Monday, 29 April 2013

The Believer's Daily Remembrancer by J. Smith, April 28 (บทความสอนใจประจำวัน 29 เมษายน)

Daily Devotional, April 29

"But you are rich." (Revelation 2:9)

Many Christians are poor, for God has chosen the poor of this world, rich in faith, and heirs of heaven, which He has promised to those who love Him. They are often persecuted and troubled. So was the church in Smyrna, but Jesus said to her, "You are rich." (Revelation 2:9)
So are all the Lord’s people. Rich by relation- God is their Father, and Jesus their elder brother. Rich by donation- Jesus has given them unsearchable riches. Rich by promise- the Lord has promised all good things.
You are rich! Jesus has given you His righteousness, to cover your sins; His blood, to cleanse you; His Spirit, to make you holy; His angels to help you and heaven to be your home.
Precious Saviour- teach me to love You more.

"Count your many blessings,
Wealth can never buy,
Your reward in heaven,
Nor your home on high!"
(Johnson Oatman Jr, hymn "When upon life’s billows you are tempest tossed")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 29 เมษายน

"กระนั้นเจ้าก็มั่งมี!" (วิวรณ์ 2:9 TNCV)

คริสเตียนมากมายที่ยากจน เพราะพระเจ้าได้เลือกคนยากจนในโลกนี้ ให้เป็นคนที่มั่งมีในความเชื่อ และเป็นผู้รับสวรรค์เป็นมรดก ซึ่งพระองค์ได้สัญญาไว้กับบรรดาผู้ที่มีใจกตัญญู (ความรักที่แท้) ต่อพระองค์ พวกเขามักจะถูกข่มเหงและเผชิญปัญหา ดังเช่นคริสตจักรในเมืองสเมอร์นา แต่พระเยซูตรัสกับเขาว่า "กระนั้นเจ้าก็มั่งมี!" (วิวรณ์ 2:9 TNCV)
บรรดาประชากรขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็มั่งมีเช่นเดียวกัน มั่งมีด้วยความสัมพันธ์ เพราะพระเจ้าเป็นพระบิดาและพระเยซูเป็นพี่ชายของพวกเขา มั่งมีโดยการบริจาค เพราะพระเยซูได้ประทางความมั่งมีเหลือคณานับให้แก่พวกเขา มั่งมีโดยคำสัญญา เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าได้สัญญาสิ่งดีทั้งปวง
คุณมั่งมี! พระเยซูได้ประทานความชอบธรรมของพระองค์ให้แก่คุณ เพื่อที่จะปกคลุมบาปของคุณ พระองค์ได้ประทานพระโลหิตของพระองค์ เพื่อชำระล้างคุณ พระองค์ได้ประทานพระวิญญาณของพระองค์ เพื่อทำให้คุณบริสุทธิ์ พระองค์ได้ประทานทูตสวรรค์ของพระองค์ เพื่อช่วยคุณ และพระองค์ได้ประทานสวรรค์ให้เป็นบ้านของคุณ
โอ พระผู้ช่วยผู้ทรงล้ำค่า ขอทรงสอนข้าพระองค์ให้มีใจกตัญญู (ความรักที่แท้) ต่อพระองค์มากขึ้นทุกวัน

"รับพระพรซึ่งทรัพย์สินเงินทองซื้อไม่ได้
แล้วพระเจ้าประทานบำเหน็จจนเหลือบรรยาย"
(Johnson Oatman Jr, เพลง "นับพระพร")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Sunday, 28 April 2013

The Believer's Daily Remembrancer by J. Smith, April 28 (บทความสอนใจประจำวัน 28 เมษายน)

Daily Devotional, April 28

"Though I am nothing." (2 Corinthians 12:11)

This was Paul’s opinion of himself; "the chief of sinners." (1 Timothy 1:15) The more we know of ourselves, and of Jesus, the more humble we are; and so happier and more holy.
It is our pride that makes us want to be noticed in this world! The Christian is willing to be nothing, that Christ may be all in all. Apart from Christ we are less than nothing, but in Christ we are something! We are empty, but He fills us; naked, but He clothes us; helpless, but He strengthens us; lost, but He finds us; ruined, but He saves us; poor, but He supplies us.
All we are, is by Christ; all we have, is from Christ; all we shall be is through Christ.

"Now none but Christ can satisfy,
No other name for me.
There’s love, and life, and lasting joy,
Lord Jesus, found in Thee."
(Hymn "None but Christ", unknown author)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 28 เมษายน

"ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่มีอะไรดีเด่น" (2 โครินธ์ 12:11 TNCV)

นี่เป็นความเห็นของเปาโลที่มีต่อตัวท่านเอง "ในบรรดาคนบาปข้าพเจ้าเป็นตัวร้ายที่สุด" (1 ทิโมธี 1:15 TNCV) ยิ่งเรารู้จักตัวเราเองและรู้จักพระเยซูมากขึ้นเท่าไร เราจะยิ่งถ่อมใจลงมากขึ้นเท่านั้น และเราก็จะมีความสุขมากยิ่งขึ้น และบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น
ความหยิ่งผยองของเราทำให้เราอยากจะเป็นที่ยอมรับของโลกนี้! คริสเตียนปรารถนาที่จะไม่มีอะไรดีเด่นเพื่อที่พระคริสต์จะอยู่เหนือทุกสิ่งในชีวิตของเรา ปราศจากพระคริสต์แล้ว เราก็ต่ำต้อยยิ่งกว่าผู้ที่ไม่มีอะไรเลย แต่ในพระคริสต์ เราเป็นบางสิ่งบางอย่าง! เราว่างเปล่า แต่พระองค์เติมเต็มชีวิตเรา เราเปลือยกาย แต่พระองค์ใส่เสื้อผ้าให้แก่เรา เราไร้ที่พึ่ง แต่พระองค์ให้กำลังแก่เรา เราหลงทาง แต่พระองค์พบเรา เราถูกทำลาย แต่พระองค์ช่วยชีวิตเรา เรายากจน แต่พระองค์จัดเตรียมสิ่งต่างๆ ให้แก่เรา
ทุกสิ่งที่เราเป็นก็โดยพระคริสต์ ทุกสิ่งที่เรามีก็มาจากพระคริสต์ และทุกสิ่งที่เราจะเป็นก็ผ่านทางพระคริสต์

"บัดนี้ ไม่มีผู้ใดนอกจากพระคริสต์ ที่ทำให้อิ่มใจ!
ไม่มีนามอื่นใดสำหรับข้าฯ
สำหรับความรัก ชีวิต และความชื่นชมยินดีอันถาวร
ข้าสามารถพบได้ในพระองค์ พระเยซูเจ้าข้า"
(เพลง "None but Christ", ไม่ทราบผู้แต่ง)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Saturday, 27 April 2013

The Believer's Daily Remembrancer by J. Smith, April 27 (บทความสอนใจประจำวัน 27 เมษายน)

Daily Devotional, April 27

"I, yes I, am the One who comforts you." (Isaiah 51:12)

We, as believers in Jesus, often become discouraged; we do not live up to our privileges. The things of time become too important to us, because we do not give enough thought to the heaven that awaits us. But our Lord is the God of all comfort, and to Him alone we should look.
He comforts us by His Son whom He has given us; by the Holy Spirit whom He pours out upon us; by His Word in which He speaks to us; and through the church where we have fellowship with His people.
Let us look to God this morning, and pray according to His Word for His comfort for ourselves and others.

"I know that my Redeemer lives,
And on the earth again shall stand,
I know eternal life He gives,
That grace and power are in His hand."
(Jessie B. Pounds, hymn "I know that my Redeemer liveth")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 27 เมษายน

"เรานี่แหละเป็นผู้ปลอบโยนเจ้า" (อิสยาห์ 51:12 TNCV)

เราซึ่งเป็นผู้เชื่อในพระเยซู มักจะท้อใจ เราไม่ได้ดำรงชีวิตตามสิทธิพิเศษที่เรามี สิ่งต่างๆ ในกาลเวลากลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของเรามากจนเกินไป เพราะเราไม่ได้คิดถึงสวรรค์ที่รอคอยเราอยู่มากเพียงพอ แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราเป็นพระเจ้าแห่งการปลอบโยนทั้งสิ้น และเราควรจะมองไปที่พระองค์แต่เพียงผู้เดียว
พระองค์ปลอบโยนเราโดยพระบุตรของพระองค์ที่พระองค์ได้ประทานให้แก่เรา โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ผู้ซึ่งพระองค์ได้เทลงมาให้แก่เรา โดยพระคำของพระองค์ที่พระองค์ได้ตรัสแก่เรา และผ่านทางคริสตจักรที่ซึ่งเรามีสามัคคีธรรมกับประชากรของพระองค์
ขอให้เรามองไปที่พระเจ้าในเช้าวันนี้ และอธิษฐานตามพระคำของพระองค์ เพื่อเราเองและผู้อื่นก็จะได้รับการปลอบโยน

"ข้าฯ รู้ว่าพระผู้ไถ่ทรงพระชนม์
และจะทรงเสด็จมายังโลกนี้อีกครั้งหนึ่ง
ข้าฯ รู้จักชีวิตนิรันดร์ที่พระองค์ประทานให้
พระคุณและฤทธิ์อำนาจล้วนอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์"
(Jessie B. Pounds, เพลง "I know that my Redeemer liveth")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)


Friday, 26 April 2013

The Believer's Daily Remembrancer by J. Smith, April 26 (บทความสอนใจประจำวัน 26 เมษายน)

Daily Devotional, April 26

"Look, here is the Man." (John 19:5)

Jesus is presented before the crowd, crowned with thorns, whipped, His face disfigured more than any other, His blood is flowing. His heart is breaking, He is "the Man of Sorrows." (Isaiah 53:3)
Look to Him, for in Him is all the fullness of God; all the treasures of wisdom and knowledge. In Him the love of God shines forth. He is the only source of eternal salvation. He is God’s only-begotten Son, and the exact likeness of the Father. He is your Substitute and Redeemer. He is the holy, sinless Lamb of God taking away the sin of the world.
Consider Him, for here He shows forth the depth of His love; and teaches patience, and meekness despite insult, suffering and disgrace. Consider Jesus, and be ashamed of complaining. Love and obey Him.

"Lord, I love You, and adore,
Oh, for grace to love You more."
(William Cowper; hymn "Hark, My Soull, It Is The Lord!)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 26 เมษายน

"เขาอยู่ที่นี่แล้ว!" (ยอห์น 19:5 TNCV)

พระเยซูถูกนำเสนอให้กับฝูงชน ถูกสวมมงกุฎหนาม ถูกโบยตี โฉมหน้าของพระองค์ก็ผิดรูปยิ่งกว่าคนอื่นๆ พระโลหิตของพระองค์ก็หลั่งไหล หัวใจของพระองค์แตกสลาย พระองค์เป็น "คนเจ้าทุกข์" (อิสยาห์ 53:3)
จงมองดูพระองค์ เพราะความสมบูรณ์ของพระเจ้า รวมทั้งทรัพย์สมบัติแห่งปัญญาและความรู้ทั้งปวง ก็เห็นได้ชัดในพระองค์ ความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) ของพระเจ้าก็ส่องประกายในพระองค์ พระองค์เป็นเพียงแหล่งเดียวแห่งความหลุดพ้น (ความรอด) นิรันดร์ พระองค์เป็นพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า และเป็นเหมือนพระบิดาอย่างแท้จริง พระองค์ตายแทนที่คุณ และเป็นพระผู้ไถ่ พระองค์เป็นลูกแกะที่บริสุทธิ์ ปราศจากบาปของพระเจ้า ผู้ซึ่งรับบาปของโลกไป
จงพิจารณาพระองค์ เพราะพระองค์สำแดงความยิ่งใหญ่ของความเมตตากรุณา (ความรัก) ของพระองค์ และสอนให้เราเข้าใจความอดทน และความนอบน้อม แม้ในยามที่เผชิญกับการดูถูก การทนทุกข์ และความอับอาย จงพิจารณาพระเยซู และรู้สึกอับอายกับการบ่น จงมีใจกตัญญู (รักพระเจ้า) และเชื่อฟังพระองค์

"ข้าฯ รักพระองค์ และเทอดทูนพระองค์
โอ ขอประทานพระคุณเพื่อจะรักพระองค์มากขึ้น"
(William Cowper; เพลง "Hark, My Soull, It Is The Lord!)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

The Believer's Daily Remembrancer by J. Smith, April 25 (บทความสอนใจประจำวัน 25 เมษายน)

Daily Devotional, April 25

"For who makes you differ from another?" (1 Corinthians 4:7)

There is a big difference! The Christian is alive to God by Jesus Christ, while non- believers are spiritually dead in their sins. Believers have been chosen by God the Father, saved by the blood of Jesus, and taught by the Holy Spirit. They are created anew by Christ Jesus unto good works, which God has planned for them before their very births!
Who made the difference? You readily reply, "By God’s rich, free grace, through the truth of the Bible, I am what I am." (1 Corinthians 15:10)
Dear believer, know that you are entirely dependent on God’s grace and be humble before Him who has made you different. Pray for, and do all you can for those who are still without hope. God invites all to come to Him.

"Ask, and it shall be given unto you;
Seek, and you shall find;
Knock, and the door shall be opened unto you.
Hallelu, Hallelujah!"

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 25 เมษายน


"เพราะใครเล่าทำให้ท่านผิดแผกจากคนอื่น?" (1 โครินธ์ 4:7 TNCV)

มีความแตกต่างมากทีเดียว! คริสเตียนมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าโดยพระเยซูคริสต์ ขณะที่ผู้ที่ไม่เชื่อได้ตายฝ่ายวิญญาณในกิเลสตัณหา (ความบาป) ของพวกเขา ผู้เชื่อได้รับการเลือกโดยพระเจ้าพระบิดา หลุดพ้น (รับความรอด) โดยพระโลหิตของพระเยซู และได้รับการสอนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ พวกเขาได้รับการสร้างใหม่โดยพระเยซูคริสต์เพื่อให้ทำการดีที่พระเจ้าได้วางแผนให้พวกเขาก่อนที่พวกเขาจะเกิดเสียอีก!
ใครเล่าทำให้ท่านผิดแผกจากคนอื่น? คุณสามารถตอบได้ทันทีว่า "โดยพระคุณของพระเจ้าข้าพเจ้าจึงเป็นอย่างที่เป็นอยู่นี้" (1 โครินธ์ 15:10 TNCV)
ผู้เชื่อที่รัก จงรู้ว่าคุณต้องพึ่งพาพระคุณของพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง และจงถ่อมใจลงต่อพระพักตร์พระองค์ผู้ทรงทำให้คุณแตกต่าง จงอธิษฐานเพื่อและทำทุกสิ่งที่ทำได้เพื่อบรรดาผู้ที่ยังคงไร้ความหวัง พระเจ้าเชิญชวนทุกคนให้เข้ามาหาพระองค์

"จงขอแล้วท่านจะได้รับ จงหาแล้วท่านจะพบ จงเคาะแล้วประตูจะเปิดให้แก่ท่าน" (มัทธิว 7:7 TNCV)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Wednesday, 24 April 2013

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 24 (บทความสอนใจประจำวัน 24 เมษายน)

Daily Devotional, April 24

"I am the Bread of Life." (John 6:35)

We need bread for the soul, as well as for the body. All we need to strengthen and satisfy us is in Jesus, and found in the words of the Bible. He is received by faith. Yesterday’s spiritual food is no good for today! We must come to Him preferably morning by morning.
If the Holy Spirit has given us a spiritual hunger, Jesus, and Jesus only, will satisfy. When we feel weak, faint and weary, let us make use of this spiritual bread. If we feed on Jesus, we shall live by Him and have eternal life. Let us come to Him ,many times a day. Jesus only is "the bread of life: the bread which came down from Heaven." (John 6:35; 6:51)

"O come, in this sweet morning hour,
Feed me with food divine;
And fill with all Your love and power
This worthless heart of mine."
(Henry W. Baker, hymn "I am not worthy, holy Lord")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 24 เมษายน

"เราเป็นอาหารแห่งชีวิต" (ยอห์น 6:35 TNCV)

เราต้องการอาหารสำหรับจิตวิญญาณเช่นเดียวกับร่างกาย สิ่งจำเป็นทั้งสิ้นสำหรับเราเพื่อที่จะมีกำลังและอิ่มใจล้วนอยู่ในพระเยซู และพบได้ในถ้อยคำที่ปรากฎในพระคัมภีร์ เราสามารถต้อนรับพระองค์ได้ด้วยความเชื่อ อาหารฝ่ายวิญญาณของเมื่อวานก็ไม่เหมาะสมสำหรับวันนี้! เราจะต้องเข้าหาพระองค์ทุกๆ เช้า
หากพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทำให้เราหิวกระหายฝ่ายวิญญาณ มีเพียงพระเยซูเท่านั้นที่จะทำให้เราอิ่มได้ เมื่อเรารู้สึกอ่อนแอ อ่อนกำลัง และเหน็ดเหนื่อย ขอให้เราใช้ประโยชน์จากอาหารฝ่ายวิญญาณนี้ หากเราเลี้ยงชีวิตด้วยพระเยซู เราจะดำรงชีวิตอยู่โดยพระองค์และมีชีวิตนิรันดร์ ขอให้เราเข้าหาพระองค์หลายครั้งต่อวัน พระเยซูเพียงผู้เดียวที่เป็น "อาหารแห่งชีวิต" (ยอห์น 6:35 TNCV) เป็น "อาหารที่ลงมาจากสวรรค์" (ยอห์น 6:51 TNCV)

"ขอทรงเสด็จมาในเวลาเช้าอันหวานชื่นนี้
เลี้ยงดูชีวีข้าฯ ด้วยอาหารของพระองค์
และเติมหัวใจนี้ของค่าที่ไม่คู่ควร
ด้วยความเมตตากรุณาและฤทธิ์อำนาจของพระองค์"
(Henry W. Baker, เพลง "I am not worthy, holy Lord")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Tuesday, 23 April 2013

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 23 (บทความสอนใจประจำวัน 23 เมษายน)

Daily Devotional, April 23

"Have faith in God." (Mark 11:22)

You have the Bible, believe it; claim the promises in prayer. God cannot deceive you. He listens to you. If your motives are good, ask God to meet all your needs.
In every trial , trust God. He is always with you. He is ready to help. He rejoices over you to do you good. His Word is true. Patiently wait His time. Never give up praying because He delays. Your God "is able to do exceedingly abundantly above all that we can ask or think." (Ephesians 3:20) Prayer is your duty and privilege.
Be entirely devoted to Him. "Cast all your cares on Him, He cares for you." (1 Peter 5:7) "Therefore, I will look to the Lord." (Micah 7:7)

"Begone, unbelief! My Saviour is near,
And for my relief will surely appear:
By prayer let me wrestle, that He will perform;
With Christ in the vessel*, I smile at the storm." (* boat.)
(John Newton, hymn "Begone, Unbelief")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 23 เมษายน

"จงเชื่อพระเจ้า" (มาระโก 11:22 TNCV)

คุณมีพระคัมภีร์ จงเชื่อพระคำ จงอ้างถึงพระสัญญาต่างๆ ในคำอธิษฐาน พระเจ้าไม่สามารถหลอกลวงคุณ พระองค์ฟังคุณ หากแรงจูงใจของคุณดี จงขอพระเจ้าที่จะประทานสิ่งจำเป็นทั้งสิ้นสำหรับคุณ
จงวางใจในพระเจ้าเมื่อคุณเผชิญการทดลองทุกอย่าง พระองค์อยู่กับคุณเสมอ พระองค์พร้อมที่จะช่วย พระองค์ชื่นชมยินดีในตัวคุณเมื่อคุณทำดี พระคำของพระองค์ถูกต้อง จงรอคอยเวลาของพระองค์ด้วยความอดทน จงอย่าหยุดอธิษฐานเพียงเพราะพระองค์ตอบช้า พระเจ้าของคุณ "สามารถกระทำเกินกว่าที่เราจะทูลขอหรือคาดคิด" (เอเฟซัส 3:20 TNCV) การอธิษฐานเป็นหน้าที่และสิทธิพิเศษของคุณ
จงอุทิศชีวิตทั้งสิ้นให้กับพระองค์ "จงละความกังวลทั้งสิ้นของท่านไว้กับพระองค์เพราะพระองค์ทรงห่วงใยท่าน" (1 เปโตร 5:7 TNCV) "แต่ส่วนข้าพเจ้าจะมุ่งหวังในองค์พระผู้เป็นเจ้า" (มีคาห์ 7:7 TNCV)

"จงไปเสียให้พ้น ความไม่เชื่อของข้า! พระผู้ช่วยอยู่ใกล้
และเพราะแน่ทีเดียว ข้าฯ จะได้ผ่อนคลายในอีกไม่ช้า
โดยการอธิษฐาน ขอที่ข้าฯ จะต่อสู้ ด้วยรู้ว่าพระองค์จะช่วยข้าฯ
มีพระเยซูอยู่ในเรือ ข้าฯ จะยิ้มสู้พายุ"
(John Newton, hymn "Begone, Unbelief")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 22 (บทความสอนใจประจำวัน 22 เมษายน)

Daily Devotional, April 22
"I will surely do you good." (Genesis 32:12)
This promise is intended for all believers. We don’t know what will happen today, but we know that God superintends every event, and will do us good. He is infinite in wisdom and goodness. We may have troubles and say "Everything is against me." Read about all David’s troubles, and hear him say, "It was good for me, that I was afflicted!" (Psalm 119:71) God will do you good by testing, humbling and proving you. He considers your soul’s welfare.
Look at your trials and say "This also will be blessed to me." Look to the past and sing, "Goodness and mercy have followed me all the days of my life" (Psalm 23:6). Look to the future and rejoice, "The Lord will give that which is good" (Psalm 85:12). Look in every direction, and say, "I will trust and not be afraid" (Isaiah 12:2).
"Trusting as the days go by,
Trusting as the moments fly,
Trusting Him, whatere befall,
Trusting Jesus, that is all!"
(Edgar Page Stites, hymn "Simply Trusting Every Day")
J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
บทความสอนใจประจำวัน 22 เมษายน
"เราจะทำให้เจ้าเจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอน" (ปฐมกาล 32:12 TNCV)
นี่เป็นคำสัญญาที่ตั้งใจประทานให้กับผู้เชื่อทุกคน เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันนี้ แต่เรารู้ว่าพระเจ้าควบคุมทุกเหตุการณ์ และจะทำให้เกิดผลดีต่อชีวิตเรา พระองค์เปี่ยมด้วยสติปัญญาและความดีที่ไร้ขีดจำกัด
เราอาจจะประสบปัญหา และบอกว่า "ทุกสิ่งแย่สำหรับข้าพเจ้า" จงอ่านเกี่ยวกับปัญหาทั้งหลายที่กษัตริย์ดาวิดได้เผชิญ และฟังท่านกล่าวว่า "ดีแล้วที่ข้าพระองค์ทุกข์ยาก" (สดุดี 119:71 TNCV) พระเจ้าจะทำให้เกิดผลดีแก่เราด้วยการทดสอบเรา การทำให้เราต่ำลง และการพิสูจน์เรา พระองค์พิจารณาถึงสวัสดิภาพของจิตวิญญาณของคุณ
จงมองที่ความทุกข์ยาก และกล่าวว่า "นี่จะเป็นพระพรสำหรับข้าพเจ้าด้วยเช่นกัน" จงมองที่อดีต และร้องว่า "ความดีและความรักอันยั่งยืนจะติดตามข้าพเจ้าไปตลอดวันคืนชีวิตของข้าพเจ้า" (สดุดี 23:6 TNCV) จงมองอนาคตและชื่นชมยินดี "องค์พระผู้เป็นเจ้าจะประทานสิ่งที่ดี" (สดุดี 85:12 TNCV) จงมองไปที่ทุกทิศทาง และกล่าวว่า "ข้าพเจ้าจะวางใจและไม่กลัว" (อิสยาห์ 12:2 TNCV)
"วางใจเมื่อเหตุการณ์ผ่านไป
วางใจเมื่อวันเวลาผ่านไป
วางใจพระองค์ในทุกสิ่งที่เกิดขึ้น
วางใจในพระเยซู คือทุกสิ่งที่ข้าฯ จะทำ"
(Edgar Page Stites, เพลง "Simply Trusting Every Day")
J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Friday, 19 April 2013

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 20 (บทความสอนใจประจำวัน 20 เมษายน)

Daily Devotional, April 20
"Give me life through Your Word." (Psalm 119:37)
We ought to RUN in the way of God’s commands; it is our misery that because of weakness and sin, we scarcely creep! We are dependant on the Holy Spirit for He alone can strengthen us.
Let us seek His help this morning. He is gracious and the grace-giving Spirit. He delights to exalt and honour Jesus.
Let us pray in Jesus name that the Holy Spirit will revive us and bring us nearer to God.
Let us ask for the love of Jesus to fill our hearts, for then we shall live well, serve well and die well. We daily need the presence of Jesus to keep us lively, devoted and working for God.
"God has called you out of darkness
Into His most marvellous light;
Brought His Truth to life within you,
Turned your blindness into sight.
Let your light so shine around you
That God’s name is glorified
And all find fresh hope and purpose
In Christ Jesus crucified."
J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
บทความสอนใจประจำวัน 20 เมษายน
"ขอทรงสงวนชีวิตของข้าพระองค์ตามพระวจนะของพระองค์" (สดุดี 119:37 TNCV)
เราควรที่จะวิ่งอยู่ในลู่ทางแห่งคำสั่งของพระเจ้า นี่เป็นความทุกข์ยากของเราที่เราไม่ค่อยได้เคลื่อนอย่างช้าๆ เป็นเพราะความอ่อนแอและความบาปของเรา! เราพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพราะพระองค์เพียงผู้เดียวที่สามารถให้กำลังแก่เรา
ขอให้เราแสวงหาความช่วยเหลือจากพระองค์ในเช้าวันนี้ พระองค์เป็นพระวิญญาณที่เปี่ยมด้วยพระคุณและประทานพระคุณ พระองค์ชื่นชอบที่จะยกย่องและให้เกียรติสิริแด่พระเยซู
ขอให้เราอธิษฐานในนามของพระเยซู ที่พระวิญญาณบริสุทธิ์จะฟื้นฟูชีวิตเรา และจะนำเราให้เข้าใกล้พระเจ้ามากยิ่งขึ้น
ขอให้เราทูลขอความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) ของพระเยซู ที่จะเติมเต็มในจิตใจของเรา เพราะเมื่อนั้น เราจะดำเนินชีวิตอย่างราบรื่น รับใช้อย่างราบรื่น และจากโลกนี้ไปอย่างราบรื่น การสถิตย์อยู่ของพระเยซูเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเราในแต่ละวันที่จะพิทักษ์รักษาเราไว้ให้มีชีวิตชีวา อุทิศชีวิตของเรา และทำงานเพื่อพระเจ้า
"พระเจ้าได้เรียกคุณให้ออกจากความมืด
เข้าสู่ความสว่างอันล้ำเลิศที่สุดของพระองค์
พระองค์ได้นำความจริงของพระองค์สู่ชีวิตภายในคุณ
ทำให้คุณซื่งตาบอดได้มองเห็น
ขอที่แสงสว่างของคุณจะส่องประกาย
เพื่อพระนามของพระเจ้าจะได้รับเกียรติสิริ
และทุกคนก็จะได้พบความหวังและวัตถุประสงค์ที่สดใหม่
ในพระเยซูคริสต์ผู้ได้สละพระชนม์เพื่อเราทั้งหลาย"
J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 17 (บทความสอนใจประจำวัน 17 เมษายน)

Daily Devotional, April 17
"Our sufficiency is of God." (2 Corinthians 3:5)
We are weak, but Jesus is strong; and His strength is perfected in our weakness. He has promised to work in us "to will and to do of His good pleasure." (Philippians 2:13) He speaks and it is done.
When God sent Moses to Pharaoh, He said, "Certainly, I will be with you" (Exodus 3:12): and the Lord’s presence was his strength. His fullness is our sufficiency. It is available to us in Jesus. We receive according to our need, our weakness, and our faith.
David said, "Through God, I shall do valiantly." (Psalm 60:12) Paul said, "I can do all things through Christ who strengthens me." (Philippians 4:13)
Don’t look to your own emptiness, or weakness; but look to what God has promised, and sing, "God is our refuge, and our strength." (Psalm 46:1)
"Since Jesus is with you, do not be afraid;
Since He is your God, you need not be dismayed:
He’ll strengthen you, guard you, and help you to stand,
Upheld by His righteous, omnipotent hand."
(M. Luther)
J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
บทความสอนใจประจำวัน 17 เมษายน
"ความสามารถของเรามาจากพระเจ้า" (2 โครินธ์ 3:5 TNCV)
เราอ่อนแอ แต่พระเยซูเข้มแข็ง กำลังของพระองค์ก็สมบูรณ์แบบในความอ่อนแอของเรา พระองค์ได้สัญญาที่จะทำงานในชีวิตเรา เพื่อที่เราจะ "ตั้งใจและทำตามพระประสงค์อันดีของพระองค์" (ฟิลิปปี 2:13 TNCV) พระองค์ตรัสและทุกสิ่งก็เป็นไปตามนั้น
เมื่อพระเจ้าส่งโมเสสไปยังฟาโรห์ พระองค์ตรัส "เราจะอยู่กับเจ้า" (อพยพ 3:12) และการสถิตย์อยู่ของพระเจ้าก็เป็นกำลังของโมเสส ความบริบูรณ์ของพระองค์ก็ปรากฎในความขาดแคลนของเรา และจะมีให้กับเราเสมอในพระเยซู เรารับตามความจำเป็นของเรา ความอ่อนแอของเรา และความเชื่อของเรา
ดาวิดกล่าวว่า "โดยพระเจ้าเราจะมีชัยชนะ" (สดุดี 60:12 TNCV) เปาโลกล่าวว่า "ข้าพเจ้าทำทุกสิ่งได้โดยพระองค์ผู้ประทานกำลังแก่ข้าพเจ้า" (ฟิลิปปี 4:13 TNCV)
อย่ามองที่ความว่างเปล่าของเราหรือความอ่อนแอของเรา แต่มองไปที่พระสัญญาของพระเจ้า และร้องว่า "พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยและเป็นกำลังของเรา" (สดุดี 46:1 TNCV)
"เมื่อพระเยซูอยู่กับคุณ จงอย่ากลัวเลย
เมื่อพระองค์เป็นพระเจ้าของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องท้อใจ
พระองค์จะให้กำลังกับคุณ ปกป้องคุณ ช่วยให้คุณสู้ต่อไหว
จะยกชูคุณไว้ด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์และชอบธรรมของพระองค์"
(M. Luther)
J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Tuesday, 16 April 2013

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 16 (บทความสอนใจประจำวัน 16 เมษายน)

Daily Devotional, April 16

"He will subdue our sins." (Micah 7:19)

God promises to pardon our sins by His grace, and bring them under control by His power. Pardon comes in answer to our prayer; holiness, which causes us to hate sin, follows. But like fire, apparently put out, it will break out again and again to disturb our peace and happiness. The Lord promises you this morning, "I will subdue your sins." (Micah 7:19) God reigns, and will conquer every rival.

"Sin shall not have dominion over you,
Oh, what a glorious message- and it’s true!
God has said it! It must stand!
Pass it on –it’s simply grand!
Sin shall not have dominion over you!"
(J. A. Oram)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 16 เมษายน

"จะทรงเหยียบบาปทั้งหลายของเราไว้ใต้พระบาท" (มีคาห์ 7:19 TNCV)

พระเจ้าสัญญาที่จะยกโทษบาปของเราโดยพระคุณของพระองค์ และนำบาปทั้งหลายของเราให้อยู่ใต้ฤทธิ์อำนาจของพระองค์ การยกโทษเป็นผลจากการตอบคำอธิษฐานของเรา ความบริสุทธิ์ซึ่งทำให้เราเกลียดชังความบาป ก็จะเกิดขึ้นตามมา แต่ก็เป็นเหมือนกับไฟ แม้ว่าจะดับแล้ว แต่ไฟก็จะลุกขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อรบกวนสันติสุขและความสุขของเรา
พระเจ้าสัญญากับเราในเช้าวันนี้ "จะทรงเหยียบบาปทั้งหลายของเราไว้ใต้พระบาท" (มีคาห์ 7:19 TNCV) พระเจ้าครอบครองอยู่และจะพิชิตศัตรูทั้งสิ้น

"บาปไม่มีวันที่จะมีอำนาจเหนือชีวิตคุณ
โอ ช่างเป็นข้อความแห่งเกียรติสิริและเป็นความจริง
พระเจ้าได้ตรัสไว้! และคำตรัสจะต้องคงอยู่!
จงบอกต่อความจริงนี้ เพราะมันช่างดีเหลือเกิน
บาปไม่มีวันที่จะมีอำนาจเหนือชีวิตคุณ"
(J. A. Oram)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 15 (บทความสอนใจประจำวัน 15 เมษายน)

Daily Devotional, April 15

"Set your affection on things above." (Colossians 3:2)

Let us lift our hearts to heaven this morning. There our Heavenly Father lives in unapproachable light. There our glorified Saviour, Jesus, sits at the right hand of the Father; and there too is the Holy Spirit, our gracious Comforter.
There the love, favour and presence of God are fully enjoyed. There peace, rest and happiness are eternally realized. There is the Crown of Righteousness, the Throne of Glory, and the River of Life which our God has set before us. There are our loved ones who have gone home before us, and there our affections should be.
What is earth? Whatever it is, we are leaving it! "Set your affections on things above!" (Colossians 3:2)

"Heaven is a beautiful place!
Full of glory and grace!
I want to see my Saviour’s face-
Heaven is a beautiful place!"

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 15 เมษายน

"จงให้ความคิดของท่านจดจ่ออยู่กับสิ่งเบื้องบน" (โคโลสี 3:2 TNCV)

ขอให้เรานำใจของเราไปยังสวรรค์ในเช้าวันนี้ ที่นั่นมีพระบิดาแห่งสวรรค์ของเราอาศัยอยู่ในแสงสว่างที่ยากที่จะเข้าใกล้ ที่นั่นมีพระเยซู พระผู้ช่วยที่ได้รับเกียรติสิริ นั่งอยู่ที่ขวามือของพระบิดา และ
เช่นกัน ที่นั่นมีพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระผู้ปลอบโยนเรา
ที่นั่นเราจะสามารถเพลิดเพลินกับความเมตตากรุณา ความโปรดปราน และการสถิตย์อยู่ของพระเจ้าได้อย่างเต็มเปี่ยม ที่นั่นเราสามารถตระหนักถึงสันติสุข การพักสงบ และความสุขแห่งนิรันดร์ ที่นั่นพระเจ้าได้จัดเตรียมมงกุฎแห่งความชอบธรรม บัลลังก์แห่งเกียรติสิริ และแม่น้ำแห่งชีวิตให้กับเรา ที่นั่นมีบุคคลที่เรารักที่ไปสวรรค์ก่อนหน้าเรารอคอยเราอยู่ และเราควรให้ความคิดของเราจดจ่ออยู่ที่นั่น
โลกนี้คืออะไร? ไม่ว่าจะคืออะไรก็ตาม เรากำลังจะจากโลกนี้ไป! "จงให้ความคิดของท่านจดจ่ออยู่กับสิ่งเบื้องบน" (โคโลสี 3:2 TNCV)

"สวรรค์เป็นที่ที่สวยงาม
เต็มด้วยเกียรติสิริและพระคุณ!
ข้าฯ ต้องการเป็นพระพัตร์ของพระผู้ช่วยของข้าฯ
สวรรค์เป็นที่ที่สวยงาม!"

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Monday, 15 April 2013

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 14 (บทความสอนใจประจำวัน 14 เมษายน)

Daily Devotional, April 14
"You are complete in Him." (Colossians 2:10)
If you look to yourself, you will find vanity, weakness and sin; but all believers are united by God to His beloved Son. Jesus is one with you, and all that He has is yours.
You are unholy, but He is made your holiness; and He will sanctify you wholly.
You are foolish, but He is made your wisdom, and He will make you wise into salvation.
You are weak, but He is your strength; and you can do all things through Him.
You are unrighteous, but He is made your righteousness; and you are not only righteous, but the righteousness of God in Him.
You are lost, but He is made your redemption; He has redeemed you from the curse of God and from this present evil world, and He will redeem you from death.
In Jesus you are holy, wise, strong and happy; in a word, complete! Amazing Grace!
"Amazing grace, how sweet the sound,
That saved a wretch like me!
I once was lost, but now am found,
Was blind, but now I see!"
(John Newton, hymn "Amazing Grace")
J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
บทความสอนใจประจำวัน 14 เมษายน
"ท่านได้รับความบริบูรณ์ในพระคริสต์" (โคโลสี 2:10 TNCV)
หากคุณมองที่ตัวคุณเอง คุณจะพบความว่างเปล่า ความอ่อนแอ และกิเลสตัณหา (ความบาป) แต่ผู้เชื่อทุกคนก็เป็นหนึ่งเดียวกันกับพระบุตรที่รักของพระเจ้า พระเยซูเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณ และทุกสิ่งที่พระองค์มีก็เป็นของคุณ
คุณไม่บริสุทธิ์ แต่พระองค์ทำให้คุณบริสุทธิ์  และจะชำระคุณให้บริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์
คุณโง่เขลา แต่พระองค์ให้สติปัญญาแก่คุณ และจะทำให้คุณมีปัญญาจนถึงการหลุดพ้น (ความรอด)
คุณอ่อนแอ แต่พระองค์เป็นกำลังของคุณ และคุณจะทำทุกสิ่งได้โดยพระองค์ คุณไม่ชอบธรรม แต่พระองค์ทำให้คุณชอบธรรม และคุณจะไม่เพียงแต่ชอบธรรม แต่จะได้รับความของธรรมของพระเจ้าในพระองค์
คุณหลงทาง แต่พระองค์ก็ไถ่คุณไว้ พระองค์ไถ่คุณจากคำสาปแช่งของพระเจ้าและจากโลกอันชั่วร้ายนี้ และพระองค์จะไถ่คุณจากความตาย
ในพระเยซู คุณบริสุทธิ์ มีปัญญา มีกำลัง และมีความสุข หรือสรุปคำเดียวคือ เสร็จสมบูรณ์! พระคุณมหัศจรรย์!
"พระคุณพระเจ้านั้นแสนชื่นใจ
ช่วยได้คนชั่วอย่างฉัน
ครั้งนั้นฉันหลงพระองค์ตามหา
ตาบอดแต่ฉันเห็นแล้ว"
(John Newton, เพลง "Amazing Grace")
J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Friday, 12 April 2013

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 12 (บทความสอนใจประจำวัน 12 เมษายน)

Daily Devotional, April 12

"He cannot deny Himself." (2 Timothy 2:13)

God has opened His heart to us in His Word. He intends every word He has spoken and will fulfil every promise and every unheeded warning. He cannot deny Himself, or falsify His Word.
We are changeable for we are "bruised reeds" (Isaiah 42:3); God is always the same, He is "the Rock of Ages." (Isaiah 26:4) He will have compassion on all who seek Him; and show mercy on all who pray to Him in the name of Jesus. He cannot ignore our prayers. He will take His own time, but will never dishonour His Word.
Believe His Word; even though the night be dark and the burden heavy. ’Trust in the Lord for ever, for in Him is everlasting strength.’

"Every need His hand supplying,
Every good in Him I see;
On His strength Divine relying,
He is all in all to me."
(Thoro Harris, hymn "All That Thrills My Soul is Jesus")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 12 เมษายน

"พระองค์ปฏิเสธพระองค์เองไม่ได้" (2 ทิโมธี 2:13)

พระเจ้าได้เปิดเผยพระทัยของพระองค์แก่เราในพระคำของพระองค์ พระองค์มีความตั้งใจอย่างที่พระองค์ได้กล่าวไว้ในพระคำของคำ และจะทำให้พระสัญญาและผลของการละเลยคำเตือนสำเร็จทุกประการ พระองค์ไม่สามารถปฏิเสธพระองค์เองหรือทำให้พระคำของพระองค์เป็นเท็จ
เราเปลี่ยนแปลงได้เพราะเราเป็น "ไม้อ้อช้ำ" (อิสยาห์ 42:3) พระเจ้าเป็นเหมือนเดิมเสมอ พระองค์เป็น "พระศิลานิรันดร์" (อิสยาห์ 26:4) พระองค์จะเมตตาสงสารบรรดาผู้ที่แสวงหาพระองค์ และสำแดงพระเมตตาแก่บรรดาผู้ที่อธิษฐานต่อพระองค์ในพระนามของพระเยซู พระองค์ไม่สามารถเพิกเฉยต่อคำอธิษฐานของเรา พระองค์จะตอบตามเวลาของพระองค์เอง แต่จะไม่มีวันที่จะทำให้พระคำของพระองค์เสียเกียรติ
จงเชื่อในพระคำของพระองค์ แม้ว่าคืนจะมืดมิดและภาระจะหนักอึ้ง "จงวางใจองค์พระผู้เป็นเจ้าตลอดไป เพราะพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระศิลานิรันดร์" (อิสยาห์ 26:4 TNCV)

"พระหัตถ์ของพระองค์ประทานสิ่งจำเป็นทุกอย่าง
ข้าฯ เป็นสิ่งดีทั้งปวงในพระองค์
และพึ่งพาในพระกำลังของพระองค์
พระองค์เป็นทุกสิ่งในชีวิตของข้าฯ"
(Thoro Harris, เพลง "All That Thrills My Soul is Jesus")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 11 (บทความสอนใจประจำวัน 11 เมษายน)

Daily Devotional, April 11
"She went to ask the Lord about it." (Genesis 25:22)
Let us imitate Rebekah’s excellent example, for the Bible says, "Seek His will in all you do, and He will show you which path to take." (Proverbs 3:6) "Commit everything you do to the Lord, trust Him, and He will help you."
Are you troubled? Go and ask God. He will show you ,He will teach you the right way to go. He will guide you. Be convinced that whatever the trial, as a believer in Jesus, God intends it for your good. Whatever God sends, no matter how distressing, is a blessing, a proof of His love. Believe in His promises, do not be cast down, or complain, but pray and ask God about it. He is always ready to listen.
"Be still, my soul: the Lord is on your side;
Bear patiently the cross of grief or pain;
Leave to your God to order or provide;
In every change He faithful will remain.
Be still, my soul: your best, your Heavenly Friend
Through thorny ways leads to a joyful end."
(K.V.Schlegel, hymn "Be Still, My Soul")
J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
บทความสอนใจประจำวัน 11 เมษายน
"ดังนั้นนางจึงไปทูลถามองค์พระผู้เป็นเจ้า" (ปฐมกาล 25:22 TNCV)
ขอให้เราเลียนแบบตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของนางเรเบคาห์ ดังที่พระคัมภีร์ได้สอนว่า "จงยอมรับพระองค์ในทุกวิถีทางของเจ้า แล้วพระองค์จะทรงทำทางของเจ้าให้ราบเรียบ" (สุภาษิต 3:6 TNCV) "จงมอบทางของท่านไว้กับพระยาห์เวห์ จงวางใจในพระองค์ แล้วพระองค์จะทรงช่วยท่าน" (สดุดี 37:5 THSV2011)
คุณทุกข์ใจหรือ? จงไปทูลถามพระเจ้า พระองค์จะสำแดงแก่คุณ พระองค์จะสอนคุณถึงทางที่ถูกต้องที่ควรจะไป พระองค์จะนำทางคุณ จงเชื่อมั่นว่าไม่ว่าการทดลองใดจะเกิดขึ้นก็ตาม พระเจ้าตั้งใจที่จะให้เกิดผลดีแก่ผู้ที่เชื่อในพระเยซู ไม่ว่าพระเจ้าจะประทานอะไร ไม่ว่าจะทำให้เสียใจเพียงไร สิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นพระพร เป็นเครื่องพิสูจน์ของความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) ของพระองค์ จงเชื่อในพระสัญญาของพระองค์ จงอย่าท้อใจหรือบ่นว่า แต่จงอธิษฐานและทูลขอพระเจ้าเกี่ยวกับสิ่งนั้น พระองค์พร้อมรับฟังเสมอ
"จงนิ่งเสีย จิตใจของข้าฯ พระเจ้าอยู่เคียงข้างคุณ
จงรับกางเขนแห่งความทุกข์หรือความเจ็บปวด และแบกไว้ด้วยความอดทน
จงวางใจให้พระเจ้าบัญชาและจัดเตรียม
พระองค์ยังคงสัตย์ซื่อในทุการเปลี่ยนแปลง
จงนิ่งเสีย จิตใจของข้าฯ พระองค์เป็นสหายรัก สหายแห่งสวรรค์
หนทางขวากหนามนี้ จะนำไปสู่จุดหมายแห่งความชื่นชมยินดี"
(K.V.Schlegel, เพลง "Be Still, My Soul")
J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Wednesday, 10 April 2013

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 10 (บทความสอนใจประจำวัน 10 เมษายน)

Daily Devotional, April 10
"He shall glorify Me." (John 16:14)
The Holy Spirit glorifies Jesus by showing us our desperate need of Him. We need daily to be humbled and looking to Jesus. There is nothing in this world that can meet our spiritual need for one moment of time, but in Jesus there is enough to satisfy all for all Eternity.
Jesus is glorified when we confess our sins, and put our trust in Him for salvation; when we look only to Him for all we need; when His praise fills our hearts. This means the death of our pride and self–sufficiency.
Dear believer, "whatever you do in word or deed, do all to the glory of Jesus." (Colossians 3:17) He is "King of kings and Lord of lords." (Revelation 19:16)
"What can wash away my sin?
Nothing but the blood of Jesus!
What can make me whole within?
Nothing but the blood of Jesus!
O precious is the flow, that makes me white as snow.
No other fount I know- nothing but the blood of Jesus!"
(Robert Lowry, hymn "What Can Wash Away My Sin")
J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
บทความสอนใจประจำวัน 10 เมษายน
"พระองค์จะทรงนำเกียรติสิริมาให้เรา" (ยอห์น 16:14 TNCV)
พระวิญญาณบริสุทธิ์นำเกียรติสิริให้กับพระเยซูด้วยการที่ทรงแสดงให้เราเห็นถึงความจำเป็นอย่างยิ่งที่ชีวิตเราจะต้องมีพระเยซู เราจำเป็นต้องถ่อมใจลงและมองไปที่พระเยซูทุกๆ วัน ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่จะสามารถเติมเต็มความต้องการฝ่ายวิญญาณของเราได้แม้เพียงสักเวลาเดียว แต่ในพระเยซู เราจะมีเพียงพอเสมอที่จะสามารถทำให้เราอิ่มใจในทุกสิ่งตลอดชั่วนิรันดร์กาล
พระเยซูได้รับเกียรติสิริเมื่อเราสารภาพบาปของเรา และวางใจในพระองค์สำหรับความรอด เมื่อเรามองไปที่พระองค์แต่เพียงผู้เดียวเพื่อที่จะได้รับสิ่งจำเป็นสำหรับเรา เมื่อคำสรรเสริญพระองค์เต็มอยู่ในใจของเรา นี่หมายความถึงความตายของความหยิ่งยโสของเราและความรู้สึกว่าตัวเองเพียงพอแล้ว
ผู้เชื่อที่รัก "ไม่ว่าท่านจะทำสิ่งใด จะเป็นวาจาหรือการกระทำก็ตาม จงทำทุกสิ่งในพระนามขององค์พระเยซูเจ้า" (โคโลสี 3:17 TNCV) พระองค์เป็น "กษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลาย เจ้านายเหนือเจ้านายทั้งหลาย" (วิวรณ์ 19:16 TNCV)
"ไม่มีสิ่งใดที่ชำระล้างบาปเราได้
นอกจากพระโลหิตพระเยซู
ไม่มีสิ่งใดให้ชีวิตที่สมบูรณ์แก่เราได้
นอกจากพระโลหิตพระเยซู
โอ ช่างเป็นสายธารที่ล้ำค่า ชำระล้างให้เราขาวสะอาดดุจหิมะ
โอ ไม่มีแหล่งน้ำอื่นใด ไม่มีเลย นอกจากพระโลหิตพระเยซู!
(Robert Lowry, hymn "What Can Wash Away My Sin")
J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)
 

Tuesday, 9 April 2013

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 09 (บทความสอนใจประจำวัน 09 เมษายน)

Daily Devotional, April 09

"Lord, increase our faith." (Luke 17:5)

If we have weak faith, we are fearful and troubled; if faith in Jesus is strong, we are active, courageous and happy.
Faith comes from Jesus, He is the Giver; it leads to Jesus, He is the object. Faith grows and increases like a mustard seed. Jesus alone increases our faith.
Let us pray this morning, "Lord, increase my faith." (Luke 17:5) Strong faith will believe despite appearances. It trusts God and His promises. It will face great trials, for God never gives faith without testing it. Little faith lays hold on Christ, and brings salvation; strong faith receives much and often from Christ, and brings great comfort. Go to Jesus, and pray for the faith He requires.

"Ask, and it shall be given unto you,
Seek, and you shall find,
Knock, and the door shall be opened unto you.
Allelu, Allelujah!"

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 09 เมษายน

"ขอทรงเพิ่มพูนความเชื่อของข้าพระองค์ทั้งหลาย!" (ลูกา 17:5 TNCV)

หากเรามีความเชื่อที่อ่อนแอ เราก็จะกลัวและทุกข์ใจ หากความเชื่อในพระเยซูเข้มแข็ง เราก็จะกระฉับกระเฉง กล้าหาญ และมีความสุข
ความเชื่อมาจากพระเยซู พระองค์เป็นผู้ประทานให้ ขณะเดียวกันความเชื่อก็จะนำเราไปสู่พระเยซู พระองค์ทรงเป็นจุดหมาย ความเชื่อเติบโตและเพิ่มพูนขึ้นดั่งเมล็ดมัสตาร์ด พระเยซูเพียงผู้เดียวที่เพิ่มพูนความเชื่อให้กับเรา
ให้เราอธิษฐานในเช้าวันนี้ "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงเพิ่มพูนความเชื่อของข้าพระองค์" ความเชื่อที่เข้มแข็งจะเชื่อไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไรก็ตาม ความเชื่อจะวางใจพระเจ้าและคำสัญญาของพระองค์ ความเชื่อจะเผชิญการทดสอบที่ยิ่งใหญ่ เพราะพระเจ้าไม่มีวันที่จะประทานความเชื่อโดยไม่ทดสอบ ความเชื่อที่น้อยยึดมั่นในพระคริสต์และนำมาซึ่งความรอด ความเชื่อที่เข้มแข็งได้รับจากพระคริสต์ปริมาณมากและบ่อย และนำมาซึ่งการปลอบโยนที่ยิ่งใหญ่ จงเข้าหาพระเยซู และอธิษฐานขอความเชื่อที่พระองค์ต้องการ

"จงขอแล้วท่านจะได้รับ จงหาแล้วท่านจะพบ จงเคาะแล้วประตูจะเปิดให้แก่ท่าน" (มัทธิว 7:7 TNCV)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Monday, 8 April 2013

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 08 (บทความสอนใจประจำวัน 08 เมษายน)

Daily Devotional, April 08

"He will save." (Zephaniah 3:17)

WHOM?- unworthy sinners. In fact, everyone who asks, for "whoever shall call on the Name of the Lord shall be saved." (Romans 10:13)
HOW?- freely, without money; fully, by His blood, and power; eternally, all who go to Him for pardon, peace and eternal life, shall be saved .
WHY?- because it is the Father’s will; because He delights in mercy and it will eternally glorify His name.
FROM WHAT?-from the guilt and power of sin; from this present evil world; from Satan; from God’s anger against sin. Jesus has saved us through His death on the Cross. He does save us by His presence, His Word, His care and the renewing of the Holy Spirit. He will save in every trouble even to the end.
Look to Him. He says. "Look to Me, and be saved---for I am God, and there is no other." (Isaiah 45:22)

"Now none but Christ can satisfy,
None other name for me.
There’s love, and life, and lasting joy,
Lord Jesus, found in Thee."
(Hymn "None but Christ", unknown author)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 08 เมษายน

"พระองค์ทรงฤทธิ์อำนาจที่จะช่วยเจ้า" (เศฟันยาห์ 3:17 TNCV)

ช่วยใคร? ช่วยคนบาปที่ไม่สมควรที่จะได้รับการช่วย แท้ที่จริงแล้ว "ทุกคนที่ร้องออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะได้รับการช่วยให้รอด" (โรม 10:13 TNCV)
ช่วยอย่างไร? อย่างไม่คิดมูลค่า อย่างครบถ้วน โดยพระโลหิตและฤทธิ์อำนาจของพระองค์ และการช่วยนี้จะส่งผลชั่วนิรันดร์ ทุกคนที่เข้าหาพระองค์เพื่อการยกโทษบาป สันติสุข และชีวิตนิรันดร์ ก็จะได้รับการช่วยให้รอด
ช่วยทำไม? เพราะว่านี่เป็นความตั้งใจของพระบิดา เพราะพระองค์โปรดปรานในพระเมตตา และการช่วยนี้ก็จะถวายเกียรติสิริแด่พระนามของพระองค์ชั่วนิรันดร์
ช่วยจากอะไร? จากความผิดและอำนาจของบาป จากโลกที่เต็มด้วยความชั่วร้ายนี้ จากซาตาน จากพระพิโรธของพระเจ้าที่มีต่อบาป พระเยซูได้ช่วยเราให้รอดผ่านทางการสิ้นพระชนม์ของพระองค์บนไม้กางเขน พระองค์ช่วยเราให้รอดโดยการสถิตย์อยู่ของพระองค์ พระคำของพระองค์ ความห่วงใยของพระองค์ และการเปลี่ยนแปลงชีวิตโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระองค์จะช่วยเราในทุกปัญหาจนจบ
จงมองดูที่พระองค์ พระองค์ตรัสว่า "จงหันมาหาเราและรับการช่วยให้รอด เพราะเราเป็นพระเจ้า และไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีก" (อิสยาห์ 45:22 TNCV)

"บัดนี้ ไม่มีผู้ใดนอกจากพระคริสต์ ที่ทำให้อิ่มใจ!
ไม่มีนามอื่นใดสำหรับข้าฯ
สำหรับความรัก ชีวิต และความชื่นชมยินดีอันถาวร
ข้าสามารถพบได้ในพระองค์ พระเยซูเจ้าข้า"
(เพลง "None but Christ", ไม่ทราบผู้แต่ง)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 07 (บทความสอนใจประจำวัน 07 เมษายน)

Daily Devotional, April 07

"One thing is needful" (Luke 10:42)

The things of time are transient; the things of eternity are permanent. This world will pass away. The body must die, but the soul will live on for ever. Your soul’s welfare is the "one thing needful."
If you seek to know Jesus, love Him, believe Him, obey Him, and enjoy Him all is well for time and eternity. Those who have a living relationship with Jesus in this life can look forward to heaven in His presence for ever.
Don’t let worldly things distract you but may your priority be "the one thing needful." Enjoy daily fellowship with Jesus through His Word and prayer. Aim in all things to glorify Him. Look daily for His coming again

"Oh, Jesus, I have promised
To serve You to the end.
Be for ever near me-
My Master and my Friend."
(John Ernest Bode, hymn "O Jesus, I Have Promised")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 07 เมษายน

"แต่มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่จำเป็น" (ลูกา 10:42 TNCV)

สิ่งต่างๆ แห่งกาลเวลาล้วนเป็นสิ่งชั่วคราว สิ่งต่างๆ แห่งนิรันดร์กาลเป็นสิ่งถาวร โลกนี้จะล่วงไป ร่างกายจะต้องสิ้นอายุชัย แต่จิตวิญญาณจะดำรงอยู่ตลอดกาล สวัสดิภาพของจิตวิญญาณของคุณเป็น "สิ่งเดียวเท่านั้นที่จำเป็น"
หากคุณแสวงหาที่จะรู้จักพระเยซู รักพระองค์ เชื่อในพระองค์ เชื่อฟังพระองค์ และเพลิดเพลินกับพระองค์ ทุกสิ่งก็ล้วนดีทั้งกับกาลเวลาและกับนิรันดร์กาล บรรดาผู้ที่มีความสัมพันธ์ที่มีชีวิตกับพระเยซูในชีวิตนี้ จะสามารถมองไปข้างหน้าไปยังสวรรค์ ซึ่งพระองค์จะอยู่ด้วยตลอดกาล
อย่าให้สิ่งของในโลกนี้เบี่ยงเบนความสนใจของคุณไป แต่ขอที่คุณจะให้ความสำคัญกับ "สิ่งเดียวเท่านั้นที่จำเป็น" จงเพลิดเพลินไปกับสามัคคีธรรมประจำวันกับพระเยซูผ่านทางพระคำและการอธิษฐาน จงตั้งเป้าหมายที่จะให้ทุกสิ่งในชีวิตถวายเกียรติสิริแด่พระองค์ จงตั้งตารอคอยการเสด็จมาของพระองค์ทุกๆ วัน

"โอพระเยซู ข้าได้สัญญา
ที่จะรับใช้พระองค์จนที่สุดปลาย
ขอทรงอยู่ใกล้ข้าฯ เสมอไป
เจ้านายและสหายของข้าฯ"
(John E. Bode, เพลง "O Jesus, I Have Promised")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Sunday, 7 April 2013

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 06 (บทความสอนใจประจำวัน 06 เมษายน)

Daily Devotional, April 06
"Worthy is the Lamb who was slaughtered." (Revelation 5:12)
This is a song of praise to Jesus, your Jesus, as the sacrifice for sin, and the Saviour of His true church. Jesus is worthy to receive power, and wisdom, and strength, and honour, and glory, and blessing. We never can praise Jesus too much.
He is worthy also to be believed, in preference to Satan, unbelief, the world, or appearances; to be trusted with all, for all, before all; to be loved more than any other; to be obeyed; to be followed wherever He may lead us, through evil report and good report; to be preferred to ease, pleasure, wealth, health, to anything and everything.
Jesus is worthy to be our example, our king, our all. He is worthy of all we can give, all His people have done for Him, or suffered in His cause. Believe His word, trust His grace, love His Name, obey His commands and prefer Him before all others.
"There’s no greater name than Jesus,
Name of Him who came to save us;
In that saving name so gracious
Every knee shall bow."
(M. Baughen)
J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
บทความสอนใจประจำวัน 06 เมษายน
"พระเมษโปดกผู้ถูกประหาร ทรงสมควรได้รับเดชานุภาพ ราชสมบัติ ปัญญา พลัง พระเกียรติ พระสิริ และคำสรรเสริญ!" (วิวรณ์ 5:12 TNCV)
นี่เป็นบทเพลงสรรเสริญพระเยซู พระเยซูของคุณ ผู้ที่เป็นเครื่องบูชาชดใช้บาปของคุณ และพระผู้ช่วยของคริสตจักรที่แท้จริงของพระองค์ พระเยซูสมควรที่จะได้รับเดชานุภาพ ปัญญา พลัง พระเกียรติ พระสิริ และคำสรรเสริญ เราไม่มีวันที่จะสามารถสรรเสริญพระเยซูมากเกินไปได้เลย
พระองค์ทรงสมควรที่เราจะเชื่อ มากยิ่งกว่าซาตาน การไม่เชื่อ โลกนี้ หรือสิ่งที่เรามองเห็น ทรงสมควรที่เราจะวางใจด้วยทุกสิ่ง สำหรับทุกเรื่อง และก่อนสิ่งอื่นใด ทรงสมควรที่เราจะรักมากยิ่งกว่าส่งอื่นใด ทรงสมควรที่เราจะเชื่อฟัง ทรงสมควรที่เราจะติดตามไปยังทุกที่ที่ทรงนำไป ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ทรงสมควรที่เราจะชื่นชอบมากยิ่งกว่าความสบาย ความสนุกสนาน ความมั่งมี สุขภาพที่ดี สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง
พระเยซูสมควรที่จะเป็นแบบอย่างของเรา กษัตริย์ของเรา ทุกสิ่งทุกอย่างของเรา พระองค์สมควรต่อทุกสิ่งที่เราสามารถมอบถวายได้ และต่อการที่ประชากรของพระองค์ได้ทำเพื่อพระองค์ หรือทนทุกข์เพราะเหตุพระนามของพระองค์ จงเชื่อในพระคำของพระองค์ วางใจในพระคุณของพระองค์ รักพระนามของพระองค์ เชื่อฟังคำสั่งของพระองค์ และชื่นชอบพระองค์เหนือสิ่งอื่นใด
"ไม่มีนามใดยิ่งใหญ่กว่าพระเยซู
พระนามของพระองค์ผู้ช่วยเราให้รอด
พระนามแห่งการไถ่ช่างงดงาม
ทุกเข่าจะก้มกราบลง"
(M. Baughen)
J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Friday, 5 April 2013

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 05 (บทความสอนใจประจำวัน 04 เมษายน)

Daily Devotional, April 05

"Without Me, you can do nothing." (John 15:5)

Never forget that the Lord is our righteousness and strength. Through the Lord, we can do all things. Never attempt anything without looking to Jesus for power. Let a constant sense of weakness keep you near to Him; depending on Him; and ascribing all goodness to Him. You cannot, He can! Your help is in Him. It is only by being united to Him, through faith, and receiving from Him, that you can obey and glorify God, and enjoy your privileges. Jesus is your life-giving Head, the Fountain from which you draw all your supplies, and the Friend to whom you are to carry all your worries. He will work in you to will and to do of His good pleasure.

"Every need His hand supplying,
Every good in Him I see,
On His strength divine relying,
He is all in all to me."
(Thoro Harris, hymn "All That Thrills My Soul is Jesus")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 05 เมษายน

"ถ้าแยกจากเราแล้วพวกท่านไม่อาจทำสิ่งใดได้เลย" (ยอห์น 15:5 TNCV)

อย่าลืมเป็นอันขาดว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นความชอบธรรมและกำลังของเรา เราสามารถทำทุกสิ่งได้โดยพระองค์ อย่าพยายามที่จะทำสิ่งใดโดยไม่พึ่งพาอาศัยฤทธิ์อำนาจจากพระเยซูเป็นอันขาด จงให้ความรู้สึกถึงความอ่อนแอที่มีอยู่เสมอ คอยดูแลเราไว้ให้อยู่ใกล้พระองค์ พึ่งพาพระองค์ และถวายเกียรติแด่พระเจ้าในสิ่งดีทั้งปวง สิ่งที่คุณทำไม่ได้ พระองค์ทำได้! ความช่วยเหลือของคุณอยู่ในพระองค์ เพียงแต่คุณต้องเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ผ่านทางความเชื่อ และรับความช่วยเหลือจากพระองค์ เพื่อคุณจะเชื่อฟังและถวายเกียรติสิริแด่พระเจ้า และเพลิดเพลินกับสิทธิพิเศษที่คุณได้รับ
พระเยซูเป็นศีรษะที่ประทานชีวิตของคุณ เป็นแหล่งน้ำที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตคุณ และเป็นเพื่อนที่คุณสามารถฝากความกังวลใจทั้งปวงไว้ได้ พระองค์ทำงานในคุณเพื่อคุณจะมุ่งมั่นและทำตามความพึงพอใจอันดีเยี่ยมของพระองค์

"พระหัตถ์ของพระองค์ประทานสิ่งจำเป็นทุกอย่าง
ข้าฯ เป็นสิ่งดีทั้งปวงในพระองค์
และพึ่งพาในพระกำลังของพระองค์
พระองค์เป็นทุกสิ่งในชีวิตของข้าฯ"
(Thoro Harris, เพลง "All That Thrills My Soul is Jesus")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Thursday, 4 April 2013

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 04 (บทความสอนใจประจำวัน 04 เมษายน)

Daily Devotional, April 04
"I am here; do not be afraid." (John 6:20)

Our fears distress us, and dishonour the Lord. God works all things according to His will, and in every event He says, "I am here; do not be afraid." (John 6:20)
If friends disappoint us; if we are sick and in pain; and even in death itself, He reassures us "Don’t be afraid; I am with you." Should the foundation of the earth give way, the heavens be rolled up like a scroll, and the great white throne of God appear; still He cries, "I am here; do not be afraid" (John 6:20).
Happy Christian! Rejoice in Jesus, who will never leave you nor forsake you.

"So amid the conflict, whether great or small,
Do not be discouraged, God is over all,
Count your many blessings, angels will attend,
Help and comfort give you to your journey’s end."
(Johnson Oatman Jr., hymn "When upon life’s billows you are tempest tossed")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 04 เมษายน
"นี่เราเอง อย่ากลัวเลย" (ยอห์น 6:20 TNCV)

ความกลัวของเราทำให้เราทุกข์ใจ และทำให้พระเจ้าเสียเกียรติ พระเจ้าทำทุกสิ่งตามความตั้งใจของพระองค์ และในทุกสถานการณ์พระองค์ตรัสว่า "นี่เราเอง อย่ากลัวเลย" (ยอห์น 6:20 TNCV)
หากเพื่อนทำให้เราผิดหวัง หากเราป่วยหรือเจ็บปวด และแม้แต่ในความตายเอง พระองค์ยืนยันกับเราว่า "อย่ากลัวเลย เราอยู่กับเจ้า" หากว่ารากฐานของโลกจะล่มสลาย สวรรค์จะพับลงดั่งม้วนหนังสือ และบัลลังก์ของพระเจ้าได้ปรากฎขึ้น พระเจ้าจะยังคงร้องบอกเราว่า "นี่เราเอง อย่ากลัวเลย" (ยอห์น 6:20 TNCV)
คริสเตียนผู้มีความสุขเอ๋ย! จงชื่นชมยินดีในพระเยซู ผู้ซึ่งจะไม่มีวันละทิ้งหรือทอดทิ้งคุณเลย

"เวลาท่านต่อสู้จะเป็นการเล็กหรือใหญ่
อย่าระอาอ่อนใจพระผู้เป็นเจ้าอยู่ใกล้
จงนับดูพระพรเพราะทูตสวรรค์ป้องกัน
ช่วยเล้าโลมดวงจิต
ท่านจนตลอดสิ้นกาล"
(Johnson Oatman Jr., เพลง "นับพระพร")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Wednesday, 3 April 2013

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 03 (บทความสอนใจประจำวัน 03 เมษายน)

Daily Devotional, April 03
"I run to You to hide me." (Psalm 143:9)
This implies danger- the Christian may be in danger from self and sin- or from others. Why should we run to God? We may have groundless- but painful- fears ,or an inability to defend oneself ;or we may be aware of an approaching storm and wisdom causes us to run. The wise believer will always run to God for safety. Let us run to Him by prayer, in faith, with hope for salvation. God will always receive us, shelter us and be our refuge and strength. Flee from sin, from self, from the world; but flee to Jesus. His heart is always for us, His ear is open to our cry, and His hand is ready to help, protect and deliver us. His promises are our comfort.
"God is our refuge and our strength,
Our ever-present aid;
And therefore, though the earth gives way,
We will not be afraid."
(Psalm 46:1-2)
J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
บทความสอนใจประจำวัน 03 เมษายน
"ข้าพระองค์ซ่อนอยู่ในพระองค์" (สดุดี 143:9 TNCV)
คำกล่าวนี้บอกเป็นนัยถึงอันตราย คริสเตียนอาจเผชิญกับอันตรายจากตัวเองและบาป หรือจากคนอื่น เหตุใดเราจึงควรวิ่งเข้าหาพระเจ้า? เราอาจจะมีความกลัวที่อาจไม่มีเหตุผล แต่เจ็บปวด หรืออาจมีความรู้สึกว่าไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ หรือเราอาจตื่นตัวถึงพายุที่กำลังมาถึง และสติปัญญาก็นำให้เราวิ่ง คนมีปัญญาจะวิ่งไปหาพระเจ้าเสมอเพื่อได้รับความปลอดภัย
ขอให้เราวิ่งไปหาพระองค์โดยการอธิษฐาน ในความเชื่อ และด้วยความหวังใจแห่งความรอด พระเจ้าจะต้อนรับเราเสมอ คุ้มภัยเรา และจะเป็นที่ลี้ภัยและเป็นกำลังของเรา จงหนีจากความกิเลสตัณหา (ความบาป) จากตัวเอง จากโลกนี้ แต่หนีไปยังพระเยซู หัวใจของพระองค์นั้นเพื่อเราเสมอ หูของพระองค์ก็พร้อมที่จะรับฟังคำอ้อนวอนของเรา และมือของพระองค์ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ ป้องกัน และนำเราให้ผ่านพ้นปัญหา พระสัญญาของพระองค์เป็นสิ่งที่ปลอบโยนจิตใจของเรา
"พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยและเป็นกำลังของเรา
เป็นความช่วยเหลือที่พร้อมเสมอในยามทุกข์ร้อน
ฉะนั้นเราจะไม่กลัว ถึงแม้โลกจะสั่นสะเทือน
และภูเขาทลายราบลงสู่ใจกลางทะเล"
(สดุดี 46:1-2 TNCV)
J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Tuesday, 2 April 2013

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 02 (บทความสอนใจประจำวัน 02 เมษายน)

Daily Devotional, April 02
"I shall not lack anything." (Psalm 23:1)
If we are His sheep, He will supply us. All things are His; all spiritual blessings are His also; and He is kind and generous. He has promised to be to us, do for us, and give us, all that we need. When were His sheep ever left neglected?
Did David ever lack anything? He passed through severe trials; yet upon his death-bed he tells us, he had all his desire.
If you belong to Christ Jesus, you may conclude, "I shall not lack anything." Your fears are foolish; your anxieties are groundless and sinful. You have a God who provides for you, and you ought to rejoice!
"My God shall supply all your need according to His glorious riches in Christ Jesus." (Philippians 4:19)
"Great is Your faithfulness! Great is Your faithfulness!
Morning by morning new mercies I see;
All I have needed Your hand has provided-
Great is Your faithfulness, Lord, unto me!"
(Thomas Obediah Chisholm, hymn "Great Is Thy Faithfulness")
J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
บทความสอนใจประจำวัน 02 เมษายน
"ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน" (สดุดี 23:1 TNCV)
หากเราเป็นแกะของพระองค์ พระองค์จะคอยเลี้ยงดูเรา ทุกสิ่งเป็นของพระองค์ พระพรฝ่ายวิญญาณทุกอย่างเป็นของพระองค์ด้วย และพระองค์ก็ใจดีและใจกว้างขวาง พระองค์ได้สัญญาที่จะเป็นทุกสิ่งที่เราจำเป็นต้องมี ทำทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับเรา และประทานสิ่งจำเป็นทั้งสิ้นให้แก่เรา แล้วเช่นนี้ เมื่อไรเล่าที่แกะของพระองค์จะถูกทอดทิ้งได้?
ดาวิดเคยขาดสิ่งใดหรือไม่? เขาได้ผ่านการทดลองที่ยากลำบาก แต่บนเตียงที่ท่านสิ้นชีวิต ท่านได้บอกกับเราว่า ท่านมีทุกสิ่งที่ท่านปรารถนา
หากคุณเป็นของพระเยซูคริสต์ คุณอาจจะสรุปได้เช่นกัน่วา "ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน" ความกลัวของคุณเป็นสิ่งที่โง่เขลา ความวิตกกังวลของคุณไม่มีเหตุผลและเป็นบาป คุณมีพระเจ้าผู้จัดเตรียมเพื่อคุณ และคุณควรที่จะชื่นชมยินดี! "ขอพระเจ้าประทานสิ่งที่จำเป็นทุกอย่างแก่ท่านจากความมั่งคั่งอันเลอเลิศของพระองค์ในพระเยซูคริสต์" (ฟิลิปปี 4:19)
"พระองค์ผู้ทรงสัตย์ซื่อ คือพระบิดาเจ้า
ไม่ทรงเปลี่ยนแปลงเหมือนเงา เช้าค่ำผันผวน
ความรักเมตตาของพระองค์ ไม่ทรงแปรปรวน
ถ้วนทุกสมัย สืบไปเป็นนิจนิรันดร์"
(Thomas Obediah Chisholm, เพลง "พระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อ")
J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

The Believer's Daily Remebrancer by J. Smith, April 01 (บทความสอนใจประจำวัน 01 เมษายน)

Daily Devotional, April 01
"The Lord is my Shepherd." (Psalm 23:1)
His sheep know Him, love Him and follow Him. Are you Christ’s sheep? Are you following, and rejoicing in your Shepherd? He will lead you, feed you, protect you and heal you.
He is the Good Shepherd; He died for His sheep; He searches for and leads His sheep. He gathers His lambs with His arm; He knows them all by name. He loved them more than His own life; He cares for them more than all the world beside. He leads them in the paths of righteousness for His own Name’s sake.
View Jesus as your Good Shepherd, expect Him to present you to His Father with exceeding joy. Stay close to Him, let nothing tempt you to stray from Him. He will never leave you, nor forsake you.
"The King of love my shepherd is,
Whose goodness fails me never.
I nothing lack, if I am His
And He is mine for ever."
(Henry Williams Baker, hymn "The King of Love My Shepherd Is")
J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
บทความสอนใจประจำวัน 01 เมษายน
"องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดั่งเลี้ยงแกะ" (สดุดี 23:1 TNCV)
แกะของพระองค์รู้จักพระองค์ รักพระองค์ และติดตามพระองค์ คุณเป็นแกะของพระคริสต์หรือไม่? คุณกำลังติดตามพระองค์ และชื่นชมยินดีในพระผู้เลี้ยงของคุณหรือไม่? พระองค์จะนำคุณ เลี้ยงดูคุณ ปกป้องคุณ และรักษาคุณ
พระองค์เป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดี พระองค์ยอมตายเพื่อแกะของพระองค์ พระองค์ตามหาและนำทางแกะของพระองค์ พระองค์รวบรวมแกะของพระองค์ไว้ในอ้อมแขนของพระองค์ พระองค์รู้จักแกะของพระองค์ทั้งหมดด้วยชื่อของพวกเขา พระองค์มีความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) แก่พวกเขามากยิ่งกว่าที่ทรงรักชีวิตของพระองค์เอง พระองค์ห่วงใยพวกเขามากยิ่งกว่าทั้งสิ้นในโลกที่อยู่รอบข้าง พระองค์นำพวกเขาไปในทางแห่งความชอบธรรมเพื่อเห็นแก่พระนามของพระองค์
จงมองพระเยซูดั่งผู้เลี้ยงแกะที่ดีของคุณ คาดหวังที่จะให้พระองค์มอบถวายชีวิตของคุณแด่พระบิดาด้วยความปีติยินดีอันเหลือล้น จงอยู่ใกล้พระองค์ อย่าให้สิ่งใดล่อลวงคุณให้หลงห่างจากพระองค์ พระองค์จะไม่มีวันละทิ้งคุณ หรือทอดทิ้งคุณเลย
"พระผู้เลี้ยงของข้าฯ เป็นกษัตริย์ผู้เปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา
พระองค์ดีต่อข้าฯ เสมอไป ไม่เคยทำให้ข้าฯ ผิดหวัง
ข้าฯ ไม่ขาดสิ่งใดเลย หากข้าฯ เป็นของพระองค์
และพระองค์ ก็เป็นของข้าฯ เสมอไปเป็นนิจน์"
(Henry Williams Baker, เพลง "The King of Love My Shepherd Is")
J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)