Saturday, 30 April 2016

Daily Remembrancer by J. Smith, May 01 (บทความสอนใจประจำวัน 01 พฤษภาคม)

"จงลองดูเรา" (มาลาคี 3:10)

บทความสอนใจประจำวัน 01 พฤษภาคม

"จงลองดูเรา" (มาลาคี 3:10 TNCV)

ไม่มีผู้เชื่อคนใดในพระคัมภีร์ที่สามารถเป็นผู้แพ้ เพราะพระเจ้าได้สัญญาถึงการอวยพรเป็นร้อยเท่าในชีวิตนี้ และชีวิตนิรันดร์ในโลกหน้า

เราจะต้องละทิ้งสิ่งของของโลกนี้ พระคริสต์และโลกนี้ไม่สามารถเข้ากันได้ พระเจ้าบอกกับเราว่า "ดังนั้นจงออกมาจากพวกเขาและแยกตัวออก อย่าแตะต้องสิ่งมลทิน แล้วเราจะรับเจ้า" (2 โครินธ์ 6:17 TNCV) แม้ว่าผู้คนอาจปฏิเสธคุณหรือข่มเหงคุณ พระเจ้าจะห่วงใยคุณ ปกป้องคุณ ปลอบโยนคุณ ประทานสิ่งจำเป็นทั้งสิ้นให้แก่คุณพระเจ้ากล่าวว่า "จงลองดูเรา" (มาลาคี 3:10 TNCV)

คุณกำลังถูกเรียกให้ละทิ้งเพื่อนทางโลก ยอมเสียดุลทางการค้า หรือฟันผ่าการข่มเหงหรือไม่? อย่ากลัวเลย จงทำเพื่อพระเจ้า จงมองดูพระเจ้า พระองค์จะรับคุณไว้และจะเป็นพระบิดาในสวรรค์ของคุณ

"พระผู้ช่วย ครั้นเวลาแห่งเมืองศิโยน (สวรรค์)
ซึ่งข้าเป็นสมาชิก ผ่านทางพระคุณ
ยอมให้โลกหัวเราะเยาะและสงสาร
ข้าพระองค์จะถวายเกียรติพระนามพระองค์
ความพึงพอใจสูงสุดของโลกนี้ก็จืดจาง
รวมถึงทุกสิ่งที่โลกนี้โอ้อวดและแสดงออก
แต่ไม่มีใครเลย ยกเว้นบุตรของศิโยนเท่านั้น
ที่รู้จักกับความชื่นชมยินดีที่มั่นคงและทรัพย์สมบัติอันถาวร"
(John Newton, เพลง "Glorious Things of Thee Are Spoken")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

May 01

"Prove Me." (Malachi 3:10)

No believer in the Bible can be a loser, for God has promised a hundred-fold in this present life, and in the world to come Everlasting Life.

We must leave aside worldly things. Christ and the world are not compatible. Our God says, "Come out from among them and be separate—Do not touch what is unclean, and I will receive you, and I will be a Father to you." (2 Corinthians 6:17) Even if people reject you, or persecute you, God will care for you, protect you, comfort you, supply all your needs.God says, "Prove Me." (Malachi 3:10)

Are you asked to give up worldly friends, to lose trade, or endure persecution?Do not fear, act for God- look to God-He will receive you, and be your Heavenly Father.

"Saviour, since of Zion's city
I through grace a member am,
Let the world deride or pity,
I will glory in Your name;
Fading are the world's best pleasures,
All its boasted pomp and show;
Solid joys and lasting treasures
None but Zion's children know."
(John New­ton, hymn "Glorious things of thee are spoken")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Friday, 29 April 2016

Daily Remembrancer by J. Smith, April 30 (บทความสอนใจประจำวัน 30 เมษายน)

"ที่ยังไม่รู้ว่าผิดตรงไหน ก็ขอทรงชี้แนะสั่งสอน" (โยบ 34:32)

บทความสอนใจประจำวัน 30 เมษายน

"ที่ยังไม่รู้ว่าผิดตรงไหน ก็ขอทรงชี้แนะสั่งสอน" (โยบ 34:32 TNCV)

ครั้งหนึ่ง เราเคยตาบอดฝ่ายวิญญาณ แต่ตอนนี้เรามองเห็นแล้ว หากพระเจ้าสอนเรา เราก็จะเห็นบาปของเรา ความว่างเปล่าของโลกนี้ ความขมขื่นของบาป ความล้ำค่าของพระโลหิตของพระเยซู ความชอบธรรมอันรุ่งโรจน์ของพระองค์ พระนามพระองค์ซึ่งเป็นความหวังเดียวที่เรามี ความรักแท้ของพระองค์ซึ่งเป็นความชื่นบานของเรา พระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งเป็นกำลังของเรา เกียรติสิริของพระองค์ซึ่งเป็นเป้าหมายของเรา และคำอธิษฐานประจำวันของเราควรจะเป็น "ขอทรงชี้แนะสั่งสอน"

เรามองเห็นเพียงแค่ส่วนเล็กน้อยของพระลักษณะของพระเยซู ของสิ่งที่พระองค์ได้ทำเพื่อเรา ของสิ่งที่พระองค์มีและจะให้แก่ทุกคนที่ร้องออกพระนามของพระองค์ด้วยใจจริง

ขอให้เราอธิษฐานในแต่ละวันว่า "ขอทรงช่วยให้ข้าพระองค์รู้จักพระองค์ ขอทรงช่วยให้ข้าพระองค์รักพระองค์ ขอทรงช่วยให้ข้าพระองค์ทำตามคำสั่งของพระองค์"

"โอ พระเยซู ขอทรงสอนให้ใจข้าฯ รู้จักพระองค์
ผู้ทรงเป็นความจริง เป็นชีวิต และเป็นทาง
ขอที่ข้าฯ จะเติบโตในพระคุณและความรู้
จนกว่าจะถึงวันแห่งความสมบูรณ์แบบ
ที่ข้าฯ จะเป็นอิสระจากซาตาน เนื้อหนัง และบาป
และสิ่งที่ข้าฯ ยังไม่รู้ ขอทรงชี้แนะสั่งสอน"

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

April 30

"Teach me what I do not see." (Job 34:32)

We were once spiritually blind, but now we see. If God teaches us we shall see our sins; the vanity of this world, the bitterness of sin, the preciousness of the blood of Jesus, His glorious righteousness; His Name as our only hope; His love as our joy; His Holy Spirit our strength; His glory our aim; and our daily prayer should be, "Lord teach me."

We only see a little of what Christ is in Himself; of what He has done for us; of what He possesses and will give to all who will call upon Him in truth.

Let us pray daily, "Help me to know You; help me to love You; help me to keep Your commandments."

"O Jesus, teach my soul to know
Yourself, the Truth, the Life, the Way;
May I in grace and knowledge grow,
'Til I arrive in perfect day;
From Satan, self, and sin set free,
And what I know not, please teach me."

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Thursday, 28 April 2016

Daily Remembrancer by J. Smith, April 29 (บทความสอนใจประจำวัน 29 เมษายน)

"กระนั้นเจ้าก็มั่งมี!" (วิวรณ์ 2:9)

บทความสอนใจประจำวัน 29 เมษายน

"กระนั้นเจ้าก็มั่งมี!" (วิวรณ์ 2:9 TNCV)

คริสเตียนหลายคนยากจน เพราะพระเจ้าได้เลือกคนยากจนในโลกนี้ ให้เป็นคนที่มั่งมีในความเชื่อ และให้เป็นผู้รับสวรรค์เป็นมรดก ซึ่งพระองค์ได้สัญญาไว้กับผู้ที่รักพระองค์ บ่อยครั้งที่พวกเขาถูกข่มเหงและเผชิญปัญหา ดังเช่นคริสตจักรในเมืองสเมอร์นา แต่พระเยซูพูดกับคริสตจักรนี้ว่า "กระนั้นเจ้าก็มั่งมี!" (วิวรณ์ 2:9 TNCV)

ประชากรขององค์พระผู้เป็นเจ้าทั้งหมดก็มั่งมีเช่นเดียวกัน มั่งมีโดยความสัมพันธ์ เพราะพระเจ้าเป็นพระบิดาและพระเยซูเป็นพี่ชายของพวกเขา มั่งมีโดยการบริจาค เพราะพระเยซูได้ให้ความมั่งมีเหลือคณานับแก่พวกเขา มั่งมีโดยคำสัญญา เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าได้สัญญาสิ่งดีทั้งปวง

คุณมั่งมี! พระเยซูได้ให้ความชอบธรรมของพระองค์แก่คุณเพื่อที่จะปกคลุมบาปของคุณ พระองค์ได้ให้พระโลหิตของพระองค์แก่คุณเพื่อชำระล้างคุณ พระองค์ได้ให้พระวิญญาณของพระองค์แก่คุณเพื่อทำให้คุณบริสุทธิ์ พระองค์ได้ให้ทูตสวรรค์ของพระองค์แก่คุณเพื่อคอยช่วยคุณ และพระองค์ได้ให้สวรรค์แก่คุณเพื่อเป็นบ้านของคุณ

โอ พระผู้ช่วยที่รัก ขอทรงสอนข้าพระองค์ให้รักพระองค์มากขึ้น

"รับพระพรซึ่งทรัพย์สินเงินทองซื้อไม่ได้ 
แล้วพระเจ้าประทานบำเหน็จจนเหลือบรรยาย" 
(Johnson Oatman Jr, เพลง "นับพระพร")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

April 29

"But you are rich." (Revelation 2:9)

Many Christians are poor, for God has chosen the poor of this world, rich in faith, and heirs of heaven, which He has promised to those who love Him. They are often persecuted and troubled. So was the church in Smyrna, but Jesus said to her, "You are rich." (Revelation 2:9)

So are all the Lord's people. Rich by relation- God is their Father, and Jesus their elder brother. Rich by donation- Jesus has given them unsearchable riches. Rich by promise- the Lord has promised all good things.

You are rich! Jesus has given you His righteousness, to cover your sins;His blood, to cleanse you; His Spirit, to make you holy; His angels to help you and heaven to be your home.

Precious Saviour- teach me to love You more.

"Count your many blessings, 
Wealth can never buy, 
Your reward in heaven, 
Nor your home on high!" 
(Johnson Oatman Jr, hymn "When upon life's billows you are tempest tossed")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Wednesday, 27 April 2016

Daily Remembrancer by J. Smith, April 28 (บทความสอนใจประจำวัน 28 เมษายน)

"ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่มีอะไรดีเด่น" (2 โครินธ์ 12:11)

บทความสอนใจประจำวัน 28 เมษายน

"ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่มีอะไรดีเด่น" (2 โครินธ์ 12:11 TNCV)

นี่เป็นความเห็นของเปาโลที่มีต่อตัวท่านเอง "ในบรรดาคนบาปข้าพเจ้าเป็นตัวร้ายที่สุด" (1 ทิโมธี 1:15 TNCV)

ยิ่งเรารู้จักตัวเราเองและรู้จักพระเยซูมากขึ้นเท่าไร เราจะยิ่งถ่อมใจลงเท่านั้น และเราก็จะมีความสุขและบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น

ความหยิ่งผยองของเราทำให้เราอยากจะเป็นที่ยอมรับของโลกนี้! คริสเตียนปรารถนาที่จะไม่มีอะไรดีเด่นเพื่อที่พระคริสต์จะเป็นทุกสิ่งในชีวิตของเ หากปราศจากพระคริสต์แล้ว เราก็ต่ำต้อยยิ่งกว่าผู้ที่ไม่มีอะไรเลย แต่ในพระคริสต์ เราเป็นบางสิ่งบางอย่าง!

เราว่างเปล่า แต่พระองค์เติมเต็มชีวิตเรา เราเปลือยกาย แต่พระองค์ใส่เสื้อผ้าให้แก่เรา เราไร้ที่พึ่ง แต่พระองค์ให้กำลังแก่เรา เราหลงทาง แต่พระองค์พบเรา เราถูกทำลาย แต่พระองค์ช่วยชีวิตเรา เรายากจน แต่พระองค์จัดเตรียมสิ่งต่างๆ ให้แก่เรา

ทุกสิ่งที่เราเป็นก็โดยพระคริสต์ ทุกสิ่งที่เรามีก็มาจากพระคริสต์ และทุกสิ่งที่เราจะเป็นก็เพราะพระคริสต์

"บัดนี้ ไม่มีผู้ใดนอกจากพระคริสต์ ที่ทำให้อิ่มใจ!
ไม่มีนามอื่นใดสำหรับข้าฯ
สำหรับความรัก ชีวิต และความชื่นชมยินดีอันถาวร
ข้าสามารถพบได้ในพระองค์ พระเยซูเจ้าข้า"
(เพลง "None but Christ", ไม่ทราบผู้แต่ง)

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

April 28

"Though I am nothing." (2 Corinthians 12:11)

This was Paul's opinion of himself; "the chief of sinners." (1 Timothy 1:15)

The more we know of ourselves, and of Jesus, the more humble we are; and so happier and more holy.

It is our pride that makes us want to be noticed in this world! The Christian is willing to be nothing, that Christ may be all in all. Apart from Christ we are less than nothing, but in Christ we are something!

We are empty, but He fills us; naked, but He clothes us; helpless, but He strengthens us; lost, but He finds us; ruined, but He saves us; poor, but He supplies us.

All we are, is by Christ; all we have, is from Christ; all we shall be is through Christ.

"Now none but Christ can satisfy,
No other name for me.
There's love, and life, and lasting joy,
Lord Jesus, found in Thee."
(Hymn "None but Christ", unknown author)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Tuesday, 26 April 2016

Daily Remembrancer by J. Smith, April 27 (บทความสอนใจประจำวัน 27 เมษายน)

"เรานี่แหละเป็นผู้ปลอบโยนเจ้า" (อิสยาห์ 51:12)

บทความสอนใจประจำวัน 27 เมษายน

"เรานี่แหละเป็นผู้ปลอบโยนเจ้า" (อิสยาห์ 51:12 TNCV)

เราซึ่งเป็นผู้เชื่อในพระเยซูมักจะท้อใจ เราไม่ได้ดำรงชีวิตให้สมกับสิทธิพิเศษที่เรามี สิ่งต่างๆ ในกาลเวลากลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของเรามากจนเกินไป เพราะเราไม่ได้คิดถึงสวรรค์ที่รอคอยเราอยู่มากเพียงพอ แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราเป็นพระเจ้าแห่งการปลอบโยนทั้งสิ้น และเราควรจะมองไปที่พระองค์แต่เพียงผู้เดียว

พระองค์ปลอบโยนเราโดยพระบุตรของพระองค์ที่พระองค์ได้ให้แก่เรา โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ผู้ซึ่งพระองค์ได้เทลงมาเหนือชีวิตของเรา โดยพระคำของพระองค์ที่พระองค์ได้พูดกับเรา และผ่านทางคริสตจักรที่ซึ่งเรามีสายสัมพันธ์กับประชากรของพระองค์

ขอให้เรามองไปที่พระเจ้าในเช้าวันนี้และอธิษฐานตามพระคำของพระองค์ เพื่อที่เราเองและผู้อื่นจะได้รับการปลอบโยน

"ข้าฯ รู้ว่าพระผู้ไถ่ทรงพระชนม์ 
และจะเสด็จมายังโลกนี้อีกครั้งหนึ่ง 
ข้าฯ รู้จักชีวิตนิรันดร์ที่พระองค์ประทานให้ 
พระคุณและฤทธิ์อำนาจล้วนอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์" 
(Jessie B. Pounds, เพลง "I know that my Redeemer liveth")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

April 27

"I, yes I, am the One who comforts you." (Isaiah 51:12)

We, as believers in Jesus, often become discouraged; we do not live up to our privileges. The things of time become too important to us, because we do not give enough thought to the heaven that awaits us. But our Lord is the God of all comfort, and to Him alone we should look.

He comforts us by His Son whom He has given us; by the Holy Spirit whom He pours out upon us; by His Word in which He speaks to us; and through the church where we have fellowship with His people.

Let us look to God this morning, and pray according to His Word for His comfort for ourselves and others.

"I know that my Redeemer lives, 
And on the earth again shall stand, 
I know eternal life He gives, 
That grace and power are in His hand." 
(Jessie B. Pounds, hymn "I know that my Redeemer liveth")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Monday, 25 April 2016

Daily Remembrancer by J. Smith, April 26 (บทความสอนใจประจำวัน 26 เมษายน)

"เขาอยู่ที่นี่แล้ว!" (ยอห์น 19:5)

บทความสอนใจประจำวัน 26 เมษายน

"เขาอยู่ที่นี่แล้ว!" (ยอห์น 19:5 TNCV)

พระเยซูถูกนำเสนอให้กับฝูงชน ถูกสวมมงกุฎหนาม ถูกโบยตี โฉมหน้าของพระองค์ก็ผิดรูปยิ่งกว่าคนอื่นๆ พระโลหิตของพระองค์ก็หลั่งไหล หัวใจของพระองค์แตกสลาย พระองค์เป็น"คนเจ้าทุกข์" (อิสยาห์ 53:3)

จงมองดูพระองค์ เพราะความสมบูรณ์ของพระเจ้า รวมทั้งทรัพย์สมบัติแห่งสติปัญญาและความรู้ทั้งปวงล้วนเห็นได้ชัดในพระองค์ ความรักแท้ของพระเจ้าก็ส่องประกายในพระองค์ พระองค์เป็นเพียงแหล่งเดียวแห่งความหลุดพ้นนิรันดร์ พระองค์เป็นพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้าและเป็นเหมือนพระบิดาอย่างแท้จริง พระองค์ตายแทนที่คุณและเป็นพระผู้ไถ่ พระองค์เป็นลูกแกะที่บริสุทธิ์และปราศจากบาปของพระเจ้าผู้ซึ่งรับบาปของโลกไป

จงพิจารณาพระองค์ เพราะพระองค์สำแดงความยิ่งใหญ่ของความรักแท้ของพระองค์ และสอนให้เราเข้าใจความอดทนและความนอบน้อมแม้ในยามที่เผชิญกับการดูถูก การทนทุกข์ และความอับอาย จงพิจารณาพระเยซูและรู้สึกอับอายกับการบ่น จงรักพระเจ้าและเชื่อฟังพระองค์

"องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าฯ รักและเทดทูนพระองค์ 
โอ ขอพระองค์ประทานพระคุณแก่ข้าฯ เพื่อข้าฯ จะรักพระองค์มากขึ้น" 
(William Cowper; เพลง "Hark, My Soul, It Is The Lord!)

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

April 26

"Look, here is the Man." (John 19:5)

Jesus is presented before the crowd, crowned with thorns, whipped, His face disfigured more than any other, His blood is flowing. His heart is breaking, He is"the Man of Sorrows." (Isaiah 53:3)

Look to Him, for in Him is all the fullness of God; all the treasures of wisdom and knowledge. In Him the love of God shines forth. He is the only source of eternal salvation. He is God's only-begotten Son, and the exact likeness of the Father. He is your Substitute and Redeemer. He is the holy, sinless Lamb of God taking away the sin of the world.

Consider Him, for here He shows forth the depth of His love; and teaches patience, and meekness despite insult, suffering and disgrace. Consider Jesus, and be ashamed of complaining. Love and obey Him.

"Lord, I love You, and adore, 
Oh, for grace to love You more." 
(William Cowper; hymn "Hark, My Soul, It Is The Lord!)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Sunday, 24 April 2016

Daily Remembrancer by J. Smith, April 25 (บทความสอนใจประจำวัน 25 เมษายน)

"เพราะใครเล่าทำให้ท่านผิดแผกจากคนอื่น?" (1 โครินธ์ 4:7)

บทความสอนใจประจำวัน 25 เมษายน

"เพราะใครเล่าทำให้ท่านผิดแผกจากคนอื่น?" (1 โครินธ์ 4:7 TNCV)

มีความแตกต่างมากทีเดียว! คริสเตียนมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าโดยพระเยซูคริสต์ ขณะที่ผู้ที่ไม่เชื่อได้ตายฝ่ายวิญญาณในความบาปของพวกเขา ผู้เชื่อได้รับการเลือกโดยพระเจ้าพระบิดา ได้รับความหลุดพ้นโดยพระโลหิตของพระเยซู และได้รับการสอนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ พวกเขาได้รับการสร้างใหม่โดยพระเยซูคริสต์เพื่อให้ทำการดีที่พระเจ้าได้วางแผนไว้สำหรับพวกเขาก่อนที่พวกเขาจะเกิดเสียอีก!

ใครเล่าทำให้ท่านผิดแผกจากคนอื่น? คุณสามารถตอบได้ทันทีว่า "โดยพระคุณของพระเจ้าข้าพเจ้าจึงเป็นอย่างที่เป็นอยู่นี้" (1 โครินธ์ 15:10 TNCV)

ผู้เชื่อที่รัก จงรู้ว่าคุณต้องพึ่งพาพระคุณของพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง และจงถ่อมใจลงต่อพระองค์ผู้ทำให้คุณแตกต่าง จงอธิษฐานเพื่อและทำทุกสิ่งที่ทำได้เพื่อบรรดาผู้ที่ยังคงไร้ความหวัง พระเจ้าเชิญชวนทุกคนให้เข้ามาหาพระองค์

"จงขอแล้วท่านจะได้รับ จงหาแล้วท่านจะพบ จงเคาะแล้วประตูจะเปิดให้แก่ท่าน" (มัทธิว 7:7 TNCV)

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

April 25

"For who makes you differ from another?" (1 Corinthians 4:7)

There is a big difference! The Christian is alive to God by Jesus Christ, while non- believers are spiritually dead in their sins. Believers have been chosen by God the Father, saved by the blood of Jesus, and taught by the Holy Spirit. They are created anew by Christ Jesus unto good works, which God has planned for them before their very births!

Who made the difference? You readily reply, "By God's rich, free grace, through the truth of the Bible, I am what I am." (1 Corinthians 15:10)

Dear believer, know that you are entirely dependent on God's grace and be humble before Him who has made you different. Pray for, and do all you can for those who are still without hope. God invites all to come to Him.

"Ask, and it shall be given unto you; 
Seek, and you shall find; 
Knock, and the door shall be opened unto you. 
Hallelu, Hallelujah!"

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Saturday, 23 April 2016

Daily Remembrancer by J. Smith, April 24 (บทความสอนใจประจำวัน 24 เมษายน)

"เราเป็นอาหารแห่งชีวิต" (ยอห์น 6:35)

บทความสอนใจประจำวัน 24 เมษายน

"เราเป็นอาหารแห่งชีวิต" (ยอห์น 6:35 TNCV)

เราจำเป็นต้องได้รับอาหารสำหรับจิตวิญญาณเช่นเดียวกับร่างกาย ทั้งหมดที่เราจำเป็นต้องมีเพื่อที่เราจะได้รับกำลังและความอิ่มใจอยู่ในพระเยซูและพบได้ในพระคำในพระคัมภีร์ เราสามารถต้อนรับพระองค์ได้ด้วยความเชื่อ อาหารฝ่ายวิญญาณของเมื่อวานก็ไม่เหมาะสมสำหรับวันนี้! เราจะต้องเข้าหาพระองค์ทุกเวลาเช้า

หากพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทำให้เราหิวกระหายฝ่ายวิญญาณ พระเยซูเท่านั้นที่จะทำให้เราอิ่มได้ เมื่อเรารู้สึกอ่อนแอ อ่อนกำลัง และเหน็ดเหนื่อย ขอให้เราใช้ประโยชน์จากอาหารฝ่ายวิญญาณนี้ หากเราเลี้ยงชีวิตด้วยพระเยซู เราจะดำรงชีวิตอยู่โดยพระองค์และมีชีวิตนิรันดร์

ขอให้เราเข้าหาพระองค์หลายครั้งต่อวัน พระเยซูเพียงผู้เดียวเป็น "อาหารแห่งชีวิตอาหารซึ่งลงมาจากสวรรค์" (ยอห์น 6:35,51)

"ขอพระองค์เสด็จมาในเวลาเช้าอันหวานชื่นนี้ 
เลี้ยงดูชีวีข้าฯ ด้วยอาหารของพระองค์ 
และเติมความรักแท้และฤทธิ์อำนาจของพระองค์
เข้าสู่หัวใจดวงนี้ของข้าฯ ที่ไม่คู่ควร" 
(Henry W. Baker, เพลง "I am not worthy, holy Lord")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

April 24

"I am the Bread of Life." (John 6:35)

We need bread for the soul, as well as for the body. All we need to strengthen and satisfy us is in Jesus, and found in the words of the Bible. He is received by faith. Yesterday's spiritual food is no good for today! We must come to Him preferably morning by morning.

If the Holy Spirit has given us a spiritual hunger, Jesus, and Jesus only, will satisfy. When we feel weak, faint and weary, let us make use of this spiritual bread. If we feed on Jesus, we shall live by Him and have eternal life.

Let us come to Him, many times a day. Jesus only is "the bread of life: the bread which came down from Heaven." (John 6:35; 6:51)

"O come, in this sweet morning hour, 
Feed me with food divine; 
And fill with all Your love and power 
This worthless heart of mine." 
(Henry W. Baker, hymn "I am not worthy, holy Lord")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Friday, 22 April 2016

Daily Remembrancer by J. Smith, April 23 (บทความสอนใจประจำวัน 23 เมษายน)

"จงเชื่อพระเจ้า" (มาระโก 11:22)

บทความสอนใจประจำวัน 23 เมษายน

"จงเชื่อพระเจ้า" (มาระโก 11:22 TNCV)

คุณมีพระคัมภีร์ จงเชื่อพระคำ จงอ้างถึงพระสัญญาต่างๆ ในคำอธิษฐาน พระเจ้าไม่สามารถหลอกลวงคุณ พระองค์ฟังคุณ หากแรงจูงใจของคุณดี จงขอพระเจ้าเพื่อสิ่งจำเป็นทั้งสิ้นสำหรับคุณ

จงวางใจในพระเจ้าเมื่อคุณเผชิญการทดลองทุกอย่าง พระองค์อยู่กับคุณเสมอ พระองค์พร้อมที่จะช่วย พระองค์ชื่นชมยินดีในตัวคุณเมื่อคุณทำดี พระคำของพระองค์ถูกต้อง จงรอคอยเวลาของพระองค์ด้วยความอดทน จงอย่าหยุดอธิษฐานเพียงเพราะพระองค์ตอบช้า พระเจ้าของคุณ "สามารถกระทำเกินกว่าที่เราจะทูลขอหรือคาดคิด" (เอเฟซัส 3:20 TNCV) การอธิษฐานเป็นหน้าที่และสิทธิพิเศษของคุณ

จงอุทิศชีวิตทั้งสิ้นแด่พระองค์ "จงละความกังวลทั้งสิ้นของท่านไว้กับพระองค์เพราะพระองค์ทรงห่วงใยท่าน" (1 เปโตร 5:7 TNCV) "แต่ส่วนข้าพเจ้าจะมุ่งหวังในองค์พระผู้เป็นเจ้า" (มีคาห์ 7:7 TNCV)

"จงไปเสียให้พ้น ความไม่เชื่อของข้าฯ ! พระผู้ช่วยอยู่ใกล้ 
และเพราะแน่ทีเดียว ข้าฯ จะได้ผ่อนคลายในอีกไม่ช้า 
โดยการอธิษฐาน ขอที่ข้าฯ จะต่อสู้ ด้วยรู้ว่าพระองค์จะช่วยข้าฯ 
มีพระเยซูอยู่ในเรือ ข้าฯ จะยิ้มสู้พายุ" 
(John Newton, เพลง "Begone, Unbelief")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

April 23

"Have faith in God." (Mark 11:22)

You have the Bible, believe it; claim the promises in prayer. God cannot deceive you. He listens to you. If your motives are good, ask God to meet all your needs.

In every trial, trust God. He is always with you. He is ready to help. He rejoices over you to do you good. His Word is true. Patiently wait His time. Never give up praying because He delays. Your God "is able to do exceedingly abundantly above all that we can ask or think." (Ephesians 3:20) Prayer is your duty and privilege.

Be entirely devoted to Him. "Cast all your cares on Him, He cares for you." (1 Peter 5:7) "Therefore, I will look to the Lord." (Micah 7:7)

"Begone, unbelief! My Saviour is near, 
And for my relief will surely appear: 
By prayer let me wrestle, that He will perform; 
With Christ in the vessel*, I smile at the storm." (* boat.) 
(John Newton, hymn "Begone, Unbelief")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Thursday, 21 April 2016

Daily Remembrancer by J. Smith, April 22 (บทความสอนใจประจำวัน 22 เมษายน)

"เราจะทำให้เจ้าเจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอน" (ปฐมกาล 32:12)

บทความสอนใจประจำวัน 22 เมษายน

"เราจะทำให้เจ้าเจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอน" (ปฐมกาล 32:12 TNCV)

นี่เป็นคำสัญญาสำหรับผู้เชื่อทุกคน เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันนี้ แต่เรารู้ว่าพระเจ้าควบคุมทุกเหตุการณ์และจะทำให้เกิดผลดีต่อชีวิตเรา พระองค์เป็นสติปัญญาและความดีอันไร้ขีดจำกัด

เราอาจจะประสบปัญหาและบอกว่า "ทุกสิ่งแย่สำหรับข้าพเจ้า" จงอ่านเกี่ยวกับปัญหาทั้งหลายที่กษัตริย์ดาวิดได้เผชิญและฟังท่านกล่าวว่า "ดีแล้วที่ข้าพระองค์ทุกข์ยาก" (สดุดี 119:71 TNCV) พระเจ้าจะทำให้เกิดผลดีแก่เราด้วยการทดสอบเรา การทำให้เราถ่อมลง และการพิสูจน์เรา พระองค์พิจารณาถึงสวัสดิภาพของจิตวิญญาณของคุณ

จงมองที่ความทุกข์ยากละกล่าวว่า "นี่จะเป็นพระพรสำหรับข้าพเจ้าด้วยเช่นกัน" จงมองดูอดีตและร้องว่า "ความดีและความรักอันยั่งยืนจะติดตามข้าพเจ้าไปตลอดวันคืนชีวิตของข้าพเจ้า" (สดุดี 23:6 TNCV) จงมองดูอนาคตและชื่นชมยินดี "องค์พระผู้เป็นเจ้าจะประทานสิ่งที่ดี" (สดุดี 85:12 TNCV) จงมองไปทุกทิศทุกทางและกล่าวว่า "ข้าพเจ้าจะวางใจและไม่กลัว" (อิสยาห์ 12:2 TNCV)

"วางใจเมื่อเหตุการณ์ผ่านไป
วางใจเมื่อวันเวลาผ่านไป
วางใจพระองค์ในทุกสิ่งที่เกิดขึ้น 
วางใจในพระเยซู คือทุกสิ่งที่ข้าฯ จะทำ"
(Edgar Page Stites, เพลง "Simply Trusting Every Day")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

April 22

"I will surely do you good." (Genesis 32:12)

This promise is intended for all believers. We don't know what will happen today, but we know that God superintends every event, and will do us good. He is infinite in wisdom and goodness.

We may have troubles and say "Everything is against me." Read about all David's troubles, and hear him say, "It was good for me, that I was afflicted!" (Psalm 119:71) God will do you good by testing, humbling and proving you. He considers your soul's welfare.

Look at your trials and say "This also will be blessed to me." Look to the past and sing, "Goodness and mercy have followed me all the days of my life" (Psalm 23:6). Look to the future and rejoice, "The Lord will give that which is good" (Psalm 85:12). Look in every direction, and say, "I will trust and not be afraid" (Isaiah 12:2).

"Trusting as the days go by,
Trusting as the moments fly,
Trusting Him, whate're befall,
Trusting Jesus, that is all!"
(Edgar Page Stites, hymn "Simply Trusting Every Day")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Wednesday, 20 April 2016

Daily Remembrancer by J. Smith, April 21 (บทความสอนใจประจำวัน 21 เมษายน)

"จง...ดำเนินอย่างถ่อมใจไปกับพระเจ้าของท่าน" (มีคาห์ 6:8)

บทความสอนใจประจำวัน 21 เมษายน

"จง...ดำเนินอย่างถ่อมใจไปกับพระเจ้าของท่าน" (มีคาห์ 6:8 TNCV)

ความเย่อหยิ่งเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดปัญหาหนึ่งของเรา พระคุณของพระเจ้าทำให้เราถ่อมใจเสมอ และเราจะมีความสุขและเพลิดเพลินกับพระเจ้าได้เมื่อเราถ่อมใจเท่านั้น

จงคิดถึงสถาพของคุณก่อนมาเชื่อวางใจในพระเยซู และอธิษฐานขอให้พระองค์ทำให้คุณถ่อมใจลง ทุกสิ่งที่คุณมีเป็นของขวัญแห่งพระคุณจากพระเจ้า และสิ่งดีทั้งหมดที่คุณทำเป็นผลของการงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในตัวคุณ

คุณจำเป็นต้องภูมิใจในเรื่องอะไร? จงสรรเสริญพระเจ้าสำหรับพระเมตตา จงเรียนรู้ลักษณะนิสัยของพระเยซูและพยายามดำเนินชีวิตเหมือนพระองค์

จงรับใช้พระเจ้าในความถ่อมใจทั้งหมด แต่จงระวังความถ่อมใจแบบจอมปลอมที่หยุดพักด้วยความพอใจโดยไม่แสวงหาสิ่งที่พระเจ้าได้สัญญาไว้หรือไม่ตั้งเป้าที่จะทำตามที่พระเจ้าได้สั่งไว้

"ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสร้างจิตใจที่บริสุทธิ์ในข้าพระองค์
และทรงฟื้นจิตวิญญาณอันมั่นคงขึ้นใหม่ภายในข้าพระองค์
ขออย่าทรงเหวี่ยงข้าพระองค์ไปจากเบื้องพระพักตร์
หรืออย่าทรงนำพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ไปจากข้าพระองค์
ขอทรงคืนความปีติยินดีในความรอดแก่ข้าพระองค์
และขอประทานจิตใจที่เชื่อฟังเพื่อค้ำชูข้าพระองค์
" (สดุดี 51:10-12 TNCV)

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

April 21

"Walk humbly with your God." (Micah 6:8)

Pride is one of our greatest problems. The grace of God always humbles us; and it is only as we are humble that we are happy and can enjoy God.

Think of what you were before you believed in Jesus, and pray to be made humble. All you have is God's gift of grace, and all you do that is good, is the effect of the Holy Spirit working in you.

What have you to be proud of? Praise God for His mercy. Learn from the character of Jesus and try to walk as He walked.

Serve the Lord in all humility. But beware of false humility that rests content without seeking for the utmost God has promised, or aiming at the highest duties God has commanded.

"Lord, create a pure heart in me,
And a steadfast mind renew.
Do not take your Spirit from me;
Cast me not away from You.
Give me back the joy I had;
Keep my willing spirit glad." (Sing Psalms 51:10-12)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Daily Remembrancer by J. Smith, April 20 (บทความสอนใจประจำวัน 20 เมษายน)

"พระคริสต์ทรงปลดปล่อยเราเป็นไทเพื่อเสรีภาพ" (กาลาเทีย 5:1)

บทความสอนใจประจำวัน 20 เมษายน

"พระคริสต์ทรงปลดปล่อยเราเป็นไทเพื่อเสรีภาพ" (กาลาเทีย 5:1 TNCV)

เราเคยเป็นทาสของบาป ซาตาน และโลก เราอยู่ "ใต้ธรรมบัญญัติ" พยายามที่จะทำตามคำสั่งของพระเจ้าแล้วก็ล้มเหลว แต่พระเยซูปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระ!

พระองค์ช่วยเราให้รอดพ้นจากธรรมบัญญัติและนำเรามาอยู่ใต้พระคุณ ช่วยเราให้รอดพ้นจากซาตานและร่วมสู้รบกับเขา เรามีชัยชนะเหนือโลกนี้และตั้งตารอคอยวันที่เราจะจากมันไป เรามีเสรีภาพที่จะรับใช้พระเจ้าและดำเนินชีวิตกับพระองค์ด้วยความสนิทสนมและความรักอันบริสุทธิ์

ความรักแท้นิรันดร์อันไม่จำกัดของพระเจ้าพระบิดาส่งพระเยซูพระบุตรองค์เดียวของพระองค์มายังโลกนี้ เพื่อที่พระองค์จะดำรงชีวิตอยู่และตายเพื่อคนบาป และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทำงานในหัวใจของเรา ให้ความเชื่อแก่เรา เพื่อที่เราจะเชื่อข้อความแห่งอิสรภาพที่พบในพระคัมภีร์

บัดนี้ เราสามารถรับใช้พระเจ้าของเราในความชอบธรรมตลอดทั้งชีวิต และตั้งตารอคอยที่จะไปสวรรค์ พระเจ้าช่วยให้เราเป็นอิสระจากบาปเพื่อที่เราจะบริสุทธิ์และมีความสุข

"จากความเป็นทาส ความเศร้าโศก และกลางคืน
พระเยซูเจ้าข้า ข้าฯ ออกมาแล้ว
สู่อิสรภาพ ความชื่นบาน และแสงสว่าง
พระเยซูเจ้าข้า ข้าฯ มาหาพระองค์
"
(William True Sleeper, 
เพลง "Coming to the Lord")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

April 20

"Christ has truly set us free." (Galatians 5:1)

We were slaves to sin, Satan and the world; we were "under the law" - trying to keep God's commands and failing - but Jesus set us free!

We are delivered from the law, and are under grace; delivered from Satan, and are at war with him. We overcome the world, and are hastening out of it. We are at liberty to serve God, and walk with Him in fellowship and holy love.

The infinite everlasting love of God, the Father, sent His only Son, the Lord Jesus, to this world to live and die for sinners, and the Holy Spirit worked in our hearts giving us faith to believe the message of freedom found in the Bible.

Now we may serve our God in righteousness all our days, and look forward to heaven. We are freed from sin so that we may be holy and happy.

"Out of my bondage, sorrow and night, 
Jesus, I come. Jesus I come;
Into Thy freedom, gladness and light,
Jesus, I come to Thee."
(William True Sleeper, hymn "Coming to the Lord")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Monday, 18 April 2016

Daily Remembrancer by J. Smith, April 19 (บทความสอนใจประจำวัน 19 เมษายน)

"ขอทรงสงวนชีวิตของข้าพระองค์ตามพระวจนะของพระองค์" (สดุดี 119:37)

บทความสอนใจประจำวัน 19 เมษายน

"ขอทรงสงวนชีวิตของข้าพระองค์ตามพระวจนะของพระองค์" (สดุดี 119:37 TNCV)

เราควรที่จะวิ่งอยู่ในลู่ทางของคำสั่งของพระเจ้า น่าเศร้าใจถ้าเราไม่ย่อมเคลื่อนไปข้างหน้าเพราะความอ่อนแอและความบาปของเรา! เราพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพราะพระองค์เป็นผู้เดียวที่สามารถให้กำลังแก่เรา

ขอให้เราแสวงหาความช่วยเหลือจากพระองค์ในเช้าวันนี้ พระองค์เป็นพระวิญญาณที่เปี่ยมด้วยพระคุณและให้พระคุณ พระองค์ชื่นชอบที่จะยกย่องและให้เกียรติสิริแด่พระเยซู

ขอให้เราอธิษฐานในพระนามพระเยซู ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ฟื้นฟูชีวิตเรา และนำเราให้เข้าใกล้พระเจ้ามากขึ้น

ขอให้เราทูลขอความรักแท้ของพระเยซู เพื่อมาเติมหัวใจของเรา แล้วเราก็จะดำเนินชีวิตอย่างราบรื่น รับใช้อย่างราบรื่น และจากโลกนี้ไปอย่างราบรื่น

เราจำเป็นต้องมีพระเยซูอยู่ด้วยทุกวัน เพื่อที่พระองค์จะช่วยให้เรามีชีวิตชีวา อุทิศชีวิตให้พระเจ้า และทำงานเพื่อพระเจ้า

"พระเจ้าได้เรียกคุณให้ออกจากความมืด
เข้าสู่ความสว่างอันล้ำเลิศที่สุดของพระองค์
พระองค์ได้นำความจริงของพระองค์สู่ชีวิตภายในคุณ
ทำให้คุณซึ่งตาบอดได้มองเห็น
ขอที่แสงสว่างของคุณจะส่องประกาย
เพื่อพระนามของพระเจ้าจะได้รับเกียรติสิริ
และทุกคนก็จะได้พบความหวังและวัตถุประสงค์ที่สดใหม่
ในพระเยซูคริสต์ผู้ได้สละพระชนม์เพื่อเราทั้งหลาย"

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

April 19

"Give me life through Your Word." (Psalm 119:37)

We ought to RUN in the way of God's commands; it is our misery that because of weakness and sin, we scarcely creep! We are dependant on the Holy Spirit for He alone can strengthen us.

Let us seek His help this morning. He is gracious and the grace-giving Spirit. He delights to exalt and honour Jesus.

Let us pray in Jesus name that the Holy Spirit will revive us and bring us nearer to God.

Let us ask for the love of Jesus to fill our hearts, for then we shall live well, serve well and die well. We daily need the presence of Jesus to keep us lively, devoted and working for God.

"God has called you out of darkness
Into His most marvellous light;
Brought His Truth to life within you, 
Turned your blindness into sight.
Let your light so shine around you
That God's name is glorified
And all find fresh hope and purpose
In Christ Jesus crucified."

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Daily Remembrancer by J. Smith, April 18 (บทความสอนใจประจำวัน 18 เมษายน)

"ความสามารถของเรามาจากพระเจ้า" (2 โครินธ์ 3:5)

บทความสอนใจประจำวัน 18 เมษายน

"ความสามารถของเรามาจากพระเจ้า" (2 โครินธ์ 3:5 TNCV)

เราอ่อนแอ แต่พระเยซูเข้มแข็ง ฤทธานุภาพของพระองค์ปรากฏเต็มที่เมื่อเราอ่อนแอ พระองค์ได้สัญญาที่จะทำงานในชีวิตเรา เพื่อที่เราจะ "ตั้งใจและทำตามพระประสงค์อันดีของพระองค์" (ฟิลิปปี 2:13) พระองค์กล่าวและทุกสิ่งก็เป็นไปตามนั้น

เมื่อพระเจ้าส่งโมเสสไปยังฟาโรห์ พระองค์กล่าวว่า "เราจะอยู่กับเจ้า" (อพยพ 3:12)และการสถิตอยู่ของพระเจ้าเป็นกำลังของโมเสส ความบริบูรณ์ของพระองค์ปรากในความขาดแคลนของเรา และจะมีให้แก่เราเสมอในพระเยซู เรารับตามความจำเป็นของเรา ความอ่อนแอของเรา และความเชื่อของเรา

ดาวิดกล่าวว่า "โดยพระเจ้าเราจะมีชัยชนะ" (สดุดี 60:12) เปาโลกล่าวว่า "ข้าพเจ้าทำทุกสิ่งได้โดยพระองค์ผู้ประทานกำลังแก่ข้าพเจ้า" (ฟิลิปปี 4:13)

อย่ามองที่ความว่างเปล่าของเราหรือความอ่อนแอของเรา แต่มองไปที่พระสัญญาของพระเจ้า และร้องว่า "พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยและเป็นกำลังของเรา" (สดุดี 46:1)

"เมื่อพระเยซูอยู่กับคุณ จงอย่ากลัวเลย
เมื่อพระองค์เป็นพระเจ้าของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องท้อใจ
พระองค์จะให้กำลังแก่คุณ ปกป้องคุณ ช่วยให้คุณสู้ต่อไหว
จะยกชูคุณไว้ด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์และชอบธรรมของพระองค์"
(M. Luther)

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

April 18

"Our sufficiency is of God." (2 Corinthians 3:5)

We are weak, but Jesus is strong; and His strength is perfected in our weakness. He has promised to work in us "to will and to do of His good pleasure." (Philippians 2:13) He speaks and it is done.

When God sent Moses to Pharaoh, He said, "Certainly, I will be with you" (Exodus 3:12): and the Lord's presence was his strength. His fullness is our sufficiency. It is available to us in Jesus. We receive according to our need, our weakness, and our faith.

David said, "Through God, I shall do valiantly." (Psalm 60:12) Paul said,"I can do all things through Christ who strengthens me." (Philippians 4:13)

Don't look to your own emptiness, or weakness; but look to what God has promised, and sing, "God is our refuge, and our strength." (Psalm 46:1)

"Since Jesus is with you, do not be afraid;
Since He is your God, you need not be dismayed:
He'll strengthen you, guard you, and help you to stand,
Upheld by His righteous, omnipotent hand." 
(M. Luther)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Sunday, 17 April 2016

Daily Remembrancer by J. Smith, April 17 (บทความสอนใจประจำวัน 17 เมษายน)

"พระเยซูผู้ได้เสด็จนำหน้าเราทรงเข้าไปก่อนแล้วเพื่อเรา" (ฮีบรู 6:20)

บทความสอนใจประจำวัน 17 เมษายน

"พระเยซูผู้ได้เสด็จนำหน้าเราทรงเข้าไปก่อนแล้วเพื่อเรา" (ฮีบรู 6:20 TNCV)

สิ่งใดก็ตามที่พระเยซูทำก็เพื่อประชากรของพระองค์ พระองค์ได้ไปสู่สวรรค์ในฐานะผู้เบิกทางของเรา ในฐานะสหายใจดี พระองค์สำแดงทางนั้นให้เราได้เห็น ในฐานะผู้นำทางชาญฉลาด พระองค์ได้กำหนดถนนหนทางไว้สำหรับเรา ในฐานะแบบอย่างของเรา พระองค์ได้ไปก่อนหน้าเรา และกล่าวแก่เราว่า "ตามเรามา"

บัดนี้ เรามีผู้ทูลขอเพื่อเราอยู่กับพระบิดา เรามีสามีที่กำลังเตรียมบ้านไว้สำหรับเรา เรามีพระผู้ช่วยผู้ที่กำลังคอยรับเรา เรามีผู้หนึ่งในสวรรค์ที่เราสามารถกล่าวกับพระองค์ได้ว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทราบดีว่าข้าพระองค์รู้สึกเช่นไรจากประสบการณ์ของพระองค์เอง เพราะครั้งหนึ่งพระองค์ถูกทดลองใจเช่นเดียวกับข้าพระองค์ทุกประการ"

เรามีพระเยซูในสวรรค์ผู้ซึ่งรอคอยที่จะต้อนรับเรา เรารู้จักพระองค์แล้ว แต่เราจะรู้จักพระองค์และเพลิดเพลินกับพระองค์ตลอดกาลในสวรรค์เบื้องบน พระองค์ได้ไปสวรรค์ก่อนแล้วเพื่อเรา

โอ จิตใจของข้าเอ๋ย จงพึ่งพาพระเยซูผู้เบิกทางของเรา และจงดำเนินตามรอยเท้าของพระองค์

"พระองค์สอนถึงสิ่งใหญ่ซึ่งได้ทรงกระทำ 
ยินดีที่พระเยซูพระบุตรเป็นผู้นำ
ประหลาดใจนักหนาเมื่อเราเห็นพระเยซู
เป็นผู้บริสุทธิ์ยิ่งใหญ่ซึ่งเราเฝ้าดู"
(F.J.Crosby, เพลง "สรรเสริญแด่พระเจ้า")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

April 17

"The forerunner is for us entered." (Hebrews 6:20)

Whatever Jesus did was for His people. He has gone into heaven as our forerunner. As a kind friend, He shows the way; as a wise guide, He marks out the road for us; as our example, He has gone before, and says to us,"Follow Me."

We now have an Advocate with the Father, a Husband preparing our home for us, a Saviour waiting to receive us. We have One in heaven to Whom we can say, "Lord, You know from Your own experience, how I feel, for You were once tested in all points, like I am."

We have Jesus in heaven waiting to welcome us. We already know Him; but we shall know Him and enjoy Him forever above. He is gone into heaven FOR US.

Oh, my soul, look to Jesus as your forerunner and follow in His steps.

"Great things He has taught us, great things He has done,
And great our rejoicing through Jesus the Son:
But purer, and higher, and greater will be
Our joy and our wonder when Jesus we see!" 
(F. J. Crosby, hymn "To God Be The Glory)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Friday, 15 April 2016

Daily Remembrancer by J. Smith, April 16 (บทความสอนใจประจำวัน 16 เมษายน)

"จะทรงเหยียบบาปทั้งหลายของเราไว้ใต้พระบาท" (มีคาห์ 7:19)

บทความสอนใจประจำวัน 16 เมษายน

"จะทรงเหยียบบาปทั้งหลายของเราไว้ใต้พระบาท" (มีคาห์ 7:19 TNCV)

พระเจ้าสัญญาที่จะยกโทษบาปของเราโดยพระคุณของพระองค์ และนำบาปทั้งหลายของเราให้อยู่ใต้ฤทธิ์อำนาจของพระองค์

การยกโทษเป็นคำตอบของคำอธิษฐานของเรา แล้วความบริสุทธิ์ซึ่งทำให้เราเกลียดชังความบาปก็จะเกิดขึ้นตามมา แต่ก็เหมือนกับไฟ แม้ว่าบาปจะดับลงแล้วอย่างชัดแจ้ง มันจะลุกขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อรบกวนสันติสุขและความสุขของเรา

พระเจ้าสัญญากับเราในเช้าวันนี้ว่าพระองค์ "จะทรงเหยียบบาปทั้งหลายของเราไว้ใต้พระบาท" (มีคาห์ 7:19 TNCV) พระเจ้าครอบครองอยู่และจะพิชิตศัตรูทั้งสิ้น!

"บาปจะไม่มีอำนาจเหนือชีวิตคุณ 
โอ ช่างเป็นข้อความแห่งเกียรติสิริและเป็นความจริง 
พระเจ้าได้ตรัสไว้! และคำตรัสจะต้องคงอยู่! 
จงบอกต่อความจริงนี้ เพราะมันช่างดีเหลือเกิน! 
บาปจะไม่มีอำนาจเหนือชีวิตคุณ" 
(J. A. Oram)

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

April 16

"He will subdue our sins." (Micah 7:19)

God promises to pardon our sins by His grace, and bring them under control by His power.

Pardon comes in answer to our prayer; holiness, which causes us to hate sin, follows. But like fire, apparently put out, it will break out again and again to disturb our peace and happiness.

The Lord promises you this morning, "I will subdue your sins." (Micah 7:19) God reigns, and will conquer every rival.

"Sin shall not have dominion over you, 
Oh, what a glorious message- and it's true! 
God has said it! It must stand! 
Pass it on –it's simply grand! 
Sin shall not have dominion over you!" 
(J. A. Oram)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Thursday, 14 April 2016

Daily Remembrancer by J. Smith, April 15 (บทความสอนใจประจำวัน 15 เมษายน)

"จงให้ความคิดของท่านจดจ่ออยู่กับสิ่งเบื้องบน" (โคโลสี 3:2)

บทความสอนใจประจำวัน 15 เมษายน

"จงให้ความคิดของท่านจดจ่ออยู่กับสิ่งเบื้องบน" (โคโลสี 3:2 TNCV)

ขอให้เรานำใจของเราไปยังสวรรค์ในเช้าวันนี้ ที่นั่นมีพระบิดาแห่งสวรรค์ของเราอาศัยอยู่ในแสงสว่างที่ยากที่จะเข้าใกล้ ที่นั่นมีพระเยซู พระผู้ช่วยที่ได้รับเกียรติสิริ นั่งอยู่ที่ขวามือของพระบิดา และเช่นกัน ที่นั่นมีพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระผู้ปลอบโยนเรา

ที่นั่นเราจะสามารถเพลิดเพลินกับความรักแท้ ความโปรดปราน และการสถิตอยู่ของพระเจ้าได้อย่างเต็มที่ ที่นั่นเราสามารถตระหนักถึงสันติสุข การพักสงบ และความสุขแห่งนิรันดร์ ที่นั่นพระเจ้าได้จัดเตรียมมงกุฎแห่งความชอบธรรม บัลลังก์แห่งเกียรติสิริ และแม่น้ำแห่งชีวิตให้กับเรา ที่นั่นมีบุคคลที่เรารักที่ไปสวรรค์ก่อนหน้าเรารอคอยเราอยู่ และเราควรให้ความคิดของเราจดจ่ออยู่ที่นั่น

โลกนี้คืออะไร? ไม่ว่าจะคืออะไรก็ตาม เรากำลังจะจากโลกนี้ไป! "จงให้ความคิดของท่านจดจ่ออยู่กับสิ่งเบื้องบน" (โคโลสี 3:2 TNCV)

"สวรรค์เป็นที่ที่สวยงาม 
เต็มด้วยเกียรติสิริและพระคุณ! 
ข้าฯ ต้องการเห็นพระพัตร์ของพระผู้ช่วยของข้าฯ 
สวรรค์เป็นที่ที่สวยงาม!"

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

April 15

"Set your affection on things above." (Colossians 3:2)

Let us lift our hearts to heaven this morning. There our Heavenly Father lives in unapproachable light. There our glorified Saviour, Jesus, sits at the right hand of the Father; and there too is the Holy Spirit, our gracious Comforter.

There the love, favour and presence of God are fully enjoyed. There peace, rest and happiness are eternally realized. There is the Crown of Righteousness, the Throne of Glory, and the River of Life which our God has set before us. There are our loved ones who have gone home before us, and there our affections should be.

What is earth? Whatever it is, we are leaving it! "Set your affections on things above!" (Colossians 3:2)

"Heaven is a beautiful place! 
Full of glory and grace! 
I want to see my Saviour's face- 
Heaven is a beautiful place!"

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Wednesday, 13 April 2016

Daily Remembrancer by J. Smith, April 14 (บทความสอนใจประจำวัน 14 เมษายน)

"ท่านได้รับความบริบูรณ์ในพระคริสต์" (โคโลสี 2:10)

บทความสอนใจประจำวัน 14 มกราคม

"ท่านได้รับความบริบูรณ์ในพระคริสต์" (โคโลสี 2:10 TNCV)

หากคุณมองที่ตัวคุณเอง คุณจะพบความว่างเปล่า ความอ่อนแอ และความบาป แต่ผู้เชื่อทุกคนก็เป็นหนึ่งเดียวกันกับพระบุตรที่รักของพระเจ้า พระเยซูเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณ และทุกสิ่งที่พระองค์มีก็เป็นของคุณ

คุณไม่บริสุทธิ์ แต่พระองค์ทำให้คุณบริสุทธิ์ และจะชำระคุณให้บริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์

คุณโง่เขลา แต่พระองค์ให้สติปัญญาแก่คุณ และจะทำให้คุณมีปัญญาจนถึงความหลุดพ้น

คุณอ่อนแอ แต่พระองค์เป็นกำลังของคุณ และคุณจะทำทุกสิ่งได้โดยพระองค์

คุณไม่ชอบธรรม แต่พระองค์ทำให้คุณชอบธรรม และคุณจะไม่เพียงแต่ชอบธรรมเท่านั้นแต่ยังจะได้รับความของธรรมของพระเจ้าในพระองค์

คุณหลงทาง แต่พระองค์ก็ไถ่คุณไว้ พระองค์ไถ่คุณจากคำสาปแช่งของพระเจ้าและจากโลกอันชั่วร้ายนี้ และพระองค์จะไถ่คุณจากความตาย

ในพระเยซู คุณบริสุทธิ์ มีปัญญา มีกำลัง และมีความสุข หรือสรุปคำเดียวคือ สมบูรณ์ครบถ้วน! พระคุณอันแสนมหัศจรรย์!

"พระคุณพระเจ้านั้นแสนชื่นใจ
ช่วยได้คนชั่วอย่างฉัน
ครั้งนั้นฉันหลงพระองค์ตามหา 
ตาบอดแต่ฉันเห็นแล้ว"
(John Newton, เพลง "Amazing Grace")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

April 14

"You are complete in Him." (Colossians 2:10)

If you look to yourself, you will find vanity, weakness and sin; but all believers are united by God to His beloved Son. Jesus is one with you, and all that He has is yours.

You are unholy, but He is made your holiness; and He will sanctify you wholly.

You are foolish, but He is made your wisdom, and He will make you wise into salvation.

You are weak, but He is your strength; and you can do all things through Him.

You are unrighteous, but He is made your righteousness; and you are not only righteous, but the righteousness of God in Him.

You are lost, but He is made your redemption; He has redeemed you from the curse of God and from this present evil world, and He will redeem you from death.

In Jesus you are holy, wise, strong and happy; in a word, complete! Amazing Grace!

"Amazing grace, how sweet the sound,
That saved a wretch like me!
I once was lost, but now am found,
Was blind, but now I see!"

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Tuesday, 12 April 2016

Daily Remembrancer by J. Smith, April 13 (บทความสอนใจประจำวัน 13 เมษายน)

"ท่านทั้งหลายวุ่นวายใจทำไม?" (ลูกา 24:38)

บทความสอนใจประจำวัน 13 เมษายน

"ท่านทั้งหลายวุ่นวายใจทำไม?" (ลูกา 24:38 THSV2011)

จงคิดถึงทุกสิ่งที่พระเยซูได้ทำเพื่อคุณ สัญญาไว้กับคุณ และได้ไปเตรียมไว้เพื่อคุณ จงคิดถึงสิ่งที่สิ่งที่พระองค์เป็นสำหรับคุณ พระองค์เป็นเจ้าบ่าวผู้ที่รักคุณ สหายผู้สัตย์ซื่อ และผู้ช่วยคุณให้ได้รับความหลุดพ้น

อะไรคือความวุ่นวายใจของคุณหรือ?

ความบาปหรือ? พระองค์จะยกโทษและทำลายมันไป

โลกนี้หรือ? พระองค์ได้ชนะมันแล้ว ไถ่คุณจากมันแล้ว และกำลังนำคุณให้ผ่านพ้นมันไปได้

ซาตานหรือ? พระองค์ได้พิชิต ลงโทษ และจะคุมขังเขาเร็วๆ นี้

ความวุ่นวายใจของชีวิตนี้หรือ? พระเยซูกล่าวว่า "จงนำมันมาให้เราในการอธิษฐาน จงมอบมันให้แก่เราในความเชื่อ และจงฝากมันไว้ที่เรา เรารู้และจะจัดหาสิ่งจำเป็นทั้งหมดให้แก่ท่าน จงวางใจเรา เรามีสติปัญญา ฤทธิ์อำนาจ และความรักแท้ และทั้งหมดที่เรามีก็เป็นของท่าน ซึ่งมีไว้ใช้เพื่อประโยชน์ของท่าน"

"ไม่ใช่สิ่งที่มือเหล่านี้ได้ทำ ที่สามารถช่วยจิตใจที่ผิดบาปได้หลุดพ้น
ไม่ใช่สิ่งที่เนื้อหนังอันตรากตรำนี้ได้ทำ ที่สามารถทำให้จิตวิญญาณของข้าฯ ได้รับการรักษาให้สมบูรณ์
แต่เป็นพระราชกิจของพระองค์ผู้เป็นพระผู้ช่วยของข้าฯ ที่บรรเทาความหนักอึ้งของบาป
พระโลหิตของพระองค์เท่านั้น โอ ลูกแกะของพระเจ้า ที่สามารถให้สันติสุขภายในแก่ข้าฯ"
(
H. Bonar)

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

April 13

"Why are you troubled?" (Luke 24:38)

Think of all Jesus has done for you, promised you, and gone to prepare for you. Think of what He is to you, your loving bridegroom, faithful Friend and Saviour.

What's your trouble?

Is it sin?-He will pardon, and destroy it.

The world?He has overcome it, redeemed you from it, and is leading you through it.

Satan?He is conquered, condemned and will soon be imprisoned.

The troubles of this life? Jesus says "Bring them to Me in prayer, cast them on Me in faith, and leave them with me. I know and will supply all your needs. Trust Me. I have wisdom, power and love; and all that I have is yours; to be used for your good."

"Not what these hands have done, can save this guilty soul;
Not what this toiling flesh has done, can make my spirit whole.
Your work alone my Saviour, can ease this weight of sin;
Your blood alone, O lamb of God, can give me peace within."
(H. Bonar)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie