับ บอกว่าไม่ได้ทำ

"ไม่ได้ทำแล้วใครจะทำ" "นี่ไง ไม้ตีเบสบอลก็อยู่ที่รูปปั้นตัวเล็กนั่นไง รูปปั้นตัวเล็กเอาไม้เบสบอลตีรูปปั้นตัวใหญ่"
"บ้าหรือไงรูปปั้นพูดไม่ได้ แล้วจะตีได้อย่างไร" "นี่และผมอยากบอกพ่อว่ารูปปั้นนั้นพูดไม่ได้ แล้วพ่อจะไปกราบไหว้เคารพทำไม"

พระเจ้าของเราทรงพระชนม์อยู่ และพระองค์ตรัสกับเราอยู่เสมอ

การนั่งฟังพระเจ้า เป็นเวลาที่คุ้มค่า เช่นเดียวกับมารีย์ที่นั่งที่พระบาทพระเยซูคริสต์ และได้รับสิ่งที่ดีที่สุดที่พระเจ้าให้กับเธอ

เราอาจบ่นกับพระเจ้า 6 วันตลอดสัปดาห์ วันนี้ ขณะที่เรากำลังนมัสการพระเจ้า ขอที่เราจะนั่งฟังพระเจ้าตรัสกับเรา พระองค์อาจจะตรัสกับเราว่า "ไม่ต้องบ่นนะ และฟังเรา"

ศจ. ศาสวัต มูลสถาน

คำเทศนาการนมัสการรอบบ่าย คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 13/03/2011

เรื่อง นมัสการที่คริสตจักร

หมายเหตุ:ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Wednesday, 23 March 2011

นมัสการที่คริสตจักร (5/8)

2. ฟังพระสุรเสียงของพระเจ้า (1)

และข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงขององค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า "เราจะใช้ผู้ใดไป และผู้ใดจะไปแทนเรา" แล้วข้าพเจ้าทูลว่า "ข้าพระองค์อยู่นี่ พระเจ้าข้า ขอทรงใช้ข้าพระองค์ไปเถิด" (อิสยาห์ 6:8)

การฟังพระสุรเสียง ไม่ได้หมายความถึงการฟังสิ่งที่ผู้รับใช้เทศนาเท่านั้น แต่พระเจ้าตรัสผ่านหลายสิ่งหลายอย่าง เช่น บทเพลงที่เรานมัสการพระเจ้า การถวายทรัพย์ การสามัคคีธรรมกับพี่น้อง

เมื่อเราร้องเพลงนมัสการ เราได้รับเสียงตรัสใดจากพระเจ้าหรือไม่? เราได้รับสิ่งที่พระเจ้าตรัสกับเราในขณะที่เราถวายทรัพย์หรือไม่?

บางคน อาจรู้สึกในบางอาทิตย์ว่า มาโบสถ์แล้วไม่ได้อะไรเลย หรือเราอาจเป็นคนพูดเองก็ได้ สำหรับผู้ที่พูดเช่นนี้ ขอที่จะถามตัวเองว่า เรามาดูการนมัสการ หรือเรามานมัสการพระเจ้า?

ถ้าเรามาดูการนมัสการ เราจะพบข้อบกพร่องมากมาย กีตาร์อาจจะเล่นไม่เพราะ คนเล่นเปียโนก็อาจกดคีย์ผิด คนงานโบสถ์ชงน้ำชาไม่อร่อย สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คนดูการนมัสการจะดู

แต่ถ้าหากเรามานมัสการพระเจ้า เราจะรู้ว่ามีผู้ชมผู้เดียว คือพระเจ้า พระองค์ทรงดูเราอยู่ เพราะพระเจ้าทรงพระชนม์อยู่ เราไม่ได้นมัสการพระที่พูดไม่ได้ตอบไม่ได้ และเรากำลังฟังพระเจ้าอยู่ว่าพระเจ้ากำลังตรัสสิ่งใดกับชีวิตเรา ขอที่เราจะเปิดใจ ฟังสิ่งที่พระเจ้าตรัส ผ่านทางทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ณ เวลาที่เรากำลังนมัสการพระเจ้า

ขอพระเจ้าช่วยเหลือเราที่เราจะได้นมัสการพระเจ้าอย่างแท้จริง เพราะพระเจ้าทรงเป็นอยู่ ทรงตอบคำถามและตรัสแก่ชีวิตของเราได้

 

ศจ. ศาสวัต มูลสถาน

คำเทศนาการนมัสการรอบบ่าย คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 13/03/2011

เรื่อง นมัสการที่คริสตจักร

หมายเหตุ:ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Tuesday, 22 March 2011

นมัสการที่คริสตจักร (4/8)

1. สารภาพว่าเป็นคนบาป (3)

บางครั้งชีวิตเราก็เป็นเช่นนั้น เราพูดความจริง แต่อาจจะพูดไม่หมด นี่คือสิ่งที่พระเจ้ากำลังเตือนเรา เมื่อเรามานมัสการพระเจ้า ขอที่เราจะบอกพระองค์ทุกสิ่งทุกอย่างกับพระองค์ อย่าเก็บเอาไว้

น้องคนหนึ่ง ขึ้นมาเป็นพยานและขอบคุณพระเจ้า บอกถึงสิ่งที่เขาได้เผลอทำลงไป เขาอยู่กับเพื่อนฝูงมากมาย และเอาชนะการทดลองมาได้ตลอด แต่วันหนึ่ง ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น เขาทนไม่ไหว ดื่มเบียร์ไป 2 แก้ว กลับบ้านเขาก็รู้สึกผิด

เด็กคนนี้กล้าบอกในที่ประชุมว่าเขาทำผิดอะไร ไม่ได้เก็บไว้คนเดียว ไม่ได้ซ่อนเอาไว้ลึก ๆ ไม่ได้บอกเพียงแค่ว่าไปกับเพื่อนแล้วเผลอทำผิดไปอย่างหนึ่ง แต่เขาได้พูดตรง ๆ ว่าเขาทำผิดอย่างไร

เมื่อเข้าเฝ้าพระเจ้า ให้เราบอกทุกสิ่งทุกอย่างแด่พระองค์ ไม่มีอะไรที่เราสามารถซ่อนเร้นจากพระเจ้าได้ อย่าเก็บไว้แม้แต่นิดเดียว

บางสิ่งที่เราเผลอทำไปเราอาจไม่รู้สึกว่าผิด

มีเด็กนักเรียนคนหนึ่งมาขอใบจบการศึกษา เมื่อถึงเวลานัด ข้าพเจ้าก็หาเอกสารที่เตรียมให้เขาไม่เจอ สิ่งที่แสดงออกคือ "ใครเอาของของเราไป"

จนเขาเดินทางมาถึงสะพานลอยหน้าคริสตจักร ข้าพเจ้าก็ยังหาไม่เจอ และยังคงคิดโทษคนอื่น สุดท้าย ข้าพเจ้ากลับมาอธิษฐาน สารภาพต่อพระเจ้าว่า ข้าพเจ้าไม่ควรบอกว่าใครเอาไป แต่ข้าพเจ้าขอให้พระองค์ช่วยด้วย เมื่ออธิษฐานเสร็จ ข้าพเจ้าก็เดินไปที่กองขยะ ก็พบกองขยะ และเอกสารก็อยู่บนกองขยะนั้น ขอบคุณพระเจ้า เมื่อข้าพเจ้าพบ เด็กนักเรียนคนนั้นก็เดินเข้ามาถึงที่ประตูโรงเรียนพอดี

ขอพระเจ้าที่จะเปลี่ยนความคิด ที่เราจะไม่โทษคนอื่น นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในชีวิต ขอที่เราจะสารภาพทุกสิ่งกับพระเจ้า เราทั้งหลายเป็นคนบาป ให้เราสารภาพกับพระเจ้า

 

ศจ. ศาสวัต มูลสถาน

คำเทศนาการนมัสการรอบบ่าย คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 13/03/2011

เรื่อง นมัสการที่คริสตจักร

หมายเหตุ:ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Monday, 21 March 2011

นมัสการที่คริสตจักร (3/8)

1. สารภาพว่าเป็นคนบาป (2)

อิสยาห์เป็นผู้รับใช้ที่เข้มแข็ง สัตย์ซื่อ ได้ทำงานรับใช้มากมาย แต่เมื่อท่านพบพระเจ้า ท่านก็พบว่าพระองค์บริสุทธิ์และงดงาม และท่านก็ยอมรับว่าท่านเป็นคนบาป

บุคคลผู้ใดมีใจบริสุทธิ์ ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้เห็นพระเจ้า (มัทธิว 5:8)

อิสยาห์ได้เห็นพระเจ้าประทับอยู่ แสดงว่าท่านเป็นคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์ เพราะคนที่มีใจบริสุทธิ์จะได้เห็นพระเจ้า แม้กระนั้น ท่านก็ยังยอมรับว่าตัวเองเป็นคนบาป นี่คือคนที่สำนึกในพระคุณ และตระหนักอยู่เสมอว่าท่านเป็นใคร

พระเจ้าต้องการให้เราบริสุทธิ์ จำเป็นที่ชีวิตเราต้องบริสุทธิ์ ถ้าเราจะเข้ามานมัสการพระเจ้า สรรเสริญพระเจ้าเราก็จะต้องมีชีวิตที่บริสุทธิ์ พระเจ้าทรงปรารถนาที่จะนำสิ่งบริสุทธิ์มาชำระชีวิตของเรา เราต้องการการชำระจากพระเจ้าหรือไม่? สิ่งใดที่จะบอกว่าเราต้องการการชำระหรือไม่? สิ่งที่อยู่ลึก ๆ ในใจ มนุษย์เราทุกคนมีความบาปใหญ่อยู่ และสิ่งที่แสดงออกสู่ภายนอกเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยของความบาปลึก ๆ ในชีวิต

นักสังคมสงเคราะห์ สัมภาษณ์นักโทษว่าติดคุกเพราะเหตุใด นักโทษก็ได้ตอบว่า "20 ปี เนื่องด้วยการขโมยเชือกเส้นเดียว" นักสังคมสงเคราะห์ก็แปลกใจ นักโทษก็อธิบาย "และที่ปลายเชือกมีควายติดมาตัวหนึ่ง" นักสังคมสงเคราะห์ก็ยังคงไม่เข้าใจ นักโทษก็เล่าต่อว่า "เจ้าของควายตามมาทวงคืน เขาเลยใช้มีดแทงเจ้าของควายคนนั้นตาย"

สิ่งในใจมนุษย์และสิ่งที่แสดงออกมานั้นต่างกัน จึงมีสำนวนที่ว่า "รู้หน้าไม่รู้ใจ"

 

ศจ. ศาสวัต มูลสถาน

คำเทศนาการนมัสการรอบบ่าย คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 13/03/2011

เรื่อง นมัสการที่คริสตจักร

หมายเหตุ:ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Saturday, 19 March 2011

นมัสการที่คริสตจักร (2/8)

เมื่ออิสยาห์ได้เห็นพระสิริของพระเจ้า ได้พบพระเจ้า ได้สัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือน สิ่งที่ท่านได้เรียนรู้ ได้แก่

1. สารภาพว่าเป็นคนบาป (1)

5 และข้าพเจ้าว่า "วิบัติแก่ข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าพินาศแล้ว เพราะข้าพเจ้าเป็นคนริมฝีปากไม่สะอาด และข้าพเจ้าอยู่ในหมู่ชนชาติที่ริมฝีปากไม่สะอาด เพราะนัยน์ตาของข้าพเจ้าได้เห็นกษัตริย์ คือพระเจ้าจอมโยธา"
6 แล้วตนหนึ่งในเสราฟิมบินมาหาข้าพเจ้า ในมือมีถ่านเพลิง ซึ่งเขาเอาคีมคีบมาจากแท่นบูชา
7 และเขาถูกต้องปากของข้าพเจ้าพูดว่า "ดูเถิด สิ่งนี้ได้ถูกต้องริมฝีปากของเจ้าแล้ว กรรมชั่วของเจ้าก็ถูกยกเสีย และเจ้าก็จะรับการลบมลทินบาป" (อิสยาห์ 6:5-7)

เราจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราไม่มีบาป

อิสยาห์สารภาพว่าท่านอยู่ท่ามกลางคนที่ริมฝีปากไม่สะอาด และท่านเองก็เช่นกัน

หลายคนที่ไม่รู้จักพระเจ้า ก็จะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีบาป เพราะตราบใดที่ไม่รู้จักพระเจ้า ก็จะไม่รู้สึกว่าเป็นคนบาป

แต่เรามีพระเจ้า เราก็จะสำนึกว่าตัวเองเป็นคนบาป ดังนั้นไม่รู้จักพระเจ้าจะดีกว่าหรือไม่? หาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะการที่เรารู้ตัวว่าเป็นคนบาป และเข้ามาหาพระเจ้า นี่แหละจะเป็นทางแห่งความรอดของเรา

เราต้องสำรวจดูว่าเราได้ทำสิ่งที่พระเจ้าไม่พอพระทัยหรือไม่

สมัยที่กษัตริย์อุสซียาห์ครองราชย์ พระองค์เป็นคนเก่ง แสวงหาพระเจ้า และพระเจ้าก็ทรงช่วยเหลือ เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง เช่นเดียวกับกษัตริย์ท่านอื่นที่ติดตามพระเจ้า ดำเนินชีวิตตามทางของพระเจ้า แต่ขณะเดียวกัน เมื่อเศรษฐกิจดี ประชาชนกลับมีชีวิตที่ตกต่ำลงในเรื่องความเชื่อและศีลธรรม คนส่วนใหญ่พากันปฏิเสธความรักของพระเจ้า

อิสยาห์เขียนพระธรรมขึ้นเพื่อบอกว่า อิสราเอลปฏิเสธความรักของพระเจ้า ไม่ยอมรับความรักของพระเจ้า

และเมื่ออิสยาห์สำนึกว่าเป็นคนบาป ความผิดบาปของท่านก็ได้รับการอภัย

เมื่อเราเข้ามานมัสการพระองค์ ขอพระเจ้าชำระความผิดบาป ชำระชีวิตของเรา

สิ่งที่เสราฟิมนำมา มาจากแท่นบูชา แท่นบูชาคือที่ที่เขาถวายเครื่องบูชา ถ่านก้อนนั้นเป็นถ่านก้อนบริสุทธิ์ และเมื่อสัมผัสอิสยาห์ ท่านได้รับการยกโทษอภัย เช่นเดียวกับองค์พระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงเสด็จมาจากที่บริสุทธิ์ มาเพื่อเป็นเครื่องบูชา พระองค์ทรงบริสุทธิ์ พระเจ้าจึงส่งพระองค์มาเพื่อชำระเราซึ่งเป็นคนบาปให้บริสุทธิ์

บาปในชีวิตของมนุษย์มี 2 อย่าง

  • บาปแต่กำเนิด เมื่อเราเชื่อในพระเยซู พระองค์ทรงยกความผิดบาปไป
  • บาปที่ทำอยู่ เมื่อเราเข้ามาสารภาพ พระองค์ก็ทรงยกโทษความผิดบาปของเราเช่นกัน

เราต้องยอมรับว่าเราเป็นมนุษย์ธรรมดาที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้

 

ศจ. ศาสวัต มูลสถาน

คำเทศนาการนมัสการรอบบ่าย คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 13/03/2011

เรื่อง นมัสการที่คริสตจักร

หมายเหตุ:ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Friday, 18 March 2011

นมัสการที่คริสตจักร (1/8)


1 ในปีที่กษัตริย์อุสซียาห์สิ้นพระชนม์ ข้าพเจ้าเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าประทับ ณ พระที่นั่งสูงและเทิดทูนขึ้น และชายฉลองพระองค์ของพระองค์เต็มพระวิหาร
2 เหนือพระองค์มีเสราฟิมยืนอยู่ แต่ละตนมีปีกหกปีก ใช้สองปีกบังหน้า และสองปีกคลุมเท้า และด้วยสองปีกบินไป
3 ต่างก็ร้องต่อกันและกันว่า "บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ พระเจ้าจอมโยธา
แผ่นดินโลกทั้งสิ้นเต็มด้วยพระสิริของพระองค์"
4 และรากฐานของธรณีประตูทั้งหลาย ก็สั่นสะเทือนด้วยเสียงของผู้ร้อง และพระนิเวศก็มีควันเต็มไปหมด
5 และข้าพเจ้าว่า "วิบัติแก่ข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าพินาศแล้ว เพราะข้าพเจ้าเป็นคนริมฝีปากไม่สะอาด และข้าพเจ้าอยู่ในหมู่ชนชาติที่ริมฝีปากไม่สะอาด เพราะนัยน์ตาของข้าพเจ้าได้เห็นกษัตริย์ คือพระเจ้าจอมโยธา"
6 แล้วตนหนึ่งในเสราฟิมบินมาหาข้าพเจ้า ในมือมีถ่านเพลิง ซึ่งเขาเอาคีมคีบมาจากแท่นบูชา
7 และเขาถูกต้องปากของข้าพเจ้าพูดว่า "ดูเถิด สิ่งนี้ได้ถูกต้องริมฝีปากของเจ้าแล้ว กรรมชั่วของเจ้าก็ถูกยกเสีย และเจ้าก็จะรับการลบมลทินบาป"
8 และข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงขององค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า "เราจะใช้ผู้ใดไป และผู้ใดจะไปแทนเรา" แล้วข้าพเจ้าทูลว่า "ข้าพระองค์อยู่นี่ พระเจ้าข้า ขอทรงใช้ข้าพระองค์ไปเถิด"
9 และพระองค์ตรัสว่า "ไปเถอะและกล่าวแก่ชนชาตินี้ว่า 'ฟังแล้วฟังเล่า แต่อย่าเข้าใจ
ดูแล้วดูเล่า แต่อย่ามองเห็น' (อิสยาห์ 6:1-9)


พระคำตอนนี้มีบางสิ่งที่เตือนเราและสอนเรา

อิสยาห์เป็นผู้รับใช้ที่เข้มแข็ง เป็นผู้รับใช้ที่เป็นแบบอย่างท่ามกลางผู้รับใช้คนอื่น ๆ มากมาย ต้องเผชิญกับกษัตริย์หลายพระองค์ บางพระองค์ก็ดี บางพระองค์ก็ไม่ดีและดื้อรั้น

ในเวลาของพระธรรมตอนนี้ เป็นช่วงเวลาที่อุสซียาห์สิ้นพระชนม์

อุสซียาห์ เริ่มครองราชย์เมื่ออายุได้ประมาณ 16 ปี และดำเนินชีวิตตามทางของพระเจ้า แสวงหาพระเจ้า และพระเจ้าก็ให้ท่านจำเริญขึ้น เป็นกษัตริย์ที่พระเจ้าทรงอวยพร แต่ในช่วงบั้นปลายชีวิต ท่านจะจบลงไม่ค่อยสวย เพราะได้ทำสิ่งที่พระเจ้าทรงห้ามไม่ให้ทำ แม้กระนั้น ท่านก็เป็นหนึ่งในกษัตริย์ที่ดำเนินในหนทางของพระเจ้า

พระธรรมอิสยาห์ตลอดทั้งเล่ม ชี้ให้เราเห็นภาพของบุคคลหนึ่งอย่างชัดเจน นั่นคือ องค์พระเยซูคริสต์ ให้เห็นภาพว่าพระองค์จะเสด็จมาอย่างไร ชีวิตของพระองค์จะเป็นเช่นไร อิสยาห์ได้บันทึกพระลักษณะของพระเยซูได้เหมาะสมและถูกต้อง ท่านได้ประกาศว่า "ยาห์เวห์เป็นพระเจ้าแห่งความรอด" ท่านได้บันทึกไว้ตลอดทั้ง 66 บท ซึ่งเนื้อหาแทบจะครอบคลุมพระคำ 66 เล่ม ท่านได้บันทึกถึงการลงโทษ และความรอดจากพระเจ้า ได้ทำนายถึงลักษณะของพระเยซูคริสต์อย่างถูกต้อง แม้ว่าท่านจะไม่เคยเห็นพระเยซูคริสต์มาก่อนเลย

และในเวลานี้ ท่านได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าประทับ ณ พระที่นั่งสูงสุด ท่านไม่ได้เห็นแค่เสราฟิม ท่านเห็นพระเจ้า ซึ่งในพระคัมภีร์มีเพียงไม่กี่คนที่ได้เห็นพระเจ้า และเมื่อท่านเห็น ท่านพบว่าพระเจ้าทรงบริสุทธิ์ ท่านแทบจะล้มทั้งยืนเพราะพระองค์ทรงงดงาม สูงส่ง ประกอบด้วยพระสง่าราศี ล้อมรอบพระองค์ก็มีเสราฟิมร้องต่อกันและกันว่าพระองค์ทรงบริสุทธิ์ถึง 3 ครั้ง โลกก็เต็มด้วยพระสิริของพระเจ้า ซึ่งเป็นภาพเดียวกับในพระธรรมวิวรณ์ ที่มีการร้องสรรเสริญของทูตสวรรค์ว่า "บริสุทธิ์" 3 ครั้ง

สัตว์ทั้งสี่นั้นมีปีกหกปีกและมีตาทั้งรอบนอกและข้างใน และสัตว์เหล่านั้นร้องตลอดวันตลอดคืนไม่ได้หยุดเลยว่า "บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด ผู้ได้ทรงดำรงอยู่ในกาลก่อน ผู้ทรงดำรงอยู่ในปัจจุบัน และผู้ซึ่งจะเสด็จมา" (วิวรณ์ 4:8)

ตัวเลข 3 เน้นถึงความสมบูรณ์ของพระเจ้า ไม่มีใครบริสุทธิ์งดงามเกินกว่านี้ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบกว่านี้ มีแต่พระเจ้าแต่องค์เดียวเท่านั้น

พระเจ้าของเราทรงเป็นพระเจ้าที่บริสุทธิ์งดงาม แล้วเรามานมัสการที่คริสตจักร เรามานมัสการใคร? พระเจ้าองค์เดียวกับที่อิสยาห์ได้เห็นหรือไม่?

 

ศจ. ศาสวัต มูลสถาน

คำเทศนาการนมัสการรอบบ่าย คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 13/03/2011

เรื่อง นมัสการที่คริสตจักร

หมายเหตุ:ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Monday, 14 March 2011

ทำตามพระมหาบัญญัติและพระมหาบัญชา (5/5)

สรุป

สรุป 2 สิ่งที่อยากฝากในวันนี้ คือ

1. ขอที่เราจะทำตามพระมหาบัญญัติของพระเจ้า นั่นคือ เมื่อรักพระเจ้าสุดใจแล้ว เราจะต้องให้การนมัสการพระเจ้าเป็นวิถีชีวิตของตนที่ขาดไม่ได้ และคนรักพระเจ้าจริง จะรักพี่น้อง จะเสริมสร้างให้พี่น้องเจริญเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ

2. ขอที่เราจะทำตามพระมหาบัญชาของพระเจ้า แม้จะมีอุปสรรค มีความยากลำบาก เราก็จะมุ่งมั่นให้พระมหาบัญชาของพระเจ้าสำเร็จ เพราะเรารักพระเจ้า เราจะออกไปประกาศนำคนมาเชื่อในพระเยซูคริสต์ สั่งสอนผู้ที่เชื่อใหม่ให้เติบโตขึ้น ให้บัพติศมาแก่ผู้ที่เชื่อ และสร้างเขาให้เป็นสาวกที่ดีของพระเยซูคริสต์ แล้วพระสัญญาของพระเจ้า คือ พระองค์จะอยู่ด้วยกับเราเสมอไป พระพรมากมายที่พระองค์ทรงจัดเตรียมอย่างมากมายก็จะมีแก่คริสตจักร  


ศจ. วิรัช เศรษฐ์โสภณกุล

การนมัสการรวมพิธีมหาสนิท "วันเผยแพร่ของภาค" คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 28/03/2010

เรื่อง ทำตามพระมหาบัญญัติและพระมหาบัญชา

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ


Friday, 11 March 2011

ทำตามพระมหาบัญญัติและพระมหาบัญชา (4/5)

2. ทำตามพระมหาบัญชา (2)

ผลของการเชื่อฟังพระมหาบัญชาเป็นเช่นไร?

ทุกวันนี้ เรามีคริสตจักรเกิดขึ้นทั่วโลก มีคริสเตียนทุกแห่งหน มีคริสตจักรไม่ต่ำกว่า 3000 แห่งในประเทศไทย ซึ่งก็ยังน้อยอยู่ สำหรับคริสตจักรภาค 7 ข้าพเจ้าจะขอเล่าเรื่องหนึ่ง

ตั้งแต่อดีต พระเจ้าทรงใช้คริสตจักรสะพานเหลืองให้ขยายอาณาจักรของพระเจ้าในประเทศไทย เมื่อปี 1924 คริสตจักรสะพานเหลืองเป็นผู้ริเริ่มให้คริสตจักรที่ใช้ภาษาจีน 4-5 แห่งมาร่วมกัน มาเป็นคริสตจักรจีนโพ้นทะเลแห่งประเทศไทย

ต่อมาก็ได้ร่วมมือกับคริสตจักรของคนไทย ก่อตั้งสภาคริสตจักรขึ้นมา ซึ่งขณะนั้นมี 7 ภาค และคริสตจักรจีนโพ้นทะเลก็เป็นภาคที่ 7 ตั้งแต่นั้นมา และได้ใช้ชื่อคริสตจักรภาค 7 แห่งสภาคริสตจักรแห่งประเทศไทย

จากคริสตจักรที่มีไม่ถึง 10 แห่ง ขยายเป็นคริสตจักรและศาลาธรรม 110 กว่าแห่ง ขยายออกไปถึง 31 จังหวัด และคริสตจักรสะพานเหลืองก็มีคริสตจักรลูกถึง 8 แห่ง ไม่เพียงแต่เป็นส่วนสำคัญของการเติบโตของคริสตจักรภาค 7 เท่านั้น แต่ยังได้แสดงแบบอย่างที่ดีให้แก่คริสตจักรอื่น ๆ ให้ได้ดำเนินตามแบบอย่างต่อไป ดังเช่น คริสตจักรคลองเตยที่เป็นคริสตจักรลูก ปัจจุบันก็มีคริสตจักรลูก 6 แห่ง และ คริสตจักรจีนชลบุรี ซึ่งคริสตจักรสะพานเหลืองมีส่วนร่วมในการก่อตั้ง ปัจจุบันก็มีคริสตจักรลูก 5 แห่ง

พี่น้องที่รัก เมื่อเราทำตามพระมหาบัญชา เราก็จะเห็นพระพรของพระเจ้าอย่างมากมาย ดังเช่นที่พระเยซูตรัสว่า

พระเยซูตรัสกับเธอว่า "เราบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือว่า ถ้าเจ้าเชื่อเจ้าก็จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า" (ยอห์น 11:40)

พระพรของพระเจ้าที่ได้ทรงสัญญาไว้ในพระมหาบัญชา

"...นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค" (มัทธิว 28:18-20)

การเติบโตของคริสตจักรสะพานเหลือง หมายถึงการเติบโตของคริสตจักรภาค 7 ด้วย หรืออีกนัยหนึ่ง การเติบโตของคริสตจักรภาค 7 นับเป็นผลงานสำคัญของคริสตจักรสะพานเหลืองด้วย


ศจ. วิรัช เศรษฐ์โสภณกุล

การนมัสการรวมพิธีมหาสนิท "วันเผยแพร่ของภาค" คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 28/03/2010

เรื่อง ทำตามพระมหาบัญญัติและพระมหาบัญชา

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ


Wednesday, 9 March 2011

ทำตามพระมหาบัญญัติและพระมหาบัญชา (3/5)

2. ทำตามพระมหาบัญชา (1)

18 พระเยซูจึงเสด็จเข้ามาใกล้แล้วตรัสกับเขาว่า "ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดีทรงมอบไว้แก่เราแล้ว
19 เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์
20 สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค" (มัทธิว 28:18-20)

นี่เป็นคำตรัสสุดท้ายก่อนที่พระเยซูคริสต์เสด็จขึ้นสู่สวรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่บอกว่ารักพระเจ้า
เมื่อเรารักพระองค์ เราต้องเคารพยำเกรงพระองค์ เพราะพระคุณความรักของพระองค์มีต่อชีวิตเราอย่างมากมาย ดังนั้นคำตรัสสั่งสุดท้ายที่พระองค์ให้เราปฏิบัติ เราจะไม่ทำตามได้อย่างไร

สิ่งนี้ทำลำบากหรือไม่? มีอุปสรรคหรือไม่? ถ้าพี่น้องอ่านพระคัมภีร์จะสังเกตได้ว่า ในข้อ 17 มีคำหนึ่งที่น่าสนใจมาก

"และเมื่อเห็นพระองค์จึงกราบลงนมัสการ แต่บางคนยังสงสัยอยู่" (มัทธิว 28:17)

แม้พวกเหล่าสาวกจะก้มลงกราบนมัสการพระเยซูคริสต์ แต่ก็ยังคงมีบางคนที่ยังสงสัยอยู่

นี่แหละครับ เป็นอุปสรรคสำหรับการขยายแผ่นดินของพระเจ้า เพราะคนที่สงสัยก็มักจะมีเหตุผลมากมาย มีข้ออ้างต่าง ๆ ที่จะปฏิเสธที่จะกระทำตามพระมหาบัญชา

เหตุผลดี ๆ หลายประการที่จะไม่ทำตามพระมหาบัญชา เช่น

  • การเสริมสร้างภายในคริสตจักรยังทำไม่ได้ดีเลย แล้วจะประกาศข้างนอกได้อย่างไร?
  • ยังมีลูกหลานมากมายที่ยังไม่สามารถนำกลับมาได้ ทำตรงนี้ให้ดีก่อนจะดีกว่าหรือไม่?

คริสตจักรในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นเช่นนี้ จนถึงทุกวันนี้ บางคริสตจักรมีอายุมากกว่า 50 ปี แต่ยังไม่มีคริสตจักรลูกเกิดขึ้นสักแห่งเดียว

อุปสรรคอีกอย่างที่สมัยอัครทูตอาจใช้อ้าง จนไม่ออกไปประกาศได้ คือ

  • พวกเรามีแค่นี้เอง จะทำอะไรมากมายได้?
  • พวกยิวข่มเหงเรา พวกโรมก็จับจ้องจะเล่นงานเรา เอาตัวรอดให้ได้ก่อนเถิด แล้วค่อยทำการใหญ่เพื่อพระเจ้า

ขอบคุณพระเจ้าที่บรรดาเหล่าอัครสาวกไม่ได้ทำเช่นนั้น ขอบคุณพระเจ้าที่พวกเขาเชื่อฟังพระมหาบัญชาตามที่พระเยซูคริสต์ได้ตรัสสั่งพวกเขา พวกเขาได้ออกไปสั่งสอนชนทุกชาติให้เป็นสาวกของพระองค์

พวกเขาออกไปสั่งสอนจนมีผู้เชื่อมากมาย และผู้เชื่อก็รับบัพติศมา พวกเขาสามารถสร้างคนเหล่านั้นให้เป็นสาวกที่ดีของพระเยซูคริสต์เจ้าต่อไป เพราะพวกเขาทั้งหลายเชื่อฟังและกระทำตามพระมหาบัญชา


ศจ. วิรัช เศรษฐ์โสภณกุล

การนมัสการรวมพิธีมหาสนิท "วันเผยแพร่ของภาค" คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 28/03/2010

เรื่อง ทำตามพระมหาบัญญัติและพระมหาบัญชา

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ


Tuesday, 8 March 2011

ทำตามพระมหาบัญญัติและพระมหาบัญชา (2/5)

1. ทำตามพระมหาบัญญัติ (2)

2. ผู้ที่รักพระเจ้า จะรักพี่น้อง

19 เราทั้งหลายรัก ก็เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน
20 ถ้าผู้ใดว่า "ข้าพเจ้ารักพระเจ้า" และใจยังเกลียดชังพี่น้องของตน ผู้นั้นก็เป็นคนพูดมุสา เพราะว่าผู้ที่ไม่รักพี่น้องของตนที่แลเห็นแล้ว จะรักพระเจ้าที่ไม่เคยเห็นไม่ได้
21 พระบัญญัตินี้เราทั้งหลายก็ได้มาจากพระองค์ คือว่าให้คนที่รักพระเจ้านั้นรักพี่น้องของตนด้วย (1 ยอห์น 4:19-21)

พี่น้องที่รัก เมื่อเรารักทั้งหลายรักพี่น้อง รักซึ่งกันและกัน เราก็พร้อมเสมอที่จะเสริมสร้างกันและกัน พร้อมที่จะให้อภัย พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือ พร้อมที่จะทุ่มเทเวลาในการเสริมสร้างเพื่อให้พี่น้องเติบโตสู่ความไพบูลย์ของพระคริสต์ เราจะต้องช่วยปกป้องและดูแลจิตวิญญาณพี่น้องให้เข้มแข็งในองค์พระผู้เป็นเจ้า

ผู้สูงอายุชอบเล่าเรื่องอดีต ข้าพเจ้าจึงจะขอเล่าเรื่องเก่า ๆ บ้าง

เมื่อครั้งที่ข้าพเจ้ายังคงเป็นนักศึกษาฝึกงานในคริสตจักรสะพานเหลือง ข้าพเจ้าก็ได้พบกับบรรดาอนุชนและคณะเพื่อคุณ (อนุชนอาชีพ) รุ่นแรก ๆ ในฐานะที่ข้าพเจ้ายังเป็นคนภายนอกในขณะนั้น ข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ว่าพวกเขาเหล่านั้นรักกันมาก พวกเขาช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี ได้เห็นพี่น้องบางท่านอธิบายพระคัมภีร์ให้แก่รุ่นน้องฟัง และมีการหนุนใจให้ร่วมกันรับใช้อย่างร้อนรน นี่เป็นภาพที่สวยงามมาก

ทุกวันนี้ ข้าพเจ้าก็ได้เห็นว่า เมื่อยุวชนไปค่าย ก็จะมีอนุชนและเพื่อคุณไปคอยช่วยเหลือ ในวันอาทิตย์ ข้าพเจ้าก็ได้เห็นคณะบุรุษเป็นผู้ต้อนรับอย่างดีที่หน้าคริสตจักร และมีพี่น้องหลายท่านมาคริสตจักรแต่เช้าเพื่อร่วมอธิษฐานและเสริมสร้างพี่น้อง บางท่านก็เป็นครูสอนชั้นเรียนพระคัมภีร์ นอกจากนี้ คริสตจักรสะพานเหลืองก็มีการส่งมิชชันนารีเพื่อช่วยพี่น้องที่อยู่ห่างไกล และข้าพเจ้าก็ได้เห็นการร่วมงานต่าง ๆ ในคริสตจักรลูก

พี่น้องที่รัก ถ้าเรารักพี่น้องจริง เราต้องช่วยเหลือเสริมสร้างให้พี่น้องเจริญเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ ดังเช่นกับที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้ว ขณะเดียวกัน เราต้องช่วยกันระมัดระวัง อย่าให้พี่น้องที่กำลังเจริญเติบโตต้องสะดุดลง

สะดุดด้วยอะไร? ด้วยการใส่ไวรัสลงไปในความคิดของพี่น้อง ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ เช่น การตำหนิติเตียนต่อหน้าผู้อื่น การพูดจาไม่สร้างสรรค์ การมีท่าทีไม่เหมาะสม และการมีทัศนคติเชิงลบ

เมื่อเรารักลูก เราก็ไม่อยากให้เขาต้องเผชิญสิ่งที่ไม่ดี เราก็จะไม่โกหกกับเขา ไม่ทะเลาะกันต่อหน้าเขา เช่นเดียวกัน เมื่อเรารักพี่น้องเรา ก็ขออย่าได้นำสิ่งที่ไม่ดีไปใส่ไว้ในจิตใจของพี่น้อง แต่ตรงกันข้าม เราจะต้องเสริมสร้างพี่น้องให้มีความเชื่อ ความหวัง ความรัก และให้มีทัศนคติเชิงบวก ให้พี่น้องรู้ว่าในพระเจ้า ทุกสิ่งเป็นไปได้ มีแต่สิ่งดี ๆ ที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้ในชีวิตเรา แม้จะต้องเผชิญกับความทุกข์ยากลำบาก แต่สิ่งเหล่านี้ก็เพื่อเสริมสร้างชีวิตเราให้เข้มแข็ง เราจะต้องมีส่วนเชิญชวนให้พี่น้องร่วมกันรับใช้พระเจ้า เผื่อชีวิตฝ่ายวิญญาณเติบโตด้วย เพื่อเขาจะพร้อมที่จะทำตามพระมหาบัญชาของพระเจ้า มีส่วนในการขยายแผ่นดินของพระเจ้า


ศจ. วิรัช เศรษฐ์โสภณกุล

การนมัสการรวมพิธีมหาสนิท "วันเผยแพร่ของภาค" คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 28/03/2010

เรื่อง ทำตามพระมหาบัญญัติและพระมหาบัญชา

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ


Monday, 7 March 2011

ทำตามพระมหาบัญญัติและพระมหาบัญชา (1/5)

วันนี้เป็นวันเผยแพร่ของภาค จึงขอนำพระวจนะของพระเจ้า 2 ตอนนี้มาเรียนรู้ด้วยกัน

 

1. ทำตามพระมหาบัญญัติ (1)

34 ฝ่ายพวกฟาริสี เมื่อได้ยินว่าพระองค์ทรงกระทำให้พวกสะดูสีนิ่งอั้นอยู่ จึงประชุมกัน
35 มีบาเรียนผู้หนึ่งในพวกเขาทดลองถามพระองค์ว่า
36 "อาจารย์เจ้าข้า ในธรรมบัญญัตินั้นข้อใดสำคัญที่สุด"
37 พระเยซูทรงตอบเขาว่า "จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้าด้วยสุดใจสุดจิตของเจ้า และด้วยสิ้นสุดความคิดของเจ้า
38 นั่นแหละเป็นพระบัญญัติข้อใหญ่ และข้อต้น
39 ข้อที่สองก็เหมือนกัน คือ จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง
40 ธรรมบัญญัติและคำของผู้เผยพระวจนะทั้งสิ้น ก็ขึ้นอยู่กับพระบัญญัติสองข้อนี้" (มัทธิว 22:34-40)

พระมหาบัญญัติ คือ

  1. รักพระเจ้า ด้วยสุดใจ สุดจิต และด้วยสิ้นสุดความคิด นี่เป็นพระบัญญัติข้อใหญ่และข้อต้น
  2. รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง

พระธรรมตอนนี้ สอนให้เรารู้ว่า ผู้ที่รักพระเจ้าอย่างสุดใจ จะแสดงออก 2 สิ่ง

1. ผู้ที่รักพระเจ้า จะนมัสการและปรนนิบัติพระเจ้าด้วยความชื่นชมยินดี

การรักพระเจ้าอย่างสุดใจ เราจะต้องให้การนมัสการพระเจ้าเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นของวิถีชีวิตของตน เพราะการนมัสการพระเจ้า เป็นการถวายเกียรติยศสูงสุดแด่พระเจ้า เป็นการสรรเสริญพระนามอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ เป็นการแสดงออกถึงความยำเกรงพระเจ้า เป็นการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า ไม่ว่าด้วยเสียงเพลง หรือด้วยเครื่องดนตรี หรือด้วยการแซ่ซ้องสรรเสริญเชิดชูพระนามพระองค์

ในการนมัสการนี่เองเราจะได้สัมผัสถึงการดลใจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ได้เข้าใจน้ำพระทัยอันยอดเยี่ยมของพระเจ้า ผ่านทางพระวจนะของพระองค์ หรือประสบการณ์ชีวิตของพี่น้อง แล้วเราจะได้ซาบซึ้งพระคุณความรัก นี่เป็นวิถีชีวิตของเราทั้งหลายซึ่งเป็นคริสเตียน

ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปนมัสการพระเจ้าที่ประเทศจีน 2-3 ครั้ง ทุกครั้งที่ไปก็ได้พบเห็นสิ่งหนึ่งเหมือนกัน นั่นคือ จะมีคนมากมายมาเข้าแถวเพื่อเข้านมัสการพระเจ้า เมื่อรอบแรกเต็ม พวกที่เหลือก็จะยืนคอยเพื่อเข้านมัสการรอบต่อไป ที่นั่งในคริสตจักรก็จะเป็นไม้กระดานแผ่นเดียว บางคนก็นำเก้าอี้พลาสติกจากบ้านมานมัสการ เนื่องจากอากาศร้อนจึงมีสมาชิกบางท่านนำพัดมาใช้ด้วย และเนื่องจากมีคนมาก บ่อยครั้งต้องมีคนคอยแจกยาดมให้ด้วย แม้ว่าจะยากลำบาก แต่พวกเขาก็นมัสการพระเจ้าด้วยความชื่นชมยินดี

ที่ประเทศเกาหลีก็เช่นเดียวกัน ข้าพเจ้าพบเห็นพี่น้องคริสเตียนที่ประเทศเกาหลีตื่นแต่เช้ามืด เพื่อร่วมนมัสการอธิษฐาน แม้อากาศที่นั่นจะหนาวเหน็บเพียงไร ก็ไม่เป็นอุปสรรค

สิ่งเหล่านี้ เป็นเพราะเหตุใด? ข้าพเจ้าเชื่อว่าพวกเขารักพระเจ้าจริง ๆ พวกเขาให้พระเจ้าเป็นที่หนึ่งในชีวิต พวกเขานมัสการพระเจ้าด้วยจิตวิญญาณและความจริง ซึ่งเป็นการแสดงออกที่สำคัญของวิถีชีวิตของเขาเหล่านั้น

พวกเราทั้งหลายในที่นี้ มานมัสการพระเจ้าด้วยความสัตย์ซื่อ ด้วยใจยำเกรง แต่ทว่าหลายคนมาโบสถ์แล้ว กลับไม่ได้นมัสการพระเจ้า ขาดพระพรไปอย่างน่าเสียดาย


ศจ. วิรัช เศรษฐ์โสภณกุล

การนมัสการรวมพิธีมหาสนิท "วันเผยแพร่ของภาค" คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 28/03/2010

เรื่อง ทำตามพระมหาบัญญัติและพระมหาบัญชา

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ


Friday, 4 March 2011

ร่วมใจจึงจะสำเร็จ (6/6)

ฝ่ายพระองค์ตรัสตอบว่า "มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า 'มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียว หามิได้ แต่บำรุงด้วยพระวจนะทุกคำ ซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า' " (มัทธิว 4:4)

จำเป็นที่เราจะต้องเลี้ยงดูร่างกาย แต่การเลี้ยงดูร่างกายนี้ก็เพื่อที่เราจะกระทำจุดหมายของพระเจ้าให้สำเร็จ เพื่อที่จะนำราชอาณาจักรของพระเจ้ากลับคืนสู่พระองค์ เราจึงจำเป็นต้องเลี้ยงดูร่างกายให้ดี

ถ้าเราสามารถเข้าใจพระทัยของพระเจ้า เราจะไม่เป็นคริสเตียนแบบสามวันดีสี่วันไข้ เราจะไม่เป็นคริสเตียนที่ต่อว่าพระเจ้า เราไม่จำเป็นต้องอาศัยงานฟื้นฟูที่จะทำให้เราติดสนิทกับพระเจ้า แต่ตลอดเวลาเราจะตระหนักว่าชีวิตของเราเป็นชีวิตที่กำลังแสวงหาและเดินไปสู่นิรันดร์ เราจะได้ยินเสียงพระเยซูคริสต์ตลอดว่า "จงกลับใจเสียใหม่ เพราะแผ่นดินสวรรค์ใกล้เข้ามาแล้ว" ถ้าเราคิดได้เช่นนี้ทุกวัน ๆ เราจะได้ไปสวรรค์อยู่แล้ว จะทะเลาะกันทำไม แผ่นดินสวรรค์อยู่ใกล้แล้ว ใกล้จริง ๆ คนที่มีปัญญาเท่านั้นที่จะมองเห็น ขอที่เราจะกลับใจอยู่ทุก ๆ วัน จะไม่ทำบาป ไม่ทำให้พระเจ้าเสียพระทัย เพราะแผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว

ถ้าแผ่นดินสวรรค์เป็นสิ่งที่มีคุณค่าในชีวิตเรา เราจะรับใช้ดังเช่นอาจารย์เปาโล ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใด ไม่ว่าจะต้องลุยน้ำลุยไฟ เราก็จะมีกำลัง

ชีวิตนิรันดร์ ทำให้แพทย์มิชชันนารีต้องไปอยู่ในถิ่นทุรกันดาร เสี่ยงภัยอย่างมากมาย เป็นสิ่งที่ทำให้เขาเหล่านี้เกิดความยินดี คือ ราชอาณาจักรของพระเจ้าได้กลับคืนสู่พระองค์แล้ว


ศจ. ประเสริฐ พรกีรติกุล

คำเทศนาการนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 11/04/2010

เรื่อง ร่วมใจจึงจะสำเร็จ

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ


Thursday, 3 March 2011

ร่วมใจจึงจะสำเร็จ (5/6)

สำหรับมิชชันนารี OMF เขาไม่ได้คิดว่าจะต้องมีโรงพยาบาลใหญ่โต เขาไม่ได้หวังว่าจะได้ผลกำไรอย่างมากมาย สิ่งเดียวที่เขาปรารถนาคือการนำดวงวิญญาณมาถวายแด่พระเจ้า แม้ว่ามิชชันนารีหลายท่านต้องทุ่มเทและเสียชีวิตในประเทศไทย แต่เขาเหล่านั้นก็มีเป้าหมายในชีวิต

อาจารย์เปาโลกล่าวว่า ท่านไม่เสียดาย ไม่ว่าจะอยู่หรือจะตาย เพราะชีวิตของท่านอยู่ในพระเยซูคริสต์

20 เพราะว่าเป็นความมุ่งมาดปรารถนาและความหวัง ว่าข้าพเจ้าจะไม่ได้รับความละอายใดๆเลย แต่เมื่อก่อนทุกครั้งมีใจกล้าเสมอฉันใด บัดนี้ก็ขอให้เป็นเช่นเดียวกันฉันนั้น พระคริสต์จะได้ทรงรับเกียรติในร่างกายของข้าพเจ้าเสมอ แม้จะโดยชีวิตหรือโดยความตาย
21 เพราะว่าสำหรับข้าพเจ้านั้น การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์ และการตายก็ได้กำไร (ฟิลิปปี 1:20-21)

นี่เป็นสิ่งที่อาจารย์เปาโลค้นพบคุณค่า จึงยอมที่จะบากบั่นไปในสิ่งที่ท่านได้เรียนรู้

ถ้าเราปรารถนาให้คริสตจักรก้าวหน้าและเป็นที่อวยพร สิ่งแรกที่เราจำเป็นต้องทำในระดับส่วนตัว ก่อนที่เราจะสามารถผนึกกำลังเป็นกองทัพใหญ่ คือ เราจะต้องค้นหาคุณค่าของการดำเนินชีวิต ดังนั้นการที่เรามีโอกาสได้ทบทวนจากพระวจนะของพระเจ้าจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเราคิดได้ และเข้าใจ แต่บางครั้งเราก็ลืม ทำให้ชีวิตไม่สม่ำเสมอ

ถ้าหากไฟไม่สามารถรวมกันได้ เพราะมีลมพัดตลอดเวลา ไฟนั้นก็จะไม่สามารถที่จะใช้หุงข้าวได้ ไม่สามารถทำอาหารให้สุกได้

ถ้าหากชีวิตของเราไม่รู้ว่าอะไรคือคุณค่า อะไรคือจุดประสงค์ อะไรคือความสำเร็จที่เราจะก้าวไป ชีวิตของเราก็จะเป็นชีวิตที่อยู่ไปวัน ๆ สิ่งเหล่านี้จะไม่เป็นเหตุให้ชีวิตเรามีความสุขของพระเจ้าได้เลย แต่หากเราเข้าใจว่าเราจะเป็นผู้ที่นำราชอาณาจักรในพิภพนี้กลับคืนสูพระเจ้า ชีวิตของเราก็จะเป็นชีวิตที่จะนำแผ่นดินของพระองค์กลับคืนสู่พระหัตถ์ของพระองค์

ถ้าเราเข้าใจเช่นนี้ และสามารถมีภาษาเดียวกันกับพี่น้องทั้งหลายแล้ว ก็จะไม่มีอะไรที่เราจะทำไม่ได้ แต่ถ้าเราไม่สามารถมีเป้าหมายร่วมกัน ก็ยากที่จะเห็นการเคลื่อนไหวร่วมกัน

 

ศจ. ประเสริฐ พรกีรติกุล

คำเทศนาการนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 11/04/2010

เรื่อง ร่วมใจจึงจะสำเร็จ

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ


Wednesday, 2 March 2011

ร่วมใจจึงจะสำเร็จ (4/6)

ชาวโลกพูดว่า รวมกันเราอยู่ ถ้ารวมแล้วไม่ทำอะไรก็แยกกันดีกว่า

การที่เราจะสามารถนำเอาเคล็ดลับของพระเจ้ามาสู่ชีวิต เราต้องรู้คุณค่าในสิ่งที่เราจะทำ สิ่งที่เป็นหัวใจของพระเจ้า ที่อยากให้เราซึ่งคริสเตียน ผู้ได้รับความรอด ได้กระทำ คือ

และทูตสวรรค์องค์ที่เจ็ดก็เป่าแตรขึ้น และมีเสียงหลายๆเสียงกล่าวขึ้นดังๆในสวรรค์ว่า "ราชอาณาจักรแห่งพิภพนี้ ได้กลับเป็นราชอาณาจักรขององค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา และเป็นของพระคริสต์ของพระองค์ และพระองค์จะทรงครอบครองตลอดไปเป็นนิตย์" (วิวรณ์ 11:15)

นี่เป็นสิ่งที่อยู่ในหัวใจของพระเจ้า ราชอาณาจักรทุกสิ่งทุกอย่างของโลกนี้เป็นของพระเจ้า สิ่งที่อยู่ในจักรวาลทั้งหมดก็ล้วนเป็นของพระเจ้า แต่เราทั้งหลาย มนุษยชาติ ถูกมารครอบงำ เราถูกความบาปแย่งชิงไป และถ้าพระเจ้าจะเอาคืน พระเจ้าก็สามารถจะเอาคืนอย่างง่าย ๆ ถ้าพระองค์จะทรงใช้ความรุนแรง เพียงแค่แปล๊บเดียวทุกอย่างก็ลงตัว แต่ในพระทัยของพระเจ้า พระองค์ปรารถนาให้ลูกของพระเจ้ากระทำการอันมีสง่าราศีนี้ เพราะในที่สุด ลูกของพระเจ้าจะเป็นผู้ที่จะนำเอาราชอาณาจักรของพระเจ้า กลับคืนมาสู่องค์พระผู้เป็นเจ้า สิ่งที่ได้เสียไป จะได้ถูกนำคืนมาสู่พระองค์ ผู้ที่นำเอามาคืนก็คือลูกของพระเจ้า นั่นคือเราทั้งหลายที่เชื่อในฤทธิ์เดชของพระเยซู

พระเจ้าทรงปรารถนาให้เรามีหัวใจเหมือนกันกับพระองค์ ให้เราเป็นทางผ่านแห่งความยิ่งใหญ่ของความรักของพระองค์ พระองค์ปรารถนาให้ลูกของพระองค์เป็นผู้ที่สำแดงสิ่งที่มีค่า มีความหมาย เพื่อว่าพระองค์จะทรงเป็นผู้ปกครองต่อไปเป็นนิตย์

สิ่งที่พระคัมภีร์บอกแก่เรา คือสิ่งต่อไปที่เราจะทำ เป็นสิ่งมีคุณค่าที่จะยั่งยืนถาวรเป็นนิตย์ ไม่ได้เป็นสิ่งที่อยู่เพียงชั่วคราว

ขณะที่เรามีกำลังมีความสามารถ เราอาจทำสิ่งที่เป็นที่เชิดหน้าชูตา แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งเหล่านี้ก็จะเปลี่ยนไปตามวาระ แม้แต่ตัวเราก็จะพบความจริงของธรรมชาติที่เป็นกฎอยู่เหนือตัวเรา

ผู้ปกครองท่านหนึ่ง ก็บอกว่าอีกแค่ปีกว่า ๆ ก็ใกล้เกษียณแล้ว แม้ว่าดูแล้วหน้าตายังไม่น่าจะเกษียณเลย แต่เมื่อท่านได้บอกปีที่เกิดแล้วก็ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง

เวลาผ่านไปเร็วมาก เรายังคิดอยู่ว่าเพิ่งจะจบไม่นาน อะไรก็ผ่านไปรวดเร็ว แปล๊บเดียวก็ใกล้เกษียณ เวลาผ่านไปอย่างไม่รู้ตัว และนี่คือสิ่งที่พระเจ้าอยากถามเราว่า อะไรคือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่? และสิ่งที่เราทำนั้นมีคุณค่าอย่างไร? สิ่งที่เราทำอยู่เป็นทองคำ เงิน เพชรพลอย หรือว่าเป็นไม้ หญ้าแห้ง ฟาง? ทุกสิ่งที่เราทำจะต้องผ่านไฟ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตามจะต้องถูกพิสูจน์ด้วยไฟ สิ่งที่หลงเหลืออยู่จึงจะมีค่าและเป็นนิรันดร์


ศจ. ประเสริฐ พรกีรติกุล

คำเทศนาการนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 11/04/2010

เรื่อง ร่วมใจจึงจะสำเร็จ

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ


Tuesday, 1 March 2011

ร่วมใจจึงจะสำเร็จ (3/6)

ในชีวิตของเรา เราอาจสามารถทำอะไรได้หลายสิ่งหลายอย่าง และเรามีรากฐานอยู่แล้ว เราไม่สามารถนำสิ่งอื่นมาวางแทนรากฐานนี้ และรากฐานนี้ก็คือองค์พระเยซูคริสต์เจ้า

11 เพราะว่าผู้ใดจะวางรากอื่นอีกไม่ได้แล้ว นอกจากที่วางไว้แล้วคือพระเยซูคริสต์
12 บนรากนั้นถ้าผู้ใดจะก่อขึ้นด้วยทองคำ เงิน เพชรพลอย ไม้ หญ้าแห้งหรือฟาง
13 การงานของแต่ละคนก็จะได้ปรากฏให้เห็น เพราะวันเวลาจะให้เห็นได้ชัดเจน เพราะว่าจะเห็นชัดได้ด้วยไฟ ไฟนั้นจะพิสูจน์ให้เห็นการงานของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร
14 ถ้าการงานของผู้ใดที่ก่อขึ้นทนอยู่ได้ ผู้นั้นก็จะได้ค่าตอบแทน
15 ถ้าการงานของผู้ใดถูกเผาไหม้ไป ผู้นั้นก็จะขาดค่าตอบแทน แต่ตัวเขาเองจะรอด แต่เหมือนดังรอดจากไฟ (1 โครินธ์ 3:11-15)

เราไม่สามารถเอาไม้ หญ้าแห้งหรือฟาง มาก่อได้ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องถูกพิสูจน์ด้วยไฟ และเมื่อไฟผลาญทุกอย่าง อะไรที่เหลืออยู่ก็คือสิ่งที่มีคุณค่า สิ่งที่เราทำทุกสิ่งจะต้องผ่านไฟทั้งสิ้น

ในความคิดของมนุษย์เรา คำว่า "สำเร็จ" ดูเหมือนจะมีความเข้าใจแตกต่างกันไป

ความสำเร็จของมนุษย์ส่วนใหญ่ เราจะพิจารณาด้วยตัวเลข ตัวเงิน หลายครั้งเราประเมินการเติบโตของคริสตจักรด้วยจำนวนสมาชิก แต่ในสายพระเนตรของพระเจ้า สิ่งที่พระองค์ปรารถนาอาจไม่ใช่เป็นเพียงตัวเลข สิ่งที่พระองค์ปรารถนา คือ เราทั้งหลายจะไปสู่เป้าหมายที่สูงส่งของพระองค์ เป้าหมายของพระองค์อาจจะไม่ใช่ตัวเลข ไม่ใช่ตัวเงิน

มิชชันนารีของ OMF ได้เขามาทำงานในประเทศไทยเป็นเวลาช้านาน โดยเฉพาะงานเรื่องของการรักษาพยาบาลในถิ่นทุรกันดาร โรงพยาบาลหลายแห่งได้ก่อตั้งมาหลายสิบปี หลายแห่งอยู่ในแนวชายแดน แต่น่าเสียดายที่ 40 ปีให้หลัง หลายโรงพยาบาลได้ปิดตัวลง

โรงพยาบาลเหล่านี้มีแต่มิชชันนารีที่เป็นแพทย์ อยู่ในบริเวณที่ประชาชนไม่มีค่ารักษาพยาบาลที่จะจ่าย แต่พวกเขาอยู่เป็นเวลาหลายสิบปีที่จะปักหลักตั้งมั่นอยู่ แม้ว่าท้ายที่สุดจะต้องถูกปิดโรงพยาบาลเพราะว่าไม่มีหมอไม่มีพยาบาลอีกต่อไป ซึ่งต่างจากโรงพยาบาลในเมืองที่มีตัวเลข มีตัวเงิน โรงพยาบาลเหล่านั้นอาจไม่มีอาคารที่สวยงาม ไม่มีรายรับที่สม่ำเสมอ อยู่ในสภาพที่ขัดสน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มีคริสตจักรเล็ก ๆ มากมายกระจายอยู่ทั่วภาคเหนือและภาคอีสาน เขาไม่สามารถที่จะสร้างโรงพยาบาลใหญ่โตสวยงามได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีคนไทยจำนวนมากที่ได้มีโอกาสผ่านชีวิตของมิชชันนารีเหล่านั้นและได้มีโอกาสเชื่อในพระเยซูคริสต์เจ้า คริสตจักรในประเทศไทยเติบโตมากมาย เพราะผลงานจากแพทย์เหล่านี้ที่ใช้ชีวิตในถิ่นทุรกันดาร

ในเชิงธุรกิจ คงจะบอกว่าพวกเขาล้มเหลว แต่ในอาณาจักรของพระเจ้า เขาได้สร้างชนชาติของพระเจ้าขึ้นมา ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นที่เราจะต้องมาดูว่าความสำเร็จที่พระเจ้าอยากให้เรามีหรือกระทำคืออะไร นี่เป็นสิ่งที่อยู่ในหัวใจของพระเจ้าตลอดเวลา สมควรที่เราจะนำสิ่งเหล่านี้มาเป็นคุณค่า เพราะถ้าเราไม่เข้าใจคุณค่านี้ เราก็ไม่สามารถร่วมมือกันได้


ศจ. ประเสริฐ พรกีรติกุล

คำเทศนาการนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 11/04/2010

เรื่อง ร่วมใจจึงจะสำเร็จ

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ