Sunday, 30 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 30 (บทความสอนใจประจำวัน 30 มิถุนายน)

Daily Devotional, June 30

"I am Yours, save me." (Psalm 119:94)

If we are the Lord's, we do not belong to ourselves or to the world. We are no longer servants to sin.
We have given ourselves into God's hands, to be saved by His grace, devoted to His service, and to live for His glory. We are His children, His servants, His soldiers, His partners by love and union.
Being His, we can depend on His help in every trouble. He will save and deliver us.
Let us walk worthy of God as His dear children, and expect Him "to make all grace abound towards us, that we having all sufficiency in all things, may abound in every good work." (2 Corinthians 9:8)

"For your unfailing love is as high as the heavens.
Your faithfulness reaches to the clouds." (Psalm 57:10 NLT)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 30 มิถุนายน

"ข้าพระองค์เป็นของพระองค์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอด" (สดุดี 119:94 THSV2011)

หากเราเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว เราก็ไม่ได้เป็นของตัวเราเองหรือของโลกนี้ เราไม่ได้เป็นผู้รับใช้ของบาปอีกต่อไป
เราได้มอบชีวิตเราไว้ให้อยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้าแล้ว เพื่อที่เราจะได้หลุดพ้น (รอด) ด้วยพระคุณ อุทิศตนเพื่อการรับใช้พระองค์ และดำรงชีวิตเพื่อพระเกียรติสิริของพระองค์ เราเป็นลูกของพระองค์ ผู้รับใช้ของพระองค์ ทหารของพระองค์ ผู้ร่วมงานของพระองค์ ด้วยความรักที่แท้ และการเป็นหนึ่งเดียวกัน
การที่เราเป็นของพระองค์นั้น ทำให้เราสามารถพึ่งพาการช่วยเหลือจากพระองค์ในทุกปัญหา พระองค์จะช่วยเราให้หลุดพ้นและรอดจากปัญหา
ขอให้เราดำเนินชีวิตให้สมกับที่เป็นบุตรที่รักของพระเจ้า และคาดหวังที่พระองค์จะ "ประทานพรทุกอย่างแก่เราทั้งหลายอย่างเหลือล้น เพื่อว่าเมื่อมีทุกอย่างเพียงพออยู่เสมอ เรายังจะมีเหลือล้นสำหรับการดีทุกอย่างด้วย" (2 โครินธ์ 9:8)

"เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ใหญ่ยิ่งถึงฟ้าสวรรค์ ความซื่อสัตย์ของพระองค์สูงถึงเมฆ" (สดุดี 57:10 THSV2011)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Daily Remembrancer by J. Smith, June 29 (บทความสอนใจประจำวัน 29 มิถุนายน)

The Believer's Daily Remembrancer, June 29

"My son, give Me your heart." (Proverbs 23:26)

Your God asks for your heart. He made it by His power, He wants to rule it by His grace. Let us surrender our hearts to Him this morning, and every morning. Let us ask Him to make them holy, to fill them with the Holy Spirit, and to keep them by His power.

If the heart is given to God, the life will be according to His word. If He rules in us, we shall live as Jesus lived.

"He who says ,'I know Him,' but does not keep His commandments, is a liar, and the truth is not in him." (1 John 2:4) How awful, to think that we are the Lord's, and yet to have the heart under the influence of sin, Satan and the world!

Jesus says, "Give me your heart." Let our reply be, "Lord, take it and rule in it for ever."

"Into my heart, into my heart,
Come into my heart, Lord Jesus!
Come in to-day;come in to stay.
come into my heart, Lord Jesus."
(Harry Dudley Clarke, hymn "Come Into My Heart, O Lord Jesus")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 29 มิถุนายน

"ลูกเอ๋ย ขอใจของเจ้าให้ข้าเถอะ" (สุภาษิต 23:26 THSV2011)

พระเจ้าของคุณขอใจของคุณ พระองค์สร้างมันขึ้นมาด้วยฤทธิ์อำนาจของพระองค์ พระองค์ต้องการที่จะครอบครองมันด้วยพระคุณของพระองค์ ขอให้เรายอมจำนนมอบใจของเราให้กับพระองค์ในเช้าวันนี้และในทุกๆ เช้า ขอให้เราร้องขอให้พระองค์ชำระใจของเราให้บริสุทธิ์ เติมใจของเราด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และพิทักษ์รักษาใจของเราด้วยฤทธิ์อำนาจของพระองค์

หากเรามอบใจของเราให้กับพระเจ้า ชีวิตของเราจะสอดคล้องกับพระคำของพระองค์ หากพระองค์ครอบครองชีวิตของเรา เราก็จะดำรงชีวิตเหมือนกับพระเยซู

"ผู้ที่กล่าวว่า 'ข้าพเจ้ารู้จักพระองค์' แต่ไม่ได้ประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ คนนั้นเป็นคนพูดมุสาและสัจจะไม่ได้อยู่ในเขาเลย" (1 ยอห์น 2:4 THSV2011) จะแย่สักเพียงใดหากเราคิดว่าเราเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า แต่ยังคงมีใจที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของบาป ซาตาน และโลกนี้!

พระเยซูตรัส "ขอใจของเจ้าให้เราเถิด" ขอให้คำตอบของเราจะเป็น "องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงนำใจของข้าพระองค์ไป และขอทรงครอบครองมันไว้ตลอดไป"

" สู่จิตใจข้าฯ สู่จิตใจข้าฯ
ขอทรงเสด็จมา พระเยซูเจ้า
ขอทรงเสด็จมาในวันนี้ ขอทรงสถิตอยู่ด้วย
ขอทรงเสด็จมา พระเยซูเจ้า"
(Harry Dudley Clarke, เพลง "Come Into My Heart, O Lord Jesus")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
 

Friday, 28 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 28 (บทความสอนใจประจำวัน 28 มิถุนายน)

Daily Devotional, June 28

"The Lord will be the hope of His people." (Joel 3:16)

Many unexpected trials may occur; but our God is our hope. He is the refuge in whom we find help. His promises, character, and the precious death of Jesus for our sins are the foundation of our trust. The Bible teaches us to trust at all times, and for all things. No matter what happens, we have no cause to fear, our God is our refuge.
May the God of hope fill us with all joy and peace in believing, that we may abound in hope by the Holy Spirit. Let us look for that blessed hope even the glorious appearing of our great God, even our Saviour, Jesus Christ.
As Jesus is our hope, let His glory be our aim, and His service our delight.

"God is our refuge and our strength,
our ever present aid;
And therefore though the earth gives way,
We will not be afraid." (Psalm 46:1)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 28 มิถุนายน

"แต่พระเยโฮวาห์จะทรงเป็นความหวังแห่งประชาชนของพระองค์" (โยเอล 3:16 TKJV)

การทดลองที่ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นมากมาย แต่พระเจ้าของเราเป็นความหวังของเรา เราจะได้รับความช่วยเหลือในพระองค์ผู้เป็นที่ลี้ภัยของเรา พระสัญญา พระลักษณะ และการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนของพระเยซู เป็นรากฐานของความวางใจของเรา พระคัมภีร์สอนให้เราวางใจในทุกเวลาและสำหรับทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราไม่มีเหตุที่จะต้องกลัว พระเจ้าของเราเป็นที่ลี้ภัยของเรา
ขอพระเจ้าแห่งความหวังใจจะเติมชีวิตเราด้วยความชื่นบานและสันติสุขในความเชื่อ เพื่อที่เราจะเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังใจโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ขอให้เราตั้งตารอคอยความหวังใจที่เป็นพรนั้น จนถึงวันที่พระเยซูคริสต์ผู้ซึ่งเป็นพระผู้ช่วยและพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ของเราจะปรากฎกายอย่างเต็มไปด้วยเกียรติสิริ
เพราะพระเยซูเป็นความหวังใจของเรา ขอให้พระเกียรติสิริของพระองค์เป็นเป้าหมายของเรา และการรับใช้พระองค์เป็นความปีติยินดีของเรา

"พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยและเป็นกำลังของเรา เป็นความช่วยเหลือที่พร้อมอยู่ในยามยากลำบาก
ฉะนั้นเราจะไม่กลัว แม้ว่าแผ่นดินโลกจะเปลี่ยนแปลงไป แม้ว่าภูเขาทั้งหลายจะโคลงเคลงลงสู่สะดือทะเล" (สดุดี 46:1 THSV2011)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Daily Remembrancer by J. Smith, June 27 (บทความสอนใจประจำวัน 27 มิถุนายน)

The Believer's Daily Remembrancer, June 27

"Remember Lot’s wife." (Luke 17:32)

She received the angels, and hospitably entertained them; she believed their message, and acted upon it; and left Sodom. She left the ungodly, and went in the company of the saints; yet her heart was left in the city, and she looked back. She died because she disobeyed God.

It is dangerous to disobey God’s commands. God will be honoured by our obedience.

Are our hearts detached from the world? Be not high- minded, but fear. Remember lot’s wife.

"Trust and obey, for there’s no other way,
To be happy in Jesus, but to trust and obey."
(John Henry Sammis, Hymn "Trust and Obey")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 27 มิถุนายน

"จงระลึกถึงภรรยาของโลทเถิด" (ลูกา 17:32 THSV2011)

ภรรยาของโลทได้ต้อนรับทูตสวรรค์ และคอยปรนนิบัติพวกเขา เธอเชื่อในข้อความที่ได้รับจากพวกเขา และได้ทำตาม และได้ออกจากเมืองโสโดม เธอละจากบรรดาผู้ที่ไม่เชื่อฟังพระเจ้า และร่วมเดินทางกับบรรดาธรรมิกชน แต่เธอต้องเสียชีวิตเพราะไม่เชื่อฟังพระเจ้า

เป็นสิ่งอันตรายที่จะขัดขืนคำสั่งของพระเจ้า พระองค์จะให้เกียรติการเชื่อฟังของพวกเรา

หัวใจของคุณได้ถูกแยกออกจากโลกนี้หรือไม่? จงอย่าหยิ่งผยอง แต่จงยำเกรงพระเจ้า จงระลึกถึงภรรยาของโลทเถิด

เชื่อและฟังคำ ไม่มีทางอื่นเที่ยงธรรม
พระเยซูโปรดให้ความสุข แก่ผู้เชื่อและฟังคำ
(John Henry Sammis, Hymn "เชื่อและฟังคำ")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

Wednesday, 26 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 25 (บทความสอนใจประจำวัน 25 มิถุนายน)

The Believer's Daily Remembrancer, June 25

"What kind of people should you be?" (2 Peter 3:11)

Those who say that they believe in Jesus, and have the Holy Spirit in them, ought to be different from others. We believe that this present world will pass away. We expect a new heaven and new earth where there will be no sin.

We are strangers in this world and should live as such, concentrating on eternal things. We ought to be watchful, prayerful, thankful, holy and patient. We ought to be content with what we have aiming to be like Jesus; to live as Paul lived, dying daily to self.

Do we really believe that this present world will be dissolved? If so, are we living accordingly? Are we laying up treasure in heaven? Are we rich in good works? Are we ready for the coming of Jesus?

"Take time to be holy, the world rushes on;
Spend much time in secret with Jesus alone-
By looking to Jesus, like Him you shall be;
Your friends in your conduct His likeness shall see."
(William D. Longstaff, hymn "Take time to be holy")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 25 มิถุนายน

"ท่านควรจะเป็นคนแบบไหน?" (2 เปโตร 3:11 THSV2011)

บรรดาผู้ที่กล่าวว่าพวกเขาเป็นผู้เชื่อในพระเยซู และมีพระวิญญาณบริสุทธิ์ในพวกเขา ควรที่จะแตกต่างจากคนทั่วไป เราเชื่อว่าโลกปัจจุบันนี้จะล่วงไป เราคาดหวังสวรรค์ใหม่และโลกใหม่ที่ซึ่งจะไม่มีบาปอีกต่อไป

เราเป็นคนแปลกถิ่นในโลกนี้ และควรที่จะดำรงชีวิตดั่งคนแปลกถิ่น ด้วยเพ่งความสนใจไปที่สิ่งซึ่งเป็นนิรันดร์ เราควรที่จะตั้งตารอคอย หมั่นอธิษฐาน มีใจขอบพระคุณ บริสุทธิ์ และอดทน เราควรที่จะพึงพอใจในสิ่งที่มีอยู่ ด้วยตั้งเป้าหมายที่จะเป็นเหมือนพระเยซู ดำรงชีวิตดั่งเช่นอาจารย์เปาโล พร้อมที่จะตายต่อตัวเองในแต่ละวัน

เราเชื่อจริงๆ หรือไม่ว่าโลกปัจจุบันนี้จะเสื่อมสลายไป? ถ้าเชื่อเช่นนั้น เราดำรงชีวิตตามที่เราเชื่อหรือไม่? เรากำลังสะสมสมบัติในสวรรค์หรือไม่? เรามั่งมีในการดีทั้งปวงหรือไม่? เราพร้อมสำหรับการเสด็จกลับมาของพระเยซูหรือไม่?

"จงใช้เวลาที่จะบริสุทธิ์ โลกนี้เคลื่อนหน้าไปอย่างรวดเร็ว
จงใช้เวลาในที่ลับ อยู่กับพระเยซูเป็นการส่วนตัว
คุณจะเป็นเหมือนพระเยซู ด้วยการเพ่งมองไปที่พระองค์
แล้วเพื่อนของคุณก็จะเห็นลักษณะของพระองค์ในการกระทำของคุณ"
(William D. Longstaff, เพลง "Take time to be holy")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

Daily Remembrancer by J. Smith, June 24 (บทความสอนใจประจำวัน 25 มิถุนายน)

The Believer's Daily Remembrancer, June 25

"What kind of people should you be?" (2 Peter 3:11)

Those who say that they believe in Jesus, and have the Holy Spirit in them, ought to be different from others. We believe that this present world will pass away. We expect a new heaven and new earth where there will be no sin.

We are strangers in this world and should live as such, concentrating on eternal things. We ought to be watchful, prayerful, thankful, holy and patient. We ought to be content with what we have aiming to be like Jesus; to live as Paul lived, dying daily to self.

Do we really believe that this present world will be dissolved? If so, are we living accordingly? Are we laying up treasure in heaven? Are we rich in good works? Are we ready for the coming of Jesus?

"Take time to be holy, the world rushes on;
Spend much time in secret with Jesus alone-
By looking to Jesus, like Him you shall be;
Your friends in your conduct His likeness shall see."
(William D. Longstaff, hymn "Take time to be holy")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 25 มิถุนายน

"ท่านควรจะเป็นคนแบบไหน?" (2 เปโตร 3:11 THSV2011)

บรรดาผู้ที่กล่าวว่าพวกเขาเป็นผู้เชื่อในพระเยซู และมีพระวิญญาณบริสุทธิ์ในพวกเขา ควรที่จะแตกต่างจากคนทั่วไป เราเชื่อว่าโลกปัจจุบันนี้จะล่วงไป เราคาดหวังสวรรค์ใหม่และโลกใหม่ที่ซึ่งจะไม่มีบาปอีกต่อไป

เราเป็นคนแปลกถิ่นในโลกนี้ และควรที่จะดำรงชีวิตดั่งคนแปลกถิ่น ด้วยเพ่งความสนใจไปที่สิ่งซึ่งเป็นนิรันดร์ เราควรที่จะตั้งตารอคอย หมั่นอธิษฐาน มีใจขอบพระคุณ บริสุทธิ์ และอดทน เราควรที่จะพึงพอใจในสิ่งที่มีอยู่ ด้วยตั้งเป้าหมายที่จะเป็นเหมือนพระเยซู ดำรงชีวิตดั่งเช่นอาจารย์เปาโล พร้อมที่จะตายต่อตัวเองในแต่ละวัน

เราเชื่อจริงๆ หรือไม่ว่าโลกปัจจุบันนี้จะเสื่อมสลายไป? ถ้าเชื่อเช่นนั้น เราดำรงชีวิตตามที่เราเชื่อหรือไม่? เรากำลังสะสมสมบัติในสวรรค์หรือไม่? เรามั่งมีในการดีทั้งปวงหรือไม่? เราพร้อมสำหรับการเสด็จกลับมาของพระเยซูหรือไม่?

"จงใช้เวลาที่จะบริสุทธิ์ โลกนี้เคลื่อนหน้าไปอย่างรวดเร็ว
จงใช้เวลาในที่ลับ อยู่กับพระเยซูเป็นการส่วนตัว
คุณจะเป็นเหมือนพระเยซู ด้วยการเพ่งมองไปที่พระองค์
แล้วเพื่อนของคุณก็จะเห็นลักษณะของพระองค์ในการกระทำของคุณ"
(William D. Longstaff, เพลง "Take time to be holy")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

Monday, 24 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 24 (บทความสอนใจประจำวัน 24 มิถุนายน)

Daily Devotional, June 24

"You are a chosen generation." (1 Peter 2:9)

Every believer has been chosen by God from before the foundation of the world. Election flows from God’s love and authority. It injures none but ensures salvation for countless millions and for God’s glory.
He chose us in Christ Jesus as our Saviour; it was of pure grace and leads to holiness. We were chosen to be redeemed from death; purified from sin; separated from the world; devoted to God; and raised to a state of oneness with God. Being chosen by God, we choose God in return. He chose us to be the Bride of Jesus, and we choose Jesus to be our beloved Bridegroom.
Dear friends, if we are God’s elect we are holy; we are in unison with Jesus. Let us show by our lives, and enjoy this. Remember too that God’s invitation is to all, and all who seek Him will find Him.

"Ask, and it shall be given unto you,
Seek, and you shall find,
Knock, and the door shall be opened unto you
Hallelu, Hallelujah!"

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 24 มิถุนายน

"พวกท่านเป็นพงศ์พันธุ์ที่ทรงเลือกสรร" (1 เปโตร 2:9 THSV2011)

ผู้เชื่อทุกคนเป็นผู้ที่พระเจ้าได้ทรงเลือกสรรไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะทรงสร้างโลก การเลือกสรรนั้นก็หลั่งไหลมาจากความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) และสิทธิอำนาจของพระเจ้า สิ่งนี้ไม่ได้ทำร้ายใคร แต่ได้ทำให้คนเหลือคณานับได้รับความมั่นใจในความหลุดพ้น (ความรอด) และก็เป็นเพื่อเกียรติสิริของพระเจ้า
พระองค์เลือกเราในพระเยซู ผู้ซึ่งเป็นพระผู้ช่วย ซึ่งการเลือกนี้ก็เป็นจากพระคุณอันบริสุทธิ์ และนำสู่ความบริสุทธิ์ เราได้รับการเลือกสรรให้ได้รับการไถ่จากความตาย ให้ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์จากกิเลสตัณหา (ความบาป) ให้แยกตัวออกจากโลกนี้ ให้อุทิศชีวีเพื่อพระเจ้า และให้เติบโตเข้าสู่สภาพแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระเจ้า และการที่เราได้รับการเลือกสรรนี้เอง เราจึงเลือกพระเจ้าด้วยเช่นกัน พระองค์เลือกเราให้เป็นเจ้าสาวของพระเยซู และเราเลือกพระเยซูให้เป็นเจ้าบ่ายที่รักของเรา
สหายที่รัก หากเราเป็นคนที่พระเจ้าได้เลือกสรรไว้ เราก็จะบริสุทธิ์ และเราก็เห็นพ้องต้องกันกับพระเยซู ขอให้เราสำแดงสิ่งนี้ด้วยชีวิตของเรา และเพลิดเพลินกับสิ่งนี้ จงระลึกด้วยเช่นกันว่าคำเชิญชวนของพระเจ้านั้นมีมาถึงทุกคน และทุกคนที่แสวงหาพระองค์ก็จะพบพระองค์

"จงขอแล้วจะได้ จงหาแล้วจะพบ จงเคาะแล้วจะเปิดให้แก่พวกท่าน" (มัทธิว 7:7 THSV2011)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)










Sunday, 23 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 23 (บทความสอนใจประจำวัน 23 มิถุนายน)

The Believer's Daily Remembrancer, June 23

"What are these Hebrews doing here?" (1 Samuel 29:3)

David’s army were marching along with the Philistine army; this was decidedly wrong; and it is as wrong when God’s people unite with the world contrary to the teaching of the Bible.

We may ask "What are these Christians doing here? Why are you joining with the world? Your Master has said, 'Come out and be separate.' Do you by your presence sanction sin? He has said, 'Be holy, for I am holy.' What are you doing on Satan’s ground? In the enemy’s ranks?"

Dear friends, you should above all keep close to Jesus; be friends with His people, and keep yourselves unspotted from the world.

"Take the world, but give me Jesus,
In His cross my trust shall be,
Till with clearer, brighter vision,
Face to face my Lord I see."
(Fanny J. Crosby, hymn "Take the World, But Give Me Jesus")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 23 มิถุนายน

"พวกฮีบรูเหล่านี้มาทำอะไร?" (1 ซามูเอล 29:3 THSV2011)

กองทัพของดาวิดได้เคลื่อนทัพไปร่วมกับกองทัพของฟิลิสเตีย นี่เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด และก็เป็นสิ่งที่ผิดเมื่อประชากรของพระเจ้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันกับโลกนี้ ซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่พระคัมภีร์สอนไว้

เราอาจถามว่า "พวกคริสเตียนเหล่านี้มาทำอะไรที่นี่? เหตุใดคุณถึงร่วมเป็นพวกเดียวกันกับโลก? เจ้านายของคุณกล่าวว่า 'จงออกมาและแยกตัวออกต่างหาก' การอยู่ที่นี่ของคุณเป็นการสนับสนุนบาปหรือไม่? พระองค์กล่าวว่า "จงบริสุทธิ์เพราะเราบริสุทธิ์' คุณกำลังทำอะไรในดินแดนของซาตาน? หรือในยศตำแหน่งของข้าศึก?"

สหายที่รัก คุณควรที่จะอยู่ใกล้ชิดกับพระเยซูเหนือสิ่งอื่นใด จงเป็นสหายกับคนของพระองค์ และรักษาชีวิตของคุณไว้ไม่ให้ด่างพร้อยด้วยทางของโลก

"จงนำโลกนี้ไป และให้พระเยซูแก่ข้าฯ
ความวางใจของข้าฯ อยู่ที่กางเขนของพระองค์
จนกว่าจะได้เห็นนิมิตที่ชัดและสว่างจ้ามากขึ้น
เมื่อข้าฯ ได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าฯ ต่อหน้า"
(Fanny J. Crosby, เพลง "Take the World, But Give Me Jesus")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

Saturday, 22 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 22 (บทความสอนใจประจำวัน 22 มิถุนายน)

The Believer's Daily Remembrancer, June 22

"God is faithful." (1 Corinthians 10:13)

This is the believer’s anchor. We may, at times, be shaken by unbelief. We may feel nothing of the presence, power, or comforts of the Holy Spirit. We may have little inclination to pray. We are tempted by Satan, and may be upset with disturbing thoughts. But God never fails us; again and again He restores us to peace and joy.

Our most trying times are often followed by special joys. The promises of the Bible are applied to our souls, and we are filled with the comforts of the Holy Spirit. Then our souls melt before the Lord, and we can only praise God for the riches of His free and sovereign grace.

Dear friends, in the darkest night , remember "God is faithful." (1 Corinthians 10:13)

"To Your glory you will bring me
With Your counsel as my guide.
I have none but You in heaven;
All on earth I lay aside.
Flesh and heart may fail, but ever
God my portion will abide." (Psalm 73:24-26)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 22 มิถุนายน

"พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ" (1 โครินธ์ 10:13 TKJV)

นี่เป็นที่ยึดเหนี่ยวของผู้เชื่อ หลายครั้งหลายคราที่เราสั่นคลอนเพราะความไม่เชื่อ เราอาจไม่รู้สึกถึงการสถิตอยู่ ฤทธิ์อำนาจ และการปลอบโยนจิตใจของพระวิญญาณบริสุทธิ์เลย เราอาจจะไม่มีความโน้มเอียงที่จะอธิษฐานเลย เราอาจถูกทดลองโดยซาตาน และอาจอารมณ์เสียจากความคิดที่คอยรบกวน แต่พระเจ้าไม่มีวันที่จะทำให้เราผิดหวัง ครั้งแล้วครั้งเล่าที่พระองค์ทำให้สันติสุขและความชื่นบานของเรากลับสู่สภาพดี

ช่วงเวลาที่ยากลำบากของเรามักจะตามมาด้วยความชื่นบานที่เป็นพิเศษ คำสัญญาจากพระคัมภีร์ก็สามารถนำมาใช้ได้กับจิตใจของเรา และเราก็เต็มไปด้วยการปลอบโยนจิตใจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เมื่อนั้น จิตใจของเราจะละลายไปต่อพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้า และเราจะสามารถทำได้เพียงแต่สรรเสริญพระเจ้าสำหรับความบริบูรณ์แห่งพระคุณที่ไม่คิดมูลค่าและที่มีอำนาจสูงสุด

สหายที่รัก ในคืนที่มืดมิดที่สุด จงระลึกว่า "พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ" (1 โครินธ์ 10:13 TKJV)

"พระองค์ทรงนำข้าพระองค์ด้วยคำปรึกษาของพระองค์ และภายหลังพระองค์จะทรงนำข้าพระองค์ให้ได้รับเกียรติยศ
นอกจากพระองค์ ข้าพระองค์ไม่มีผู้ใดในฟ้าสวรรค์ นอกจากพระองค์แล้ว ข้าพระองค์ไม่ประสงค์สิ่งใดในโลก
ร่างกายและจิตใจของข้าพระองค์จะวายไป แต่พระเจ้าทรงเป็นกำลังใจและเป็นมรดกส่วนของข้าพระองค์เป็นนิตย์" (สดุดี 73:24-26 THSV2011)

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

Daily Remembrancer by J. Smith, June 21 (บทความสอนใจประจำวัน 21 มิถุนายน)

The Believer's Daily Remembrancer, June 21

"How is it that you have no faith?" (Mark 4:40)

Where there is little faith there are many fears. The disciples were filled with alarm, and Jesus asked them "How is it that you have no faith?" (Mark 4:40)

Our Heavenly Father may well ask us the same question. "Why do you not believe My Word? Why do you not trust My presence, power, and love? Why do you not look to Me to supply your need? Have I not made very clear promises? Have I not fulfilled My promises again and again? Have I not promised you My Holy Spirit? Have I not given My Son for you and to you? Have I not been with you in every difficulty? How is it then that you have no faith?"

Dear friends, let us humble ourselves before God ; let us confess our lack of faith, and pray for faith. Let us look for God in every place and in every thing.

"You are my hiding – place, O Lord,
My true security.
You keep me safe in troubled days;
You circle me with joyful praise
When You have set me free." (Psalm 32:7)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 21 มิถุนายน

"ทำไมพวกเจ้ากลัว? พวกเจ้าไม่มีความเชื่อหรือ?" (มาระโก 4:40 THSV2011)

ที่ไหนที่มีความเชื่อน้อยนิด ที่นั่นก็มีความกลัวมากมาย เหล่าสาวกเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก และพระเยซูตรัสกับพวกเขาว่า "ทำไมพวกเจ้ากลัว? พวกเจ้าไม่มีความเชื่อหรือ?" (มาระโก 4:40 THSV2011)

แน่ทีเดียว พระบิดาในสวรรค์อาจจะกำลังถามเราด้วยคำถามเดียวกัน "ทำไมพวกเจ้าถึงไม่เชื่อพระคำของเรา? ทำไมพวกเจ้าถึงไม่วางใจในการสถิตอยู่ ฤทธิ์อำนาจ และความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) ของเรา? ทำไมพวกเจ้าไม่มองมาที่เราเพื่อที่เราจะได้ให้สิ่งจำเป็นแก่พวกเจ้า? เราไม่ได้มอบคำสัญญาที่ชัดเจนอย่างยิ่งแก่พวกเจ้าหรอกหรือ? เราไม่ได้ทำตามคำสัญญาของเราครั้งแล้วครั้งเล่าหรอกหรือ? เราไม่ได้สัญญาว่าจะให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของเราแก่เจ้าหรอกหรือ? เราไม่ได้ให้พระบุตรของเราเพื่อพวกเจ้าและแก่พวกเจ้าหรอกหรือ? เราไม่ได้อยู่กับพวกเจ้าในทุกความยากลำบากหรอกหรือ? เหตุใดพวกเจ้าจึงไม่มีความเชื่อ?"

สหายที่รัก ขอให้เราถ่อมใจของเราลงต่อพระพักตร์พระเจ้า ขอให้เราสารภาพว่าเราขาดความเชื่อ และอธิษฐานขอความเชื่อ ขอให้เราแสวงหาพระเจ้าในทุกที่และในทุกสิ่ง

"พระองค์ทรงเป็นที่กำบังของข้าพระองค์ พระองค์ทรงปกป้องข้าพระองค์จากความยากลำบาก พระองค์ทรงล้อมข้าพระองค์ไว้ด้วยเพลงฉลองการช่วยกู้" (สดุดี 32:7 THSV2011)

 

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

Friday, 21 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 20 (บทความสอนใจประจำวัน 20 มิถุนายน)

The Believer's Daily Remembrancer, June 20

"It is God who justifies." (Romans 8:33)

To be justified is to be acquitted, and pronounced righteous. There is complete forgiveness for all who believe in Jesus.

"The vilest offender who truly believes, that moment from Jesus a pardon receives." There is no more condemnation; we are accepted in Christ Jesus. All sins are freely forgiven and eternally forgotten. God has cast all our sins "behind His back" , and now He pronounces us clean.

"Who dares accuse us whom God has chosen for His own? No one- for God Himself has given us right standing with Himself. Who then will condemn us? No one- for Christ Jesus died for us and was raised to life for us, and He is sitting in the place of honour at God’s right hand pleading for us."

"Jesus, Name above all names,
Beautiful Saviour, Glorious Lord.
Emmanuel, God is with us ,
Blessed Redeemer, Living Word."

 

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 20 มิถุนายน

"พระเจ้าทรงถือว่าพวกเขาเป็นคนชอบธรรมแล้ว" (โรม 8:33 THSV2011)

การถูกนับว่าชอบธรรมนั้น เป็นการได้รับการไถ่ และได้รับการประกาศว่าเป็นผู้ชอบธรรม มีการยกโทษอย่างสมบูรณ์สำหรับทุกคนที่เชื่อในพระเยซู

"คนบาปจะเลวร้าย สักเท่าใดก็รอดได้ พระเยซูประทานความรอดแก่ผู้วางใจ" ไม่มีการลงโทษอีกต่อไป เราได้รับการยอมรับในพระเยซูคริสต์ กิเลสตัณหา (บาป) ทั้งสิ้นก็ได้รับการยกโทษอย่างไม่คิดมูลค่า และถูกลืมชั่วนิรันดร์ พระเจ้าได้ทิ้งกิเลสตัณหาทั้งสิ้นของเราและไม่จดจำอีกต่อไป และขณะนี้พระองค์ก็ประกาศว่าเราสะอาดบริสุทธิ์

"ใครจะฟ้องคนที่พระเจ้าได้ทรงเลือกไว้? พระเจ้าทรงถือว่าพวกเขาเป็นคนชอบธรรมแล้ว ใครจะเป็นผู้ลงโทษอีก? พระเยซูคริสต์หรือ? ผู้สิ้นพระชนม์แล้ว และยิ่งกว่านั้นอีกพระเจ้าทรงให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย พระองค์สถิต ณ เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า และทรงอธิษฐานขอเพื่อเราด้วย" (โรม 8:33-34 THSV2011)

"พระเยซู นามเหนือนามทั้งปวง
พระผู้ช่วยผู้งดงาม องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เปี่ยมด้วยพระคุณ
องค์อิมมานูเอล พระเจ้าผู้ทรงสถิตย์กับเรา
พระผู้ไถ่ผู้ได้รับการสรรเสริญ องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่"

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

Thursday, 20 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 19 (บทความสอนใจประจำวัน 19 มิถุนายน)

The Believer's Daily Remembrancer

June 19

"All His saints are in Your Hand." (Deuteronomy 33:3)

Every believer is a saint, separated by the purpose of God; sanctified by the Holy Spirit; set apart for God, and devoted to His service. Every saint is in the hand of Jesus- in the hand of His mercy- in the hand of His power- and in the hand of His providence.

We have been bought by His precious blood; committed to Him by the Father; under His protection, to be kept from Satan, death, and hell; to be guided through this desert world to our Father’s house above; to be shaped by His skill, and to become more and more like Jesus; to be sheltered from the storm; to be used for His praise, and lifted up to His eternal throne.

They are His saints; He chose them for His bride; He rescued them from the enemy; He claims them as His right; He made them what they are; and He will glorify them for ever.

"Jesus Christ, the King of glory,
Everlasting Son of God,
Humble was Your virgin mother,
Hard the lowly path you trod;
By Your cross is sin defeated,
Hell confronted face to face,
Heaven opened to believers,
Sinners justified by grace."
(Christopher Martin Idle, hymn "God, we praise you. God we bless you.")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 19 มิถุนายน

"วิสุทธิชนทั้งสิ้นของพระองค์ก็อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์" (เฉลยธรรมบัญญัติ 33:3 THSV2011)

ผู้เชื่อทุกคนเป็นวิสุทธิชน ซึ่งได้รับการแยกไว้โดยวัตถุประสงค์ของพระเจ้า ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ได้รับการแยกไว้ต่างหากเพื่อพระเจ้า และได้อุทิศชีวิตเพื่อรับใช้พระองค์

วิสุทธิชนทุกคนก็อยู่ในพระหัตถ์ของพระเยซู อยู่ในพระหัตถ์แห่งพระเมตตาของพระองค์ ในพระหัตถ์แห่งฤทธิ์อำนาจของพระองค์ และในพระหัตถ์แห่งการจัดเตรียมของพระองค์ เราได้รับการซื้อไว้แล้วด้วยพระโลหิตอันล้ำค่า ได้รับการมอบไว้ให้กับพระองค์โดยพระบิดา ได้อยู่ภายใต้การปกป้องของพระองค์ เพื่อที่จะได้รับการพิทักษ์รักษาไว้จากซาตาน ความตาย และนรก เพื่อที่จะได้รับการนำทางผ่านโลกอันกันดารนี้ไปสู่บ้านที่อยู่เบื้องบนของพระบิดาของเรา เพื่อที่จะได้รับการปรับเปลี่ยนชีวิตโดยความเชี่ยวชาญของพระองค์และเป็นเหมือนพระเยซูมากขึ้นทุกวัน เพื่อที่จะได้รับการปกป้องคุ้มภัยจากพายุ เพื่อที่จะถูกใช้เพื่อถวายคำสรรเสริญแด่พระองค์และได้รับการยกชูสู่พระบัลลังก์แห่งนิรันดร์ของพระองค์

พวกเขาเป็นวิสุทธิชนของพระองค์ พระองค์ได้เลือกพวกเขาไว้ให้เป็นเจ้าสาวของพระองค์ พระองค์ช่วยชีวิตพวกเขาไว้จากศัตรู พระองค์มอบความชอบธรรมของพระองค์แก่พวกเขา พระองค์ได้ทำให้พวกเขาเป็นอย่างที่พวกเขาเป็น และพระองค์จะมอบเกียรติสิริให้แก่พวกเขาตลอดไป

"พระเยซูคริสต์ กษัตริย์ผู้ทรงเกียรติสิริ
พระบุตรนิรันดร์ของพระเจ้า
ถ่อมพระทัยมาประสูติโดยมารดาพรหมจารีย์ของพระองค์
หนทางอันต่ำต้อยที่พระองค์ก้าวไปก็ช่างยากลำบาก
บาปถูกพิชิตโดยกางเขนของพระองค์
นรกได้รับการเผชิญหน้าแบบหน้าต่อหน้า
สวรรค์เปิดให้กับผู้เชื่อทั้งหลาย
คนบาปก็ชอบธรรมโดยความเชื่อ"
(Christopher Martin Idle, hymn "God, we praise you. God we bless you.")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie

Wednesday, 19 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 18 (บทความสอนใจประจำวัน 18 มิถุนายน)

The Believer's Daily Remembrancer

June 18

"I will not leave you as orphans." (John 14:18)

Believers may experience darkness, and fear that Jesus has forsaken them; this is natural; but it is unscriptural; for He has promised, "I will never leave you, I will never forsake you." (Hebrews 13:5)

His love ensures that His presence is always with us. He will not leave us as orphans. We are absolutely dependant on Him. He is the great source of comfort to His people.

He may withhold His comfort and the awareness of His presence from us for a time to reprove, or correct us; but we may expect their return, for His promise is clear and His nature and love never change. His precious word of promise should be believed, prayed over and firmly trusted. We shall never be orphans, for our Father ever lives; our home awaits us; and our hope is imperishable.

"The soul that in Jesus has found its repose*, (*rest)
He will not, He cannot, desert to its foes;
That soul, though all hell shall endeavour to shake,
He’ll never, no never, no never forsake!"
(John Keith, hymn "How Firm A Foundation")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie


บทความสอนใจประจำวัน 19 มิถุนายน

"เราจะไม่ละทิ้งพวกท่านไว้ให้เป็นลูกกำพร้า" (ยอห์น 14:18 THSV2011)

ผู้เชื่ออาจพบกับวันที่มืดมน และกลัวว่าพระเยซูได้ทอดทิ้งพวกเขาแล้ว นี่เป็นธรรมชาติ แต่ไม่ใช่สิ่งที่พระคัมภีร์ได้สอนไว้ เพราะพระองค์ได้สัญญาไว้ว่า "เราจะไม่ละท่านหรือทอดทิ้งท่านเลย" (ฮีบรู 13:5)

ความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) ของพระองค์ก็ทำให้เรามั่นใจว่าพระองค์อยู่กับเราเสมอ พระองค์จะไม่มีวันละทิ้งพวกเราไว้ให้เป็นลูกกำพร้า เราพึ่งพาพระองค์อย่างสิ้นเชิง พระองงค์เป็นแหล่งของการปลอบโยนที่ยิ่งใหญ่สำหรับประชากรของพระองค์

พระองค์อาจจะนำการปลอบโยนที่มาจากพระองค์ และการรับรู้ถึงการสถิตอยู่ของพระองค์ไปจากเราบางครั้ง เพื่อตักเตือนและแก้ไขชีวิตของเรา แต่เราสามารถที่จะคาดหวังว่าทั้งสองสิ่งนั้นจะกลับมา เพราะพระสัญญาของพระองค์ชัดเจน และธรรมชาติและความเมตตากรุณาของพระองค์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เราควรที่จะอธิษฐานใคร่ครวญและไว้วางใจอย่างมั่นคงในพระคำแห่งพระสัญญาอันล้ำค่าของพระองค์ เราจะไม่มีวันเป็นลูกกำพร้า เพราะพระบิดาของเราทรงพระชนม์อยู่ บ้านของเราก็กำลังรอคอยเรา และความหวังของเราก็ไม่มีวันพังทลาย

"จิตใจที่อยู่ในพระเยซู ก็พบที่พักสงบ
พระองค์จะไม่ และไม่สามารถทอดทิ้งจิตใจดวงนั้นให้เผขิญกับศัตรู
แม้นรกทั้งสิ้นจะพยายามที่จะบั่นทอนจิตใจ
พระองค์จะไม่มีวัน ไม่มีวัน ไม่มีวันที่จะละทิ้ง!"
(John Keith, เพลง "How Firm A Foundation")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

Tuesday, 18 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 17 (บทความสอนใจประจำวัน 17 มิถุนายน)

Daily Devotional, June 17

"Salvation is of the Lord." (Jonah 2:9)

God, the Father devised the plan of salvation; Jesus, the Son, paid the ransom; and the Holy Spirit puts us in possession of salvation. It is of God’s grace. It is through faith.
Deliverance from danger is from the Lord. He delivered Jonah when he cried to the Lord although Jonah was a poor obstinate creature; and He will deliver us.
God asks, "Is anything too hard for Me?" (Jeremiah 32:27)  
"There is a Redeemer- Jesus, God’s own Son,
Precious Lamb of God, Messiah, Holy One.
Thank you, O my Father, for giving us Your Son,
And leaving the Spirit, 'til the work on earth is done.' " (Keith Green, hymn "There is a Redeemer")
J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
บทความสอนใจประจำวัน 17 มิถุนายน
"ความรอดนั้นมาจากพระยาห์เวห์" (โยนาห์ 2:9 THSV2011)
พระเจ้าพระบิดาได้วางแผนสำหรับความหลุดพ้น (ความรอด) เอาไว้ พระเยซูพระบุตรได้ชำระค่าไถ่ และพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้นำเราให้ได้รับความหลุดพ้นนี้เป็นเจ้าของ นี่เป็นพระคุณของพระเจ้า สิ่งนี้เกิดขึ้นผ่านทางความเชื่อ
ความรอดพ้นจากอันตรายก็มาจากองค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ช่วยชีวิตโยนาห์เมื่อเขาร้องขอความช่วยเหลือจากองค์พระผู้เป็นเจ้า แม้ว่าโยนาห์จะเป็นผู้ที่ดื้อดึงและน่าสงสาร และพระองค์ก็จะช่วยให้เรารอดพ้นเช่นกัน
พระเจ้าถามว่า "มีสิ่งใดที่ยากเกินไปสำหรับเราหรือ" (เยเรมีย์ 32:27 THSV2011)
"มีพระผู้ช่วยองค์หนึ่ง คือพระเยซู พระบุตรของพระเจ้า
ผู้ซึ่งเป็นแกะอันล้ำค่าของพระเจ้า พระเมสสิยาห์ และองค์บริสุทธิ์
ขอบคุณพระองค์ โอพระบิดาของข้าฯ ที่ได้ประทานพระบุตรของพระองค์ให้แก่เรา
และได้ประทานพระวิญญาณ 'จนกว่าการงานบนโลกนี้จะสำเร็จ' "
(Keith Green, hymn "There is a Redeemer")
J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Monday, 17 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 16 (บทความสอนใจประจำวัน 16 มิถุนายน)

Daily Devotional, June 16
"I go to prepare a place for you." (John 14:2)
Jesus did all He could for us here on earth, and now He is preparing a wonderful heaven for us. It will just suit us perfectly!
"His rest will be glorious." (Isaiah 11:10) There will be no more sin, sickness or suffering. He is preparing us for it, as well as it for us! For this reason we have trials to endure- but "our light afflictions which are but for a moment, are working out for us a far more exceeding and eternal weight of glory" (2 Corinthians 4:17).
Let us think of death as our going to take possession of the place that He has prepared for us. Remember too that Jesus will come again, and receive us to Himself, that where He is, we may be also. Glorious privilege! Unspeakable blessing!
"Heaven is a beautiful place,
full of glory and grace!
I want to see my Saviour's face-
heaven is a beautiful place."
J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
บทความสอนใจประจำวัน 16 มิถุนายน
"เรากำลังไปเตรียมที่ให้ท่าน" (ยอห์น 14:2 THSV2011)
พระเยซูทำทุกสิ่งที่พระองค์ทำได้เพื่อเราในขณะที่พระองค์อยู่บนโลกนี้ และขณะนี้ พระองค์กำลังเตรียมสวรรค์อันดีเยี่ยมไว้สำหรับเรา ที่นั่นจะเหมาะสมกับเราอย่างสมบูรณ์แบบ!
"ที่พำนักของท่านจะรุ่งโรจน์" (อิสยาห์ 11:10 THSV1971) ที่นั่นจะไม่มีกิเลสตัณหา (บาป) ความเจ็บป่วย หรือการทนทุกข์อีกต่อไป พระองค์กำลังเตรียมชีวิตเราให้เหมาะสมกับที่นั่น เตรียมที่นั่นให้เหมาะสมกับเรา! ด้วยเหตุผลดังนี้ เรามีการทดลองที่ยังต้องฟันฝ่า แต่ "ความยากลำบากชั่วคราวและเล็กน้อยของเรา จะทำให้เรามีศักดิ์ศรีนิรันดร์มากมายอย่างไม่มีที่เปรียบ" (2 โครินธ์ 4:17 THSV2011)
ขอให้เราคิดถึงความตายว่าเป็นขั้นตอนของการที่เราจะได้รับที่ซึ่งพระองค์ได้เตรียมไว้เพื่อเราเป็นเจ้าของ จงระลึกด้วยว่าพระเยซูจะกลับมาอีกและรับเราไปอยู่กับพระองค์ เพื่อว่าพระองค์อยู่ที่ไหน พวกเราก็จะได้อยู่ที่นั่นด้วย ช่างเป็นสิทธิพิเศษที่เต็มด้วยเกียรติสิริ! ช่างเป็นพระพรที่ไม่สามารถจะพรรณนาได้!
"สวรรค์เป็นที่ที่สวยงาม
เต็มด้วยเกียรติสิริและพระคุณ!
ข้าฯ ต้องการเห็นพระพักตร์ของพระผู้ช่วยของข้าฯ
สวรรค์เป็นที่ที่สวยงาม!"
J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Sunday, 16 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 15 (บทความสอนใจประจำวัน 15 มิถุนายน)

Daily Devotional, June 15

"Don't let your heart be troubled." (John 14:1)

Jesus wants us to be happy and holy, and not worried and upset. He forbids your fear; He commands your faith. You should leave all your worries with Him.
How can we achieve this? Remember what God has promised by covenant. He will never fail you. He watches over you, and He waits for an opportunity to do you good. He will not allow anything to hurt you.
He will keep them in perfect peace, whose minds are stayed on Him, because they trust in Him. In the Lord is everlasting strength.

"God is love, and will not leave you,
When you most His kindness need;
God is true, nor can deceive you,
Though your faith be weak indeed."

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 15 มิถุนายน

"อย่าให้ใจของพวกท่านเป็นทุกข์เลย" (ยอห์น 14:1 THSV2011)

พระเยซูต้องการให้เรามีความสุขและมีชีวิตที่บริสุทธิ์ และไม่วิตกกังวลและไม่อารมณ์เสีย พระองค์ห้ามไม่ให้คุณกลัว พระองค์สั่งให้คุณมีความเชื่อ คุณควรที่จะละทิ้งความวิตกกังวลทั้งหลายของคุณไว้กับพระองค์
เราจะทำเช่นนี้สำเร็จได้อย่างไร? จงระลึกถึงสิ่งที่พระเจ้าได้สัญญาไว้โดยพันธสัญญา พระองค์จะไม่มีวันทำให้คุณผิดหวัง พระองค์เฝ้าดูแลคุณอยู่ และพระองค์จะรอคอยโอกาสที่จะประทานสิ่งดีแก่คุณ พระองค์จะไม่อนุญาตให้เกิดสิ่งใดที่จะทำร้ายคุณ
พระองค์จะปกป้องรักษาคนเหล่านั้นไว้ในสันติสุขที่สมบูรณ์แบบ คือคนที่มีจิตใจที่จดจ่ออยู่ที่พระองค์ เพราะพวกเขาวางใจในพระองค์ เพราะกำลังอันนิรันดร์อยู่ในองค์พระผู้เป็นเจ้า

"พระเจ้าเป็นความเมตตากรุณา และจะไม่ทอดทิ้งคุณ
เมื่อคุณจำเป็นที่จะต้องได้รับพระกรุณาของพระองค์อย่างมากที่สุด
พระเจ้าทรงสัตย์จริง พระองค์ไม่สามารถหลอกลวงคุณได้
แม้ความเชื่อของคุณจะอ่อนแอถึงที่สุด"

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Saturday, 15 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 14 (บทความสอนใจประจำวัน 14 มิถุนายน)

Daily Devotional, June 14

"As your days, so shall your strength be." (Deuteronomy 33:25)

No one can possibly tell the future; but our God knows, and He has promised His people strength equal to their trials.
We should not be anxious, for with the trial comes the strength. Our trials are to be numbered among our mercies. We have always found our God faithful; He always gives strength according to the day; and why should we ever doubt?
"I will trust and not be afraid, for the Lord is my strength and my song; He also is become my salvation." (Isaiah 12:2) We go from strength to strength, and every true believer shall appear before God in Zion. He will perfect that which concerns us. Let us then expect God to give us all we need. Let us believe that our strength will be equal to the burden.

"Trusting as the days go by;
Trusting as the moments fly;
Trusting Him whate’re befall,
Trusting Jesus – that is all."
(Edgar Page Stites, hymn "Simply Trusting Every Day")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 14 มิถุนายน

"ขอให้กำลังของท่านคงอยู่ตลอดวันคืนของท่าน" (เฉลยธรรมบัญญัติ 33:25 THSV2011)

ไม่มีใครที่จะสามารถทำนายอนาคตได้ มีเพียงแต่พระเจ้าเท่านั้นที่ทราบ และพระองค์ได้สัญญาไว้กับประชากรของพระองค์ถึงกำลังที่จะเพียงพอสำหรับการทดลองที่พวกเขาจะเผชิญ
เราไม่ควรที่จะวิตกกังวล เพราะการทดลองจะมาพร้อมกับกำลัง การทดลองของเราจะมีปริมาณเท่ากันกับพระเมตตาที่จะทรงประทานให้ เราจะพบได้เสมอว่าพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ พระองค์จะประทานกำลังเพียงพอสำหรับแต่ละวัน และเหตุใดเราจึงควรสงสัยเล่า?
"ข้าพเจ้าจะวางใจและไม่กลัว เพราะพระยาห์เวห์ คือพระยาห์เวห์เองทรงเป็นกำลังและบทเพลงของข้าพเจ้า และพระองค์ทรงเป็นความรอดของข้าพเจ้าแล้ว" (อิสยาห์ 12:2 THSV2011) เราก้าวจากกำลังสู่กำลังที่มากยิ่งขึ้น และผู้เชื่อที่แท้ทุกๆ คนก็จะปรากฎอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าในศิโยน พระองค์จะทำให้ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเราสมบูรณ์แบบ เมื่อเป็นเช่นนี้ ขอให้เราคาดหวังที่พระเจ้าจะประทานสิ่งจำเป็นทั้งสิ้นให้กับเรา ขอให้เราเชื่อว่ากำลังของเราจะมีเพียงพอสำหรับภาระของเรา

"วางใจเมื่อเหตุการณ์ผ่านไป วางใจเมื่อวันเวลาผ่านไป
วางใจพระองค์ในทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เพียงแค่วางใจในพระเยซู"
(Edgar Page Stites, เพลง "Simply Trusting Every Day")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Friday, 14 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 13 (บทความสอนใจประจำวัน 13 มิถุนายน)

Daily Devotional, June 13

"The Angel of the Lord stood by." (Zechariah 3:5)

When Satan accused Joshua, when his filthy clothes witnessed against him, and he was summoned to appear before God, it was Jesus who stood ready to help him.
The same Jesus stands by all His people. He stands on our side in prayer- in trouble- in temptation-in all our efforts to glorify God. He stands by to instruct us in the will of God; to help us in the work of God.
Our eyes should always be fixed on Jesus; He will never leave us. Jesus sees our every action. That should make us very careful, thankful and courageous. May we always remember that Jesus stands by us to help us.

"The Angel of the Lord surrounds
And guards continually
All those who fear and honour Him;
He sets his people free." (Psalm 34:7)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 13 มิถุนายน

"ทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์ก็ยืนอยู่" (เศคาริยาห์ 3:5 THSV2011)

เมื่อซาตานกล่าวหาโยชูวา เมื่อเสื้อผ้าอันสกปรกได้เป็นพยานแจ้งความผิดแก่ท่าน และท่านก็ได้รับการเรียกให้ปรากฎตัวอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้า นั่นเป็นพระเยซูผู้ที่ยืนอยู่ พร้อมที่จะช่วยเหลือท่าน
พระเยซูผู้นี้แหละ ที่ก็ได้ยืนอยู่เคียงข้างประชากรของพระองค์ทุกๆ คน พระองค์ยืนอยู่ฝ่ายเราในการอธิษฐาน ในความยากลำบาก ในการทดลอง ในความพยายามทั้งสิ้นของเราที่จะถวายเกียรติสิริแด่พระเจ้า พระองค์ยืนอยู่เคียงข้างเราเพื่อสอนเราถึงพระประสงค์ของพระเจ้า เพื่อช่วยเราในการรับใช้พระเจ้า
สายตาของเราควรจะจับจ้องไปที่พระเยซูเสมอ พระองค์จะไม่มีวันละทิ้งเราไปเลย พระเยซูเห็นทุกการกระทำของเรา นั่นควรที่จะทำให้เราระมัดระวัง สำนึกในพระคุณ และมีความกล้าหาญอย่างยิ่ง ขอที่เราจะระลึกเสมอว่าพระเยซูอยู่เคียงข้างเราเพื่อช่วยเรา

"ทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์ตั้งค่ายอยู่โดยรอบผู้ที่ยำเกรงพระองค์ พระองค์ทรงช่วยเขาให้พ้นภัย" (สดุดี 34:7 THSV2011)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Thursday, 13 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 12 (บทความสอนใจประจำวัน 12 มิถุนายน)

Daily Devotional, June 12

"The Lord God is a Sun and Shield." (Psalm 84:11)

We must look to God for light, comfort, and fruitfulness. All who know Him, believe Him, and walk with Him are blessed.
He gives light in darkness, joy in sorrow, and life in death. We find protection in Him. His salvation is our shield; we use it by faith. He will enlighten and protect us against all Satan’s schemes. He will never fail us, or leave us in need. He pours down blessings upon as freely as the sun shines its heat.
Let us then wait upon the Lord this day, and walk in the light of His face. Trust in the Lord; His promises shall be fulfilled in us, and He will yet glorify every perfection of His nature in us. O, the riches of His grace!

‘For the Lord gives grace and honour;
God will be a shield and sun.
He will not withhold His blessing
From the just and blameless one.
Lord Almighty, great and true,
Blessed the one who trusts in You.’ (Psalm 84:11-12)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 12 มิถุนายน

"พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงเป็นดวงตะวันและเป็นโล่" (สดุดี 84:11 THSV2011)

เราจะต้องมองไปยังพระเจ้าเพื่อที่จะได้รับแสงสว่าง การปลอบโยนจิตใจ และการเกิดผลดี ทุกคนที่รู้จักพระองค์ เชื่อในพระองค์ และดำเนินชีวิตกับพระองค์ ก็ได้รับพร
พระองค์ประทานแสงสว่างในความมืด ความชื่นบานในความเศร้าโศก และชีวิตในความตาย เราพบการปกป้องในพระองค์ ความหลุดพ้น (ความรอด) ของพระองค์ก็เป็นโล่ของเรา เราใช้โล่นี้โดยความเชื่อ พระองค์จะทำให้เราเข้าใจและปกป้องเราจากแผนการของซาตาน พระองค์จะไม่มีวันทำให้เราผิดหวังหรือละทิ้งเราให้ขัดสน พระองค์เทพระพรมาให้แก่เราโดยไม่คิดมูลค่า ดังที่ดวงอาทิตย์ได้ส่องสว่างให้ความร้อนแก่เรา
ดังนั้น ขอให้เรารอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าในวันนี้ และดำเนินชีวิตในความสว่างแห่งพระพักตร์ของพระองค์ จงวางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า พระสัญญาของพระองค์จะสำเร็จในชีวิตของเรา และพระองค์จะยังคงทำให้ความสมบูรณ์แบบทุกประการของธรรมชาติของพระองค์ที่อยู่ในเราได้รับเกียรติสิริ โอ้ พระคุณของพระองค์ช่างบริบูรณ์เสียจริง!

"เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าทรงเป็นดวงตะวันและเป็นโล่ พระยาห์เวห์ประทานความโปรดปรานและเกียรติ พระองค์มิได้ทรงหวงสิ่งดีอันใดไว้ จากบรรดาผู้ที่ดำเนินในความซื่อสัตย์
ข้าแต่พระยาห์เวห์จอมทัพ คนที่วางใจในพระองค์ก็เป็นสุข" (สดุดี 84:11-12 THSV2011)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Wednesday, 12 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 11 (บทความสอนใจประจำวัน 11 มิถุนายน)

Daily Devotional, June 11

"The Lord is my portion." (Lamentations 3:24)

The Christian is wonderfully provided for! The Lord has given us Himself; He says, "I am your inheritance." (Numbers 18:20)
We are always with Him, and all He has is ours. His power is ours to support us, His wisdom to guide us, His love to comfort us, His mercy to relieve us, His goodness to provide for us, His justice to defend us, His covenant to keep us secure, and His heaven to receive us.
We are to live in Him, rejoice in Him, and look to Him for all we need. We must give Him first place as we seek to live for His glory. No one can take our inheritance from us. People may fail us and deceive us, but God is our portion for ever.

"To Your glory You will bring me
With Your counsel as my guide.
I have none but You in heaven;
All on earth I lay aside.
Flesh and heart may fail, but ever
God my portion will abide." (Sing Psalms 73:24-26)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 11 มิถุนายน

"พระยาห์เวห์ทรงเป็นมรดกส่วนของข้าพเจ้า" (บทเพลงคร่ำครวญ 3:24 THSV2011)

คริสเตียนมีผู้ที่จัดเตรียมสิ่งต่างๆ ให้อย่างดีเยี่ยม! องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ประทานพระองค์เองให้กับเรา พระองค์ตรัส "เราเป็นมรดกของท่าน" (กันดารวิถี 18:20)
เราอยู่กับพระองค์เสมอ และทุกสิ่งที่พระองค์มีก็เป็นของเรา ฤทธิ์อำนาจของพระองค์ก็เป็นของเราเพื่อช่วยเหลือเรา พระปัญญาของพระองค์ก็เพื่อนำทางให้กับเรา ความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) ของพระองค์ก็ปลอบโยนจิตใจของเรา พระเมตตาของพระองค์ก็เพื่อทำให้เราได้ผ่อนคลาย ความดีของพระองค์ก็เพื่อจัดเตรียมสิ่งต่างๆ ให้กับเรา ความยุติธรรมของพระองค์ก็เพื่อปกป้องเรา พระสัญญาของพระองค์ก็เพื่อรักษาเราไว้ให้ปลอดภัย และสวรรค์ของพระองค์ก็เพื่อต้อนรับเรา
เราจำเป็นต้องดำรงชีวิตในพระองค์ ชื่นชมยินดีในพระองค์ และมองไปที่พระองค์เพื่อจะได้รับสิ่งจำเป็นทั้งสิ้นสำหรับชีวิตเรา เราจำเป็นต้องให้พระองค์เป็นที่หนึ่งในชีวิตในขณะที่เราแสวงหาที่จะดำรงชีวิตเพื่อเกียรติสิริของพระองค์ ไม่มีใครที่จะเอามรดกของเราไปจากเราได้ ผู้คนอาจจะทำให้เราผิดหวังและหลอกลวงเรา แต่พระเจ้าจะเป็นมรดกส่วนของเราตลอดไป

"ประทานคำปรึกษาแนะนำข้าพเจ้า แล้วจะทรงรับข้าพเจ้าไว้ในพระสิริรุ่งโรจน์
ยังมีใครอีกเล่าสำหรับข้าพเจ้าในสวรรค์? เมื่ออยู่กับพระองค์ ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาสิ่งใดบนแผ่นดิน
แม้ร่างกายและจิตใจข้าพเจ้าอ่อนกำลัง พระเจ้าก็ทรงเป็นหลักศิลาแห่งดวงใจ ทรงเป็นทรัพย์สมบัติของข้าพเจ้าตลอดไป" (สดุดี 119:24-26 THSV2011)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Tuesday, 11 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 10 (บทความสอนใจประจำวัน 10 มิถุนายน)

Daily Devotional, June 10

"I am Alpha and Omega." (Revelations 22:13)

Jesus is the first and the last. He began, He carries on, and He will complete the great work of our eternal salvation.
He is first with us in every trial, and He will never leave us nor forsake us. He is the foundation on which we build. He includes all that is good, great and glorious. The believer in Jesus has everything needed for this world and eternity.
Let us begin with Jesus, and then go on with Jesus, so shall we end with Jesus; and a blessed end it will be.
Oh, to know Him, and the mighty power that raised Him from the dead, to suffer with Him sharing in His death. Let us look to Jesus as our Alpha and Omega from day to day.

"Christ is my hope, my strength, my guide,
For me He groaned, and bled, and died;
Christ is the source of all my bliss,
My wisdom, and my righteousness;
My Saviour, Brother, faithful Friend,
On Him alone I now depend."

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 10 มิถุนายน

"เราคือ อัลฟาและโอเมก้า" (วิวรณ์ 22:13 THSV2011)

พระเยซูเป็นเบื้องต้นและบั้นปลาย พระองค์เริ่มต้นพระราชกิจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ในการช่วยให้เราได้รับความหลุดพ้น (ความรอด) นิรันดร์ พระองค์ดำเนินการต่อ และพระองค์จะทำให้ทำเร็จในที่สุด
พระองค์เป็นผู้แรกที่อยู่กับเราในการทดลองต่างๆ และจะไม่มีวันที่จะละทิ้งหรือทอดทิ้งเราเลย พระองค์เป็นรากฐานที่เราสร้างชีวิตของเราขึ้น พระองค์รวมเอาทุกสิ่งที่ดี ยิ่งใหญ่ และเต็มด้วยเกียรติสิริ ผู้ทีเชื่อในพระเยซูมีทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับโลกนี้และสำหรับนิรันดร์กาล ขอให้เราเริ่มต้นกับพระเยซู และดำเนินต่อไปกับพระเยซู ดังนี้เราก็จะมีอวสานร่วมกันกับพระเยซู และเราจะพบกับอวสานที่เต็มด้วยพระพร
โอ้ ขอที่ข้าพระองค์จะรู้จักพระองค์ และรู้จักฤทธิ์เดชแห่งการคืนพระชนม์ของพระองค์ และรู้จักการมีส่วนร่วมในความทุกข์ของพระองค์ และเป็นเหมือนพระองค์ในความตาย
ขอให้เรามองไปยังพระเยซูในทุกๆ วัน ให้พระองค์เป็นอัลฟาและโอเมกาของเรา

"พระคริสต์เป็นความหวัง กำลัง และผู้นำทางชีวิตของข้าฯ
พระองค์คร่ำครวญ หลั่งโลหิต และสละชีวิตเพื่อข้าฯ
พระคริสต์เป็นแหล่งของสุขสำราญทั้งสิ้นของข้าฯ
เป็นสติปัญญา และความชอบธรรมของข้าฯ
พระผู้ช่วย พี่ชาย สหายที่ไว้ใจได้ของข้าฯ
ข้าฯ จะหวังพึ่งในพระองค์แต่เพียงผู้เดียว"

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Friday, 7 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 06 (บทความสอนใจประจำวัน 06 มิถุนายน)

Daily Devotional, June 06

"He has done all things well." (Mark 7:37)

This was the verdict of the crowd who saw the miracles of Jesus. We heartily agree. He called us by His grace and we rejoice in all He has done for us.
We have been tried and tested from time to time, but when we think of His mercies and His deliverances we give thanks that He has never failed us.
We look back to the death of Jesus on the cross to procure our salvation, to His rising again from the dead, to His sending the Holy Spirit as our Comforter and we acclaim, "He has done all things well."
When we reach heaven, with what thanksgiving and love, we shall praise Him eternally for all He has done.

"How sovereign, wonderful, and free,
Is all His love to sinful me,
He plucked me as a brand from hell!
My Jesus has done all things well."
(Samuel Medley)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 06 มิถุนายน

"ท่านผู้นี้ทำทุกอย่างล้วนดีทั้งนั้น" (มาระโก 7:37 THSV2011)

นี่เป็นการตัดสินของฝูงชนที่เห็นการอัศจรรย์ของพระเยซู เราเห็นด้วยจากใจ พระองค์เรียกเราโดยพระคุณของพระองค์ และเราชื่นชมยินดีในทั้งหมดที่พระองค์ได้กระทำเพื่อเรา
พระองค์ได้ทดสอบเราเป็นครั้งคราว แต่เมื่อเราคิดถึงพระเมตตาของพระองค์และการที่พระองค์ช่วยให้ผ่านพ้นได้ เราก็ขอบพระคุณพระองค์ที่พระองค์ไม่เคยทำให้เราผิดหวังเลย
เรามองย้อนกลับไปยังการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูบนไม้กางเขนเพื่อนำมาซึ่งความหลุดพ้น (ความรอด) ของเรา ไปยังการคืนพระชนม์จากความตายของพระองค์ ไปยังการส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์มาให้เป็นผู้ปลอบโยนเรา และเราก็โห่ร้องสรรเสริญว่า "ท่านผู้นี้ทำทุกอย่างล้วนดีทั้งนั้น"
เมื่อเราไปถึงสวรรค์พร้อมกับการขอบพระคุณและใจกตัญญู (ความรักต่อพระเจ้า) เราก็จะสรรเสริญพระองค์ชั่วนิรันดร์สำหรับทุกสิ่งที่พระองค์ได้กระทำ

"ความรักของพระองค์ที่มีต่อคนบาปอย่างข้าฯ
ทั้งสิ้นช่างยิ่งใหญ่ ยอดเยี่ยม และไม่คิดมูลค่า
พระองค์คว้าข้าฯ ขึ้นมาจากนรก!
พระเยซูของข้าฯ ทำทุกย่างล้วนดีทั้งนั้น"
(Samuel Medley)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Thursday, 6 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 05 (บทความสอนใจประจำวัน 05 มิถุนายน)

Daily Devotional, June 05

"Lord, what so You want me to do?" (Acts 9:6)

All the Lord’s people should be working for the Lord’s glory. There is something for us to do to-day. Jesus is our Master, and has a right to our service.
We should obey Him willingly, cheerfully, habitually. Are we His? We show it by obeying Him. Have we faith, hope, love, humility, peace and thankfulness? We ought then in thankfulness for all these blessings to be working for Him, always working, and working as if every day were our last.
Are you serving Jesus in the spirit of Jesus? Beware not to put your service in the place of Jesus. Do all you can, and then lay all you do at His feet, it will need washing!

"God has called you out of darkness
Into His most marvellous light;
Brought His truth to life within you,
Turned your blindness into sight.
Let your light so shine around you
That God’s name is glorified
And all find fresh hope and purpose
In Christ Jesus crucified."

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 05 มิถุนายน

"พระองค์เจ้าข้า พระองค์ประสงค์จะให้ข้าพระองค์ทำอะไร" (กิจการ 9:6 TKJV)

ประชากรขององค์พระผู้เป็นเจ้าทั้งหมดควรที่จะทำงานเพื่อถวายเกียรติสิริแด่พระเจ้า มีบางสิ่งให้เราทำในวันนี้ พระเยซูเป็นเจ้านายของเรา และมีสิทธิในการรับใช้ของเรา
เราควรที่จะเชื่อฟังพระองค์ด้วยความเต็มใจ ด้วยความยินดี อย่างเป็นอุปนิสัย เราเป็นของพระองค์หรือไม่? เราแสดงออกได้ด้วยการเชื่อฟังพระองค์ เรามีความเชื่อ ความหวัง ความรัก ความถ่อมใจ สันติสุข และใจสำนึกในพระคุณหรือไม่? เมื่อนั้นเราควรที่จะทำงานเพื่อพระองค์ ทำงานเสมอ และทำงานราวกับว่าทุกวันเป็นวันสุดท้ายของเรา ทำด้วยใจขอบพระคุณสำหรับพระพรทั้งสิ้นที่เราได้รับ
คุณกำลังรับใช้พระเยซูในพระวิญญาณของพระเยซูหรือไม่? จงระวัง อย่าให้การรับใช้ของคุณมาแทนที่พระเยซู ทำทุกสิ่งที่คุณสามารถทำได้ และวางทุกสิ่งไว้ที่เบื้องพระบาทพระองค์ เพราะว่าสิ่งเหล่านั้นจำเป็นต้องได้รับการชำระล้าง!

"พระเจ้าได้เรียกคุณให้ออกจากความมืด
เข้าสู่ความสว่างอันล้ำเลิศที่สุดของพระองค์
พระองค์ได้นำความจริงของพระองค์สู่ชีวิตภายในคุณ
ทำให้คุณซื่งตาบอดได้มองเห็น
ขอที่แสงสว่างของคุณจะส่องประกาย
เพื่อพระนามของพระเจ้าจะได้รับเกียรติสิริ
และทุกคนก็จะได้พบความหวังและวัตถุประสงค์ที่สดใหม่
ในพระเยซูคริสต์ผู้ได้สละพระชนม์เพื่อเราทั้งหลาย"

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Wednesday, 5 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 04 (บทความสอนใจประจำวัน 04 มิถุนายน)

Daily Devotional, June 04

"His kindness to us." (Ephesians 2:7)

Let us praise God for His great kindness to us in every aspect of our lives- but especially in our spiritual rebirth.
How many, born in the same place, and educated in the same school, have lived their lives without a realization of the great kindness of God? Why have we been so privileged? We have been called by grace!
Our many sins have been forgiven, and we are kept by the power of God! We are blessed by the promises of God, and enabled to walk with God. We are looking for the coming again of Jesus. We have the promise of everlasting life! We can say, "All things are mine, for I am Christ’s, and Christ is God’s!"

"More of Yourself, O show me hour by hour,
More of Your glory, O my God and Lord;
More of Yourself, in all Your grace and power,
More of Your love and truth, Incarnate Word!"
(H. Bonar)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 04 มิถุนายน

"พระกรุณาที่มีต่อเรา" (เอเฟซัส 2:7 THSV2011)

ขอให้เราสรรเสริญพระเจ้าสำหรับพระกรุณาที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่มีต่อเราในทุกส่วนของชีวิตของเรา แต่เน้นเป็นพิเศษสำหรับการเกิดใหม่ฝ่ายวิญญาณของเรา
มีคนมากมายเพียงไร ที่ได้เกิดที่เดียวกับเรา และเรียนที่โรงเรียนเดียวกันกับเรา ที่ได้ดำรงชีวิตโดยปราศจากการรับรู้ถึงพระกรุณาอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า? เหตุใดเราจึงได้รับสิทธิพิเศษอย่างยิ่งนี้? พระคุณได้เรียกเรา!
กิเลสตัณหา (บาป) มากมายของเราได้รับการยกโทษ และเราก็ได้รับการพิทักษ์รักษาไว้โดยฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า! เราได้รับการอวยพรโดยพระสัญญาของพระเจ้า และได้รับการช่วยให้สามารถดำเนินชีวิตกับพระเจ้าได้ เรากำลังรอคอยการเสด็จกลับมาของพระเยซู เรามีพระสัญญาแห่งชีวิตนิรันดร์! เราสามารถกล่าวได้ว่า "ทุกสิ่งก็เป็นของข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าเป็นของพระคริสต์ และพระคริสต์เป็นของพระเจ้า"

"โอ ขอทรงสำแดงพระองค์เองให้ข้าได้เห็นมากยิ่งขึ้นในทุกโมงยาม
โอ ขอทรงสำแดงเกียริสิริของพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าและองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าฯ
ในพระคุณและฤทธิ์อำนาจของพระองค์ ขอทรงสำแดงพระองค์เองมากยิ่งขึ้น
ขอทรงสำแดงความรักและความจริงมากยิ่งขึ้นด้วยเถิด พระคำผู้เสด็จมาบังเกิด"
(H. Bonar)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Monday, 3 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 03 (บทความสอนใจประจำวัน 03 มิถุนายน)

Daily Devotional, June 03

"The exceeding riches of His grace." (Ephesians 2:7)

The Lord glories in His grace. It is His riches- His wealth. It is all treasured up in Jesus to be received by us.
His grace exceeds our thoughts and expectations - and our faith. Jesus is the gift of grace, as is the Holy Spirit and also all spiritual blessings. Grace includes all the blessings the church has received, is receiving and will receive throughout eternity.
Oh, for faith to believe the promises of God. There is an abundance of grace, and it is for us; for us this morning, for us whenever we ask. Let us therefore have grace, by which we may serve God acceptably with reverence and godly fear.

"Amazing grace! How sweet the sound;
That saved a wretch like me!
I once was lost, but now am found;
Was blind, but now I see."
(John Newton, hymn "Amazing Grace")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 03 มิถุนายน

"พระคุณอันอุดมเหลือล้นของพระองค์" (เอเฟซัส 2:7 THSV2011)

องค์พระผู้เป็นเจ้าได้รับเกียรติสิริในพระคุณของพระองค์ เป็นความอุดมของพระองค์ ความมั่งมีของพระองค์ และพระคุณก็ได้บริบูรณ์พร้อมในพระเยซู เพื่อที่เราจะได้รับพระคุณนี้ผ่านทางพระองค์
พระคุณของพระองค์ก็เหลือล้นมากยิ่งกว่าความคิด ความคาดหวัง และรวมถึงความเชื่อของเรา พระเยซูเป็นของขวัญแห่งพระคุณ เช่นเดียวกันกับพระวิญญาณบริสุทธิ์และพระพรฝ่ายวิญญาณทั้งสิ้น พระคุณได้รวมถึงพระพรทั้งสิ้นที่คริสตจักรได้รับแล้ว กำลังได้รับ และจะได้รับ จวบจนชั่วนิจนิรันดร์
โอ ขอทรงประทานความเชื่อเพื่อที่ข้าพระองค์จะเชื่อวางใจในพระสัญญาของพระเจ้า พระคุณนั้นมีอย่างบริบูรณ์และมีเพื่อเรา เพื่อเราในเช้าวันนี้ เพื่อเราในทุกเวลาที่เราทูลขอ ดังนี้ ขอให้เรารับเอาพระคุณ เพื่อที่ผ่านทางพระคุณนี้ เราจะได้รับใช้พระเจ้าอย่างเป็นที่พอพระทัยของพระองค์ ด้วยความเคารพนับถือ และความยำเกรงพระเจ้า

"พระคุณพระเจ้านั้นแสนชื่นใจ
ช่วยได้คนชั่วอย่างฉัน
ครั้งนั้นฉันหลงพระองค์ตามหา
ตาบอดแต่ฉันเห็นแล้ว"
(John Newton, เพลง "พระคุณพระเจ้า")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Sunday, 2 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 02 (บทความสอนใจประจำวัน 02 มิถุนายน)

Daily Devotional, June 02

"I will treat you kindly." (Genesis 32:9)

So the Lord promised Jacob; and the promise made to our fathers, He will fulfil for us. Such a promise does not exclude troubles of all kinds, and still the Lord deals well with us.
The promise guarantees that good will come through our trials; that grace will be given to strengthen us, and all our needs will be met.
What a comfort to know that God treats us kindly in health and in sickness, in life and in death; in time and through eternity. We have good reason to be filled with confidence, contentment and thanksgiving!
Jacob, though tried, found the Lord faithful, and so shall we. Let us rejoice that God has said "I will treat you well. I will save you with an everlasting salvation. I will be your God and your glory."

"Be still my soul: the Lord is on your side;
Bear patiently the cross of grief or pain;
Leave to your God to order and provide;
In every change He faithful will remain.
Be still, my soul: your best, your heavenly Friend
Through thorny ways leads to a joyful end."
(K.V.Schlegel, hymn "Be Still, My Soul")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 02 มิถุนายน

"เราจะทำดีแก่ท่าน" (ปฐมกาล 32:9 THSV2011)

ดังเช่นที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้สัญญาไว้กับยาโคบ รวมถึงพระสัญญาที่พระองค์ได้ประทานให้แก่บรรพบุรุษของเรา พระองค์จะทำตามนั้นเพื่อเรา พระสัญญาดังกล่าวมิได้ตัดปัญหาประเภทต่างๆ ออกไป และพระเจ้าจะยังคงดูแลเราอย่างดี
พระสัญญายืนยันว่าสิ่งดีจะเกิดขึ้นผ่านทางการทดสอบที่เราเผชิญ และจะทรงประทานพระคุณให้กับเราเพื่อให้กำลังแก่เรา และเราจะได้รับสิ่งจำเป็นทั้งสิ้นสำหรับเรา
ช่างเป็นคำปลอบโยนที่ยิ่งใหญ่ ที่พระเจ้าจะปฏิบัติต่อเราด้วยความกรุณา ในยามที่เราแข็งแรงดี และในยามเจ็บป่วย ในชีวิตและในความตาย ในกาลเวลาและจวบจนนิรันดร์กาล เรามีเหตุผลที่ดีที่จะเต็มด้วยความมั่นใจ ความพอใจ และใจที่รู้สึกขอบพระคุณ!
ผ่านทางการทดสอบ ยาโคบได้พบว่าพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ และก็จะเป็นเช่นนั้นสำหรับเรา ขอให้เราชื่นชมยินดี เพราะพระเจ้าได้ตรัสว่า "เราจะทำดีแก่เจ้า เราจะช่วยให้เจ้าหลุดพ้น (รอด) ด้วยความหลุดพ้นนิรันดร์ เราจะเป็นพระเจ้าของเจ้าและเป็นเกียรติสิริของเรา"

"จงนิ่งเสีย จิตใจของข้าฯ พระเจ้าอยู่เคียงข้างคุณ
จงรับกางเขนแห่งความทุกข์หรือความเจ็บปวด และแบกไว้ด้วยความอดทน
จงวางใจให้พระเจ้าบัญชาและจัดเตรียม
พระองค์ยังคงสัตย์ซื่อในทุการเปลี่ยนแปลง
จงนิ่งเสีย จิตใจของข้าฯ พระองค์เป็นสหายรัก สหายแห่งสวรรค์
หนทางขวากหนามนี้ จะนำไปสู่จุดหมายแห่งความชื่นชมยินดี"
(K.V.Schlegel, เพลง "Be Still, My Soul")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Saturday, 1 June 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, June 01 (บทความสอนใจประจำวัน 01 มิถุนายน)

Daily Devotional, June 01

"The Lord is our righteousness." (Jeremiah 23:6)

Jesus is the eternal unchangeable God. He is our righteousness. For this reason the Son of God became man, worked, suffered, and died on the cross to take the punishment for our sins.
We have no righteousness by nature, but we have the righteousness of God by faith in Jesus. We have all justice can demand, or God requires, for our full and eternal salvation.
Let us look to-day, all the day, and every day to Jesus, as "The Lord our righteousness." Let us go to work, to every difficult situation, in the strength of the Lord, thanking God for His righteousness, even His alone. This is our strength in prayer, in daily praise, and our trust as we face death.

"Saviour, since of Zion’s city * (*heaven)
I through grace a member am,
Let the world deride or pity,
I will glory in Your name:
Fading are the world’s best pleasures,
All its boasted pomp and show:
Solid joys and lasting treasures
None but Zion’s children know."
(John Newton, hymn "Glorious Things of Thee Are Spoken")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 01 มิถุนายน

"พระยาห์เวห์ทรงเป็นความชอบธรรมของเรา" (เยเรมียห์ 23:6 THSV2011)

พระเยซูเป็นพระเจ้าผู้เป็นนิรันดร์และไม่เปลี่ยนแปลง พระองค์เป็นความชอบธรรมของเรา ด้วยเหตุนี้เอง พระบุตรของพระเจ้าจึงได้เสด็จมาเป็นมนุษย์ ทำพระราชกิจ ทนทุกข์ และสิ้นพระชนม์บนกางเขน เพื่อรับเอาการลงโทษบาปของเราไป
โดยธรรมชาติแล้ว เราไม่มีความชอบธรรม แต่เราได้รับความชอบธรรมของพระเจ้าโดยความเชื่อในพระเยซู เรามีคุณสมบัติเพียงพร้อมตามที่ความยุติธรรมเรียกร้องหรือพระเจ้าต้องการเพื่อที่เราจะได้รับความหลุดพ้น (ความรอด) อย่างสมบูรณ์และนิรันดร์
ขอให้เรามองไปที่พระเยซูผู้เป็น "องค์พระผู้เป็นเจ้า ความชอบธรรมของเรา" ในวันนี้ ตลอดทั้งวัน และทุกๆ วัน ขอให้เราเผชิญกับการงาน สถานการณ์ที่ยากทุกสถานการณ์ ด้วยกำลังขององค์พระผู้เป็นเจ้า ด้วยใจสำนึกถึงความชอบธรรมของพระองค์แต่เพียงผู้เดียว นี่เป็นกำลังของเราในการอธิษฐาน การสรรเสริญประจำวัน และการไว้วางใจของเรา ในยามที่เราเผชิญกับความตาย

"พระผู้ช่วย ครั้นเวลาแห่งเมืองศิโยน (สวรรค์)
ซึ่งข้าเป็นสมาชิก ผ่านทางพระคุณ
ยอมให้โลกหัวเราะเยาะและสงสาร
ข้าพระองค์จะถวายเกียรติพระนามพระองค์
ความพึงพอใจสูงสุดของโลกนี้ก็จืดจาง
รวมถึงทุกสิ่งที่โลกนี้โอ้อวดและแสดงออก
แต่ไม่มีใครเลย ยกเว้นบุตรของศิโยนเท่านั้น
ที่รู้จักกับความชื่นชมยินดีที่มั่นคงและทรัพย์สมบัติอันถาวร"
(John Newton, เพลง "Glorious Things of Thee Are Spoken")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)