Saturday, 31 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 01 มกราคม

"จงหันมาหาเราและรับการช่วยให้รอด" (อิสยาห์ 45:22)

บทความสอนใจประจำวัน 01 มกราคม

"จงหันมาหาเราและรับการช่วยให้รอด" (อิสยาห์ 45:22 TNCV)

สุขสันต์ปีใหม่! แต่เราก็อาจยังคงต้องเผชิญกับความเสียใจ ซาตาน และความผิดหวัง ความบาปยังอยู่ในเรา และสิ่งต่างๆ มากมายพร้อมที่จะทำให้เราเจ็บปวดใจ แต่พระเจ้าของเราบอกว่า "จงหันมาหาเรา"

จงหันมาหาพระองค์ผู้เป็นแหล่งของความสุข ผู้ให้พระคุณ และเพื่อนของคุณ

จงหันมาหาพระองค์ในทุกการทดลอง เพื่อสิ่งที่คุณจำเป็นต้องมี และในทุกสถานที่

จงหันมาหาพระองค์วันนี้ พระองค์พร้อมที่จะอวยพร พระองค์เป็นพ่อของคุณในพระเยซู จงเชื่อเถิดว่าพระองค์ให้ความสนใจกับสวัสดิภาพทั้งในปัจจุบันและนิรันดร์กาของคุณอย่างแท้จริง พระองค์จะรักษาทุกสัญญา พระองค์สัญญาว่าจะทำให้ทุกสิ่งร่วมกันก่อให้เกิดผลดีแก่คุณ

คุณได้มองดูตัวคุณเองและคนอื่น แล้วคุณก็ผิดหวัง บัดนี้ จงหันไปหาพระองค์แต่เพียงผู้เดียว มองดูพระองค์วันนี้และทุกๆ วันในปีใหม่นี้ และเดินหน้าต่อไปในสันติสุขและความสุข

"จงเพ่งมองไปที่พระเยซู
มองดูพระพักตร์อันงดงามของพระองค์
แล้วสิ่งต่างๆ บนโลกนี้จะหมองไปอย่างน่าประหลาด
เมื่อเทียบกับพระสง่าราศีและพระคุณของพระองค์"
(Helen H Lemmel, เพลง "Turn Your Eyes Upon Jesus")

Reverend James Smith 
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

January 01

"Look to Me for salvation." (Isaiah 45:22)

A Happy New Year! –but we are still exposed to sorrow, Satan, and disappointment; sin lives in us; and a thousand things are ready to distress us; but our God says, "Look to Me."

Look to Me as the source of happiness, the giver of grace, and your Friend.

Look to Me in every trial, for all you need, and in every place.

Look to Me today. I am ready to bless you. I am your Father in Jesus. Believe that I am deeply interested in your present and eternal welfare. I will keep every promise. I promise to make all things work together for your good.

You have looked to yourself and to others and you have been disappointed; now look to Me alone. Lift up your eyes to Me today, and every day of this New Year, and walk before Me in peace and happiness.

"Turn your eyes upon Jesus,
Look full in His wonderful face.
And the things of earth will grow strangely dim,
In the light of His glory and grace."
(Helen H Lemmel, hymn "Turn Your Eyes Upon Jesus")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

บทความสอนใจประจำวัน 31 ธันวาคม

"เพื่อนมีความรักความหวังดีให้ทุกเวลา" (สุภาษิต 17:17)

บทความสอนใจประจำวัน 31 ธันวาคม

"เพื่อนมีความรักความหวังดีให้ทุกเวลา" (สุภาษิต 17:17)

เราพบเพื่อนแบบนี้ได้ที่ไหน? พบได้ในพระเยซูคริสต์เท่านั้น!

พระองค์นำเราให้หลุดพ้นจากเครื่องจองจำแห่งบาป และต้อนรับเราแต่ละคนแบบเพื่อนแท้คนหนึ่งโดยไม่คำนึงถึงฐานะ! พระองค์จัดเตรียมสิ่งจำเป็นทั้งหมดเพื่อเรา พระองค์ช่วยชีวิตเราจากศัตรู และนำทางเราเมื่อเรากังวลใจ พระองค์ทนทุกข์ทรมานและตายบนกางเขนเพื่อให้เรามีสวัสดิภาพนิรันดร์ พระองค์นำเราไปและชี้ทางให้เรา และสำแดงความผิดพลาดของเราด้วยความรักแท้ พระองค์ปลอบใจเมื่อเรามีปัญหา

พระองค์พร้อมรับฟังทั้งกลางวันและกลางคืน พระองค์เป็นเพื่อนที่รักตลอดเวลา มิตรภาพของพระองค์หลั่งไหลจากความรักแท้อันบริสุทธิ์และความอดทนที่ไม่จำกัด เราจะได้อยู่กับพระองค์ตลอดกาล พระองค์จะไม่มีวันทอดทิ้งเราหรือละทิ้งเราเลย (ฮีบรู 13:5)

"โอ พระเยซู ขอพระองค์เป็นเพื่อน ที่ปรึกษา พระผู้ช่วย องค์พระผู้เป็นเจ้า และพระเจ้าของข้าพระองค์ ในชีวิตและในความตาย ตลอดปีใหม่นี้และตลอดไป"

"มีสหายเลิศคือพระเยซู
ผู้ได้แบกบาปทุกข์ของเรา
มีอะไรรบกวนให้โศกเศร้า
จงรีบเร่งมาเข้าเฝ้า
เหตุไฉนเราลืมพระเจ้าบ่อย
ใจเป็นทุกข์โดยไม่มีเหตุ
เพราะการไหว้วอนเราได้ท้อถอย
ไม่ได้ทูลผู้ทรงฤทธิ์เดช"
(Joseph M Scriven, เพลง "มีสหายเลิศคือพระเยซู")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 31

"A friend loves at all times." (Proverbs 17:17)

Where shall we find such a friend? Only in Jesus Christ!

He delivers from bondage to sin and welcomes each one as a genuine friend regardless of status! He provides for all our needs. He rescues us from our enemies, and guides us when we are worried. He suffered and died on the cross to provide for our eternal wellbeing. He leads us and guides us and lovingly shows us our faults. He comforts us in all our troubles.

He is ready to listen to us day or night. He is the friend who loves at all times. His friendship flows from pure love and infinite patience. We shall be with Him for ever. He will never fail us nor forsake us. (Hebrews 13:5)

"Oh, Jesus, be my Friend, Counsellor, Saviour, Lord and God , in life and in death, throughout this new year and forever."

"What a friend we have in Jesus
All our sins and griefs to bear!
What a privilege to carry
Everything to God in prayer!
Oh, what peace we often forfeit,
Oh, what needless pain we bear,
All because we do not carry
Everything to God in prayer!"
(Joseph M Scriven, Hymn "What a Friend We Have in Jesus")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Friday, 30 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 30 ธันวาคม

"เราจะไม่มีวันทอดทิ้งท่าน เราจะไม่มีวันละทิ้งท่าน" (ฮีบรู 13:5)

บทความสอนใจประจำวัน 30 ธันวาคม

"เราจะไม่มีวันทอดทิ้งท่าน เราจะไม่มีวันละทิ้งท่าน" (ฮีบรู 13:5 TNCV)

พระเจ้าได้สัญญาว่าจะอยู่กับเราเสมอ พระองค์เต็มเปี่ยมด้วยความเห็นกเห็นใจ และจะเดินทางไปกับเราจนถึงจุดหมาย พระองค์จะเป็นพระเจ้าของเราตลอดชั่วนิรันดร พระองค์จะช่วยเหลือเราในทุกปัญหา ปลอบใจเราและจัดเตรียมสิ่งต่างๆ ให้แก่เราในทุกความยากลำบาก ช่วยเราให้รอดพ้นจากทุกอันตราย และอวยพรเราในทุกสถานการณ์

ขอให้เราชื่นชมยินดีว่าพระเจ้าจะไม่มีวันทอดทิ้งเรา สหายอาจละทิ้งเรา หรือความตายอาจพรากสหายไปจากเรา ปัญหาอาจประดังมา แต่พระเจ้าจะไม่ละทิ้งคนของพระองค์ เพื่อพระนามอันยิ่งใหญ่ของพระองค์

พระองค์ได้รักคนของพระองค์ พระองค์จะรักเขาจนถึงที่สุด (ยอห์น 13:1)

"ครั้งหนึ่งคุณเคยเป็นคนต่างด้าวมาก่อน
เป็นคนแปลกหน้าต่อพระทัยแห่งรักของพระเจ้า
แต่พระองค์นำคุณกลับบ้านในพระเมตตาของพระองค์
ให้เป็นประชากรแห่งสวรรค์เบื้องบน
ให้ความรักของพระองค์หลั่งไหลสู่ผู้อื่น
ให้พวกเขาได้สัมผัสความห่วงใยของพระบิดา
เพื่อที่พวกเขาจะได้รู้จักการต้อนรับของพระองค์
และพระพรนับไม่ถ้วนที่พระองค์ประทานให้"
(James E. Seddon, hymn "Church of God, elect and glorious")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 30

"I will never leave you nor forsake you." (Hebrews 13:5)

God has promised to be with us always. He is full of compassion and will go through the whole journey with us. He will be our God to all eternity. He will support us in every trouble; comfort and provide for us in every difficulty; deliver us in every danger; and bless us in all situations.

Let us rejoice that our God will never leave us. Friends may desert us, or we may lose them through death; troubles may come upon us; but our God will not forsake His own for His great name's sake.

Having loved His own, He will love them to the end. (John 13:1)

"Once you were an alien people.
Strangers to God's heart of love,
But He brought you home in mercy,
Citizens of heaven above.
Let His love flow out to others,
Let them feel the Father's care;
That they too may know His welcome
And His countless blessings share."
(James E. Seddon, hymn "Church of God, elect and glorious")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Thursday, 29 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 29 ธันวาคม

"เรารู้ว่าเหตุการณ์ทุกอย่างร่วมกันก่อผลดีแก่คนที่รักพระเจ้า" (โรม 8:28)

บทความสอนใจประจำวัน 29 ธันวาคม

"เรารู้ว่าเหตุการณ์ทุกอย่างร่วมกันก่อผลดีแก่คนที่รักพระเจ้า" (โรม 8:28 THSV2011)

ประชากรขององค์พระผู้เป็นเจ้าทั้งหมดรักพระเจ้า! พระองค์เป็นพ่อในสวรรค์ของเขาที่เปี่ยมด้วยความรักแท้ พระองค์ได้เรียกเขาให้ติดตามพระองค์ ทุกสิ่งอยู่ในการควบคุมของพระองค์ พระองค์ดูแลจัดการหมดทุกสิ่ง

เราควรได้รับประโยชน์จากทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เราอาจได้รับสติปัญญา ความบริสุทธิ์ เรื่องราวที่เราจะอธิษฐานและสรรเสริญพระเจ้า การทดสอบความเชื่อของเรา ความอดทน และความหวังใจ เรามั่นใจได้ว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของเรา

ทุกสิ่งล้วนร่วมกันก่อให้เกิดผลดีแก่คนที่เชื่อวางใจ และถึงแม้ว่าถนนอาจจะไม่ราบเรียบ แต่เป็นหนทางที่ถูกต้องไปสู่บ้านของพ่อของเรา

"พระบิดาที่รัก ขอบคุณพระองค์สำหรับ 'ทุกสิ่ง' นั้น
ที่ร่วมกันก่อให้เกิดผลดีแก่ข้าฯ
การทดลอง ความผิดหวัง ความปวดร้าวจิตใจ
และหลายสิ่งที่ทำให้ข้าฯ เจ็บปวด
สิ่งเหล่านี้นำข้าฯ ใกล้พระองค์ โอพระเยซูเจ้า
เมื่อข้าฯ เข้าพบพระองค์ใน 'ที่ลับ'
ข้าฯ ขอละสิ่งเหล่านั้นไว้กับพระองค์ พระผู้ช่วยที่รัก
และร้องขอกำลัง ฤทธิ์เดช และพระคุณจากพระองค์"

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 29

"God causes everything to work for the good of those who love Him." (Romans 8:28)

All the Lord's people love God! He is their Loving Heavenly Father. He has called them to follow Him. Everything is in His control. He superintends all things.

We should gain from all that occurs. We may gain wisdom- holiness- matters for prayer and praise- the testing of our faith- patience and hope. Our best interests are secured.

Everything is working for the good of those who believe; and although the road may be rough, it is the right way to our Father's home.

"Dear Father, Thank You for the 'all things'
That together for our good do work;
The trials, disappointments, heartaches,
The many things that cause us hurt;
These draw us close to You , Lord Jesus
When meeting at the 'secret place,'
We leave them all with You, dear Saviour,
And claim You strength, Your power, Your grace."

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Wednesday, 28 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 28 ธันวาคม

"อย่าให้เราเมื่อยล้าในการทำดี" (กาลาเทีย 6:9)

บทความสอนใจประจำวัน 28 ธันวาคม

"อย่าให้เราเมื่อยล้าในการทำดี" (กาลาเทีย 6:9 THSV2011)

ผู้ที่เป็นของพระคริสต์ได้กลายเป็นคนใหม่แล้ว ขอให้เราให้คำแนะนำ กำลังใจ หรือการปลอบโยนจิตใจด้วยความยำเกรงพระเจ้าและเพื่อเกียรติสิริของพระองค์

สิ่งใดที่เราทำดีแล้ว เราก็ทำด้วยวิญญาณแห่งความรักแท้ ความถ่อมใจ และการอธิษฐาน โดยมีแรงจูงใจคือความรักแท้ของพระคริสต์ และทำตามคำสั่งของพระเจ้าองค์นิรันดร์และเพื่อพระเกียรติสิริของพระองค์

บางครั้งเราเมื่อยล้าในการทำดี จงระลึกไว้ว่าถ้าเราไม่ท้อใจแล้ว เราก็จะเก็บเกี่ยวในเวลาอันสมควร พระเจ้าสัตย์ซื่อและเปี่ยมด้วยพระคุณ พระองค์จะไม่ลืมการตรากตรำที่เราทำด้วยความรัก พระองค์จะให้รางวัลแม้กระทั่งสำหรับน้ำเย็นแก้วหนึ่งที่หยิบยื่นให้ในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า

"ครั้งหนึ่งคุณเคยเป็นคนต่างด้าวมาก่อน
เป็นคนที่แปลกหน้าต่อพระทัยแห่งรักของพระเจ้า
แต่พระองค์นำคุณกลับบ้านในพระเมตตาของพระองค์
ให้เป็นประชากรแห่งสวรรค์เบื้องบน
ให้รักของพระองค์หลั่งไหลสู่ผู้อื่น
ให้พวกเขาได้สัมผัสความห่วงใยของพระบิดา
เพื่อที่พวกเขาจะได้รู้จักการต้อนรับของพระองค์
และพระพรนับไม่ถ้วนที่พระองค์ประทานให้"
(James E. Seddon, hymn "Church of God, elect and glorious")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 28

"So let's not get tired of doing what is good." (Galatians 6:9)

Anyone who belongs to Christ Jesus has become a new person. Let us give advice, encouragement or relief in the fear of God, and for His glory.

What is done well, is done in a spirit of love, humility and prayer; is motivated by the love of Christ, and is done by the commandment of the everlasting God and for His glory.

Sometimes we get tired of doing good. Remember, in time we shall reap if we don't give up. God is faithful and gracious. He will not forget our labour of love. He will reward even the giving of a cup of cold water in the Lord's name.

"Once you were an alien people,
Strangers to God's heart of love,
But He brought you home in mercy,
Citizens of heaven above.
Let His love flow out to others,
Let them feel the Father's care,
That they too may know His welcome
And His countless blessings share."
(James E. Seddon, hymn "Church of God, elect and glorious")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Tuesday, 27 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 27 ธันวาคม

"ข้าพเจ้าอยากให้ท่านพ้นจากความพะวักพะวน" (1 โครินธ์ 7:32)

บทความสอนใจประจำวัน 27 ธันวาคม

"ข้าพเจ้าอยากให้ท่านพ้นจากความพะวักพะวน" (1 โครินธ์ 7:32 TNCV)

ความกังวลเป็นภัย! มันทำให้เราไขว้เขว ขัดขวางพระคำของพระเจ้า นำเราไปสู่การไม่วางใจ และทำลายสันติสุขของเรา

เราผู้ซึ่งได้วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้าควรละความกระวนกระวายทั้งสิ้นของเราด้วยการอธิษฐานให้พระองค์ดูแล เราควรทำทุกสิ่งเหมือนทำให้กับองค์พระผู้เป็นเจ้า และคำนึงถึงว่าครอบครัวของเรา ทรัพย์สินของเรา และธุรกิจของเราเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า

ความกระวนกระวายทำให้พระเจ้าเสียเกียรติ มันทำร้ายจิตใจของเราเอง มันส่งเสริมให้เราขาดความอดทนและขาดความเชื่อ มันขัดขวางการเป็นคนใช้การได้ของเรา และทำให้ใจของเราแข็งกระด้าง

เราควรอธิษฐานให้ชีวิตของเราปลอดซึ่งความกระวนกระวาย เพราะพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ห่วงใยเรา

"ทุกความกระวนกระวายและความกังวลของคุณ
จงนำมาสู่พระที่นั่งแห่งพระคุณ* และละไว้ที่นั่น
ไม่มีภาระใดเลยที่พระองค์ไม่สามารถแบกรับ
ไม่มีใครเลยจะเป็นสหายที่ดีได้เท่าพระเยซู" (* ที่อธิษฐาน)
(Edward H. Joy, เพลง "Is there a heart bent o'erbound by sorrow?")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 27

"I want you to be free from the concerns of this life." (1 Corinthians 7:32)

Worry is harmful! It distracts us, hinders God's Word, leads to distrust and destroys our peace.

We, who have put our trust in the Lord, should prayerfully leave all our concerns in His Care. All we do, we should do as to the Lord, and regard our family, our property, our business as the Lord's.

Anxiety dishonours God. It harms our own souls. It feeds our impatience and unbelief. It hinders our usefulness and hardens our hearts.

We should pray to be without anxiety for the Almighty God cares for us.

"All your anxiety, all your care,
Take to the mercy seat*, leave it there.
Never a burden He cannot bear.
Never a friend like Jesus." (* Place of prayer)
(Edward H. Joy, hymn "Is there a heart bent o'erbound by sorrow?")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Monday, 26 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 26 ธันวาคม

"นี่เป็นเกียรติแก่ผู้จงรักภักดีทั้งสิ้นของพระองค์" (สดุดี 149:9)

บทความสอนใจประจำวัน 26 ธันวาคม

"นี่เป็นเกียรติแก่ผู้จงรักภักดีทั้งสิ้นของพระองค์" (สดุดี 149:9 THSV2011)

เกียรติอะไร? ที่พระโลหิตอันล้ำค่าของพระเยซูได้ไถ่เรา ที่พระคำของพระเจ้าซึ่งดำรงอยู่เป็นนิตย์ได้นำให้เราบังเกิดใหม่ ที่พระเจ้ารับเราเป็นลูกของพระองค์

"เพื่อนที่รัก บัดนี้เราเป็นลูกของพระเจ้า ... เรารู้ว่าเมื่อพระองค์ทรงปรากฏ เราจะเป็นเหมือนพระองค์ เพราะเราจะเห็นพระองค์อย่างที่พระองค์ทรงเป็น" (1 ยอห์น 3:2 TNCV)

พระเยซูไม่ละอายที่จะเรียกเราพี่น้อง (ฮีบรู 2:11) เราเป็นทายาทของพระเจ้า เมื่อเราเป็นบุตรของพระองค์แล้ว เราก็เป็นทายาท แท้ที่จริงแล้ว เมื่อเราร่วมในพระคริสต์ เราก็เป็นทายาทแห่งพระเกียรติสิริของพระองค์ด้วย (โรม 8:17)

เราได้รับการช่วยให้รอดพ้นจากบาป เพื่อที่เราจะได้รับใช้พระเจ้าในอิสรภาพและความบริสุทธิ์นานตราบเท่าที่เรามีชีวิตอยู่

วันหนึ่ง เราจะได้นั่งร่วมกับพระเยซูเจ้าในการพิพากษา

"พระคริสต์เป็นผู้ไถ่ มิได้สงสัย
เป็นสันติสุขซึ่งพระองค์ทรงเตรียมไว้
ทรงให้ข้าเป็นบุตร พระองค์ผู้ไถ่
ฟอกโดยพระโลหิต ประเสริฐยิ่งใหญ่"
(Fanny Crosby, เพลง "ทรงสัญญาให้พรแก่ข้าฯ")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 26

"This is the glorious privilege of His faithful ones." (Psalm 149:9)

What privilege? Of being redeemed by the precious blood of Jesus. Of being born again, by the Word of God which lasts for ever. Of being acknowledged as the children of God.

"Dear friends, we are already God's children---we know that we will be like Him, for we shall see Him as He really is." (1 John 3:2)

Jesus is not ashamed to call us brothers and sisters. (Hebrews 2:11) We are heirs of God. Since we are His children we are His heirs. In fact, together with Christ we are heirs of God's glory. (Romans 8:17)

We have been delivered from sin to serve God in liberty and holiness –for as long as we live.

One day we shall sit in judgement with the Lord Jesus.

"Blessed assurance, Jesus is mine!
Oh, what a foretaste of glory divine!
Heir of salvation, purchase of God,
Born of His Spirit, wash'd in His blood."
(Fanny Crosby, hymn "Blessed Assurance")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Sunday, 25 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 25 ธันวาคม

"คนทั้งปวงจะต้องให้เกียรติเรา" (เลวีนิติ 10:3)

บทความสอนใจประจำวัน 25 ธันวาคม

"คนทั้งปวงจะต้องให้เกียรติเรา" (เลวีนิติ 10:3 TNCV)

พระเจ้าสร้างโลกนี้และธำรงรักษาไว้เพื่อที่พระองค์จะได้รับเกียรติ

ในวันคริสตมาสแรก ทูตสวรรค์องค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาปรากฏกับคนเลี้ยงแกะ และ "พระเกียรติสิริขององค์พระผู้เป็นเจ้าส่องล้อมรอบพวกเขาทำให้คนเหล่านั้นตกใจกลัวยิ่งนัก แต่ทูตนั้นกล่าวแก่พวกเขาว่า 'อย่ากลัวเลย เรานำข่าวดีมา เป็นความเปรมปรีดิ์ใหญ่หลวงสำหรับคนทั้งปวง ในวันนี้ที่เมืองของดาวิดองค์พระผู้ช่วยให้รอดได้มาบังเกิดเพื่อท่าน พระองค์คือพระคริสต์ผู้ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า' ทันใดนั้นมีชาวสวรรค์หมู่ใหญ่มาปรากฏพร้อมกับทูตสวรรค์องค์นั้นร่วมกันสรรเสริญพระเจ้าและกล่าวว่า 'ขอพระเกียรติสิริมีแด่พระเจ้าในที่สูงสุด และสันติสุขจงมีแก่มวลมนุษย์บนโลก ผู้ซึ่งพระองค์ทรงโปรดปราน' " (ลูกา 2:9-14 TNCV)

"พระองค์บังเกิดบ้านเบธเลเฮม วันนี้ขอน้อมวันทา
ขอพระองค์โปรดอวยพรยกโทษ สถิตในใจเหล่าข้าฯ
ขอโปรดชำระความผิดบาป ให้บริสุทธิ์ผ่องใส
ในวันบังเกิดเป็นพรล้ำเลิศ ปีติยินดีทั่วไป"
(Phillips Brooks, เพลง "มีบ้านหมู่น้อยชื่อเบธเลเฮม ")

ขอให้คุณมีความสุขในวันคริสตมาส! ขอให้เราถวายเกียรติแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งเกียรติสิริในวันนี้ และตลอดไป!

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 25

"I will display My glory." (Leviticus 10:3)

God created the world and preserves it that He may be glorified.

On that first Christmas an angel of the Lord stood before the shepherds and "the glory of the Lord shone around them, and they were greatly afraid. Then the angel said to them, 'Do not be afraid, for behold I bring you good tidings of great joy, which will be to all people. For there is born to you this day in the City of David a Saviour, who is Christ the Lord.-----Suddenly there was with the angel a multitude of the heavenly host praising God and saying ,'Glory to God in the highest, and on earth, peace, goodwill toward men.' " (Luke 2:9-14)

"O holy Child of Bethlehem, descend to us we pray;
Cast out our sin and enter in, be born in us today!
We hear the Christmas angels the great glad tidings tell-
O come to us, abide with us, our Lord Immanuel."
(Phillips Brooks, hymn "O Little Town of Bethlehem")

A very happy Christmas to you! May we glorify the Lord of glory this day- and always!

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Saturday, 24 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 24 ธันวาคม

"จงต่อต้านมาร ยืนหยัดมั่นคงในความเชื่อ" (1 เปโตร 5:9)

บทความสอนใจประจำวัน 24 ธันวาคม

"จงต่อต้านมาร ยืนหยัดมั่นคงในความเชื่อ" (1 เปโตร 5:9 TNCV)

ซาตานผู้ซึ่งเป็นศัตรูที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าของเรามีเป้าหมายที่จะทำลายความเชื่อของเราและทำให้เรากลายเป็นผู้ที่พระเจ้าใช้การไม่ได้ มันเข้าถึงความคิดของเรา เราได้รับการเรียกให้ต่อต้านมัน และเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ในพระคำ ความสัตย์ซื่อ และความรักแท้ของพระเจ้า เราวางใจในพระเยซูเจ้าผู้ซึ่งเป็นศัตรูสำคัญของซาตาน

ซาตานเป็นผู้ทำลายมิใช่หรือ? พระเยซูเป็นพระผู้ช่วย ซาตานเป็นศัตรูมิใช่หรือ? พระเยซูเป็นสหาย ซาตานเป็นผู้ล่อลวงมิใช่หรือ? พระเยซูเป็นผู้ที่กู้เราให้พ้นภยันตราย ซาตานเป็นจอมหลอกลวงตัวฉกาจมิใช่หรือ? พระเยซูเป็นความจริง ซาตานเป็นผู้กล่าวโทษมิใช่หรือ? พระเยซูเป็นผู้สนับสนุนเรา ซาตานเป็นเจ้าชายแห่งความมืดมิใช่หรือ? พระเยซูเป็นแสงสว่างแห่งชีวิต ซาตานเป็นผู้ฆ่ามิใช่หรือ? พระเยซูเป็นผู้ที่ทำให้คนเป็นขึ้นจากตาย ซาตานเป็นเจ้าของโลกนี้มิใช่หรือ? พระเยซูเป็นพระเจ้าเหนือสรรพสิ่

จงต่อต้านมารในความเชื่อ แล้วมันจะหนีไปจากคุณ จงยืนหยัดมั่นคงในความเชื่อ

"ข้าฯ ต้องการพระองค์ โอ้ ข้าฯ ต้องการพระองค์!
ข้าฯ ต้องการพระองค์ ในทุกโมงยาม!
โอ ขอทรงอวยพรข้าฯ พระผู้ช่วยของข้าฯ
ข้าฯ ขอเข้าเฝ้าพระองค์!"
(Annie S. Hawks, เพลง "I Need You Every Hour")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 24

"Stand firm against him, and be strong in your faith." (1 Peter 5:9)

Satan, our unwearied enemy, aims to destroy our faith and our usefulness. He gets access to our minds. We are called upon to resist him, steadfastly believing God's word, faithfulness and love. We trust in the Lord Jesus – Satan's chief enemy.

Is Satan the destroyer?- Jesus is the Saviour. Is Satan the enemy? – Jesus is the Friend. Is Satan the tempter? – Jesus is the Deliverer. Is Satan the chief liar? – Jesus is the Truth. Is Satan the accuser? Jesus is our Advocate. Is Satan the prince of darkness? – Jesus is the Light of Life. Is Satan a murderer?- Jesus is the Resurrection. Is Satan god of this world? Jesus is GOD OVER ALL.

Resist the devil in the faith and he will run from you. Be strong in the Lord.

"I need You. O, I need You!
Every hour I need You!
O, bless me now, my Saviour
I come to You!"
(Annie S. Hawks, hymn "I Need You Every Hour")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Friday, 23 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 23 ธันวาคม

"จิตวิญญาณเขาเองจะอาศัยอยู่อย่างสงบ" (สดุดี 25:13)

บทความสอนใจประจำวัน 23 ธันวาคม

"จิตวิญญาณเขาเองจะอาศัยอยู่อย่างสงบ" (สดุดี 25:13 TKJV)

ผู้เชื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าและวางใจในพระคำของพระองค์ พวกเขารักพระเจ้าและต้องการทำให้พระเจ้าพอใจในทุกสิ่ง พวกเขารอคอยการมาอีกครั้งของพระเยซูเจ้า

คำอธิบายดังกล่าวเข้าได้กับตัวคุณหรือไม่? สำหรับบุคคลที่มีลักษณะดังกล่าว "จิตวิญญาณเขาเองจะอาศัยอยู่อย่างสงบ" พวกเขาเป็นอิสระจากความกลัวและความวิตกกังวล ดำเนินชีวิตอยู่ในสภาพของความพอใจและสันติสุข

เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? พระเจ้าเป็นพระเจ้าของเขา พระสัญญาอันล้ำค่านี้เป็นความปลอดภัยของเขาและเป็นโล่กำบังปกป้องเขาให้รอดพ้นจากอันตราย พระคริสต์เป็นผู้ช่วยเหลือ ผู้ควบคุมดูแล และผู้เลี้ยงของเขา เขามีความสนิทสนมกับพระเจ้าทุกวัน และสวรรค์เป็นบ้านสุดท้ายของเขา พระเจ้าจะจัดหาสิ่งจำเป็นทุกอย่างให้ ทำให้ทุกความกลัวสงบเงียบ และยกชูพวกเขาสู่สันติสุขและเกียรติในที่สุด

อย่ากังวลในสิ่งใดเลย จงละความกระวนกระวายไว้กับพระเจ้า และอาศัยอยู่อย่างสงบ!

"ครั้นเมื่อโลกเป็นทรัพย์สมบัติทั้งหมดของข้าฯ
เมื่อนั้นโลกก็ครอบงำจิตใจของข้าฯ
บัดนี้ข้าฯ ได้ลิ้มรสความพึงพอใจแห่งสวรรค์
เมื่อพระเจ้าได้เปลี่ยนข้าฯ ให้เป็นสุข
ข้าฯ สามารถเล่าข่าวดีเกี่ยวกับพระองค์
พระเยซูประทานการพักสงบให้แก่ประชากรของพระองค์"

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 23

"His soul shall live at ease." (Psalm 25:13)

Believers honour God and trust His Word. They love God, and want to please Him in all things. They are looking for the coming again of the Lord Jesus.

Does this describe you? It is said of such "His soul shall live in goodness." They are free from fear and anxieties, living in a state of contentment and peace.

Why so? God is their God- the precious promises are their security- a complete salvation shields them from harm- Christ is their Advocate, Captain and Shepherd. They have daily fellowship with God, and heaven is their final home. God will supply every need- silence every fear- and finally exalt them to peace and honour.

Don't be worried about anything. Cast every care upon God, and live at ease!

"Once the world was all my treasure,
Then the world my heart possessed;
Now I taste heavenly pleasure,
Since the Lord has made me blest;
I can witness,
Jesus gives His people rest."

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Thursday, 22 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 22 ธันวาคม

"บรรดาผู้รอคอยเราจะไม่อับอาย" (อิสยาห์ 49:23)

บทความสอนใจประจำวัน 22 ธันวาคม

"บรรดาผู้รอคอยเราจะไม่อับอาย" (อิสยาห์ 49:23 THSV2011)

พระสัญญาอันล้ำค่านี้รับประกันว่าบุคคลผู้รอคอยพระเจ้าจะไม่ผิดหวังหรืออับอาย พระสัญญานี้ทำให้เรามั่นใจว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะตอบและอวยพรในเวลาของพระองค์เอง และในหนทางของพระองค์เอง

คุณถูกทดลองและทดสอบหรือ? จงรอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้า คุณเจ็บป่วยหรือ? จงรอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์จะไม่ปล่อยให้คุณอับอาย

อับราฮัมรอคอยที่จะมีลูกและได้รับตามพระสัญญาเมื่ออายุมากแล้ว โยเซฟรอคอยในคุกและได้รับการยกชูสู่เกียรติอันยิ่งใหญ่ ดาวิดรอคอยในฐานะคนเลี้ยงแกะและได้กลายเป็นกษัตริย์

"เขาทั้งหลายผู้รอคอยพระยาห์เวห์จะได้รับกำลังใหม่
เขาจะบินขึ้นด้วยปีกเหมือนนกอินทรี
เขาจะวิ่งและไม่อ่อนเปลี้ย
เขาจะเดินและไม่เหน็ดเหนื่อย"
(อิสยาห์ 40:31 THSV2011)

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 22

"They shall not be ashamed who wait for Me." (Isaiah 49:23)

This precious promise guarantees that the person who waits on God in prayer will not be disappointed or put to shame. It assures us that the Lord will answer and bless in His own time and in His own way.

Are you tempted and tried?- wait for the Lord. Are you sick?- wait upon God. He will not let you be ashamed.

Abraham waited for a child, and received the promise when he was very old. Joseph waited in prison, and was promoted to great honour. David waited as a shepherd, and became the king.

"They that wait upon the Lord, shall renew their strength;
They shall mount up with wings as eagles.
They shall run and not be weary; they shall walk and not faint.
Teach me, Lord. Teach me ,Lord, to wait."
(Stuart Hamblen, hymn "Teach Me, Lord, To Wait")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Wednesday, 21 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 21 ธันวาคม

"ขอทรงคุ้มครองและช่วยชีวิตข้าพระองค์" (สดุดี 25:20)

บทความสอนใจประจำวัน 21 ธันวาคม

"ขอทรงคุ้มครองและช่วยชีวิตข้าพระองค์" (สดุดี 25:20 TNCV)

การอธิษฐานที่แท้เป็นการอธิษฐานต่อพระเจ้าพระบิดา ในพระนามอันล้ำค่าของพระเยซู

ขณะที่เราอ่านพระคัมภีร์ เราพบตัวอย่างมากมายของคำอธิษฐานที่มีประสิทธิภาพ ขอให้เราอธิษฐานดั่งผู้ที่ "พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงดลใจ" (2 เปโตร 1:21)

วันนี้ ขอให้เราอธิษฐาน "ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงรักษาจิตใจของข้าฯ จากบาปและจากซาตาน รักษาข้าฯ ให้อยู่ในทางของพระองค์ โดยพระคำของพระองค์ และโดยพระวิญญาณของพระองค์ ขอทรงช่วยข้าฯ ให้รอดพ้นจากความรู้สึกผิด ความกลัว และความอับอาย ขอความชอบธรรมของพระองค์ปกคลุมข้าฯ ไว้ ขอพระโลหิตอันล้ำค่าของพระเยซูชำระข้าฯ และขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำข้าฯ"

"ขอทรงปกป้องข้าพระองค์ดั่งแก้วพระเนตรของพระองค์
ขอทรงซ่อนข้าพระองค์ไว้ใต้ร่มปีกของพระองค์" (สดุดี 17:8 TNCV)

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 21

"Oh, keep my soul and deliver me." (Psalm 25:20)

True prayer is to God the Father, in the precious name of Jesus.

As we read the Bible we find many examples of effective prayer. Let us pray as "those who are moved by the Holy Spirit." (2 Peter 1:21)

Today, let us pray: "Lord, keep my soul- from sin, and from Satan. Keep me in Your Way, by Your Word and by Your Spirit. Deliver me from guilt, fear and shame. Let me be clothed in Your righteousness, cleansed by the precious blood of Jesus and led by the Holy Spirit."

"In shadow of Your wings
Hide me in times of strife;
And as the apple of Your eye
Preserve and guard my life." (Psalm 17:8)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Tuesday, 20 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 20 ธันวาคม

"เราจะให้พรอันบริสุทธิ์และแน่นอนแก่เจ้าตามที่ได้สัญญาไว้กับดาวิด" (กิจการ 13:34)

บทความสอนใจประจำวัน 20 ธันวาคม

"เราจะให้พรอันบริสุทธิ์และแน่นอนแก่เจ้าตามที่ได้สัญญาไว้กับดาวิด" (กิจการ 13:34 TNCV)

พระพรเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนบาปจำเป็นต้องได้รับ สำหรับความขัดสนฝ่ายร่างกายและฝ่ายวิญญาณของเราตลอดเวลาและชั่วนิรันดร์

พระพรเหล่านี้เป็นพระพรแห่งพระสัญญา พระเจ้าผู้ที่ไม่สามารถโกหกได้สัญญากับพวกเขาเพื่อเป็นการตอบสนองต่อการทนทุกข์และการสละชีวิตของพระเยซูเจ้า และพระวิญญาณบริสุทธิ์ช่วยให้เราสามารถรับพระพรเหล่านี้

พระเจ้าสัญญาว่าจะให้พระพรเหล่านี้แก่เราในพระคัมภีร์ และให้จากความบริบูรณ์ของพระคริสต์เปล่าๆ

พระเจ้าให้พระเมตตาเหล่านี้โดยไม่มีเงื่อนไขแก่ทุกคนที่มาหาพระองค์ด้วยความเชื่อที่เรียบง่าย

คำเชิญคือ "เชิญมาและรับเปล่าๆ"

"จิตใจที่พบที่พักสงบอยู่ในพระเยซู
พระองค์จะไม่ และไม่สามารถหนีไปให้จิตใจนั้นผขิญกับศัตรู
แม้นรกทั้งสิ้นจะพยายามบั่นทอนจิตใจดวงนี้
พระองค์จะไม่มีวัน ไม่มีวัน ไม่มีวันทอดทิ้งเลย!"
(John Keith, เพลง "How Firm A Foundation")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 20

"I will give you the blessings I promised to David." (Acts 13:34)

These blessings are exactly what the sinner needs- for all our physical and spiritual needs for time and eternity.

They are covenant blessings. God, who cannot lie, has promised them in response to the sufferings and death of the Lord Jesus; and the Holy Spirit enables us to receive them.

They are promised to us in the Bible, and freely given out of the fullness of Jesus.

These mercies are given unconditionally to all who come with simple faith.

The invitation is "Come and receive freely."

"The soul that in Jesus has found its repose,
He will not, He cannot desert to its foes;
That soul, though all hell shall endeavour to shake,
He'll never, no never, no never forsake."
(Hymn "How Firm A Foundation")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Monday, 19 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 19 ธันวาคม

"ถ้าพวกท่านรักเราพวกท่านจะเชื่อฟังสิ่งที่เราบัญชา" (ยอห์น 14:15)

บทความสอนใจประจำวัน 19 ธันวาคม

"ถ้าพวกท่านรักเราพวกท่านจะเชื่อฟังสิ่งที่เราบัญชา" (ยอห์น 14:15 TNCV)

พระเยซูสั่งเราเพราะพระองค์รักเรา พระองค์ปรารถนาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา การเชื่อฟังของเราพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของความเชื่อของเรา

พระเยซูสั่งให้เราทำตามอย่างพระองค์ ให้เราเชื่อในพระองค์ ปฏิญาณตัวต่อพระองค์ เชื่อฟังพระองค์ และดำเนินต่อไปในความรักแท้ของพระองค์

ความรักแท้เป็นสิ่งกระตุ้นที่แรงที่สุดที่ทำให้เราเชื่อฟัง ความรักแท้พิชิตความกลัว ให้ความกระตือรือร้น และมีชัยชนะเหนือความยากลำบาก

พระเยซูสรุปบัญญัติ 10 ประการ (อพยพ บทที่ 20) ในมัทธิว 22:37-39 ว่า "จงรักองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของท่านอย่างสุดใจ สุดจิต และสุดความคิดของท่าน" และ "จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง"

"ข้าฯขอถวายเกียรติแด่พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่
พระองค์ได้ประทานพระบุตรเพื่อเป็นค่าไถ่"
(F. J. Crosby, เพลง "สรรเสริญแด่พระเจ้า")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 19

"If you love Me, keep My commandments." (John 14:15)

Jesus commands us because He loves us. He desires the best for us. Our obedience proves the sincerity of our faith.

Jesus commands us to imitate Himself. He commands us to believe Him, profess Him, obey Him, and to continue in His love.

Love is the strongest incentive to obedience, it conquers fear, gives zeal and overcomes difficulties.

Jesus summarised the 10 commandments (Exodus Ch.20) in Matthew 22:37-39:

"You shall love the Lord your God with all your heart, with all your soul, and with all your mind." ----and "You shall love your neighbour as yourself."

"To God be the glory, great things He has done
So loved He the world that He gave us His Son."
(F. J. Crosby, hymn "To God Be The Glory)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Sunday, 18 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 18 ธันวาคม

"มีหลายคนที่ใช้ชีวิตอย่างเป็นศัตรูต่อไม้กางเขนของพระคริสต์" (ฟิลิปปี 3:18)

บทความสอนใจประจำวัน 18 ธันวาคม

"มีหลายคนที่ใช้ชีวิตอย่างเป็นศัตรูต่อไม้กางเขนของพระคริสต์" (ฟิลิปปี 3:18 TNCV)

คริสเตียนอวดกางเขนของพระคริสต์ กางเขนเป็นศูนย์กลางของความหลุดพ้นของเรา เป็นรากฐานของความเชื่อของเรา และเป็นที่ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าสำแดงความสมบูรณ์แบบทั้งสิ้นของพระลักษณะของพระองค์ กางเขนเป็นกุญแจสู่สวรรค์

ขอให้เราดำเนินชีวิตที่จะไม่นำความเสื่อมเสียมาสู่พระเกียรติขององค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ซึ่ตายบนกางเขนเพื่อให้เรามีชีวิตนิรันดร์

"ขออย่าให้ข้าพเจ้าอวดอะไรเว้นแต่ไม้กางเขนขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเรา โดยไม้กางเขนนั้น โลกถูกตรึงไว้จากข้าพเจ้าแล้วและข้าพเจ้าถูกตรึงไว้จากโลกแล้ว" (กาลาเทีย 6:14 TNCV)

"จงนิ่งเสีย จิตใจของข้าฯ พระเจ้าอยู่เคียงข้างคุณ
จงรับกางเขนแห่งความทุกข์หรือความเจ็บปวด และแบกไว้ด้วยความอดทน
จงวางใจให้พระเจ้าบัญชาและจัดเตรียม
พระองค์ยังคงสัตย์ซื่อในทุการเปลี่ยนแปลง
จงนิ่งเสีย จิตใจของข้าฯ พระองค์เป็นสหายรัก สหายแห่งสวรรค์
หนทางขวากหนามนี้ จะนำไปสู่จุดหมายแห่งความชื่นชมยินดี"
(K.V.Schlegel, เพลง "Be Still, My Soul")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 18

"They are the enemies of the cross of Christ" (Phillipians 3:18)

The Christian glories in the cross of Christ. The cross is central to our salvation; this is the foundation of our faith and the place where the Lord displays all the perfection of His character. It is the key to heaven.

Let us so live that we never bring dishonour on the Lord who died on the cross that we might live for evermore.

"As for me, may I never boast about anything except the cross of our Lord Jesus. Because of that cross, my interest in this world has been crucified, and the world's interest in me has also died." (Galatians 6:14)

"Be still my soul; the Lord is on your side;
Bear patiently the cross of grief or pain;
Leave to your God to order and provide;
In every change He faithful will remain.
Be still, my soul; your best, your heavenly Friend
Through thorny ways leads to a joyful end."
(K.V.Schlegel, hymn "Be Still, My Soul")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Saturday, 17 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 17 ธันวาคม

"จงให้พระวจนะของพระคริสต์เปี่ยมล้นอยู่ในท่าน" (โคโลสี 3:16)

บทความสอนใจประจำวัน 17 ธันวาคม

"จงให้พระวจนะของพระคริสต์เปี่ยมล้นอยู่ในท่าน" (โคโลสี 3:16 TNCV)

ผู้เชื่อที่รัก พ​ระคัมภีร์เป็นคำของเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณ พระผู้ช่วยที่เปี่ยมด้วยรักแท้ และผู้พิพากษาสูงสุด ขอให้พระคำพระเจ้าควบคุมและเลี้ยงบำรุงจิตใจของคุณ

ผลที่ตามมาก็คือ คุณจะรู้วิธีการอธิษฐาน คุณจะตัดสินใจอย่างชาญฉลาด ความปรารถนาของคุณจะเป็นที่พอใจของพระเจ้า มโนธรรมของคุณจะบริสุทธิ์ คุณจะสามารถต่อต้านและเอาชนะซาตาน และคุณจะสามารถให้กำลังใจแก่ผู้อื่น

วันต่อวัน จงรับเอาการชี้ทางจากพระคำของพระเจ้า "ให้พระวจนะของพระคริสต์เปี่ยมล้นอยู่ในท่านด้วยปัญญาทั้งสิ้น" (โคโลสี 3:16 TNCV)

"พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับย่างก้าวของข้าพระองค์
เป็นแสงสว่างส่องทางของข้าพระองค์
ข้าพระองค์ได้ปฏิญาณและยืนยันไว้
ว่าข้าพระองค์จะปฏิบัติตามบทบัญญัติอันชอบธรรมของพระองค์" (สดุดี 119:105-106 TNCV)

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 17

"Let the message about Christ, in all its richness, fill your lives." (Colossians 3:16)

Believer, the Bible is the Word of your best Friend, loving Saviour, and final Judge. Let it rule and feed your soul.

As a result, you will know how to pray; you will make wise judgements; your desires will be pleasing to God; your conscience will be pure; you will be able to resist and overcome Satan; and you will be able to encourage others.

Day by day, take your direction from God's Word. "Let the Word of Christ dwell in you richly in all wisdom." (Colossians 3:16)

"Your Word's a lamp that shines before my feet;
It is a light that guides me on my way.
The oath that I have taken I've confirmed
That all Your righteous laws I will obey." (Psalm 119:105-106)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Friday, 16 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 16 ธันวาคม

"แต่คนชอบธรรมจะยึดมั่นอยู่ในวิถีของตน" (โยบ 17:9)

บทความสอนใจประจำวัน 16 ธันวาคม

"แต่คนชอบธรรมจะยึดมั่นอยู่ในวิถีของตน" (โยบ 17:9 TNCV)

หนทางสู่สวรรค์นั้นยาก และเราอาจอ่อนแอ หากพระคุณของพระเจ้าได้ตัดสินว่าเราชอบธรรมแล้ว และหากพระวิญญาณแห่งความจริงได้ชำระเราให้บริสุทธิ์แล้ว และเราได้รักษาชีวิตของเราให้ดำเนินอยู่ใน "ทางนั้น" ก็ไม่มีข้อสงสัย เพราะเราจะไปถึงสวรรค์แน่นอน เพระว่า "คนชอบธรรมจะยึดมั่นอยู่ในวิถีของตน ผู้ที่มือสะอาดจะเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ" (โยบ 17:9)

ผู้เชื่อแท้ยึดมั่นอยู่ในวิถีของตน เขารู้สึกปลอดภัยในพระสัญญาของพระเจ้า ความบริบูรณ์ของพระเยซูเจ้าของเราจัดเตรียมสิ่งต่างๆ ให้เขา และพระวิญญาณสอนเขา

ให้เราดำเนินชีวิตอยู่ใกล้พระเยซู และเดินกับพระองค์ พระเจ้าจะให้ "พระคุณและเกียรติ" (สดุดี 84:11)

"แต่คนชอบธรรมจะยึดมั่นอยู่ในวิถีของตน" (โยบ 17:9) เขาจะมีชีวิตที่เข้มแข็งมากขึ้น เขาทุกคนจะปรากต่อหน้าพระเจ้าในศิโยน

"พระผู้ช่วย ครั้นเวลาแห่งเมืองศิโยน (สวรรค์)
ซึ่งข้าเป็นสมาชิก ผ่านทางพระคุณ
ยอมให้โลกหัวเราะเยาะและสงสาร
ข้าพระองค์จะถวายเกียรติพระนามพระองค์
ความพึงพอใจสูงสุดของโลกนี้ก็จืดจาง
รวมถึงทุกสิ่งที่โลกนี้โอ้อวดและแสดงออก
แต่ไม่มีใครเลย ยกเว้นบุตรของศิโยนเท่านั้น
ที่รู้จักกับความชื่นชมยินดีที่มั่นคงและทรัพย์สมบัติอันถาวร"
(John Newton, เพลง "Glorious Things of Thee Are Spoken")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 16

"The righteous will hold to his way." (Job 17:9)

The way to heaven is difficult, and we may be weak. If we are justified by God's grace, and sanctified by the Spirit of truth, and keep steadily on the Way, there is no doubt but that we'll arrive in heaven; for "the righteous will hold to his way, and he who has clean hands will be stronger and stronger." (Job 17:9)

The true believer holds on, for he is secure in God's promise; he is supplied from the fullness of our Lord Jesus and taught by the Holy Spirit.

Let us live near to Jesus and walk with Him. God will give "grace and glory." (Psalm 84:11)

"The righteous will hold to his way." (Job 17:9) They go from strength to strength, everyone of them appears before God in Zion.

"Saviour, since of Zion's city
I through grace a member am,
Let the world deride or pity,
I will glory in Your name;
Fading are the world's best pleasures,
All its boasted pomp and show;
Solid joys and lasting treasures
None but Zion's children know."
(John Newton, hymn "Glorious things of thee are spoken")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Thursday, 15 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 15 ธันวาคม

"จงขวนขวายให้มากยิ่งขึ้นที่จะประพฤติตนในทางซึ่งแสดงว่าพระเจ้าทรงเรียกและทรงเลือกท่านอย่างแน่นอน" (2 เปโตร 1:10)

บทความสอนใจประจำวัน 15 ธันวาคม

"จงขวนขวายให้มากยิ่งขึ้นที่จะประพฤติตนในทางซึ่งแสดงว่าพระเจ้าทรงเรียกและทรงเลือกท่านอย่างแน่นอน" (2 เปโตร 1:10 TNCV)

การทรงเรียกของพระเจ้าแยกเราออกจากบาป ซาตาน และโลก นำเราสู่พระคริสต์ คริสตจักร และความบริสุทธิ์

การทรงเลือกที่เราได้รับ เป็นการที่พระเจ้าเลือกเราจากคนอื่นๆ โดยพระคุณ และเพื่อเกียรติสิริของพระองค์ การทรงเลือกนำให้เราเลือกพระคริสต์ ความบริสุทธิ์ และสวรรค์ นำให้เราเลือกสิ่งเหล่านั้นอย่างอิสระ อย่างเต็มใจ และอย่างเป็นนิสัย เรารู้ว่าพระเจ้าเรียกเราได้ด้วยการที่เราอธิษฐานต่อพระองค์ขอการยกโทษ ความบริสุทธิ์ และความสนิทสนมกับพระองค์เอง

ให้เราชื่นชมยินดีด้วยความอุตสาหะในการทรงเลือกที่เราได้รับ เพราะว่าสิ่งนี้มีค่าคู่ควรแก่ความพยายามและเวลาที่ใช้ไป ให้เรามอบตัวเราเองทั้งสิ้นแด่พระเจ้า และอธิษฐานทุกวันที่จะได้รับการเติมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์

"เมื่อโลกที่เสื่อมสลายนี้สูญสินไป
เมื่อดังอาทิตย์ที่สว่างจ้านี้ดับลง
เมื่อเรายืนอยู่ต่อหน้าพระคริสต์ผู้ทรงสง่าราศี
พร้อมมองย้อนดูเรื่องราวแห่งชีวิตที่จบลง
เมื่อนั้น เราจะรู้จักองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างชัดแจ้ง
และบัดนั้น เราจะรู้ว่าเราเป็นหนี้พระคุณมากเพียงไร"
(Robert M. McCheyne, เพลง "When this passing world is done")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 15

"Be even more diligent to make your call and election sure." (2 Peter 1:10)

God's call separates us from sin, Satan and the world; to Christ, the church and holiness.

Our election is God's choice of us from others- by grace, and for His glory. We are by election led to choose Christ, holiness and heaven; to choose them freely, wholeheartedly and habitually. We know that we are called by God by our praying to Him for forgiveness, holiness and fellowship with Himself.

Let us diligently rejoice in our election for it is worth all the effort and the time spent. Let us give ourselves entirely to God and pray daily to be filled with the Holy Spirit.

"When this passing world is done,
When has sunk yon glaring sun,
When we stand with Christ in glory,
Looking over life's finished story,
Then, Lord, shall I fully know,
Not till then, how much I owe."
(Robert M. McCheyne, hymn "When this passing world is done")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Wednesday, 14 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 14 ธันวาคม

"พระเยซูผู้ทรงลิขิตความเชื่อและทรงทำให้ความเชื่อของเราสมบูรณ์" (ฮีบรู 12:2)

บทความสอนใจประจำวัน 14 ธันวาคม

"พระเยซูผู้ทรงลิขิตความเชื่อและทรงทำให้ความเชื่อของเราสมบูรณ์" (ฮีบรู 12:2 TNCV)

คริสเตียนแท้ทุกคนมีความเชื่อ แต่บางคนมีความเชื่อน้อย

พระองค์ผู้ให้สิ่งที่เรามีแก่เราสามารถเพิ่มเติมความเชื่อได้ และพระองค์จะเพิ่มเติมให้หากเราอธิษฐานขออย่างจริงจัง

เราจำเป็นต้องมีความเชื่อมากขึ้น เพื่อช่วยเราให้สามารถหนีพ้นจากอันตรายมากมายที่อยู่ในหนทางของเรา ให้สามารถทำตามพระประสงค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าและฟันฝ่าด้วยความอดทน ให้สามารถยึดมั่นในพระคำอันสัตย์ซื่อ ให้สามารถเติบโตในพระคุณและความบริสุทธิ์ ให้สามารถยกโทษผู้ที่ทำร้ายเรา และให้สามารถถวายเกียรติแด่พระเจ้าด้วยการเชื่อในพระสัญญาของพระองค์และรับใช้พระองค์

พระสัญญาของพระเจ้า แบบอย่างของความเชื่อที่ยิ่งใหญ่ในพระคัมภีร์ และพระลักษณะของพระเจ้าผู้ซึ่ง "พร้อมที่จะให้มากกว่าที่เราพร้อมที่จะรับ" ล้วนส่งเสริมให้เราขอความเชื่อมากขึ้น

สรรเสริญพระเจ้า พระองค์เป็น "ผู้ที่ทำให้ความเชื่อของเราสมบูรณ์" ด้วยเช่นกัน

"ข้าฯ ไม่รู้ว่าวันเวลาในชีวิตข้าฯ เหลืออยู่นานสักเท่าไร
แต่พระองค์ผู้ทรงทราบและทรงห่วงใยข้าฯ จะรักษาข้าฯ ไว้จนสุดปลาย"

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 14

"Jesus, the author and finisher of our faith." (Hebrews 12:2)

All true Christians have faith, but some have only a little faith.

He who gave us what we have can increase it; and He will if we pray for it earnestly.

We need more faith, to enable us to escape the many dangers that are in our path; to do and suffer the Lord's will with patience; to hold fast to the faithful Word; to grow in grace and holiness; to forgive those who harm us; and to honour God by believing His promises and serving Him.

We are encouraged to ask for more faith by God's promises; by the examples of great faith set forth in the Bible; and by the character of God who is "more ready to give than we are to receive."

Praise God, He is also the "finisher of our faith."

"I do not know how many days
Of life are mine to spend;
But One who knows and cares for me
Will keep me to the end."

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Monday, 12 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 13 ธันวาคม

"พระเจ้าตรัสว่า 'จงขอสิ่งที่เจ้าต้องการเถิด แล้วเราจะให้เจ้า' " (1 พงศ์กษัตริย์ 3:5)

บทความสอนใจประจำวัน 13 ธันวาคม

"พระเจ้าตรัสว่า 'จงขอสิ่งที่เจ้าต้องการเถิด แล้วเราจะให้เจ้า' " (1 พงศ์กษัตริย์ 3:5 TNCV)

พระเจ้ามีแหล่งทรัพยากรที่ไร้ขีจำกัด และเรียกเราอย่างต่อเนื่องให้ขอและรับ

คุณต้องการอะไรในวันนี้? อยากที่จะบริสุทธิ์มากขึ้นหรือ? เราต้องการความเข้าใจอย่างกระจ่างแจ้ง ต้องการให้ความปรารถนาของเราสอดคล้องกับพระประสงค์ของพระเจ้า และให้ความรักของเราอยู่ที่สิ่งที่เป็นของสวรรค์

เช่นเดียวกับซาโลมอน ให้เราขอสติปัญญาที่จะนำทางหัวจของเราและกำหนดทางเดินของเรา สติปัญญาจะนำให้เราทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า และช่วยให้เราสามารถหนีพ้นจากกับดักของมาร

พระเยซูถามเรา "ท่านต้องการสิ่งใดจากเรา?" ทรัพย์สมบัติแห่งสติปัญญาและความรู้ทั้งสิ้นอยู่ในพระองค์ และทุกคนที่ขอก็จะได้รับ

"โอ พระเยซู ขอประทานพระองค์เองแก่ข้าฯ"

"ขอที่ข้าฯ เรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับพระเยซู
ขอที่ข้าฯ จะแยกแยะพระประสงค์อันบริสุทธิ์ของพระองค์ได้ดีขึ้น
พระวิญญาณแห่งพระเจ้า ผู้เป็นครูของข้าฯ
ขอสำแดงสิ่งที่เป็นของพระคริสต์แก่ข้าฯ"
(Eliza E. Hewitt, เพลง "More About Jesus")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 13

"God said, 'What do you want? Ask, and I shall give it to you!' " (1 Kings 3:5)

God has boundless resources, and is constantly calling upon us ask and receive.

What do you want today? Is it more holiness? We want our understanding enlightened, our will brought into conformity to the will of God, and our affections fixed on heavenly things.

Let us ask as Solomon did for wisdom to guide our hearts and direct our ways. It will lead us to do God's will and enable us to escape the traps of the devil.

Jesus asks us "What shall I give you?" In Him are all the treasures of wisdom and knowledge, and everyone that asks receives.

"O Jesus, give me Yourself."

"More about Jesus let me learn,
More of His holy will discern;
Spirit of God, my teacher be,
Showing the things of Christ to me." (Eliza E. Hewitt, hymn "More About Jesus")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Sunday, 11 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 12 ธันวาคม

"พระคริสต์ทรงเป็นศีรษะของคริสตจักรซึ่งเป็นพระกายของพระองค์ โดยพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด" (เอเฟซัส 5:23)

บทความสอนใจประจำวัน 12 ธันวาคม

"พระคริสต์ทรงเป็นศีรษะของคริสตจักรซึ่งเป็นพระกายของพระองค์ โดยพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด" (เอเฟซัส 5:23 THSV2011)

คริสตจักรเป็นร่างกายของพระเยซูคริสต์ และประชากรของพระองค์เป็นหนึ่งเดียวกัน พวกเขาเป็นผู้ที่พระองค์เลือกไว้ พวกเขาเป็นความโปรดปรานและเกียรติสิริของพระองค์ พระองค์ชื่นชมยินดีในพวกเขา

พระองค์ช่วยพวกเขาให้หลุดพ้นด้วยการเป็นตัวแทน พระองค์มาแทนที่พวกเขา และตายเพื่อบาปของพวกเขา

พระองค์ช่วยพวกเขาให้หลุดพ้นด้วยการให้พระวิญญาณบริสุทธิ์และพระคุณ พร้อมด้วยพระพรฝ่ายวิญญาณทุกอย่าง

พระองค์ช่วยพวกเขาให้หลุดพ้นด้วยการชี้ทาง เพราะพระองค์สอนพวกเขาหมดทุกคน

พระองค์ช่วยพวกเขาให้หลุดพ้นด้วยการแยก ดยนำพวกเขาออกมาและช่วยพวกเขาให้รอดพ้นจากโลกนี้ที่เต็มด้วยความชั่วร้าย

พระองค์ช่วยพวกเขาให้หลุดพ้นด้วยการนำพวกเขาออกจากอาณาจักรของซาตาน เข้าสู่อาณาจักรแห่งพระคุณ และจากโลกปัจจุบันนี้ เข้าสู่สวรรค์ในที่สุด

ผู้ที่ได้รับการช่วยให้หลุดพ้นทั้งหมดสำแดงพระเกียรติสิริและความรักแท้ของพระองค์ และเป็นส่วนของร่างกายของพระองค์ นั่นคือคริสตจักร ความหลุดพ้นทั้งสิ้นเป็นของพระเจ้า! สรรเสริญพระเจ้า!

"เมื่อกษัตริย์ผู้ทรงพระสิริของข้าฯ เสด็จมา
เพื่อนำผู้ที่พระองค์ไถ่ไว้กลับบ้าน
เมื่อนั้นเราจะร้องบทเพลงบทใหม่
สรรเสริญพระเจ้า! องค์พระผู้ไถ่!"
(P. Bliss, เพลง "Hallelujah, What a Savior")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 12

"He is the Saviour of His body, the church." (Ephesians 5:23)

The church is the body of Christ Jesus and His people are one. They are His chosen ones. They are His delight and glory; in whom He rejoices.

He saves them by substitution- He took their place and died for their sins.

He saves them by giving the Holy Spirit and grace with every spiritual blessing.

He saves them by instruction; for they are all taught by God.

He saves them by separation, bringing them out of, and delivering them from this present evil world.

He saves them by taking them out of the kingdom of Satan and into His kingdom of grace; and finally out of this present world and into heaven.

All who are saved display His glory and love and are part of His body, the church. Salvation is all of God! Hallelujah!

"When He come, our glorious King,
All His ransomed home to bring,
Then anew this song we'll sing,
Hallelujah! What a Saviour!"
(P. Bliss, hymn "Hallelujah, What a Savior")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Saturday, 10 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 11 ธันวาคม

"ทำไมท่านบ่นต่อว่าพระองค์" (โยบ 33:13)

บทความสอนใจประจำวัน 11 ธันวาคม

"ทำไมท่านบ่นต่อว่าพระองค์" (โยบ 33:13 TNCV)

ผู้เชื่อบ่นต่อว่าพระเจ้าด้หรือ? ใช่ มันอาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ควรที่จะเกิดขึ้น!

จงระลึกว่าพระปัญญาของพระเจ้าไม่มีขีดจำกัด ความรักแท้ของพระองค์ไม่เปลี่ยนแปลง หนทางของพระองค์ถูกต้อง วิธีการของพระองค์อาจล้ำลึกและน่าฉงนสำหรับเรา คนที่หยิ่งผยองจะไม่สามารถท้าทายพระองค์ แผนการของพระองค์ดีและเปี่ยมด้วยพระคุณเสมอ พระองค์เป็นพระบิดาแห่งสวรรค์ผู้เต็มไปด้วยความรักแท้ และเป็นสิทธิพิเศษของเราที่เราเชื่อและวางใจพระองค์ในทุกสถานการณ์ วันหนึ่งพระองค์จะทำให้ทุกอย่างกระจ่างแจ้งสำหรับเรา และเมื่อนั้นเราจะรู้และพึงพอใจอย่างสมบูรณ์แบบ

พระองค์กล่าวว่า "จงนิ่งสงบและรู้ว่าเราเป็นพระเจ้า" (สดุดี 46:10 TNCV)

"เมื่อพระองค์เรียกให้คุณเดินผ่านน้ำลึก
คุณจะไม่จมในแม่น้ำแห่งศัตรู
เพราะพระองค์จะอยู่กับคุณในปัญหา
เพื่ออวยพรและทำให้ผลดีเกิดขึ้นท่ามกลางความยุ่งยาก
จิตใจที่พบที่พักสงบอยู่ในพระเยซู
พระองค์จะไม่ และไม่สามารถหนีไปให้จิตใจนั้นเผขิญศัตรู
แม้นรกทั้งสิ้นจะพยายามบั่นทอนจิตใจดวงนี้
พระองค์จะไม่มีวัน ไม่มีวัน ไม่มีวันทอดทิ้งเลย!"
(John Keith, เพลง "How Firm A Foundation")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 11

"Why are you bringing a charge against Him?" (Job 33:13)

A believer bringing a charge against God? Yes, it may happen, but it shouldn't!

Remember God is infinitely wise. His love is unchangeable. His ways are right. His methods may be mysterious and perplexing to us. He will not be called to account by the proud. His purposes are always good and gracious. He is our Loving Heavenly Father and it is our privilege to believe and trust in every situation. One day He will make all clear to us, and then we shall know and be perfectly satisfied.

He says, "Be still, and know that I am God." (Psalm 46:10)

"When through the deep waters He calls you to go,
You will not be drowned in the rivers of woe;
For He will be with you in trouble, to bless
And work for your good in your deepest distress.
The soul that in Jesus has found its repose,
He will not, He cannot, desert to its foes:
That soul, though all hell shall endeavour to shake,
He'll never, no never, no never forsake!"
(John Keith, hymn "How Firm A Foundation")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Friday, 9 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 10 ธันวาคม

"ข้าพระองค์ไม่ได้อธิษฐานเพื่อพวกเขาเท่านั้น แต่ข้าพระองค์อธิษฐานเพื่อบรรดาผู้ที่จะเชื่อในข้าพระองค์ผ่านทางถ้อยคำของพวกเขาด้วย" (ยอห์น 17:20)

บทความสอนใจประจำวัน 10 ธันวาคม

"ข้าพระองค์ไม่ได้อธิษฐานเพื่อพวกเขาเท่านั้น แต่ข้าพระองค์อธิษฐานเพื่อบรรดาผู้ที่จะเชื่อในข้าพระองค์ผ่านทางถ้อยคำของพวกเขาด้วย" (ยอห์น 17:20 TNCV)

พระเยซูอธิษฐานขอให้เราเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระองค์เอง เป็นหนึ่งเดียวกันกับคริสตจักรของพระองค์ เป็นส่วนของกายเดียวกัน ลูกในครอบครัวเดียวกัน และทายาทผู้รับมรดกร่วมกัน

พระองค์อธิษฐานขอให้เราเป็นหนึ่งเดียวกัน ดังเช่นที่พระองค์เป็นหนึ่งเดียวกันกับพระบิดา ให้เรามีความรักแท้เดียวกันที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตเรา และมีจุดมุ่งหมายเดียวกันที่จะถวายเกียรติแด่พระเจ้า

ช่างเป็นสิทธิพิเศษอันเต็มไปด้วยเกียรติสิริที่พระผู้ช่วยของเราอธิษฐานเพื่อเราจะได้เพลิดเพลิน ลองคิดถึงการมีความคิดเดียวกันกับองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เปี่ยมด้วยความกรุณาดูสิ!

จงเร่งเร้าเวลาเมื่อคำอธิษฐานนี้จะได้รับการตอบอย่างสมบูรณ์ ขอให้เราอธิษฐานขอพระพรนี้ทุกวัน  ไม่มีสิ่งใดอีกแล้วที่จะยิ่งใหญ่กว่า หวานชื่นกว่า และสำคัญกว่า

"พระองค์อธิษฐานในสวนเพื่อข้าฯ
และยอมจำนนต่อพระประสงค์ของพระบิดา
ไร้ซึ่งน้ำตาแห่งความทุกข์โศกของพระองค์เอง
แต่เป็นหยาดเหงื่อโลหิตอันหวานชื่นเพื่อความทุกข์โศกของข้าฯ
บทเพลงนี้ ช่างมหัศจรรย์และดีเยี่ยมเสียจริง!
ความรักแท้ของพระผู้ช่วยของข้าฯ ช่างมหัศจรรย์และดีเยี่ยมเสียจริง!
(Charles H. Gabriel, เพลง "I stand amazed in the presence")

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 10

"I am praying not only for these disciples, but also for all those who will ever believe in Me--." (John 17:20)

Jesus prayed that we would be one with Himself; one with His church; as members of the same body; children of the same family and heirs of the same inheritance.

He prayed that we may be one even as He is one with the Father; that we may have the same love influencing us; the same aim to glorify God.

What glorious privileges our Saviour here prays that we may enjoy. Think of being of one mind with our gracious Lord!

Hasten on the time when this prayer will be fully answered. Let us daily pray for this blessing- nothing can be greater, sweeter or more important.

"For me He prayed in the garden
And bowed to the will divine;
He had no tears for His own griefs,
But sweat drops of blood for mine
How marvellous! How wonderful!
This my song shall ever be:
How marvellous! How wonderful
Is my Saviour's love for me."
(Charles H. Gabriel, hymn "I stand amazed in the presence")

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

บทความสอนใจประจำวัน 09 ธันวาคม

"จงดำเนินชีวิตในความรัก" (เอเฟซัส 5:2)

บทความสอนใจประจำวัน 09 ธันวาคม

"จงดำเนินชีวิตในความรัก" (เอเฟซัส 5:2 TNCV)

พระเจ้าเป็นความรักแท้ พระองค์ให้ความรักแท้ของพระองค์แก่ผู้เชื่อเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา เราต้องให้ความรักแท้ของเราส่องสว่างออกไป และ "ดำเนินชีวิตในความรัก" (เอเฟซัส 5:2 TNCV) "หลักสำคัญ" คือ "จงปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่ท่านปรารถนาให้เขาปฏิบัติต่อท่าน" (ลูกา 6:31 TNCV)

อย่าอนุญาตให้ความอิจฉาริษยา ความมุ่งร้าย และความชั่วร้ายฝังรากในจิตใจของเรา

ความรักแท้จะส่งผลต่อทุกการกระทำของเรา พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นวิญญาณแห่งความรักแท้ และความรักแท้เป็นข้อพิสูจน์ว่าเราเป็นผู้เชื่อแท้

ขอให้เราดำเนินชีวิตในความรักแท้ แล้วชีวิตเราจะแสดงให้เห็นว่าเราเป็นผู้เชื่อแท้ในพระคริสต์ที่ความสุข

"ความรักมาจากพระเจ้า และทุกคนที่รักก็เกิดจากพระเจ้า และรู้จักพระเจ้า" (1 ยอห์น 4:7)

"ขอความรักของพระเยซูเติมข้าฯ
ดังน้ำที่เติมทะเล
การที่ข้าฯ ยกย่องพระองค์ และถ่อมตนเองลง
นี่แหละคือชัยชนะ!"

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 09

"Walk in love." (Ephesians 5:2)

God is love. His love is given to believers to transform them. We are to let our love shine forth and "walk in love." (Ephesians 5:2) The "golden rule" is "do to others as you wish them to do to you." (Luke 6:31)

May it be that we allow no envy, malice or ill will to take root in our hearts.

Love should influence all our actions. The Holy Spirit is the Spirit of love, and love is the proof that we are true believers.

Let us walk in love and so be seen to be happy and genuine Christians.

"Love is of God, and the one who loves is born of God, and knows God." (1 John 4:7)

"May the love of Jesus fill me
As the waters fill the sea.
Him exalting, self abasing-
This is victory!"

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie

Thursday, 8 December 2016

บทความสอนใจประจำวัน 08 ธันวาคม

"ข้าพเจ้ายินดีในความรอดของพระองค์" (1 ซามูเอล 2:1)

บทความสอนใจประจำวัน 08 ธันวาคม

"ข้าพเจ้ายินดีในความรอดของพระองค์" (1 ซามูเอล 2:1 THSV2011)

ความหลุดพ้นของพระเจ้า คือการช่วยให้รอดพ้นจากสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด นั่นคือนรก ไปสู่เกียรติสิริแห่งสวรรค์ และเราได้ทั้งหมดนี้เปล่าๆ โดยพระคุณของพระองค์

พระองค์ช่วยทั้งคนจนและขัดสน คนที่รู้สึกผิดและคนที่ทุกข์ใจ ผู้ซึ่งร้องเรียกหาพระองค์และเชื่อวางใจในพระองค์ เราทั้งหลายผู้ซึ่งได้มีประสบการณ์กับพระเมตตาของพระองค์ควรชื่นชมยินดีร่วมกับนางฮันนาห์ในความหลุดพ้นที่เราได้รับ

บางคนอาจจะชื่นชมยินดีในทรัพย์สิน อำนาจ และสิ่งที่มองเห็นในโลกนี้ แต่ขอให้เราชื่นชมยินดีในความหลุดพ้นของเรา แม้ในยามเจ็บป่วยและในยามแข็งแรง ในยามยากจนและในยามมั่งมี ในชีวิตและในความตาย

"แม้ต้นมะเดื่อไม่ผลิดอก
และเถาองุ่นไม่มีผล
แม้ต้นมะกอกไม่ให้ผล
และท้องทุ่งไม่ให้พืชพันธุ์ธัญญาหาร
แม้ไม่มีแกะในคอก
และไม่มีวัวในโรง
กระนั้นข้าพเจ้าจะชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้า
ข้าพเจ้าจะเบิกบานใจในพระเจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของข้าพเจ้า" (ฮาบากุก 3:17-18 TNCV)

Reverend James Smith
ปรับปรุงโดย Alina McKenzie
แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


The Believer's Daily Remembrancer

December 08

"I rejoice in Your salvation." (1 Samuel 2:1)

God's salvation is deliverance from the most awful situation – hell - to the glories of heaven, and all by His free grace.

He saves the poor and needy, the guilty and distressed, who call upon Him and believe in Him. We, who have experienced His mercy, should along with Hannah, rejoice in our salvation.

Some rejoice in property, power, and earthly prospects; let us rejoice in our salvation- in sickness and health, in poverty and plenty, in life and in death.

"Even though the fig trees have no blossoms, and there are no grapes on the vines; even though the olive crop fails, and the fields lie empty and barren; even though the flocks die in the fields, and the cattle barns are empty; yet I will rejoice in the Lord! I will be joyful in the God of my salvation!" (Habakkuk 3:17-18)

Reverend James Smith
Adapted by Alina McKenzie