Friday, 31 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 31 (บทความสอนใจประจำวัน 31 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 31

"The righteous will come through trouble." (Proverbs 12:13)

The Lord’s people are saved through faith in Jesus; and all such have a new disposition; they hate sin, follow holiness and live to please God. Sin shall not have dominion over them. They meet with many troubles, but they shall win through, for the Lord upholds them with His hand.
Dear believer, look beyond your present trials; remember if you suffer as a Christian, you suffer with Christ; and so you shall also reign with Him. Your God has promised to deliver you; trust in Him without wavering; do not yield to temptation. Your God will bring you out of trouble. He will bring forth your righteousness as the light. You shall forget your misery. Present troubles will end in everlasting peace.

"Millions who now His throne surround,
Here sought relief, here mercy found;
The Lord dispelled their gloomy fears,
Healed all their wounds, and dried their tears;
And you shall also mercy find,
For God is faithful, just and kind."
(L.M., hymn "Relief Sought and Found")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 31 พฤษภาคม

"คนชอบธรรมหนีพ้นจากความลำบาก" (สุภาษิต 12:13 THSV2011)

ประชากรขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้รับความหลุดพ้น (ความรอด) ผ่านทางความเชื่อในพระเยซู และทุกๆ คนก็มีอุปนิสัยใหม่ พวกเขาเกลียดชังกิเลสตัณหา (บาป) ติดตามความบริสุทธิ์ และดำรงชีวิตเพื่อทำให้พระเจ้าพอพระทัย กิเลสตัณหาจะไม่มีอำนาจเหลือพวกเขา พวกเขาประสบกับปัญหามากมาย แต่พวกเขาจะมีชัยชนะตลอด เพราะพระเจ้ายกชูเขาด้วยพระหัตถ์ของพระองค์
ผู้เชื่อที่รัก จงมองผ่านการทดลองที่คุณกำลังเผชิญในปัจจุบัน ระลึกว่าหากคุณทนทุกข์ในฐานะคริสเตียน คุณทนทุกข์ร่วมกับพระคริสต์ และคุณจะร่วมครอบครองกับพระองค์ พระเจ้าของคุณได้สัญญาไว้ว่าจะทรงช่วยให้คุณผ่านพ้นได้ จงวางใจในพระองค์โดยปราศจากความสงสัย อย่ายอมต่อการทดลอง พระเจ้าของคุณจะนำให้คุณให้พ้นจากปัญหา พระองค์จะให้ความชอบธรรมของคุณปรากฏอย่างความสว่าง คุณจะลืมความทุกข์ยาก ปัญหาในปัจจุบันจะจบลงที่สันติสุขนิรันดร์

"คนนับล้านที่อยู่ล้อมรอบพระบัลลังก์ของพระเจ้า
ที่นี่สามารถพบความผ่อนคลายและพระเมตตา
องค์พระผู้เป็นเจ้าขับไล่ความกลัวความเศร้าหมองของเขา
รักษาบาดแผลของเขา เช็ดน้ำตาของเขาให้แห้ง
แล้วคุณจะพบกับพระเมตตาด้วย
เพราะพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ เที่ยงธรรม และกรุณา"
(L.M., เพลง "Relief Sought and Found")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Daily Remembrancer by J. Smith, May 30 (บทความสอนใจประจำวัน 30 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 30

"All my springs are in You." (Psalm 87:7)

Jesus is the fountain of living water; the "wells of salvation" are in His person, work and word; He says, "Anyone who is thirsty, may come to Me and drink." (John 7:37)
The springs of comfort, peace and salvation are all in Him. He cleanses from all that is impure; refreshes the faint and weary; and satisfies the longing soul. The springs never run dry; whoever wishes may come and take.
We are absolutely dependant on Jesus, this is our happiness. Jesus can do, and give all we can possibly need; for it has pleased the Father that all fullness should be in Jesus.
Let us ask, and He will give us "living water": that we will no longer be thirsty.

"Now none but Christ can satisfy,
No other Name for me!
There’s love, and life, and lasting joy,
Lord Jesus, found in Thee."

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 30 พฤษภาคม

"น้ำพุทั้งสิ้นของเราอยู่ในพระองค์" (สดุดี 87:7)

พระเยซูเป็นแหล่งของน้ำแห่งชีวิต "บ่อน้าแห่งความหลุดพ้น (ความรอด)" ก็อยู่ในพระบุคคล พระราชกิจ และพระคำของพระองค์ พระองค์ตรัส "ถ้าใครกระหาย ให้คนนั้นมาหาเรา" (ยอห์น 7:37 THSV2011)
น้ำพุแห่งการปลอบโยน สันติสุข และความหลุดพ้นทั้งสิ้นอยู่ในพระองค์ พระองค์ชำระล้างสิ่งทั้งปวงที่ไม่บริสุทธิ์ ทำให้คนอ่อนล้าและเหน็ดเหนื่อยมีความสดชื่น และทำให้บรรดาจิตใจที่แสวงหาได้เต็มอิ่ม น้ำพุนี้ไม่มีวันแห้งเหือด ใครก็ตามที่ปรารถนาก็สามารถมาดื่มได้
เราจำเป็นต้องพึ่งพาพระเยซูอย่างสิ้นเชิง นี่เป็นความสุขของเรา พระเยซูสามารถทำและประทานสิ้งจำเป็นทั้งสิ้นสำหรับเรา เพราะนี่เป็นความยินดีของพระเจ้าที่ความบริบูรณ์ทั้งหมดจะอยู่ในพระเยซู
ขอให้เราทูลขอ แล้วพระองค์จะประทาน "น้ำแห่งชีวิต" แล้วเราจะไม่กระหายอีกเลย

"บัดนี้ ไม่มีผู้ใดนอกจากพระคริสต์ ที่ทำให้อิ่มใจ!
ไม่มีนามอื่นใดสำหรับข้าฯ
สำหรับความรัก ชีวิต และความชื่นชมยินดีอันถาวร
ข้าสามารถพบได้ในพระองค์ พระเยซูเจ้าข้า"
(เพลง "None but Christ", ไม่ทราบผู้แต่ง)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Thursday, 30 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 30 (บทความสอนใจประจำวัน 30 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 30

"And be found in Him." (Philippians 3:9)

To be "in Christ" is to be one with Him in faith and love. Apart from Him we are poor, blind and naked; in Him we are immensely rich; forever safe; exalted to the highest honour; and shall yet appear faultless before God’s throne.
We are accounted as sinless through His obedience, as the debtor is cleared when another pays his debt; we are made holy through Him, as the dish is cleansed in the fountain; we are protected by Him, as Noah was in the ark; we are exalted to honour as the Bride of the King.
No one can fully declare the blessedness of being "in Him." Ask yourself "Am I in Him? Am I living with Him, as His faithful bride; for Him, as His devoted servant; upon Him, as His dependant child?"

"Yes, and I must and will esteem
All things but loss for Jesus’ sake;
Oh, may my soul be found in Him,
And of His righteousness partake."
(Isaac Watts, hymn "I Boast No More")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 30 พฤษภาคม

"และจะได้เห็นว่าข้าพเจ้าอยู่ในพระองค์" (ฟิลิปปี 3:9 THSV2011)

การ อยู่ "ในพระคริสต์" ก็คือการเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระองค์ในความเชื่อและความรัก (ที่แท้) หากปราศจากพระองค์แล้ว เราก็ยากจน ตาบอด และเปลือยกาย ในพระองค์ เราก็ร่ำรวยมหาศาล ปลอดภัยตลอดกาล ได้รับการยกชูสู่เกียรติยศอันสูงสุด และจะยังคงพบว่าปราศจากความผิดต่อหน้าพระบัลลังก์ของพระเจ้า
เราถูกนับ ว่าปราศจากบาปผ่านทางการเชื่อฟังของพระองค์ ดังเช่นเมื่อมีผู้หนึ่งได้ชำระหนี้แทนแล้ว ลูกหนี้ก็ได้รับการปลดหนี้ เราได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ผ่านทางพระองค์ ดังเช่นจานชามได้รับการชำระล้างในแหล่งน้ำพุ เราได้รับการปกป้องโดยพระองค์ ดังเช่นเมื่อโนอาห์อยู่ในเรือ เราได้รับการยกชูสู่เกียรติยศ เป็นดังเจ้าสาวของพระมหากษัตริย์
ไม่มีใครสามารถที่จะสามารถกล่าวพรรณนา ถึงพรที่ได้รับจากการอยู่ "ในพระองค์" ได้อย่างครบถ้วน จงถามตัวคุณเองว่า "ฉันอยู่ในพระองค์หรือไม่? ฉันกำลังดำรงชีวิตร่วมกับพระองค์เป็นดั่งเจ้าสาวที่ซื่อสัตย์ของพระองค์ ดำรงชีวิตเพื่อพระองค์เป็นดั่งผู้รับใช้ที่อุทิศชีวิตเพื่อพระองค์ และดำรงชีวิตโดยพึ่งพาพระองค์เป็นดั่งบุตรที่ต้องให้พระองค์คอยดูแล"

"ใช่แล้ว ข้าฯ ต้องและจะยึดถือว่าทุกสิ่ง
เป็นเพียงการขาดทุนเพื่อเห็นแก่พระคริสต์
โอ ขอที่จิตใจข้าฯ จะพบได้ในพระองค์
และพบเข้าร่วมในความชอบธรรมของพระองค์"
(Isaac Watts, เพลง "I Boast No More")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)


Wednesday, 29 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 28 (บทความสอนใจประจำวัน 28 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 28

"Seek His will in all you do." (Proverbs 3:6)

We are the Lord’s, bought by the blood of Jesus. He has set His love upon us, and is deeply interested in all that concerns us.
We should do all things for His glory; and in everything by prayer with thanksgiving, we should let our requests be made known to Him. We should pray with our whole heart about everything seeking His presence, direction and blessing. This will bring peace of mind, preserve us from many temptations, and strengthen our faith. Those who always acknowledge God, will find that God always directs their paths.

"It is good to praise the Lord,
And make music to Your Name, O most High,
To proclaim Your love in the morning
And Your faithfulness at night." (Psalm 92:1-2)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 28 พฤษภาคม

"จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า" (สุภาษิต 3:6 THSV2011)

เราเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า และได้ถูกซื้อไว้แล้วด้วยพระโลหิตของพระเยซู พระองค์ได้มอบความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) ให้แก่เรา และสนพระทัยในทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรา
เราควรทำทุกสิ่งเพื่อถวายเกียรติสิริแด่พระองค์ และอธิษฐานร่วมกับขอบพระคุณพระองค์สำหรับทุกสิ่ง เราควรที่จะทูลทุกสิ่งแด่พระองค์ เราควรอธิษฐานด้วยหมดทั้งหัวใจของเราเกี่ยวกับทุกสิ่ง พร้อมทั้งแสวงหาการสถิตอยู่ การนำทาง และการอวยพรของพระองค์ สิ่งนี้จะนำสันติสุขแห่งความคิด ปกป้องงรักษาเราจากการทดลอง และทำให้ความเชื่อของเราเข้มแข็ง บรรดาผู้ที่ยอมรับรู้พระเจ้าเสมอ จะพบว่าพระเจ้าจะนำหนทางชีวิตของเขาเสมอ

"เป็นการดีที่จะขอบพระคุณพระยาห์เวห์ ข้าแต่องค์ผู้สูงสุด
ที่จะร้องเพลงสดุดีพระนามของพระองค์ 
ที่จะประกาศความรักมั่นคงของพระองค์ในเวลาเช้า
และประกาศความซื่อสัตย์ของพระองค์ในกลางคืน" (สดุดี 92:1-2 THSV2011)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Tuesday, 28 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 27 (บทความสอนใจประจำวัน 27 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 27

"He blessed him there." (Genesis 32:29)

Jacob was very afraid, and he prayed earnestly; he had power with God, and God "blessed him there."
God delights to bless us! He blessed us with all spiritual blessings in Jesus, before the foundation of the world. Yet He waits for us to pray. All our needs have been anticipated, and blessings provided for in Christ Jesus. No matter how great our troubles, we should not lose hope , for God gives grace to help in every time of need. Our Heavenly Father’s love cannot fail, our Saviour’s fullness can never be finished and His promises can never be broken.
Pray earnestly, and it shall again be said, "He blessed him there." O for the Spirit of prayer!

"Through the love of God our Saviour, all will be well;
Free and changeless is His favour- all, all is well.
Precious is the blood that healed us, perfect is the grace that sealed us,
Strong the hand stretched forth to shield us, all must be well."
(Mary B. Peters, hymn "Through the love of God our Savior")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 27 พฤษภาคม

"บุรุษนั้น...อวยพรยาโคบที่นั่น" (ปฐมกาล 32:29 THSV2011)

ยาโคบกลัวมาก และเขาได้อธิษฐานด้วยความร้อนรน เขามีฤทธิ์อำนาจเมื่อเขาอยู่กับพระเจ้า และพระเจ้า "อวยพรยาโคบที่นั่น"
พระเจ้าโปรดปรานที่จะอวยพรเรา! พระองค์อวยพรเราด้วยพรฝ่ายวิญญาณทั้งสิ้นในพระเยซู ก่อนการสร้างโลก แม้กระนั้น พระองค์ก็รอคอยจนกว่าเราจะอธิษฐาน สิ่งจำเป็นทั้งสิ้นสำหรับเราได้รับการคาดการณ์ล่วงหน้าแล้ว และพรเหล่านั้นก็ได้รับการจัดเตรียมในพระเยซูคริสต์ ไม่ว่าความทุกข์ยากของคุณจะยิ่งใหญ่เพียงใดก็ตาม เราไม่ควรหมดหวัง เพราะพระเจ้าประทานพระคุณเพื่อช่วยเราทุกเวลาที่เราจำเป็นต้องได้รับ ความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) ของพระบิดาในสวรรค์ของเราไม่มีวันล้มเหลว ความบริบูรณ์ของพระผู้ช่วยของเราไม่เคยหมดไป และพระสัญญาของพระองค์ไม่มีวันที่จะไม่เป็นไปตามนั้น
จงอธิษฐานด้วยความร้อนรน แล้วก็จะมีคำกล่าวสำหรับคุณอีกครั้งว่า "พระองค์อวยพรเขาที่นั่น" โอ ขอทรงประทานพระวิญญาณแห่งการอธิษฐานให้แก่ข้าพระองค์!

"โดยความเมตตากรุณาของพระเจ้า พระผู้ช่วย เราทุกคนก็จะสุขสบายดี
พระองค์ชื่นชอบที่จะให้แก่เราอย่างไม่คิดมูลค่า และไม่เปลี่ยนแปลง เราทุกคนสุขสบายดี
พระโลหิตที่รักษาเรานั้นล้าค่า พระคุณที่ประทับตราเราไว้ก็สมบูรณ์แบบ
พระหัตถ์อันแข็งแรง ได้ยื่นมาเพื่อพิทักษ์รักษาเรา เราทุกคนจะต้องสุขสบายดีแน่นอน"
(Mary B. Peters, เพลง "Through the love of God our Savior")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Monday, 27 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 26 (บทความสอนใจประจำวัน 26 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 26

"Let a man examine himself." (1 Corinthians 11:28)

Let us see this morning on what foundation we are building for Eternity? What is the source of our satisfaction, pleasure and peace? Is Christ our life, and is He living in us through the Holy Spirit?
Have we been made to see sin in its true nature and character? Have we living faith which receives Christ, believes His Word and lives to honour Him? Is the love of God in us by the Holy Spirit? Do we love God because He first loved us, and walk with Him in peace and holiness? Have we the witness of the Holy Spirit in our hearts that we are children of God? Do we struggle against sin, and pray to be delivered from it? Are our works "of Him, through Him, and to Him?" Let us examine ourselves prayerfully, taking God’s Word for our guide.

"Lord, create a pure heart in me,
And a steadfast mind renew.
Do not take Your Spirit from me;
Cast me not away from You.
Give me back the joy I had,
Keep my willing spirit glad." (Sing Psalms 139:10-12)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 26 พฤษภาคม

"ทุกคนจงสำรวจตัวเอง" (1 โครินธ์ 11:28 THSV2011)

ขอให้เราสำรวจในเช้าวันนี้ว่า อะไรคือรากฐานที่เราสร้างชีวิตของเราเพื่อนิรันดร์กาล? อะไรคือแหล่งของความพึงพอใจ ความยินดี และสันติสุขของเรา? พระคริสต์เป็นชีวิตของเราหรือไม่ และพระองค์ดำรงชีวิตอยู่ในเราโดยผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์หรือไม่?
เราได้รับการสำแดงให้เห็นถึงกิเลสตัณหา (บาป) ในธรรมชาติและลักษณะที่แท้จริงของมันหรือไม่? เราได้มีความเชื่อที่มีชีวิต ที่ได้ต้อนรับพระคริสต์ เชื่อในพระคำของพระองค์ และดำรงชีวิตเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์หรือไม่? ความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) ของพระเจ้าได้อยู่ในเราโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์หรือไม่? เราได้มีใจกตัญญู (รักที่แท้) ต่อพระเจ้าเพราะพระองค์ได้สำแดงความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) แก่เราก่อน แล้วดำเนินชีวิตกับพระองค์ในสันติสุขและความบริสุทธิ์หรือไม่? เราได้มีพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ยืนยันกับเราในหัวใจของเราว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้าหรือไม่? เราต่อสู้กับกิเลสตัณหา และอธิษฐานขอการปลดปล่อยหรือไม่? การงานของเรานั้นมาจากพระองค์ โดยพระองค์ และเพื่อพระองค์หรือไม่?
ขอให้เราสำรวจชีวิตของเราเองด้วยใจอธิษฐาน และให้พระคำของพระเจ้านำชีวิตของคุณ

"แม้ที่นั่น พระหัตถ์ของพระองค์จะจูงข้าพระองค์ และพระหัตถ์ขวาของพระองค์จะฉวยข้าพระองค์ไว้
ถ้าข้าพระองค์จะว่า 'ความมืดจะบังข้าไว้แน่ทีเดียว และความสว่างรอบข้าจะเป็นกลางคืน'
สำหรับพระองค์ แม้ความมืดก็ไม่มืด กลางคืนก็สว่างอย่างกลางวัน ความมืดเป็นอย่างความสว่าง" (สดุดี 139:10-12 THSV2011)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Sunday, 26 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 25 (บทความสอนใจประจำวัน 25 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 25

"I will certainly be with you." (Exodus 3:12)

In every undertaking for God’s glory, in every duty required by His Word, in every trouble and danger God has promised to be with the believer in Jesus. His presence encourages, strengthens, prospers and protects us.
This promise should give us courage in every good cause. Let us seek to realize His presence. If God is with us we shall be successful; all we require He will provide; and show forth the greatness of His grace.
We are not always aware of His presence, but certainly He is there. His promise cannot fail. Let us then seek His presence to-day; and rejoice that He has said, "I will never leave you, nor forsake you." (Hebrews 13:5) May we never forsake Him.

"Precious are Your thoughts, O God, about Me!
They exceed my power to understand.
If I were to try to count their number,
They are more than all the grains of sand.
When I waken in the morn anew,
I continue still, O Lord, with you." (Sing Psalms 139:17-18)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 25 พฤษภาคม

"เราจะอยู่กับเจ้าแน่" (อพยพ 3:12 THSV2011)

ในทุกๆ ภาระกิจที่เราทำเพื่อเกียรติสิริของพระเจ้า ในทุกๆ หน้าที่ที่พระคำได้เรียกร้องจากเรา และในทุกๆ ปัญหาและภยันตราย พระเจ้าได้สัญญาว่าจะอยู่กับผู้ที่เชื่อในพระเยซู การสถิตอยู่ของพระองค์ให้กำลังใจแก่เรา เสริมกำลังแก่เรา ทำให้เรามั่งมี และปกป้องเรา
คำสัญญานี้ควรมอบความกล้าหาญให้กับเราในทุกๆ เหตุผลที่ดี ขอให้เราแสวงหาที่จะตระหนักการสถิตอยู่ของพระองค์ หากพระเจ้าอยู่กับเราแล้ว เราก็จะประสบความสำเร็จ พระองค์จะจัดเตรียมสิ่งต่างๆ ที่เราจำเป็นต้องมี และพระองค์จะสำแดงความยิ่งใหญ่ของพระคุณของพระองค์ให้เราได้เห็น
เรามักจะไม่ได้รู้ตัวถึงการสถิตอยู่ของพระองค์ตลอดเวลา แต่แน่นอนว่าพระองค์อยู่ที่นั่น คำสัญญาของพระองค์ไม่มีวันล้มเหลว เมื่อเป็นเช่นนั้น ขอให้เราแสวงหาการสถิตอยู่ของพระองค์ในวันนี้ และชื่นชมยินดีที่พระองค์ได้สัญญากับเราว่า "เราจะไม่ละท่านหรือทอดทิ้งท่านเลย" (ฮีบรู 13:5 THSV2011) ขอที่เราจะไม่มีวันทอดทิ้งพระองค์เลย

"ข้าแต่พระเจ้า สำหรับข้าพระองค์แล้ว พระดำริของพระองค์ล้ำค่ายิ่ง รวมกันเข้าก็มากมายนักหนา
ถ้าข้าพระองค์จะนับพระดำรินั้นก็มากกว่าเม็ดทราย เมื่อข้าพระองค์ตื่นขึ้น ข้าพระองค์จะยังอยู่กับพระองค์" (สดุดี 139:17-18 THSV2011)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Saturday, 25 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 23 (บทความสอนใจประจำวัน 23 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 23

"The enemy." (Luke 10:19)

The Christian has many enemies, but there is one emphatically called "the enemy." He is the god of this world.
He is the "prince of the power of the air"; he rules over and works in all unbelievers. He is a cunning serpent, trying to deceive; a roaring lion, seeking to destroy. He gains access to our hearts. He knows the Bible well, and will often use it, in order to misapply it; he will use one part to fill us with fear; another part to lead us to make light of sin. He is always trying to draw us away from God.
It is only as we abide in Jesus, that we can overcome Satan. Faith lays hold of the perfect work of Christ on the cross as its shield, and the Bible as its sword, and thus overcomes all the fiery darts of the enemy. Let us put on the whole armour of God!

"To him that overcomes, God gives a crown,
Through faith we shall conquer, though often cast down.
He who is our Saviour, our strength will renew,
Look ever to Jesus, He will carry you through."
(Horatio R. Palmer, hymn "Yield Not To Temptation")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 23 พฤษภาคม

"ศัตรูนั้น" (ลูกา 10:19 THSV2011)

คริสเตียนมีศัตรูมากมาย แต่มีผู้หนึ่งที่ได้มีการเรียกอย่างชัดเจนว่าเป็น "ศัตรูนั้น" เขาเป็นเจ้าของโลกนี้
เขาเป็น "ผู้ครอบครองที่มีอำนาจในฟ้าอากาศ" เขาปกครองเหนือบรรดาผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้าและทำงานในพวกเขา เขาเป็นงูเจ้าเล่ห์ซึ่งกำลังพยายามที่จะหลอกลวง เขาเป็นสิงห์คำรามซึ่งกำลังหาหนทางที่จะทำลาย เขาสามารถเข้าสู่จิตใจของเราได้ เขารู้พระคัมภีร์ดีมาก และมักจะใช้พระคัมภีร์ เพื่อที่จะประยุกต์ใช้อย่างผิดๆ เขาจะใช้บางส่วนของพระคัมภีร์เพื่อที่ทำให้เราเต็มไปด้วยความกลัว ใช้อีกส่วนของพระคัมภีร์เพื่อนำให้เรามองเห็นว่าบาปเป็นสิ่งเล็กน้อย เขาพยายามดึงเราออกห่างจากพระเจ้าเสมอ
เราจะสามารถมีชัยชนะเหนือซาตานได้ก็ต่อเมื่อเราอาศัยอยู่ในพระเยซูเท่านั้น ความเชื่อรับเอาการงานอันสมบูรณ์แบบของพระคริสต์บนกางเขนเพื่อใช้เป็นโล่ห์ และรับเอาพระคัมภีร์เพื่อใช้เป็นดาบ และดังนี้ ความเชื่อจึงเอาชนะบรรดาลูกศรเพลิงของศัตรูทั้งสิ้นได้ ขอให้เราสวมใส่ยุทธภัณฑ์ทังสิ้นของพระเจ้า!

"พระเจ้าประทานมงกุฎแก่ผู้ที่มีชัยชนะ
เราจะพิชิตด้วยความเชื่อ แม้จะล้มลงได้
พระผู้ช่วยของเราจะเสริมกำลังใหม่แก่เรา
จงเฝ้ามองไปที่พระเยซู พระองค์จะแบกรับเราไว้ให้ผ่านพ้นไป"
(Horatio R. Palmer, เพลง "Yield Not To Temptation")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Friday, 24 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 23 (บทความสอนใจประจำวัน 23 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 23

"We look for the Saviour." (Philippians 3:20)

Jesus Christ, our Lord and Saviour, is now at the right hand of God, the Father. He waits- His enemies shall yet all be defeated. He will come again; and we should be living in anticipation of His coming.
He will come as a thief in the night. He will come in His glory with all the angels. He will come to reign, to reward His people, and to punish His enemies. He comes for our complete salvation.
Let us look for Him daily with fervent love and desire, with persistent prayer and diligent preparation. Let us abide in Him, so that we may have confidence, and not be ashamed before Him at His coming.

"When He comes, our glorious King,
All His ransomed home to bring,
Then anew this song we’ll sing,
Hallelujah! What a Saviour!"
(Philip P. Bliss, hymn "Hallelujah! What a Savior!")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 23 พฤษภาคม

"เรารอคอยผู้ช่วยให้รอด" (ฟิลิปปี 3:20)

พระเยซูคริสต์ ผู้ซึ่งเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้หลุดพ้น (รอด) ของเรา ได้อยู่ที่เบื้องพระหัตถ์ขวาของพระเจ้าพระบิดา พระองค์รอคอยเวลาที่จะพิชิตศัตรูทั้งหมดของพระองค์ พระองค์จะเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่ง และเราควรที่จะดำรงชีวิตด้วยตั้งตารอคอยการกลับมาของพระองค์
พระองค์จะเสด็จมาดั่งโจรในยามค่ำคืน พระองค์จะเสด็จมาด้วยเกียรติราศีของพระองค์พร้อมด้วยบรรดาทูตสวรรค์ พระองค์จะเสด็จกลับมาเพื่อครอบครอง ให้รางวัลแก่ประชากรของพระองค์ และลงโทษศัตรูของพระองค์ พระองค์เสด็จมาเพื่อความหลุดพ้น (ความรอด) ที่สมบูรณ์ของเรา
ขอให้เรารอคอยพระองค์ในทุกๆ วัน พร้อมด้วยใจกตัญญู (ความรักที่แท้) และความปรารถนาที่ร้อนรน พร้อมด้วยการอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ และการเตรียมตัวด้วยความขยันหมั่นเพียร ขอให้เราดำรงอยู่ในพระองค์ เพื่อที่เราจะมีความมั่นใจ และไม่ต้องอับอายเมื่ออยู่ต่อพระพักตร์พระองค์ในเวลาที่พระองค์เสด็จกลับมา

"เมื่อพระองค์ ผู้เป็นกษัตริย์ผู้ทรงพระสง่าราศี เสด็จมา
เพื่อนำผู้ที่พระองค์ไถ่ไว้กลับบ้าน
เมื่อนั้นเราจะร้องบทเพลงบทใหม่
สรรเสริญพระเจ้า! องค์พระผู้ไถ่!"
(P. Bliss, เพลง "Hallelujah, What a Savior")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Thursday, 23 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 22 (บทความสอนใจประจำวัน 22 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 22

"If you ask anything in My name, I will do it." (John 14:14)

Jesus has given this precious promise to encourage us to pray, and to comfort us in every situation. The Father has placed all power in heaven and earth in the hands of Jesus. Therefore let us go to Him with our needs, that He may supply them; with our fears, that He may quieten them; with our sins, that He may pardon and subdue them; and with all that troubles us.
He promises that if we ask anything that will do us good, promote His cause, and glorify His name, He will do it.
What a Friend we have in Jesus! Never complain, nor be discouraged while Jesus is your Friend! He will be your Friend forever. He will never deceive you. He is worthy of all your love and trust.

"O Jesus, I have promised to serve You to the end;
Be forever near me, my Master and my Friend:
I shall not fear the battle if You are by my side,
Nor wander from the pathway if You will be my Guide."
(John Ernest Bode, hym "O Jesus, I have promised")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 22 พฤษภาคม

"สิ่งใดที่พวกท่านขอในนามของเรา เราจะทำสิ่งนั้น" (ยอห์น 14:14 THSV2011)

พระเยซูได้ประทานพระสัญญาอันล้ำค่านี้เพื่อให้กำลังใจแก่เราในการอธิษฐาน และเพื่อปลอบใจเราในทุกสถานการณ์ พระบิดาได้ประทานฤทธิ์อำนาจทั้งสิ้นในสวรรค์และบนแผ่นดินโลกไว้ในพระหัตถ์ของพระเยซู ดังนี้ ขอให้เราเข้าหาพระองค์ในยามที่เราขาดสิ่งจำเป็น แล้วพระองค์จะประทานสิ่งเหล่านั้นให้กับเรา ในยามที่เรากลัว เพื่อที่พระองค์จะทำให้ความกลัวนั้นนิ่งเสีย ในยามที่เรามีกิเลสตัณหา (ความบาป) เพื่อที่พระองค์จะยกโทษและกำจัดกิเลสตัณหาเหล่านั้น และเมื่อเรามีเผชิญกับสิ่งที่ทำให้เราทุกข์ร้อน
พระองค์สัญญาว่าหากเราขอในสิ่งใดที่จะนำมาซึ่งผลดีต่อชีวิตเรา ที่จะทำให้เราได้เห็นถึงการช่วยเหลือของพระองค์ และที่จะถวายเกียรติสิริแด่พระนามของพระองค์ พระองค์จะทรงทำสิ่งนั้น
พระเยซูช่างเป็นสหายเลิศของเราอย่างแท้จริง! อย่าบ่นหรือท้อใจเมื่อพระเยซูเป็นเพื่อนของคุณ! พระองค์จะเป็นเพื่อนของคุณตลอดไป พระองค์จะไม่มีวันหลอกลวงคุณ สมควรแล้วที่คุณจะมีใจกตัญญู (รักที่แท้) ต่อพระองค์และวางใจในพระองค์

"โอพระเยซู ข้าได้สัญญา
ที่จะรับใช้พระองค์จนที่สุดปลาย
ขอทรงอยู่ใกล้ข้าฯ เสมอไป
เจ้านายและสหายของข้าฯ
ข้าฯ จะไม่กลัวการต่อสู้
หากพระองค์อยู่ฝ่ายเดียวกับข้าฯ
ข้าฯ จะไม่ออกไปจากมรรคา
หากพระองค์จะเป็นผู้ชี้ทางของข้าฯ"
(John E. Bode, เพลง "O Jesus, I Have Promised")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Wednesday, 22 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 21 (บทความสอนใจประจำวัน 21 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 21

"Take heed to your spirit." (Malachi 2:15)

Believers are to put away anger, evil speaking, and thoughts of revenge; and put on love, patience, kindness, humility, and forgiveness.
An unforgiving person cannot be blessed, for Jesus has said, "If you refuse to forgive others, your Heavenly Father will not forgive your sins." (Matthew 6:15) Learn from Jesus. He was meek and lowly; loving, kind to His enemies, and ready to forgive.
Let us watch over our spirits; a spirit that is not under control, is like a city with broken down walls and gates; open to the enemy on every side. Lord, make my spirit holy.

"Examine me, O God, and know my heart;
Test me and know my thoughts, I pray.
Search out in me what causes You offence,
And lead me in the Everlasting Way." (Sing Psalms 139:23-24)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 21 พฤษภาคม

"จงเอาใจใส่ต่อจิตวิญญาณของเจ้าให้ดี" (มาลาคี 2:15 ThaiKJV)

ผู้เชื่อจะต้องหลีกเลี่ยงความโกรธ การพูดให้ร้าย และความคิดที่จะแก้แค้น และสวมใส่ความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) ความอดทน ความเอื้อเฟื้อ ความถ่อมใจ และการให้อภัย
บุคคลที่ไม่ให้อภัยไม่สามารถที่จะเป็นสุขได้ เพราะพระเยซูได้ตรัสว่า "แต่ถ้าท่านไม่ยกการละเมิดของเพื่อนมนุษย์ พระบิดาของท่านจะไม่ทรงโปรดยกการละเมิดของท่านเหมือนกัน" (มัทธิว 6:16 ThaiKJV)จงเรียนรู้จากพระเยซู พระองค์สุภาพและมีใจถ่อมลง พระองค์เปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) เอื้อเฟื้อต่อศัตรู และ พร้อมที่จะให้อภัย
ขอให้เราเอาใจใส่ต่อจิตวิญญาณของเรา จิตวิญญาณที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมก็เป็นเหมือนเมืองที่กำแพงและประตูพังทลาย เปิดโอกาสให้ศัตรูเข้ามาได้ทุกทิศทุกทาง โอ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงชำระจิตวิญญาณของข้าพระองค์ให้บริสุทธิ์

"ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงตรวจค้นข้าพระองค์และทรงรู้จักจิตใจของข้าพระองค์ ขอทรงทดสอบข้าพระองค์และทรงรู้จักความคิดของข้าพระองค์
และขอทอดพระเนตรว่ามีทางชั่วใดๆ ในข้าพระองค์หรือไม่ และขอทรงนำข้าพระองค์ไปในทางนิรันดร์" (สดุดี 139:23-24 THSV2011)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Monday, 20 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 20 (บทความสอนใจประจำวัน 20 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 20

"He gives more grace." (James 4:6)

We could not be more welcome at the throne of grace than we are; or God more willing to give than He is! God invites us to come so that we may receive. He gives grace upon grace. He is never tired of giving, though we are of asking.
We are to ask in faith. Grace covers all we need for the pardon of our sins, to make us holy, to endure trials and fulfil duties. If we do not have- it is because we do not ask, or ask with selfish motives.
There is grace for us this morning; ask for it, expect to receive it, and use it for God’s glory, and the good of others. He will give grace and glory, and no good thing will He keep from those who live uprightly. Ask, and you shall receive.

"Grace, grace, God’s grace.
Grace that will pardon and cleanse within.
Grace, grace, God’s grace,
Grace that is greater than all our sin."
(Julia H. Johnston, hymn "Grace Greater than Our Sin")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 20 พฤษภาคม

"แต่พระองค์ก็ประทานพระคุณมากยิ่งขึ้น" (ยากอบ 4:6 THSV2011)

คุณ ไม่สามารถที่จะได้รับการยินดีต้อนรับเข้าสู่พระบัลลังก์แห่งพระคุณได้มากไป กว่าที่คุณได้รับในตอนนี้ หรือพระเจ้าไม่สามารถที่จะปรารถนาที่จะประทานพระคุณมากยิ่งไปกว่าที่พระองค์ ประทานให้คุณในตอนนี้ พระองค์ประทานพระคุณซ้อนพระคุณ พระองค์ไม่เคยเหน็ดเหนื่อยกับการประทาน แม้ว่าบางครั้งเราจะเหน็ดเหนื่อยกับการขอ
เราจะต้องขอในความเชื่อ พระคุณจะครอบคลุมทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับเราในการได้รับการยกโทษบาป ในการชำระเราให้บริสุทธิ์ ในการที่เราฟันฝ่าการทดลอง และในการทำภาระกิจให้สำเร็จ หากเราไม่มี ก็เป็นเพราะว่าเราไม่ได้ขอ หรือขอจากแรงจูงใจที่เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว
มีพระคุณสำหรับคุณในเช้า วันนี้ จงขอพระคุณนั้น คาดหวังที่จะได้รับ และใช้พระคุณเพื่อเกียรติสิริของพระเจ้าและเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น พระองค์จะประทานพระคุณและเกียรติสิริ และไม่มีสิ่งใดที่จะทรงหวงไว้สำหรับผู้ที่ดำเนินชีวิตอย่างชอบธรรม จงขอ แล้วคุณจะได้รับ

"พระคุณ พระคุณ พระคุณพระเจ้า
พระคุณที่ยกโทษและชำระเราจากภายใน
พระคุณ พระคุณ พระคุณพระเจ้า
พระคุณที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าบาปทั้งสิ้นของเรา"
(Julia H. Johnston, เพลง "Grace Greater than Our Sin")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Daily Remembrancer by J. Smith, May 19 (บทความสอนใจประจำวัน 19 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 19

"It shall be well." (2 Kings 4:23)

Our trials may be great, but it shall be well with all who believe in Jesus.
Are you upset by your own sins? It shall be well; for sin is no longer your master, for you no longer live under the law- instead, you live under God’s grace.
Are you disturbed by temptations? It shall be well, for the God of peace will soon crush Satan under your feet.
Are you distressed by the difficulties of the way? It shall be well, for everything works together for the good of those who love God.
Do you think your situation is unique? It shall be well, for your temptations are no different from others’, and God is faithful who will not allow temptation to be more than you can stand and He will show you a way of escape.
O, precious promises of God! Lord, help me to believe and rejoice! In life and death ‘it shall be well.’

"Sin shall not have dominion over you!
O, what a glorious message- and it’s true!
God has said it! It must stand!
Pass it on – it’s simply grand-
Sin shall not have dominion over you!"
(J. A. Oram)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 19 พฤษภาคม

"ไม่เป็นไร" (2 พงศ์กษัตริย์ 4:23 THSV2011)

การทดลองที่เราเผชิญอาจจะยิ่งใหญ่ แต่มันจะไม่เป็นไรสำหรับบรรดาผู้ที่เชื่อในพระเยซู
คุณกำลังอารมณ์เสียกับกิเลสตัณหา (บาป) ของคุณเองหรือไม่? มันจะไม่เป็นไร เพราะกิเลสตัณหาจะไม่สามารถควบคุมคุณได้อีกต่อไป เพราะคุณไม่ได้ดำรงชีวิตอยู่ภายใต้ธรรมบัญญัติ แต่คุณได้ดำรงชีวิตอยู่ภายใต้พระคุณของพระเจ้า
คุณกำลังทุกข์ใจเพราะการทดลองหรือไม่? มันจะไม่เป็นไร เพราะพระเจ้าแห่งสันติสุขจะจัดการกับซาตานให้อยู่ภายใต้เท้าของคุณ
คุณกำลังทุกข์ร้อนเพราะความยากลำบากในการดำเนินชีวิตหรือไม่? มันจะไม่เป็นไร เพราะทุกสิ่งล้วนทำให้เกิดผลดีสำหรับผู้ที่รักพระองค์
คุณคิดว่าสถานการณ์ของคุณนั้นเป็นที่แปลกใหม่หรือไม่? มันจะไม่เป็นไร เพราะการทดลองที่คุณเผชิญก็ไม่แตกต่างจากที่ผู้อื่นเผชิญ และพระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อ ก็จะไม่อนุญาตให้การทดลองนั้นมากเกินกว่าที่คุณจะทนได้ และพระองค์จะสำแดงหนทางที่จะหลีกหนี
โอ พระสัญญาอันล้ำค่าของพระเจ้า! ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงช่วยให้ข้าพระองค์เชื่อและชื่นชมยินดี! ในชีวิตและความตาย มันจะ "ไม่เป็นไร"

"บาปจะไม่มีอำนาจเหนือคุณ!
โอ ช่างเป็นข้อความที่สง่างามและเป็นความจริง!
พระเจ้าได้ตรัสไว้! และมันจะคงอยู่!
จงส่งต่อ เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งยิ่งใหญ่
บาปจะไม่มีอำนาจเหนือคุณ!"
(J. A. Oram)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Saturday, 18 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 18 (บทความสอนใจประจำวัน 18 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 18

"They went and told Jesus." (Matthew 14:12)

When Herod beheaded John, his disciples took up his body and buried it, and went and told Jesus. Let us follow their example, and tell all to Jesus. He is always ready to listen to us, and sympathises with us. He will guide us, and turn all things to our advantage.
Is your faith weak? Have you family troubles, or work-related problems? Don’t just ponder your problems; don’t rush to your friends; don’t complain; but go first to Jesus; go with speed; go in hope and tell Him everything. He loves to hear you, and has promised to help you. He will certainly bless you.

"My honour and salvation rest
On God, my rock and mighty fort.
O people, trust in Him always;
To Him alone pour out your heart." (Psalm 62:7-8)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 18 พฤษภาคม

"[บรรดาสาวกของยอห์น] ก็มาทูลพระเยซูให้ทรงทราบ" (มัทธิว 14:12 THSV2011)

เมื่อเฮโรดประหารชีวิตยอห์นด้วยการตัดศีรษะ สาวกของยอห์นก็รับเอาศพไปฝังไว้ และมาทูลให้พระเยซูทราบ ขอให้เราปฏิบัติตามตัวอย่างของพวกเขา และทูลทุกสิ่งแด่พระเยซู พระองค์พร้อมที่จะรับฟังเราเสมอ และเข้าใจความรู้สึกเรา พระองค์จะนำทางเราและเปลี่ยนแปลงให้ทุกสิ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตเรา
ความเชื่อของคุณอ่อนแอหรือ? คุณมีปัญหาครอบครัวหรือปัญหาเกี่ยวกับการงานหรือ? อย่าเพียงแค่ครุ่นคิดเกี่ยวกับปัญหาของคุณ อย่ารีบเร่งไปหาเพื่อนของคุณ อย่าบ่น แต่จงไปหาพระเยซูเป็นคนแรก ไปหาพระองค์อย่างเร่งด่วน ไปหาพระองค์ในความหวัง และทูลทุกสิ่งแด่พระองค์ พระองค์ปรารถนาที่จะรับฟังคุณ และได้สัญญาว่าจะช่วยเหลือคุณ พระองค์จะอวยพรคุณอย่างแน่นอน

"สวัสดิภาพและเกียรติของข้าพเจ้าอยู่ที่พระเจ้า
ศิลาแข็งแกร่งและที่ลี้ภัยของข้าพเจ้าคือพระเจ้า
ประชาชนเอ๋ย จงวางใจในพระองค์ตลอดเวลา
จงระบายความในใจของท่านต่อพระองค์ พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยของเรา"
(สดุดี 62:7-8 THSV2011)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Friday, 17 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 17 (บทความสอนใจประจำวัน 17 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 17

"He will rest in His love." (Zephaniah 3:17)

God’s love, unlike man’s, is unchangeable perfection. Having loved, He will always love. He loved us, and connected us with Jesus, that He might never withdraw His love from us.
O, to be able to say with John, "We have known and believed the love that God has for us. God is love!" (1 John 4:16) His love is from everlasting to everlasting. Here God rests, and so should we!
This is love, that God should take such poor sinners and make them the bride of His Son, His delight forever and ever.
Oh, the riches of God’s love. Make it the subject of your daily meditation. "He will rest in His love." "With His love, He will calm all our fears." (Zephaniah 3:17 NLT)

"O love of God, how rich and pure!
How measureless and strong!
It shall forevermore endure,
The saints’ and angels’ song.
(Frederick Martin Lehman, hymn "The love of God is greater far")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 17 พฤษภาคม

"[พระองค์จะ] ทรงสงบในความรักของพระองค์" (เศฟันยาห์ 3:17 THSV2011)

ความรักของพระเจ้าไม่เหมือนกับความรักของมนุษย์ เพราะความรักของพระองค์เป็นความสมบูรณ์แบบที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เมื่อพระองค์ทรงรักแล้ว พระองค์จะทรงรักเสมอ พระองค์ทรงรักเรา และเชื่อมต่อกับเราผ่านทางพระเยซู เพื่อที่พระองค์จะไม่มีวันที่จะถอดถอนความรักของพระองค์ไปจากเรา
โอ ขอที่เราจะสามารถกล่าวกับยอห์นว่า "ฉะนั้นเราจึงรู้ และวางใจในความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อเรา พระเจ้าทรงเป็นความรัก" (1 ยอห์น 4:16 THSV2011) ความรักของพระองค์เริ่มต้นจากนิรันดร์กาลสู่นิรันดร์กาล พระเจ้าทรงสงบที่นี่ ดังนั้นเราจึงควรที่จะสงบด้วยเช่นกัน!
นี่เป็นความรัก ที่พระเจ้าได้เปลี่ยนแปลงคนที่เต็มด้วยกิเลสตัณหา (คนบาป) ที่แสนยากจน และสร้างพวกเขาให้กลายเป็นเจ้าสาวของพระบุตรของพระองค์ เป็นความโปรดปรานของพระองค์ตลอดชั่วนิจนิรันดร์
โอ้ ความบริบูรณ์ของความรักของพระเจ้า ขอให้สิ่งนี้เป็นหัวข้อที่คุณจะใคร่ครวญ "[พระองค์จะ] ทรงสงบในความรักของพระองค์" (เศฟันยาห์ 3:17 THSV2011) "พระองค์จะทำให้ความกลัวทั้งสิ้นของเราสงบลงด้วยความรักของพระองค์" (Zephaniah 3:17; translated from NLT)

"โอ้ ความรักของพระเจ้า ช่างบริบูรณ์และบริสุทธิ์!
ช่างยิ่งใหญ่เหลือคณานับได้ และหนักแน่น!
รักนี้จะดำรงอยู่ชั่วนิจนิรันดร์
และจะเป็นบทเพลงของผู้เชื่อและทูตสวรรค์ตลอดกาล
(Frederick Martin Lehman, เพลง "The love of God is greater far")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Thursday, 16 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 16 (บทความสอนใจประจำวัน 16 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 16

"Blessed are you who hunger now." (Luke 6:21)

The worldly appetite is satisfied with worldly things; but Christians can only be satisfied with spiritual food.
We hunger for the righteousness which Christ gives through the Holy Spirit. We long to glorify God and enjoy Him; to be more like the Lord Jesus and to know Him more and more. It is only as we feed upon Jesus that we are satisfied.
How is it with you this morning? Are you hungering for Jesus? He fills the hungry with spiritual food found in the Bible. Only God can satisfy you, and He will – for He has promised "You shall be filled." (Luke 6:21)

"Blessed are the souls that thirst for grace,
Hunger and long for righteousness;
They shall be well supplied and fed
With living streams and living bread."
(Isaac Watts, hymn "Blest are the humble souls that see")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 16 พฤษภาคม

"ท่านทั้งหลายที่อดอยากเวลานี้ก็เป็นสุข" (ลูกา 6:21 THSV2011)

ความอยากอาหารฝ่ายโลกสามารถตอบสนองได้ด้วยสิ่งของของโลก แต่คริสเตียนจะสามารถเต็มอิ่มได้ด้วยอาหารฝ่ายวิญญาณเท่านั้น
เรา หิวความชอบธรรมซึ่งพระคริสต์ได้ประทานให้ผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราปรารถนาที่จะให้พระเจ้าได้รับเกียรติสิริ และที่จะเพลิดเพลินกับพระองค์ เราปรารถนาที่จะเป็นเหมือนพระเยซูเจ้า และที่จะรู้จักพระองค์มากขึ้นทุกวัน เราจะสามารถเต็มอิ่มได้ก็ต่อเมื่อเราได้รับการบำรุงเลี้ยงด้วยพระเยซูซึ่ง เป็นอาหารฝ่ายวิญญาณเท่านั้น
คุณเป็นอย่างไรบ้างในเช้าวันนี้? คุณหิวพระเยซูหรือไม่? พระองค์จะทำให้คุณอิ่มด้วยอาหารฝ่ายวิญญาณที่พบได้ในพระคัมภีร์ให้แก่ผู้ที่ หิว พระเจ้าเท่านั้นที่จะสามารถทำให้คุณเต็มอิ่ม และพระองค์จะทำให้คุณเต็มอิ่ม เพราะพระองค์ได้สัญญาไว้ว่า "ท่านจะได้อิ่มท้อง" (ลูกา 6:21 TSHV2011)

"ความสุขเป็นของจิตใจที่กระหายหาพระคุณ
หิวและปรารถนาที่จะได้รับความชอบธรรม
พวกเขาก็จะได้รับการบำรุงเลี้ยงและได้เต็มอิ่ม
ด้วยกระแสน้ำแห่งชีวิตและอาหารแห่งชีวิต"
(Isaac Watts, เพลง "Blest are the humble souls that see")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Wednesday, 15 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 15 (บทความสอนใจประจำวัน 15 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 15

"We walk by faith." (2 Corinthians 5:7)

The Christian’s path is often very rough. We know that we are on the right path, and that all our difficulties are mercies in disguise, and lead to heaven. We believe that God is with us and will supply all we need.
We are comforted by God’s promises in the Bible, and trust in the unchanging God. We remember that it is through much trouble that we enter heaven. Our God will support us, His hand will defend us, and His grace shall be glorified in our present and eternal salvation.
We do not know the future, but our God knows, and He will lead us. He will never leave us, but will guide us even unto death.

"Nearer, still nearer, Lord to be Thine,
Sin with its follies I gladly resign;
All of its pleasure, pomp and pride,
Give me but Jesus, my Lord crucified."
(Leila N. Morris, hymn "Nearer, still nearer")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 15 พฤษภาคม

"เพราะว่าเราดำเนินโดยความเชื่อ" (2 โครินธ์ 5:7 THSV2011)

หนทางของคริสเตียนมักจะไม่ราบเรียบ เรารู้ว่าเรากำลังเดินถูกทาง และความยากลำบากทั้งหลายล้วนเป็นพระเมตตาที่อำพรางตัวมา และนำพาเราสู่สวรรค์ เราเชื่อว่าพระเจ้าอยู่กับเรา และจะประทานสิ่งจำเป็นทั้งปวงสำหรับเรา
เราได้รับการปลอบโยนโดยพระสัญญาของพระเจ้าในพระคัมภีร์ และวางใจในพระเจ้าที่ไม่เปลี่ยนแปลง เราระลึกว่าการฟันฝ่าปัญหามากมายนี้เองที่จะนำเราเข้าสู่สวรรค์ พระเจ้าของเราจะช่วยเหลือเรา พระหัตถ์ของพระองค์จะปกป้องเรา และพระคุณของพระองค์จะได้รับเกียรติสิริในความหลุดพ้น (ความรอด) ในปัจจุบันกาลและนิรันดร์กาลของเรา
เราไม่รู้อนาคต แต่พระเจ้าของเราทรงทราบ และจะทรงนำชีวิตของเรา พระองค์จะไม่มีวันทอดทิ้งเรา แต่จะทรงนำทางเราจนวันที่เราจากโลกนี้ไป

"โอ พระเจ้า ใกล้เข้ามาทุกที ที่ข้าฯ จะเป็นของพระองค์
ข้าฯ ยินดีที่จะทอดทิ้งบาปและความเขลาทั้งหลายของบาป
รวมทั้งความยินดี การโอ้อวด และความหยิ่งผยองทั้งสิ้นของมัน
ขอทรงประทานเพียงแต่พระเยซู ผู้เป็นองค์พระผู้เป็นผู้ถูกตรึงที่กางเขน"
(Leila N. Morris, เพลง "Nearer, still nearer")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Daily Remembrancer by J. Smith, May 14 (บทความสอนใจประจำวัน 14 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 14

"They shall be My people, says the Lord of Heaven’s armies." (Malachi 3:17)

Who? Those who fear and honour the Lord; those who love, obey and glorify Him.
We believe that He who is "Our Father" is gracious, merciful, long-suffering and full of goodness and truth. We sing of His amazing grace and testify of His goodness to us personally.
God says, "They shall be Mine." The Lord Jesus reveals the Father and all who believe in Jesus are saved and become children of God, and regarded as His special treasure .

"Though we pass through tribulation,
All will be well.
Ours is such a full salvation,
All, all is well.
Happy, still in God confiding,
Fruitful, if in Christ abiding,
Holy, through the Spirit’s guiding;
All must be well."
(Mary B. Peters, hymn "Through the love of God our Savior")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 14 พฤษภาคม

"พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า 'เขาทั้งหลายจะเป็นคนของเรา' " (มาลาคี 3:17)

ใครจะเป็นคนของพระองค์? เขาเหล่านั้นก็คือบรรดาผู้ที่ยำเกรงและถวายเกียรติแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า บรรดาผู้ที่มีใจกตัญญูต่อพระองค์ (รักพระเจ้า) เชื่อฟังพระองค์ และถวายเกียรติสิริแด่พระองค์
เราเชื่อว่าพระองค์ผู้ทรงเป็น "พระบิดาของเรา" นั้นเปี่ยมด้วยพระกรุณาและพระคุณ พระองค์กริ้วช้า ทรงบริบูรณ์ด้วยความรักมั่นคง และความสัตย์จริง (อพยพ 34:6) เราร้องเพลงถึงพระคุณอันแสนอัศจรรย์ของพระองค์ และเป็นพยานถึงความดีของพระองค์ที่มีต่อเราเป็นการส่วนตัว
พระเจ้าตรัส "เขาทั้งหลายจะเป็นของเรา" พระเยซูเจ้าสำแดงถึงพระบิดา และทุกคนที่เชื่อในพระเยซูก็ได้รับความหลุดพ้น (ความรอด) และกลายเป็นบุตรของพระเจ้า และเป็นดั่งทรัพย์สมบัติล้ำค่าที่พิเศษของพระองค์

"แม้ว่าเราผ่านพ้นความทุกข์ยาก
เราทุกคนก็จะสุขสบายดี
ความรอดที่สมบูรณ์ก็เป็นของเรา
เราทุกๆ คนสุขสบายดี
มีความสุข ยังคงเชื่อวางใจในพระเจ้า
เกิดผล หากเราดำรงอยู่ในพระคริสต์
บริสุทธิ์ ผ่านทางการทรงนำของพระวิญญาณ
เราทุกคนจะต้องสุขสบายดีแน่นอน"
(Mary B. Peters, เพลง "Through the love of God our Savior")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Monday, 13 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 13 (บทความสอนใจประจำวัน 13 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 13

"The Lord has blessed us until now." (Joshua 17:14)

We have been blessed in Jesus, and through Jesus.
Look back and recall the time you first prayed for God’s mercy and salvation. Remember the peace and joy of knowing your sins forgiven and the comfort of the Holy Spirit’s presence in your life. Think of the difficulties and dangers you have faced along the way, and of how God came to you and delivered you.
Surely you too can acknowledge "The Lord has blessed me until now." (Joshua 17:14) He promised to do so and you have found Him faithful. He has shown a Father’s love in dealing with you. But what have you been in return? Let us be humble, and seek to be faithful. Stay close to Jesus, for God blesses only by, and through Him.

"Thank You, dear Jesus, for pulling me through,
Help me, dear Jesus, to be more like You.
Thank You, dear Jesus, for rescuing me;
Thank You, dear Jesus, for letting me see.
Thank You, for setting a course for my life,
Thank You, for taking my guilt, fear and strife.
My prayer is to learn more about You each day,
And to share You with those who have not found their way."
(B. Mundell, former drug addict written from prison)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 13 พฤษภาคม

"พระยาห์เวห์ได้ทรงอวยพรเรามาจนถึงบัดนี้?" (โยชูวา 17:14 THSV2011)

เราได้รับการอวยพรจากพระเยซู และผ่านทางพระเยซู
จงมองย้อนดูกลับไปและระลึกถึงยามเมื่อคุณอธิษฐานขอพระเมตตาและความหลุดพ้น (ความรอด) ของพระเจ้า จงระลึกถึงสันติสุขและความชื่นบานที่คุณได้รับเมื่อกิเลสตัณหา (บาป) ของคุณได้รับการยกโทษ และความปลอบโยนที่คุณได้รับจากการสถิตอยู่ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตของคุณ จงคิดถึงความยากลำบากและภยันตรายที่คุณเผชิญในระหว่างทาง และคิดถึงว่าพระเจ้าได้มาหาคุณและช่วยกอบกู้คุณจากสถานการณ์นั้นได้อย่างไร
แน่นอน คุณสามารถกล่าวยอมรับเช่นกันว่า "พระยาห์เวห์ได้ทรงอวยพรเรามาจนถึงบัดนี้?" (โยชูวา 17:14 THSV2011) พระองค์สัญญาที่จะอวยพรคุณ และคุณก็ได้พบว่าพระองค์สัตย์ซื่อ พระองค์ได้แสดงถึงความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) ของพระบิดาด้วยการที่ทรงเข้ามาช่วยเหลือเรา แต่คุณได้ทำอย่างไรบ้างเพื่อเป็นการตอบสนองต่อความเมตตากรุณานั้น?
ขอให้เราถ่อมใจลง และเสาะหาที่จะเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ จงอยู่ใกล้พระเยซู เพราะพระเจ้าอวยพรโดยพระองค์และผ่านทางพระองค์เท่านั้น

"ขอบพระคุณ พระเยซูที่รัก ที่ช่วยให้ข้าฯ ผ่านพ้นมาได้
ขอทรงช่วยข้าฯ พระเยซูที่รัก ให้เป็นเหมือนพระองค์มากขึ้น
ขอบพระคุณ พระเยซูที่รัก ที่ช่วยชีวิตข้าฯ
ขอบพระคุณ พระเยซูที่รัก ที่เปิดดวงตาให้ข้าฯ ได้เห็น
ขอบพระคุณ ที่ได้กำหนดชีวิตของข้าฯ ไว้
ขอบพระคุณ ที่รับเอาความผิด ความกลัว การดิ้นรนของข้าฯ ไป
คำอธิษฐานของข้าฯ คือที่จะรู้จักพระองค์มากขึ้นในแต่ละวัน
และที่จะแบ่งปันพระองค์ให้กับผู้ที่ยังไม่พบหนทาง"
(B. Mundell, ผู้ที่เคยเป็นผู้ติดยา เขียนจากเรือนจำ)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Daily Remembrancer by J. Smith, May 12 (บทความสอนใจประจำวัน 12 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 12

" 'Their righteousness is from Me,' says the Lord." (Isaiah 54:17)

The longer we live, the more the Holy Spirit teaches us that our own righteousness is as filthy rags. Our prayer is to grow in holiness, and in the enjoyment of the presence of the Lord; but instead we become more aware of our own sins.
How can we be right with God? Where is our righteousness to come from? The Lord answers, "Their righteousness is from Me." (Isaiah 54:17) Jesus bought it with His own precious blood; the Father ascribes it to us; the Bible reveals it ; and faith receives it.
O Jesus! My righteousness and strength are in YOU!

"My hope is built on nothing less
Than Jesus blood and righteousness.
I dare not trust the sweetest frame,
But wholly lean on Jesus;
On Christ, the solid rock I stand;
All other ground is sinking sand."
(Hymn 'The Solid Rock' by Keith W. Ward)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 12 พฤษภาคม

" 'การให้ความยุติธรรมต่อพวกเขานั้นมาจากเรา' พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ" (อิสยาห์ 54:17 THSV2011)

ยิ่งเราดำรงชีวิตอยู่นานมากขึ้น พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็จะยิ่งสอนให้เราเห็นว่าความชอบธรรมของเราเองนั้นเป็นเหมือนเสื้อผ้าสกปรก คำอธิษฐานของเราก็เพื่อที่จะเติบโตในความบริสุทธิ์ และในการเพลิดเพลินการสถิตอยู่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า แต่ในขณะเดียวกัน เราก็จะยิ่งตระหนักถึงกิเลสตัณหา (บาป) ของเราด้วยเช่นกัน
เราจะชอบธรรมต่อพระพักตร์พระเจ้าได้อย่างไร? ความชอบธรรมของเรามาจากที่ไหน? องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส "การให้ความยุติธรรมต่อพวกเขานั้นมาจากเรา" (อิสยาห์ 54:17 THSV2011) พระเยซูได้ซื้อความชอบธรรมไว้ด้วยพระโลหิตอันล้ำค่าของพระองค์เอง พระบิดาได้มอบความชอบธรรมนั้นให้กับเรา พระคัมภีร์ได้สำแดงความชอบธรรมนั้น และความเชื่อก็รับเอาความชอบธรรมนั้น
โอ พระเยซู! ความชอบธรรมและกำลังของข้าพระองค์อยู่ในพระองค์!

"ความหวังของข้าฯ ไม่ได้สร้างอยู่บนสิ่งใด
นอกเหนือไปจากโลหิตและความชอบธรรมของพระคริสต์
ข้าฯ ไม่กล้าวางใจเปลวเพลิงอันหวานชื่น
แต่ข้าฯ พักพิงในพระเยซู
เรายื่นอยู่บนพระคริสต์ ผู้ซึ่งเป็นศิลาที่มั่นคง
รากฐานอื่นใดล้วนเป็นดั่งทราย"
(เพลง 'The Solid Rock' โดย Keith W. Ward)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Friday, 10 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 10 (บทความสอนใจประจำวัน 10 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 10

"He does not afflict willingly." (Lamentations 3:33)

God finds no pleasure in our pains and distress. He is slow to anger and full of loving kindness. He surrounds us with His mercy.
He never afflicts us without good cause; either sin has been committed; duties neglected; lukewarmness discovered; temptations trifled with; or danger is near. He never afflicts us without a gracious intention, to make us fear and run from sin; to revive us in His ways.
He always deals with us in love and for our spiritual profit; we are often more benefitted by afflictions than by comforts and joys. Looking back, we say, "It was good for me that I was afflicted." (Psalm 119:71)

"Troubles and trials are sent to us all,
But our Lord is beside us and won’t let us fall;
He’ll carry us through, and give us more grace,
As we look in His Word, and gaze on His face."
(G.F.)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 10 พฤษภาคม

"เพราะพระองค์มิได้ตั้งพระทัยทำให้ผู้ใดทุกข์ใจ" (บทเพลงคร่ำครวญ 3:33 THSV2011)

พระเจ้าไม่ได้รู้สึกยินดีในความเจ็บปวดและความเสียใจของเรา พระองค์ช้าในการโกรธ และอุดมด้วยความรักอันมั่นคง พระองค์ล้อมรอบเราด้วยพระเมตตาของพระองค์
พระองค์ไม่มีวันที่จะทำให้เราทุกข์ใจโดยไม่มีสาเหตุที่ดี ไม่ว่าจะเป็นกิเลสตัณหาที่เรามี (บาปที่เราทำ) หน้าที่ที่เราละเลย ความรู้สึกนิ่งเฉยขาดความกระตือรือร้นที่เราค้นพบ การทดลองที่เราเล่นด้วย หรือภยันตรายที่อยู่ใกล้ตัว พระองค์ไม่มีวันที่จะทำให้เราทุกข์ใจโดยปราศจากความตั้งใจที่เปี่ยมด้วยพระคุณ เพื่อทำให้เราเกรงกลัวและวิ่งหนีจากบาป เพื่อฟื้นฟูชีวิตของเราให้กลับไปอยู่ในทางของพระองค์
พระองค์จัดการกับเราด้วยความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) เสมอ และเพื่อประโยชน์ฝ่ายวิญญาณของเรา เรามักจะได้รับประโยชน์จากความทุกข์ยากมากยิ่งกว่าที่เราได้รับจากการปลอบโยนหรือความชื่นบาน จงมองย้อนกลับไป แล้วเราจะกล่าวว่า "ดีแล้วที่ข้าพระองค์ทุกข์ยาก" (สดุดี 119:71 THSVS2011)

"เราทุกคนต้องเผชิญปัญหาและการทดลอง
แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่เคียงข้างไม่ปล่อยให้เราล้มลง
พระองค์จะอุ้มชูเราให้ผ่านพ้น และประทานพระคุณให้กับเรามากขึ้น
ขณะที่เราอ่านพระคำของพระองค์ และเพ่งมองไปที่พระพักตร์ของพระองค์"
(G.F.)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Thursday, 9 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 09 (บทความสอนใจประจำวัน 09 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 09

"The glory of His grace." (Ephesians 1:6)

The glory of God’s grace is that it’s free to unworthy sinners who are given the richest blessings, highest honours, and the greatest happiness. The glory of God’s grace is also seen in its power. It conquers the most stubborn sinners; softens the hardest hearts; enlightens the darkest minds and breaks the strongest chains. Grace is omnipotent!
The glory of God’s grace is also seen in its kindness; it never injured anyone; it has delivered, supplied, supported and glorified thousands. It brings the inexhaustible fullness of God to supply the sinner’s needs; it opens the treasury of heaven to enrich poor sinners.
Grace gives away all it has. Jesus is grace personified. "O Jesus, glorify Your grace in me."

"All the way my Saviour leads me,
Cheers each winding path I tread,
Gives me grace for every trial,
Feeds me with the living bread."
(Fanny J. Crosby, hymn "All the Way My Savior Leads Me")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 09 พฤษภาคม

"พระคุณอันรุ่งโรจน์ของพระองค์" (เอเฟซัส 1:6 THSV2011)

เกียรติราศี (ความรุ่งโรจน์) แห่งพระคุณของพระเจ้า ก็คือ การที่พระองค์ได้ประทานพระพรอันอุดมสมบูรณ์ เกียรติอันยิ่งใหญ่ที่สุด และความสุขอันยิ่งใหญ่ที่สุด ให้แก่คนที่เต็มด้วยกิเลสตัณหา (คนบาป) ที่ไม่คู่ควรที่จะได้รับ
เกียรติราศีแห่งพระคุณของพระเจ้าสามารถพบได้ในฤทธิ์อำนาจของพระคุณนั้นเช่นกัน เพราะว่าพระคุณพิชิตคนที่เต็มด้วยกิเลสตัณหาที่ดื้อรั้นที่สุด ทำให้หัวใจที่ดื้อด้านที่สุดอ่อนลง ทำให้ความคิดที่มืดมิดที่สุดได้รู้กระจ่างแจ้ง และทำลายโซ่ตรวนที่แข็งแรงที่สุด พระคุณมีฤทธานุภาพไม่จำกัด!
เกียรติราศีแห่งพระคุณของพระเจ้าสามารถพบได้ในความกรุณาของพระคุณนั้นเช่นกัน พระคุณไม่เคยทำร้ายใคร พระคุณนี้ได้ส่ง จัดเตรียม สนับสนุน และมอบเกียรติให้แก่คนเป็นอันมาก พระคุณนำความบริบูรณ์ที่ไม่มีวันหมดของพระเจ้าเพิ่มเติมให้กับความจำเป็นทั้งหลายของคนที่เต็มด้วยกิเลสตัณหา พระคุณเปิดคลังสมบัติของสวรรค์เพื่อให้คนที่เต็มด้วยกิเลสตัณหาที่ยากจนได้มั่งมี
พระคุณมอบทั้งสิ้นที่พระคุณมี พระเยซูเป็นพระคุณที่รับสภาพเป็นบุคคล "โอพระเยซู ขอพระคุณของพระองค์ได้รับเกียรติสิริในชีวิตของข้าพระองค์"

"พระผู้ไถ่ทรงนำทุกแห่งหน
ทำให้ข้าฯ ยินดีในยามฟันฝ่าหนทางแห่งลมพายุ
ประทานพระคุณแก่ข้าฯ สำหรับทุกๆ การทดลอง
เลี้ยงดูข้าฯ ด้วยอาหารแห่งชีวิต"
(Fanny J. Crosby, เพลง "All the Way My Savior Leads Me")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Daily Remembrancer by J. Smith, May 08 (บทความสอนใจประจำวัน 08 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 08

"Wait for the Lord to handle the matter." (Proverbs 20:22)

It is our privilege in every trial to go to the Lord, pray earnestly claiming His precious promises, and wait for His help.
Wait on Him for understanding of your problem; for wisdom to act honourably; for God’s power to uphold you and bring you through the difficulty; and for comfort to help you to be happy. Wait on the Lord in earnest, persevering prayer and in reading the Bible and meditating upon it. Wait upon the Lord believing that He will answer your prayer and help you.
God has promised that your strength will be renewed, and you shall never be ashamed.

"Wait on the Lord, for whom have you,
On earth or in heaven but He?
Over your soul a watch he keeps,
Wherever your path may be."
(Fanny J.Crosby)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 08 พฤษภาคม

"จงรอคอยพระยาห์เวห์ พระองค์จะทรงช่วยเจ้า" (สุภาษิต 20:22 THSV2011)

ในยามที่เผชิญกับการทดลอง สิทธิพิเศษที่เรามีคือ เราสามารถเข้าเฝ้าพระเจ้า อธิษฐานอย่างจริงจังโดยอ้างพระสัญญาอันล้ำค่าของพระองค์ และรอคอยการช่วยเหลือจากพระองค์
จงรอคอยพระองค์เพื่อคุณจะเข้าใจปัญหาของคุณ เพื่อคุณจะมีปัญญาในการแก้ไขปัญหาอย่างมีศักดิ์ศรี เพื่อคุณจะได้รับฤทธิ์อำนาจจากพระเจ้าที่จะคอยยกชูคุณไว้และนำให้คุณผ่านพันความยากลำบากไปได้ และเพื่อคุณจะได้รับการปลอบโยนที่จะช่วยให้คุณมีความสุขได้ จงรอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างจริงจัง พร้อมทั้งอธิษฐานอย่างพากเพียรและอ่านและใคร่ครวญพระคัมภีร์
จงรอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยเชื่อว่าพระองค์จะตอบคำอธิษฐานและจะช่วยคุณ พระเจ้าได้สัญญาไว้ว่า คุณจะได้รับกำลังใหม่ แล้วคุณจะไม่มีวันที่จะต้องอับอายเลย

"จงรอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้า
เพราะคุณจะมีใครเล่าบนโลกและในสวรรค์นอกจากพระองค์
พระองค์เฝ้าดูจิตใจของคุณ
ไม่ว่าหนทางของคุณจะนำไปยังทิศทางใด"
(Fanny J.Crosby)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Tuesday, 7 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 07 (บทความสอนใจประจำวัน 07 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 07

"O Israel, you will not be forgotten by Me." (Isaiah 44:21)

Friends and family may forget us, but God assures us, in His great love and mercy, that He will never forget us.
Our names are in His book; our Representative, the Lord Jesus, is always before His throne and we are in His constant care. He cannot forget us while Jesus prays for us. There is only one thing that He is ever said to forget, and that is our sin.
He always remembers His covenant promises. He will not forget our circumstances, our needs or our prayers. But we only find satisfaction as the Holy Spirit humbles us, empties us, and exalts the Lord Jesus before us, showing us our pardon, peace and salvation in His life, death and prayers for us.
Let us, as God’s dear children, mind the things of the Spirit and daily pray to be humbled, revived and made holy.

"More about Jesus let me learn,
More of His holy will discern;
Spirit of God my teacher be
Showing the things of Christ to me."
(Eliza E. Hewitt, hymn "More About Jesus")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 07 พฤษภาคม

"อิสราเอลเอ๋ย เราจะไม่ลืมเจ้า" (อิสยาห์ 44:21 TNCV)

เพื่อนและครอบครัวอาจจะลืมเรา แต่พระเจ้าให้ความมั่นใจแก่เราว่า ในความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) อันยิ่งใหญ่ของพระองค์ พระองค์จะไม่มีวันลืมเรา
ชื่อของเราอยู่ในหนังสือของพระองค์ พระเยซูเจ้าผู้ซึ่งเป็นตัวแทนของเรา ก็อยู่ต่อหน้าบัลลังก์ของพระองค์เสมอ และเราอยู่ในความดูแลที่ไม่ขาดสายของพระองค์ พระองค์ไม่สามารถลืมเราได้ในขณะที่พระเยซูอธิษฐานเพื่อเรา มีเพียงสิ่งเดียวที่พระองค์ได้กล่าวไว้ว่าจะทรงลืม นั่นคือบาปของเรา
พระองค์ระลึกถึงพระสัญญาของพระองค์เสมอ พระองค์จะไม่ลืมสถานการณ์ของเรา ความจำเป็นของเรา และคำอธิษฐานของเรา แต่เราจะพบกับความอิ่มใจได้เพียงเมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์สอนให้เราถ่อมใจ ทำให้เราว่างเปล่า และยกย่องพระเยซูเจ้าต่อหน้าเรา แสดงให้เราเห็นถึงการยกโทษบาป สันติสุข และความรอด ในชีวิต ความตาย และคำอธิษฐานของพระองค์เพื่อเรา
ในฐานะบุตรที่รักของพระเจ้า ขอให้เราจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เป็นฝ่ายวิญญาณ และอธิษฐานทุกวันที่เราจะถ่อมใจ ได้รับการฟื้นฟู และได้รับการชำระให้บริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น

"ขอที่ข้าฯ เรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับพระเยซู
ขอที่ข้าฯ จะแยกแยะพระประสงค์อันบริสุทธิ์ของพระองค์ได้ดีขึ้น
พระวิญญาณแห่งพระเจ้า ผู้เป็นครูของข้าฯ
ขอสำแดงสิ่งที่เป็นของพระคริสต์แก่ข้าฯ"
(Eliza E. Hewitt, เพลง "More About Jesus")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Monday, 6 May 2013

Daily Remembrancer by J. Smith, May 06 (บทความสอนใจประจำวัน 06 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 06

"Never stop praying." (1 Thessalonians 5:17)

In prayer we come to God, our heavenly Father, asking Him for what we really need, and expecting to receive according to His wisdom and the promises of His Word.
We are always needing His help and blessing, and so should always pray. God is always ready to hear us, and delights in prayer offered in the name of Jesus. We should pray as naturally as we breathe; for prayer is the breath of the soul.
If prayer becomes a mere duty occasionally offered, we should come anew to our Saviour, as the disciples of old, with this prayer, "Lord, teach me to pray." (Luke 11:1)

"What a Friend we have in Jesus,
All our sins and griefs to bear;
What a privilege to carry
Everything to God in prayer.
Oh, what peace we often forfeit,
Oh, what needless pain we bear-
All because we do not carry
Everything to God in prayer."
(Joseph M Scriven, Hymn "What a Friend We Have in Jesus")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 06 พฤษภาคม

"จงอธิษฐานอยู่เสมอ" (1 เธสะโลนิกา 5:17 TNCV)

ผ่านทางการอธิษฐาน เราเข้าเฝ้าพระเจ้าผู้ซึ่งเป็นพระบิดาในสวรรค์ของเรา ขอพระองค์ในสิ่งที่เราจำเป็นต้องมีจริงๆ และคาดหวังที่จะได้รับคำตอบตามพระปัญญาของพระองค์และพระสัญญาแห่งพระคำของพระองค์
เราจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือและการอวยพรจากพระองค์เสมอ ดังนั้นเราจึงควรที่จะอธิษฐานอยู่เสมอ พระเจ้าพร้อมที่จะฟังเราเสมอ และโปรดปรานในคำอธิษฐานที่ทูลขอในพระนามของพระเยซู เราควรอธิษฐานอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนกับการที่เราหายใจ เพราะการอธิษฐานเป็นการหายใจของจิตวิญญาณ
หากการอธิษฐานกลายเป็นเพียงแค่หน้าที่ที่เราทำเป็นครั้งคราว เราควรจะเข้าเฝ้าพระผู้ช่วยของเราด้วยท่าทีใหม่ ให้เป็นเหมือนเหล่าสาวกในอดีตที่ได้อธิษฐานว่า "พระองค์เจ้าข้า ขอทรงสอนพวกข้าพระองค์อธิษฐาน" (ลูกา 11:1 TNCV)

"มีสหายเลิศคือพระเยซู     
ผู้ได้แบกบาปทุกข์ของเรา
มีอะไรรบกวนให้โศกเศร้า
จงรีบเร่งมาเข้าเฝ้า
เหตุไฉนเราลืมพระเจ้าบ่อย
ใจเป็นทุกข์โดยไม่มีเหตุ
เพราะการไหว้วอนเราได้ท้อถอย
ไม่ได้ทูลผู้ทรงฤทธิ์เดช"
(Joseph M Scriven, เพลง "มีสหายเลิศคือพระเยซู")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Sunday, 5 May 2013

The Believer's Daily Remembrancer by J. Smith, May 05 (บทความสอนใจประจำวัน 05 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 05

"Being in an agony." (Luke 22:44)

Let us visit Gethsemane this morning. See this strange sight. Here is our Saviour; the one and only Son of God; the brightness of the Father’s glory, and the express likeness of His person; groaning in agony. His heart is filled with horror and dread. The pains of hell have taken hold of Him. His whole being is gripped in pain. He sweats blood. He cries out with an exceedingly bitter cry, and His whole being fails Him. There is no human hand to comfort Him; it is the hour and power of darkness. Our sins are laid on Him. Was there ever sorrow like His sorrow? Here our sins are being punished, and our salvation is being secured.

"Forbid it, Lord, that I should boast,
Save in the death of Christ, my God;
All the vain things that charm me most,
I sacrifice them to his blood."
(Isaac Watt, hymn "When I survey the wondrous cross")

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 05 พฤษภาคม

"พระเยซูทรงเป็นทุกข์ยิ่งนัก" (ลูกา 22:44 TNCV)

ขอให้เราเยี่ยมเยียนเกทเสมนีในเช้าวันนี้ จงมองดูภาพที่ประหลาด พระผู้ช่วยของเราผู้ซึ่งเป็นพระบุตรเพียงองค์เดียวของพระเจ้า เป็นแสงสว่างแห่งเกียรติสิริของพระบิดา และเป็นการแสดงออกของลักษณะบุคคลของพระองค์ อยู่ที่นี่ และกำลังเป็นทุกข์ยิ่งนัก พระทัยของพระองค์เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ความเจ็บปวดแห่งนรกก็ได้ครอบงำจิตใจของพระองค์ ทั้งสิ้นของพระองค์ก็ถูกยึดด้วยความกลัว พระองค์หลั่งเหงื่อออกมาเป็นเลือด พระองค์ร้องคร่ำครวญด้วยเสียงร้องอันขมขื่นอย่างยิ่งยวด และทั้งสิ้นของพระองค์ก็อ่อนแอลง ไม่มีมือของมนุษย์ใดที่จะสามารถปลอบโยนพระองค์ นี่เป็นชั่วโมงและฤทธิ์อำนาจของความมืด
พระองค์รับบาปของเราไว้ จะมีความเศร้าเสียใจใดหนักหนาเท่ากับที่พระองค์เผชิญ? ที่นี่เองที่บาปของเราจะได้รับการลงโทษ และความรอดของเราจะได้รับการรับประกัน

"โปรดอย่าให้ข้าอวดอ้างโลกนี้
ขออวดถึงมรณาพระคริสต์
สิ่งของในโลกที่ข้าชอบชี้
มอบไว้หมดกับพระผู้พลีชีพ"
(Isaac Watt, เพลง "เมื่อข้าเพ่งดูกางเขนประหลาด")

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Saturday, 4 May 2013

The Believer's Daily Remembrancer by J. Smith, May 04 (บทความสอนใจประจำวัน 04 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 04

"I will heal your backslidings." (Jeremiah 3:22)

The believer can only be spiritually healthy when walking with God in obedience, and looking for the return of the Lord Jesus.
If we wander from Jesus we are in trouble. The backslider has no freedom in prayer, no enjoyment of the Bible, no peace of mind, no delight in the Lord. But the Lord says, "Return, O backsliding children; I will heal your backslidings" (Jeremiah 3:22). This is a message from the Great Physician, an invitation from the Father’s throne, a promise of the Saviour’s love.
Return to Him with true sorrow for sin, take David’s prayer as your own, "Wash me, and I shall be whiter than snow." (Psalm 51:7) The Lord will welcome and restore us.

"Lord, create a pure heart in me,
And a steadfast mind renew.
Do not take Your Spirit from me;
Cast me not away from You.
Give me back the joy I had;
Keep my willing spirit glad." (Psalm 51:10-12)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 04 พฤษภาคม

"เราจะรักษาเจ้าจากการหลงผิด" (เยเรมีย์ 3:22 TNCV)

ผู้เชื่อจะมีสุขภาพฝ่ายวิญญาณที่ดีก็ต่อเมื่อเขาได้เดินกับพระเจ้าด้วยการเชื่อฟัง และตั้งตารอคอยการเสด็จกลับมาของพระเยซูเจ้า
หากเราออกห่างจากพระเยซู เราก็จะมีปัญหา ผู้ที่หลงผิดไม่มีเสรีภาพในการอธิษฐาน ไม่ได้รับความเพลิดเพลินจากพระคัมภีร์ ไม่มีสันติสุขในความคิด ไม่ได้รับความโปรดปรานจากองค์พระผู้เป็นเจ้า แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า "กลับมาเถิด ประชากรผู้ไม่ซื่อสัตย์ เราจะรักษาเจ้าจากการหลงผิด" (เยเรมีย์ 3:22 TNCV) นี่เป็นข้อความจากแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ เป็นคำเชิญชวนจากบัลลังก์ของพระบิดา เป็นคำสัญญาแห่งความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) ของพระผู้ช่วย
จงกลับมาหาพระองค์ด้วยความเสียใจต่อบาปที่แท้จริง จงอธิษฐานตามแบบอย่างของดาวิด "ขอทรงล้างข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะขาวยิ่งกว่าหิมะ" (สดุดี 51:7 TNCV) องค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาและทำให้เรากลับสู่สภาพดี

"ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสร้างจิตใจที่บริสุทธิ์ในข้าพระองค์
และทรงฟื้นจิตวิญญาณอันมั่นคงขึ้นใหม่ภายในข้าพระองค์
ขออย่าทรงเหวี่ยงข้าพระองค์ไปจากเบื้องพระพักตร์
หรืออย่าทรงนำพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ไปจากข้าพระองค์
ขอทรงคืนความปีติยินดีในความรอดแก่ข้าพระองค์
และขอประทานจิตใจที่เชื่อฟังเพื่อค้ำชูข้าพระองค์" (สดุดี 51:10-12 TNCV)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

The Believer's Daily Remembrancer by J. Smith, May 03 (บทความสอนใจประจำวัน 03 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 03

"Has your Counsellor perished?" (Micah 4:9)

Our Counsellor is the Lord Jesus who has infinite wisdom and love. He counsels freely and successfully often by applying words from the Bible to our situations.
It may often be asked of us, "Is your Counsellor perished?" (Micah 4:9) Why do we run to friends for advice rather than to Jesus who is always able and willing to help us?
Let us in the future never listen to Satan who would hinder our going to Jesus. He promises, "I will counsel you; My eye is upon you." (Psalm 32:8)

"And His name will be called
Wonderful, Counsellor, Mighty God,
Everlasting Father, Prince of Peace." (Isaiah 9:6)

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 03 พฤษภาคม

"ที่ปรึกษาของเจ้าย่อยยับไปแล้วหรือ?" (มีคาห์ 4:9 TNCV)

ที่ปรึกษาของเราคือพระเยซูเจ้า ผู้ซึ่งมีสติปัญญาและความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) อย่างไร้ขีดจำกัด พระองค์ให้คำปรึกษาอย่างฟรีๆ และบ่อยครั้งที่คำปรึกษานั้นประสบความสำเร็จด้วยการประยุกต์พระคำจากพระคัมภีร์ไปใช้ในสถานการณ์ที่เราเผชิญ
บ่อยครั้งที่เราจะได้รับคำถามท้าทายว่า "ที่ปรึกษาของเจ้าย่อยยับไปแล้วหรือ?" (มีคาห์ 4:9 TNCV) เหตุใดเราจึงหันไปหาเพื่อนเพื่อขอคำปรึกษา แทนที่จะมาหาพระเยซูผู้ที่สามารถและเต็มใจที่จะช่วยเราเสมอ?
จากนี้ไป ขออย่าให้เราฟังเสียงซาตานที่ขัดขวางไม่ให้เราเข้าหาพระเยซูเป็นอันขาด พระองค์สัญญาว่า "เราจะให้คำปรึกษาและเฝ้าดูเจ้า" (สดุดี 32:8 TNCV)

"ด้วยว่ามีเด็กคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา
มีบุตรชายคนหนึ่งที่ประทานแก่เรา
และการปกครองจะอยู่บนบ่าของเขา
และเขาจะได้รับการขนานนามว่า
ที่ปรึกษามหัศจรรย์ พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์
พระบิดานิรันดร์ องค์สันติราช" (อิสยาห์ 9:6 TNCV)

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Friday, 3 May 2013

The Believer's Daily Remembrancer by J. Smith, May 02 (บทความสอนใจประจำวัน 02 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 02

"Grow in grace." (2 Peter 3:18)

Never be satisfied with your present status. God has much grace to give, and we are capable of receiving, enjoying and using it to His glory.
As a tree planted in good soil grows both downwards and upwards, so should we be rooted in the love of God, and growing up in the likeness of Jesus. We will discover more of our sinfulness, and more of the glory and preciousness of Jesus.
Grace always leads from self to Jesus. Grace is spiritual beauty; it is the very glory of God. To grow in grace is to grow like Jesus, humble in heart, active and devoted in life, blameless and harmless as children of God.
Let us have grace, for God loves to give it; let us grow in grace, for God commands it; let us look forward for the grace that is to be brought at the coming of Jesus, for God has promised it.

"O Saviour, may I grow in grace
‘Til I behold You face to face."

J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความสอนใจประจำวัน 02 พฤษภาคม

"จงเจริญขึ้นในพระคุณ" (2 เปโตร 3:18 TNCV)

อย่าพึงพอใจกับสถานะของคุณในปัจจุบันเป็นอันขาด พระเจ้ามีพระคุณที่มากกว่านั้นที่จะมอบให้กับคุณ และเราก็มีขีดความสามารถในการรับ เพลิดเพลิน และใช้พระคุณนั้นเพื่อเกียรติสิริของพระองค์
เช่นเดียวกับที่ต้นไม้ที่ปลูกไว้ในดินดีที่เจริญเติบโตทั้งลงล่างและขึ้นบน เราก็ควรที่จะหยั่งรากในความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) ของพระเจ้า และเจริญขึ้นให้เป็นเหมือนพระเยซูมากยิ่งขึ้น เราจะค้นพบกิเลสตัณหา (ความบาป) ของเรามากขึ้น และจะค้นกับเกียรติสิริและความล้ำค่าของพระเยซู
พระคุณจะนำเราให้ออกห่างจากตัวตนของเราไปยังพระเยซูเสมอ พระคุณเป็นความงดงามฝ่ายวิญญาณ และเป็นเกียรติสิริของพระเจ้าอย่างแท้จริง การเจริญขึ้นในพระคุณเป็นการเจริญขึ้นให้เป็นเหมือนพระเยซู ให้เราเป็นคนที่มีใจถ่อม มีความร้อนรนและอุทิศชีวิตเพื่อพระองค์ ปราศจากตำหนิและไร้ซึ่งพิษภัย ดั่งเช่นบุตรทั้งหลายของพระเจ้า
ขอให้เรารับเอาพระคุณนี้ เพราะพระเจ้ารักที่จะมอบให้กับเรา ขอให้เราเจริญขึ้นในพระคุณ เพราะพระเจ้าสั่งไว้ ขอให้เรามองไปข้างหน้าเพื่อที่จะได้รับพระคุณที่จะมาถึงเมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา เพราะพระเจ้าได้สัญญาไว้แล้ว

"โอ พระผู้ช่วย ขอที่ข้าฯ จะเจริญขึ้นในพระคุณ
จนกว่าที่ข้าฯ จะได้พบพระองค์ต่อหน้า"

J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

Wednesday, 1 May 2013

The Believer's Daily Remembrancer by J. Smith, May 01 (บทความสอนใจประจำวัน 01 พฤษภาคม)

Daily Devotional, May 01
"Prove Me." (Malachi 3:10)
No believer in the Bible can be a loser, for God has promised a hundred-fold in this present life, and in the world to come Everlasting Life. We must leave aside worldly things. Christ and the world are not compatible. Our God says, "Come out from among them and be separate—Do not touch what is unclean, and I will receive you, and I will be a Father to you." (2 Corinthians 6:17) Even if people reject you, or persecute you, God will care for you, protect you, comfort you, supply all your needs. God says, "Prove Me." (Malachi 3:10)
Are you asked to give up worldly friends, to lose trade, or endure persecution? Do not fear, act for God- look to God-He will receive you, and be your Heavenly Father.
"Saviour, since of Zion’s city
I through grace a member am,
Let the world deride or pity,
I will glory in Your name;
Fading are the world’s best pleasures,
All its boasted pomp and show;
Solid joys and lasting treasures
None but Zion’s children know."
(John New­ton, hymn "Glorious things of thee are spoken")
J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
บทความสอนใจประจำวัน 01 พฤษภาคม
"จงลองดูเรา" (มาลาคี 3:10)
ไม่มีผู้เชื่อคนใดในพระคัมภีร์ที่สามารถเป็นผู้แพ้ เพราะพระเจ้าได้สัญญาถึงการอวยพรเป็นร้อยเท่าในชีวิตนี้ และชีวิตนิรันดร์ในโลกหน้า
เราจะต้องละทิ้งสิ่งของของโลกนี้ พระคริสต์และโลกนี้ไม่สามารถเข้ากันได้ พระเจ้าตรัสว่า "ดังนั้นจงออกมาจากพวกเขาและแยกตัวออก อย่าแตะต้องสิ่งมลทิน แล้วเราจะรับเจ้า" (2 โครินธ์ 6:17) แม้ว่าผู้คนอาจปฏิเสธคุณหรือข่มเหงคุณ พระเจ้าจะห่วงใยคุณ ปกป้องคุณ ปลอบโยนคุณ ประทานสิ่งจำเป็นทั้งสิ้นให้แก่คุณ พระเจ้าตรัสว่า "จงลองดูเรา" (มาลาคี 3:10)
คุณกำลังถูกเรียกให้ละทิ้งเพื่อนทางโลก ให้ยอมเสียดุลทางการค้า หรือให้ฟันผ่าการข่มเหงหรือไม่? อย่ากลัวเลย จงทำเพื่อพระเจ้า จงมองไปที่พระเจ้า พระองค์จะรับคุณไว้และจะเป็นพระบิดาในสวรรค์ของคุณ
"พระผู้ช่วย ครั้นเวลาแห่งเมืองศิโยน (สวรรค์)
ซึ่งข้าเป็นสมาชิก ผ่านทางพระคุณ
ยอมให้โลกหัวเราะเยาะและสงสาร
ข้าพระองค์จะถวายเกียรติพระนามพระองค์
ความพึงพอใจสูงสุดของโลกนี้ก็จืดจาง
รวมถึงทุกสิ่งที่โลกนี้โอ้อวดและแสดงออก
แต่ไม่มีใครเลย ยกเว้นบุตรของศิโยนเท่านั้น
 ที่รู้จักกับความชื่นชมยินดีที่มั่นคงและทรัพย์สมบัติอันถาวร"
(John Newton, เพลง "Glorious Things of Thee Are Spoken")
J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)

The Believer's Daily Remembrancer by J. Smith, April 30 (บทความสอนใจประจำวัน 30 เมษายน)

Daily Devotional, April 30
"Teach me what I do not see." (Job 34:32)
We were once spiritually blind, but now we see. If God teaches us we shall see our sins; the vanity of this world, the bitterness of sin, the preciousness of the blood of Jesus, His glorious righteousness; His Name as our only hope; His love as our joy; His Holy Spirit our strength; His glory our aim; and our daily prayer should be, "Lord teach me."
We only see a little of what Christ is in Himself; of what He has done for us; of what He possesses and will give to all who will call upon Him in truth.
Let us pray daily, "Help me to know You; help me to love You; help me to keep Your commandments."
"O Jesus, teach my soul to know
Yourself, the Truth, the Life, the Way;
May I in grace and knowledge grow,
‘Til I arrive in perfect day;
From Satan, self, and sin set free,
And what I know not, please teach me."
J. Smith (Adapted by Alina McKenzie)
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
บทความสอนใจประจำวัน 30 เมษายน
"ที่ยังไม่รู้ว่าผิดตรงไหน ก็ขอทรงชี้แนะสั่งสอน" (โยบ 34:32 TNCV)
ครั้งหนึ่ง เราเคยตาบอดฝ่ายวิญญาณ แต่ตอนนี้เรามองเห็นแล้ว หากพระเจ้าสอนเรา เราก็จะเห็นกิเลสตัณหา (บาป) ของเรา เราจะเห็นความว่างเปล่าของโลกนี้ ความขมขื่นของกิเลสตัณหา ความล้ำค่าของพระโลหิตของพระเยซู ความชอบธรรมอันเต็มด้วยเกียรติราศีของพระองค์ เราจะเห็นพระนามพระองค์เป็นความหวังเดียวที่เรามี เราจะเห็นความเมตตากรุณา (ความรักที่แท้) ของพระองค์เป็นความชื่นบานของเรา เราจะเห็นพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นกำลังของเรา เราจะเห็นเกียรติราศีของพระองค์เป็นเป้าหมายของเรา และคำอธิษฐานประจำวันของเราก็จะเป็น "ขอทรงชี้แนะสั่งสอน"
เรามองเห็นเพียงแค่ส่วนเล็กน้อยของลักษณะของพระเยซู ของสิ่งที่พระองค์ได้ทำเพื่อเรา ของสิ่งที่พระองค์มีและจะประทานให้แก่ทุกคนที่ร้องออกพระนามของพระองค์ด้วยใจจริง
ขอให้เราอธิษฐานในแต่ละวันว่า "ขอทรงช่วยให้ข้าพระองค์รู้จักพระองค์ ขอทรงช่วยให้ข้าพระองค์มีใจกตัญญู (ความรักที่แท้) ต่อพระองค์ ขอทรงช่วยให้ข้าพระองค์ทำตามคำสั่งของพระองค์"
"โอ พระเยซู ขอทรงสอนให้ใจข้าฯ รู้จักพระองค์
ผู้ทรงเป็นความจริง เป็นชีวิต และเป็นทาง
ขอที่ข้าฯ จะเติบโตในพระคุณและความรู้
จนกว่าจะถึงวันแห่งความสมบูรณ์แบบ
ที่ข้าฯ จะเป็นอิสระจากซาตาน เนื้อหนัง และบาป
และสิ่งที่ข้าฯ ยังไม่รู้ ขอทรงชี้แนะสั่งสอน"
J. Smith (ปรับปรุงโดย Alina McKenzie)