Tuesday, 30 August 2011

การแบ่งเวลาอย่างคริสเตียน (2/6)

บทนำ

ก่อนอื่น เรามาศึกษาความหมายของคำว่า "เวลา" กันก่อนดีกว่า เวลา คืออะไร

มีคนให้คำจำกัดความมากมาย อาทิเช่น

  • "ความต่อเนื่องที่ไม่เป็นเนื้อที่ ซึ่งในนั้นมีเหตุการณ์ต่าง ๆ ตามลำดับ ที่เห็นชัดเจนว่า ทวนกลับไม่ได้" นักการศึกษา
  • "ชั่วขณะหนึ่ง ความยาวนานที่มีอยู่หรือเป็นอยู่ โดยนิยมขึ้นเป็นครู่ คราว วัน เดือน ปี เป็นต้น" พจนานุกรมฉบับมาตรฐาน
  • "สิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นชีวิต" เบนจามิน
  • "วาระที่พระเจ้าทรงกำหนดขึ้น" กษัตริย์ซาโลมอน

มีฤดูกาลสำหรับทุกสิ่ง และมีวาระสำหรับเรื่องราวทุกอย่างภายใต้ฟ้าสวรรค์ (ปัญญาจารย์ 3:1)

ข้าพเจ้ารำพึงในใจของข้าพเจ้าว่า พระเจ้าจะทรงพิพากษาคนชอบธรรมและคนอธรรม เพราะมีกาลกำหนดไว้สำหรับทุกเรื่อง และสำหรับการงานทุกอย่าง (ปัญญาจารย์ 3:17)

  • "The devourer of all things." สุภาษิตคำพังเพยอังกฤษ

ตอนสมัยข้าพเจ้าเป็นเด็ก บิดาของข้าพเจ้าเคยสอนว่า "You cannot step on the same water twice" ซึ่งข้าพเจ้าก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าท่านเอามาจากไหน แต่ว่าก็เป็นข้อความที่ข้าพเจ้าชอบมาก

กษัตริย์ซาโลมอนได้เตือนเราเกี่ยวกับการใช้เวลามากมาย โดยเฉพาะ ปัญญาจารย์ 9:10-11 กล่าวว่า

10 มือของเจ้าจับทำการงานอะไร จงกระทำการนั้นด้วยเต็มกำลังของเจ้า เพราะว่าในแดนคนตายที่เจ้าจะไปนั้น ไม่มีการงานหรือแนวความคิด หรือความรู้ หรือสติปัญญา
11 ข้าพเจ้าได้เห็นภายใต้ดวงอาทิตย์อีกว่า คนเร็วไม่ชนะในการวิ่งแข่งเสมอไป หรือฝ่ายมีกำลังไม่ชนะสงครามเสมอไป หรือคนฉลาดไม่รับประทานเสมอไป หรือคนมีความเข้าใจไม่ร่ำรวยเสมอไป หรือผู้ที่เชี่ยวชาญไม่ได้รับความโปรดปรานเสมอไป แต่วาระและโอกาสมีมาถึงเขาทุกคน" (ปัญญาจารย์ 9:10-11)

คนเราก็มีชีวิต อย่างมากก็ไม่เกิน 120 ปี อย่างที่พระคัมภีร์ได้กล่าวเอาไว้ในปฐมกาล 6:3 ซึ่งก็เป็นจริงตามพระคัมภีร์ว่าจริง ๆ

พระเจ้าจึงตรัสว่า 'วิญญาณของเราจะไม่สถิตอยู่ในมนุษย์ตลอดกาล เพราะมนุษย์เป็นแต่เนื้อหนัง อายุของเขาจะไม่เกินร้อยยี่สิบปี' (ปฐมกา 6:3)

อย่าว่าแต่ 120 ปีเลย แค่ 100 ปีก็หายากเต็มที่แล้ว

ถ้าหากพูดถึงเป็นปี แล้วหลาย ๆ ท่านคงจะรู้สึกว่านานจัง ว่าตั้ง 100 ปี แต่หากด้ลองคำนวณดู จะพบว่า 100 ปีก็มี 36,500 วัน หรือ 876,000 ชั่วโมง หรือ 52,560,000 นาที หรือ 3,153,600,000 วินาที ดังนั้นก็ลอง count down ชีวิตตัวเองแล้วกันนะครับ ว่าในแต่ละวัน เวลาก็ผ่านไป 86,400 าทีแล้ว

ดังนั้น ขอที่เรามาเรียนถึงการใช้เวลาให้คุ้มค่า ให้เกิดประโยชน์ที่สุดดีกว่า เพื่อให้เราดำเนินชีวิตอย่างเกิดผล ตามที่พระเจ้าได้ทรงสร้างเรามา เพื่อให้เกิดผล


เรียบเรียง-สรุป โดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


เอกสารอ้างอิง

  1. ธวัช เย็นใจ. ใน: ธวัช เย็นใจ, บรรณาธิการ. เวลาเพื่อชีวิต, พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ; กนกบรรณสาร, 1999: 1-14.
  2. สงกรานต์ จิตสุทธิภากร. อุปนิสัยที่ 3 ทำสิ่งที่สำคัญก่อน หลักการของการบริหารส่วนบุคคล. ใน: PacRim Leadership Center, eds. 7 อุปนิสัยพัฒนาสู่ผู้มีประสิทธิผลสูง. กรุงเทพฯ; ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2548: 181-223.
  3. Pastor Jose B. Cabajar. Christian Time Management. http://www.ilaganbaptist.org/sermon_outlines66.htm.
  4. Working By Priorities and Not Activities. http://www.inspiredchristian.org/cyber/111300jf.html.
  5. Jerry Shirley and Grace Notes Ministries. It's About Time. http://gbcdecatur.org/sermons/AboutTime.html.

Monday, 29 August 2011

การแบ่งเวลาอย่างคริสเตียน (1/6)

การแบ่งเวลาอย่างคริสเตียน

พระเจ้าทรงสร้างเรามาด้วยความรัก และพระองค์ก็ได้ทรงมอบหมายให้เราเป็นผู้อารักขา (steward) นั่นคือ เรามีหน้าที่ดูแลในสิ่งต่าง ๆ ที่พระเจ้าทรงประทานให้กับเรา

แล้วมีสิ่งใดบ้างที่เราจะต้องดูแล? ก็ได้แก่ พระกาย (Temple or Body) ตะลันท์ (Talent) ทรัพย์สินเงินทอง (Treasure) และเวลา (Time)

เราจะต้องตระหนักอยู่เสมอว่า เราไม่ใช่เจ้าของของสิ่งเหล่านี้ เราเป็นเพียงแค่ผู้ดูแล และแท้จริงแล้วพระเจ้าทรงวางพระทัยให้เราดูแลสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จึงขอที่เราจะทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ด้วยท่าทีที่ถูกต้อง เพื่อพระเกียรติจะเป็นของพระเจ้า

ลองจินตนาการดูนะครับ หากว่ามีธนาคารหนึ่งที่จะใส่เงินในบัญชีของคุณวันละ 86,400 บาท แต่ทว่ายอดเงินนี้คุณจะสามารถใช้ได้แค่ภายในวันนั้นเท่านั้น ทุก ๆ เย็นยอดเงินที่เหลือก็จะถูกลบทิ้งไป หากเป็นเช่นนี้ คุณจะทำเช่นไร? แน่นอน คงจะไม่มีใครปล่อยให้เหลือสักบาท คงจะถอนมาใช้ทุกบาททุกสตางค์ใช่ไหมครับ!

และความเป็นจริง ก็คือ เราทุก ๆ คนมีธนาคารเช่นนี้อยู่ ชื่อธนาคารนี้ ก็คือ "เวลา"

ทุก ๆ เช้า ธนาคารนี้ก็จะให้กับคุณ 86,400 วินาที และทุก ๆ คืน เวลาที่คุณไม่ได้ลงทุนเพื่อวัตถุประสงค์ที่ดี เวลาที่คุณไม่ได้ใช้อย่างคุ้มค่า ก็จะถูกนับว่าเป็นเวลาที่สูญเสียไป และจะไม่มีเหลือให้ใช้สำหรับวันต่อมาอีกเลย

คุณไม่สามารถที่จะถอนเพื่อใช้เวลาของวันพรุ่งนี้ได้ ถ้าหากคุณใช้เวลาของวันนี้อย่างไร้ค่า ผู้ที่สูญเสียก็คือตัวคุณเอง ดังนั้นขอที่เราจะดำเนินชีวิตในปัจจุบันด้วยเวลาของปัจจุบัน ลงทุนเพื่อที่จะได้รับผลประโยชน์สูงสุดทั้งด้านสุขภาพ ความสุข และความสำเร็จ

ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าเอง จะไม่ใช่เป็นคนที่แบ่งเวลาได้ดีนัก แต่ก็ได้ศึกษาค้นคว้ามาพอสมควร จึงอยากแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้กับพี่น้องครับ เพื่อจะได้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะขอแบ่งส่วนเนื้อหาออกเป็น 4 ส่วน  ได้แก่  บทนำเรื่องการแบ่งเวลา  หลักการแบ่งเวลาของคริสเตียน  การจัดลำดับความสำคัญ และ การทำสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน

ขอพระเจ้าอวยพระพรแก่ทุก ๆ ท่าน  ที่จะใช้เวลาอย่างคุ้มค้า เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ทรงประทานเวลาที่มีค่าให้แก่เรา


เรียบเรียง-สรุป โดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์


เอกสารอ้างอิง

  1. ธวัช เย็นใจ. ใน: ธวัช เย็นใจ, บรรณาธิการ. เวลาเพื่อชีวิต, พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ; กนกบรรณสาร, 1999: 1-14.
  2. สงกรานต์ จิตสุทธิภากร. อุปนิสัยที่ 3 ทำสิ่งที่สำคัญก่อน หลักการของการบริหารส่วนบุคคล. ใน: PacRim Leadership Center, eds. 7 อุปนิสัยพัฒนาสู่ผู้มีประสิทธิผลสูง. กรุงเทพฯ; ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2548: 181-223.
  3. Pastor Jose B. Cabajar. Christian Time Management. http://www.ilaganbaptist.org/sermon_outlines66.htm.
  4. Working By Priorities and Not Activities. http://www.inspiredchristian.org/cyber/111300jf.html.
  5. Jerry Shirley and Grace Notes Ministries. It's About Time. http://gbcdecatur.org/sermons/AboutTime.html.

Saturday, 27 August 2011

ดาวิดกับพระเจ้า (8/8)

บทสรุปในชีวิตของดาวิดก็คือ พระเจ้าทรงเป็นศิลาแห่งความมั่นคง พระเจ้าที่ตรัสในอดีตก็ยังตรัสในปัจจุบัน พระองค์ยังทรงเขียนชีวิตของท่านใหม่ทุกวัน พระองค์ยังสร้างชีวิตของท่านเสมอไม่หยุดยั้ง พระเจ้ายังฝึกปรือในการรบ ในการทำหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่ทุกวัน ด้วยมือที่ช่ำชองและใจที่ชอบธรรม และพระคุณของพระเจ้าไม่เคยหยุดยั้งต่อผู้ที่พระองค์ทรงเจิมไว้ ในพระคุณของพระเจ้า ก็มีโอกาสใหม่เสมอ

ในชีวิตของเรา มีกำแพงหรืออุปสรรคที่ต้องก้าวข้ามไปหรือไม่? เพราะวันนี้ โดยโอกาสจากพระเจ้าก็คือ พระองค์จะทรงไปกับเรา เพื่อก้าวข้ามสิ่งเหล่านั้น

29 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ทรงเป็นประทีปของข้าพระองค์ พระยาห์เวห์ทรงทำความมืดของข้าพระองค์ให้สว่าง
30 เพราะโดยพระองค์ ข้าพระองค์ตะลุยกองทัพได้ และโดยพระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์กระโดดข้ามกำแพงได้ (2 ซามูเอล 22:29-30 THSV2011)

ขอบคุณพระเจ้า ที่พระเจ้าของดาวิดเป็นเช่นนี้ และพระองค์ก็ทรงเป็นพระเจ้าของเราทั้งหลายที่เป็นเช่นนี้ ที่เป็นจริงได้ในชีวิตทุกวัน

 

ศจ. สมพร ศิริกลการ

คำเทศนาการนมัสการเช้าวันอาทิตย์ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 17/07/2011

เรื่อง ดาวิดกับพระเจ้า

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Thursday, 25 August 2011

ดาวิดกับพระเจ้า (7/8)

5. พระองค์ทรงสำแดงความกรุณาอย่างไม่หยุดยั้งต่อผู้ที่พระองค์ทรงเจิมตั้งไว้

ดาวิดสะท้อนว่า พระคุณของพระเจ้า มีมากพอสำหรับวันนี้เสมอ

เมื่อมองย้อนกลับไป ดาวิดสะท้อนให้เห็นว่าพระคุณของพระเจ้าเท่านั้นที่ดึงท่านขึ้นมาตลอด พระคุณของพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถนำท่านขึ้นมาสู่สภาพปกติใหม่ได้

พระคุณของพระเจ้ามีมากพอสำหรับเราในวันนี้ ไม่ว่าเราอยู่ในสภาพไหน ไม่ว่าเราจะย่ำแย่แค่ไหนก็ตาม เงื่อนไขเดียว คือเพียงแค่เรายอมกลับใจ เปลี่ยนแปลงใหม่ หันมาหาพระเจ้า

คนที่สำนึกผิด ก็อาจไม่กลับมาก็ได้

เมื่อยูดาสรู้สึกผิดที่ได้ทรยศต่อพระเยซู เขารู้สึกผิดจับใจ แต่การที่เขาผิดจับใจก็ไม่พอ แต่ผิดจับใจต้องกลับใจใหม่ กลับมาหาพระเยซูคริสต์

3 เมื่อยูดาสคนที่ทรยศพระองค์เห็นว่าพระองค์ทรงถูกลงโทษก็เสียใจ จึงนำเงินสามสิบเหรียญนั้นมาคืนให้กับพวกหัวหน้าปุโรหิตและพวก ผู้ใหญ่
4 กล่าวว่า "ข้าพเจ้าทำบาปที่ทรยศคนบริสุทธิ์ถึงตาย" พวกเขาจึงกล่าวว่า "มันเกี่ยวอะไรกับเรา? มันเป็นเรื่องของเจ้าเอง"
5 ยูดาสจึงทิ้งเงินนั้นไว้ในพระวิหารและจากไป แล้วออกไปผูกคอตาย (มัทธิว 27:3-5 THSV2011)

ยูดาสรู้สึกผิดจับใจ แต่แทนที่เขาจะมาหาพระเจ้า เขากลับวิ่งหนีออกจากพระองค์ ผิดจับใจกลายเป็นการทำร้ายชีวิตของเขา พาเขาหนีออกไปผูกคอตาย

คนไม่น้อยที่รู้สึกผิดจับใจ แต่เขาไม่ได้กลับมาหาพระเจ้า วิ่งไปทำร้ายชีวิตของตัวเองด้วยเรื่องราวมากมาย ไม่ว่าด้วยเรื่องร้าย สิ่งร้าย ยาเสพติด สิ่งที่จะทำลายชีวิตของเขา

เมื่อดาวิดรู้สึกผิด ท่านกลับมาหาพระเจ้า ท่านยอมจำนนกับพระเจ้า ท่านจึงบอกว่า "พระคุณของพระเจ้ามีมากพอสำหรับข้าพระองค์" ใหม่ทุกเช้าสำหรับชีวิตของท่าน

พระเจ้าของเรา ยังเป็นพระเจ้าที่เคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันของเรา พระองค์มิได้เป็นเพียงพระเจ้าในอดีตเท่านั้น แต่ทรงเป็นพระเจ้าของปัจจุบัน และอนาคตด้วย

 

ศจ. สมพร ศิริกลการ

คำเทศนาการนมัสการเช้าวันอาทิตย์ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 17/07/2011

เรื่อง ดาวิดกับพระเจ้า

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Tuesday, 23 August 2011

ดาวิดกับพระเจ้า (6/8)

4. พระเจ้าทรงฝึกมือของข้าพเจ้าให้พร้อมรบ

พระองค์ทรงฝึกมือข้าพเจ้าให้ทำสงคราม แขนข้าพเจ้าจึงโก่งคันธนูทองสัมฤทธิ์ได้ (สดุดี 18:34 THSV2011)

อีกแง่หนึ่ง ก็คือว่า "พระเจ้าทรงอยู่ใน อาชีพของข้าพระองค์"

อาชีพของดาวิด คือ การทำสงคราม ในสงคราม พระเจ้าทรงอยู่กับท่าน

พระเจ้าไม่เพียงแต่อยู่ในอาชีพของดาวิด พระเจ้ายังฝึกมือของดาวิด พระองค์ทรงพร้อมที่จะสร้างและปั้นชีวิตท่านขึ้นมา เพื่อรองรับอนาคตที่ทรงจัดเตรียมให้กับท่าน

ในหน้าที่การงานที่ยุ่งยาก พระเจ้าไม่เพียงแต่อยู่กับเราในงานของเรา แต่พระเจ้ายังฝึกฝีมือของเรา

เราเลือกสิ่งแวดล้อมไม่ได้ มีหลายเงื่อนไขที่เราเลือกไม่ได้ เรามีความจำกัดมากมาย เราแก้ตัว ท้อใจมากมาย แต่แม้เราเลือกและแก้ไขไม่ได้ ท่ามกลางเงื่อนไขข้อจำกัดนั้น พระเจ้าทรงทำสิ่งใหม่ในชีวิตของเราได้

ผู้รับใช้ของพระเจ้าคนนี้กำลังสะท้อนให้เห็นว่า ท่ามกลางสิ่งจำกัด ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่จำกัด พระเจ้าทรงกำลังทำสิ่งใหม่ ทรงฝึกปรือฝีมือของเราขึ้นใหม่ อยู่ที่ว่าเราจะยอมให้พระเจ้าเข้ามาเกี่ยวข้องและกระทำพระราชกิจของพระองค์ ท่ามกลางสิ่งจำกัดเหล่านี้เพื่อแสดงฝีพระหัตถ์ของพระองค์หรือไม่

พระเจ้าฝึกดาวิดอย่างครบถ้วนทุกประการ และดาวิดได้สะท้อนว่าพระเจ้าฝึกปรือท่านอย่างไร

70 พระองค์ทรงเลือกดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ ทรงพาท่านมาจากคอกแกะ
71 พระองค์ทรงพาท่านมาจากการดูแลแม่แกะที่มีลูกอ่อน ให้เป็นผู้เลี้ยงดูยาโคบประชากรของพระองค์ดุจเลี้ยงแกะ คืออิสราเอลมรดกของพระองค์ญ
72 ท่านจึงเลี้ยงดูพวกเขาด้วยใจเที่ยงธรรม และนำเขาไปด้วยมือช่ำชอง (สดุดี 78:70-72 THSV2011)

พระองค์ทรงเลือกดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ นำท่านออกจากคอกแกะ นำท่านออกจากการเลี้ยงดูฝูงแกะ ให้เป็นผู้เลี้ยงดูประชากรชาวอิสราเอลผู้เป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ ท่านเลี้ยงดูอิสราเอลด้วยใจซื่อสัตย์สุจริต และนำพวกเขาด้วยมืออันเชี่ยวชาญ

ดาวิดได้กล่าวว่ามี 2 ส่วนที่สำคัญมาก

1. พระเจ้าทรงใช้ประสบการณ์ในอดีต เพื่ออนาคตในพระราชกิจของพระองค์

พระเจ้าทรงใช้ประสบการณ์ในอดีตของดาวิดเพื่ออนาคตในพระราชกิจของ พระองค์

บางครั้งเราหมิ่นประมาทสิ่งเล็กน้อยที่พระเจ้าได้สร้างด้วยกระบวนการ ของพระองค์ การเลี้ยงแกะซึ่งดูเหมือนไม่มีคุณค่า ใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้ แต่พระ เจ้าทรงหยิบสิ่งเล็กน้อยนี้ ฝึกปรือ เพื่อดาวิดจะดูแลประชากรของพระองค์ต่อไปในอนาคต

2. การฝึกปรือของพระเจ้าจะสมดุลได้ ต้องทำด้วยมืออันช่ำชอง และใจที่ชอบธรรม

สิ่งนี้เกิดขึ้นได้เมื่อดาวิดดูแลอิสราเอลด้วยใจอันสุจริต และนำพวกเขาด้วยมืออันเชี่ยวชาญ

ปัจจุบัน เราเน้นที่ความเชี่ยวชาญ ความสามารถ แต่ลืมคุณค่าของความชอบธรรม ที่ต้องมีคู่กันไป เรายกย่องความชำนาญความเชี่ยวชาญ ความเก่งกาจ แต่เราละเลย และทิ้งความชอบธรรม ความยุติธรรม และความดี

ด้วยเหตุนี้ ดาวิดจึงบอกว่า พระเจ้าได้ฝึกมือของท่านในการรบ ที่จะทำพันธกิจด้วยใจซื่อสัตย์สุจริต และมือที่ช่ำชอง สิ่งที่ทำก็ดีขึ้น เก่งขึ้น และใจก็ชอบธรรม ยุติธรรมมากขึ้น

ดังนั้น ท่านจึงบอกว่า พระเจ้าอยู่ใน อาชีพของท่าน

 

ศจ. สมพร ศิริกลการ

คำเทศนาการนมัสการเช้าวันอาทิตย์ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 17/07/2011

เรื่อง ดาวิดกับพระเจ้า

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Monday, 22 August 2011

ดาวิดกับพระเจ้า (5/8)

3. พระเจ้าทรงเขียนชีวิตของข้าพระองค์ขึ้นใหม่ทุกวัน

21 เพราะข้าพเจ้ารักษาพระมรรคาของพระยาห์เวห์ และไม่ได้ทำบาปโดยหันจากพระเจ้าของข้าพเจ้า
22 เพราะกฎหมายทั้งสิ้นของพระองค์อยู่ต่อหน้าข้าพเจ้า และข้าพเจ้ามิได้ผลักกฎเกณฑ์ของพระองค์ไปเลย
23 ข้าพเจ้าไร้ตำหนิต่อพระองค์ และข้าพเจ้ารักษาตัวไว้ไม่ทำชั่ว
24 เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์จึงทรงตอบแทนข้าพเจ้า ตามความชอบธรรมของข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าเป็นคนมือสะอาดในสายพระเนตรของพระองค์
25 พระองค์ทรงสำแดงพระองค์ว่าซื่อสัตย์ต่อผู้ที่ซื่อสัตย์ พระองค์ทรงสำแดงพระองค์ว่าไร้ตำหนิต่อผู้ที่ไร้ตำหนิ
26 พระองค์ทรงสำแดงพระองค์บริสุทธิ์ต่อผู้ที่บริสุทธิ์ พระองค์ทรงสำแดงพระองค์เป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ที่คดโกง
27 เพราะพระองค์ทรงช่วยประชาชนที่ถ่อมตัวให้รอด แต่ดวงตาที่หยิ่งยโสนั้น พระองค์ทรงทำให้ต่ำลง
28 เพราะพระองค์ทรงจุดตะเกียงของข้าพระองค์ พระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพระองค์ทรงทำความมืดของข้าพระองค์ให้สว่าง (สดุดี 18:21-28 THSV2011)

ชีวิตของดาวิดเต็มด้วยพระคุณของพระเจ้า พระเจ้าได้ทรงเขียนด้วยชีวิตของท่าน

เราอาจจะอยากเขียนเฉพาะเรื่องดี ๆ ในเรื่องราวของเรา แต่ดาวิดบอกว่า แม้จะเป็นอีกด้านหนึ่ง พระเจ้าก็ทรงพร้อมที่จะเขียนชีวิตของท่านขึ้นมาใหม่ ไม่ว่าท่านจะล้มเหลวเพียงไร พระเจ้าก็ทรงพร้อมที่จะเขียนขึ้นใหม่เสมอ

ไม่ว่าชีวิตเราจะอยู่ตรงไหน ยุ่งยาก ย่ำแย่เพียงไร เราอยากให้พระเจ้าเขียนใหม่ในชีวิตของเรา ฟื้นขึ้นใหม่ แล้วเราจะเห็นพระหัตถ์ของพระเจ้าเขียนชีวิตของเรา

ในตลอดหลายสิบปี ดาวิดได้เห็นพระเจ้าเขียนชีวิตของท่านใหม่ทุกวัน นี่คือพรที่พระเจ้าให้กับเรา เป็นพระเจ้าที่พร้อมที่จะเขียนขึ้นใหม่ในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะล้มเหลวผิดพลาดเพียงไร

 

ศจ. สมพร ศิริกลการ

คำเทศนาการนมัสการเช้าวันอาทิตย์ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 17/07/2011

เรื่อง ดาวิดกับพระเจ้า

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Thursday, 18 August 2011

ดาวิดกับพระเจ้า (4/8)

2. พระสุรเสียงของพระเจ้าดังก้องอยู่ในชีวิตของข้าพเจ้า

พระยาห์เวห์ทรงคำรนครืนครั่นในฟ้าสวรรค์ และองค์ผู้สูงสุดก็เปล่งพระสุรเสียง เป็นลูกเห็บและถ่านเพลิง (สดุดี 18:13 THSV2011)

ดาวิดกำลังเล่าให้ฟังว่า ชีวิตของท่านในเรื่องราวต่าง ๆ นั้น พระเจ้ายังตรัสในชีวิตของท่านเสมอ ซึ่งไม่ใช่เสียงเบา ๆ แต่พระองค์ตรัสด้วยเสียงกัมปนาทของพระองค์

ดาวิดได้ยินเสียงของพระเจ้าทั้งในสนามรบ ในเวลาที่ยุ่งยากมากมายในชีวิต และในยามสงบ แต่เสียดาย ที่ปัจจุบันนี้ เราไม่ค่อยได้ยินเสียงของพระเจ้า เพราะมีเสียงมากมายที่รบกวนชีวิตของเรา และเราก็มักจะคอยหาอะไรมาอุดหู หรือฟังเสียงอื่น ที่ไม่ใช่เสียงของพระองค์

เราอาจจะคิดว่า คนที่จะเขียนสดุดีที่ลึกซึ้งได้ จะต้องปลีกตัวเองออกไปในป่าเขาจึงจะเขียนออกมาได้ แต่แท้จริงแล้ว ดาวิดเขียนสดุดีในเวลาที่ยุ่งยาก ลำบาก วุ่นวายมาก แม้ในความลำบาก ท่ามกลางการรบกวนทั้งหลาย ดาวิดยังคงได้ยินเสียงของพระองค์ดังเป็นเสียงกัมปนาท

พระเจ้าของดาวิดยังคงตรัสในใจของเราในวันนี้ด้วยเช่นกัน เราได้ยินหรือไม่? หรือหูของเราเต็มไปด้วยเสียงอื่น ๆ ที่เรียกร้องเรา จนเราไม่ได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า? เราได้ยินเสียงกระซิบของพระองค์หรือไม่? หรือแม้บางครั้งที่พระองค์ทรงส่งเสียงกัมปนาทแต่เราก็ยังไม่ได้ยินอยู่ดี?

พระเจ้ายังตรัสในชีวิตของเราในวันนี้

 

ศจ. สมพร ศิริกลการ

คำเทศนาการนมัสการเช้าวันอาทิตย์ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 17/07/2011

เรื่อง ดาวิดกับพระเจ้า

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Wednesday, 17 August 2011

ดาวิดกับพระเจ้า (3/8)

บทสรุป 5 ประการ ถึงสิ่งที่ดาวิดกล่าว จากพระคัมภีร์ทั้งสองตอนนี้ ได้แก่

1. พระเจ้าทรงเป็นศิลาและความมั่นคงของข้าพเจ้า

1 ดาวิดทูลว่า "ข้าแต่พระยาห์เวห์ ผู้ทรงเป็นกำลังของข้าพระองค์ ข้าพระองค์รักพระองค์"
2 พระยาห์เวห์ทรงเป็นศิลา ป้อมปราการ และผู้ช่วยกู้ของข้าพเจ้า ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพเจ้า เป็นศิลาซึ่งข้าพเจ้าเข้าลี้ภัย ทรงเป็นโล่ เป็นพลังแห่งความรอด เป็นที่กำบังอันแข็งแกร่งของข้าพเจ้า
3 ข้าพเจ้าร้องทูลพระยาห์เวห์ผู้ทรงสมควรแก่การสรรเสริญ และพระองค์ทรงช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากศัตรู
4 บ่วงมรณาล้อมข้าพเจ้าไว้ กระแสแห่งความหายนะท่วมทับข้าพเจ้า
5 สายใยของแดนคนตายพันตัวข้าพเจ้า บ่วงมัจจุราชอยู่ต่อหน้าข้าพเจ้า
6 เมื่อมีความทุกข์ลำบาก ข้าพเจ้าร้องทูลพระยาห์เวห์ ข้าพเจ้าทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าของข้าพเจ้า จากพระวิหารของพระองค์ พระองค์ทรงสดับเสียงของข้าพเจ้า และเสียงร้องของข้าพเจ้าได้ยินไปถึงพระกรรณของพระองค์
7 แล้วแผ่นดินก็สั่นสะเทือนและโคลงเคลง รากฐานของภูเขาก็หวั่นไหวด้วย และสั่นสะเทือน เพราะพระองค์กริ้ว (สดุดี 18:1-7 THSV2011)

ตั้งแต่ต้นจนบัดนั้น แม้ว่าชีวิตจะขึ้นหรือลงก็ตาม ดาวิดก็บอกว่า "พระเจ้าทรงเป็นความมั่นคงของชีวิตข้าพเจ้า"

แม้ชีวิตของท่านดูเหมือนจะไม่มั่นคง แม้แต่ครั้นบั้นปลายชีวิตของท่านก็ยังต้องออกจากราชวังเพราะโดนลูกชายของตน เองตามฆ่า ชีวิตที่มั่นคงก็กลับล้มเหลว

แต่โดยสรุปแล้ว สิ่งที่ผ่านมาทั้งหมด ความมั่นคงของชีวิตท่านอยู่ที่พระเจ้า สิ่งที่ท่าน เคยยึดมา สิ่งที่เคยโอบอุ้มไว้ ไม่ใช่สิ่งที่ถาวรในชีวิต แต่พระเจ้าทรงเป็นศิลา เป็นความมั่นคงของท่านอย่างแท้จริง

ความมั่นคงของเราอยู่ที่ไหน? อยู่ที่ชื่อเสียง เงินทอง ตำแหน่ง บัญชีธนาคารหรือ? ลึก ๆ แล้วเราคิดว่าความมั่นคงของเราอยู่ที่ใด? ใครประกันความมั่นคงให้กับเรา?

เรื่องจริงเรื่องหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นกับประเทศรัสเซีย ขณะที่ยังไม่ได้แตกเป็นประเทศเล็ก ๆ ในสมัยของประธานาธิบดี มิคาอิล เซร์เกเยวิช กอร์บาชอฟ ในเวลานั้นมีนักบินอวกาศคนหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเสียง และได้ชื่อว่าอยู่บนอวกาศนานที่สุดในโลก เขามีเงินเดือนที่ดีมากในขณะนั้น และในเมษายน 1991 เขาได้ถูกส่งไปอยู่ในอวกาศ กำหนดระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งเงินเดือนของท่านในขณะนั้นดีมาก มั่นคงมาก ท่านได้ประมาณ 500 รูเบิลต่อเดือน เปรียบเทียบได้หลายหมื่นบาทในยุคนั้น แต่เมื่อท่านถูกส่งขึ้นไปในอวกาศได้ไม่นาน รัสเซียก็แตก และประธานาธิบดีก็ต้องลาออก ประเทศเกือบล่มสลายทางเศรษฐกิจ รัฐบาลยากจนลง โครงการอวกาศก็ต้องหยุดไป และนักบินคนนี้ก็ติดอยู่ในอวกาศเป็นเวลา 10 เดือน กว่ารัฐบาลมีเงินนำเขาลงมาได้ เมื่อเขากลับลงมาได้ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เงินเดือนทั้งเดือนของเขาจะไปซื้อแฮมเบอร์เกอร์สักชิ้นก็ยังไม่ได้ ช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือน สิ่งที่เขาคิดว่ามั่นคง ก็เป็นสิ่งที่เขาไว้ใจไม่ได้ สิ่งที่คิดว่าดีเลิศ ก็กลายเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถอิงชีวิตอยู่ได้

แต่สำหรับดาวิดแล้ว ดาวิดบอกว่า "ความ มั่นของของข้าพเจ้า อยู่ที่องค์พระผู้เป็นเจ้า"

 

ศจ. สมพร ศิริกลการ

คำเทศนาการนมัสการเช้าวันอาทิตย์ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 17/07/2011

เรื่อง ดาวิดกับพระเจ้า

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Tuesday, 16 August 2011

ดาวิดกับพระเจ้า (2/8)

เรื่องราวชีวิตของดาวิดมีหลายสิบตอน แต่ข้าพเจ้าขอยกตัวอย่างบางตอน

1. ดาวิดกับโกลิอัท

ในขณะที่ดาวิดเดินทางไปเยี่ยมพี่ชายในสนามรบ ซึ่งเวลานั้นทหารอิสราเอลก็กลัวศัตรูที่เข้มแข็งและนักรบที่ยิ่งใหญ่ ทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะก้าวออกไปต่อสู้เพื่อเอาชัยชนะ

และเรื่องราวตอนนี้ได้บอกให้รู้ว่า ความกลัวได้ทำให้บางคนไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรจะทำ และทำให้บางคนไม่ได้เป็นในสิ่งที่ควรจะเป็น

เมื่อดาวิดออกไปสู้รบกับโกลิอัท ท่านก็ออกไปด้วยความมั่นใจว่าพระเจ้าสามารถทำให้ท่านผ่านพ้นไปได้ ท่านได้เห็นพระเจ้าใหญ่กว่าโกลิอัทที่ใหญ่นั้น ทำให้ท่านสามารถทำในสิ่งที่ควรจะทำ และได้เป็นในสิ่งที่ควรจะเป็น

ดาวิดได้สะท้อนเรื่องราวเหล่านี้ในพระธรรมสดุดีหลายตอนว่า พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่

2. ดาวิดในถิ่นทุรกันดาร

กษัตริย์ดาวิดไม่ได้มีชีวิตที่ราบรื่น ท่านได้รับการเจิมเป็นกษัตริย์ แต่ก็ไม่ได้เป็นกษัตริย์ในทันที ชีวิตของท่านต้องระหกระเหิน ยากลำบากอีกมากมาย และในความยากลำบากนั้น ชีวิตของท่านได้เติบโตขึ้น เรื่องราวความลำบากของท่านทำให้ท่านเป็นคนเข้มแข็งของพระเจ้า

พระธรรมสดุดีหลายบท ที่เป็นที่หนุนใจ ดาวิดเขียนในถิ่นทุรกันดาร เพราะเมื่อท่านอยู่ในความทุกข์ยาก ท่านได้เห็นพระเจ้า พระองค์ทรงเดินไปกับท่านยามยากลำบาก

หลายครั้งความยากลำบากไม่ได้ทำลายเรามากไปกว่าความสะดวกสบาย

พระเจ้าทรงสอนคนของพระองค์ และสร้างคนของพระองค์ ท่ามกลางความทุกข์ยากที่เผชิญอยู่

3. ดาวิดกับนาธัน

นาธัน ผู้เผยพระวจนะ เป็นผู้รับใช้พระเจ้า ผู้ซึ่งได้มาบอกมาเตือนกษัตริย์ดาวิดถึง 2 ครั้ง

ครั้งแรก เป็นขณะที่ดาวิดกำลังประสบความสำเร็จ ดาวิดคิดว่าจะสร้างวิหารให้กับพระเจ้า เบื้องต้นดูเหมือนดาวิดจะมีเจตนาที่ดี แต่พระเจ้าทรงทอดพระเนตรเห็นจิตใจของท่าน เพราะพระองค์ทรงทราบว่า ดาวิดไม่ได้กำลังจะสร้างวิหารเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า แต่กำลังจะสร้างอนุสาวรีย์แสดงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรของท่านเอง นี่เป็นพระเมตตาของพระเจ้า เพื่อไม่ให้ดาวิดต้องล้มไป พระเจ้ารักดาวิดมากพอที่จะยับยั้งท่านไม่ให้ทำในสิ่งที่ไม่สมควรทำ

ครั้งที่สอง เป็นขณะที่ดาวิดรุ่งเรืองยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีก เมื่อดาวิดลืมตัวและทำบาปต่อพระเจ้า ดาวิดได้นำนางบัทเชบามาเป็นภรรยาของตนเอง และยืมมือผู้อื่นฆ่าอุรียาห์สามีของนาง พระเจ้าทรงรักดาวิดมากพอจนได้ทรงยื่นพระหัตถ์ของพระองค์ฉุดท่าน ขึ้นมา โดยให้ผู้เผยพระวจนะเตือนท่าน แม้ว่าสิ่งที่ดาวิดทำจะไม่มีใครเห็นก็ตาม แต่พระเจ้าไม่ทรงพอพระทัย และดาวิดต้องแก้ไข ในที่สุดดาวิดก็ยอมกลับใจ

พระเจ้าไม่ได้ทรงรักดาวิดเพราะท่านเก่ง ดีเลิศทุกประการ แต่ความรักของพระเจ้านั้นมีต่อดาวิด แม้ว่าดาวิดจะขึ้นหรือลงในชีวิต

พระเจ้าทรงเคลื่อนไหวในชีวิตของดาวิดตลอดเรื่องราวชีวิตของท่าน

ในเรื่องราวหลายสิบตอนในชีวิตของดาวิด วันนี้เราจะมาพิจารณาเรื่องราวตอนบั้นปลายชีวิตของดาวิด

พระคำทั้งสองตอน เกือบจะเหมือนกันทุกประการ ต่างกันเพียงอย่างเดียว คือ 2 ซามูเอล 22 มี 51 ข้อ แต่สดุดี 18 มี 50 ข้อ แต่สาระสำคัญเหมือนกัน คือท่านได้สรุปชีวิตของท่าน

ข้าพเจ้าคิดว่าท่านอาจจะอยากให้พระคัมภีร์ตอนนี้ติดที่หลุมฝังศพของ ท่าน เพื่อบอกว่าได้เกิดอะไรขึ้นบ้างในชีวิตของท่าน ท่านอาจจะอ้างข้อ 30 ก็เป็นได้

สำหรับพระเจ้าพระองค์นี้ พระมรรคาของพระองค์ไร้ตำหนิ พระดำรัสของพระยาห์เวห์พิสูจน์จนเห็นจริงแล้ว พระองค์ทรงเป็นโล่ของทุกคนที่ลี้ภัยอยู่ในพระองค์ (สดุดี 18:30 THSV2011)

 

ศจ. สมพร ศิริกลการ

คำเทศนาการนมัสการเช้าวันอาทิตย์ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 17/07/2011

เรื่อง ดาวิดกับพระเจ้า

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ


Monday, 15 August 2011

ดาวิดกับพระเจ้า (1/8)


28 พระ​องค์​ทรง​ช่วย​ประ​ชา​ชน​ที่​ถ่อม​ตัว​ให้​รอด แต่​ดวง​ตา​ที่​หยิ่ง​ยโส​นั้น พระ​องค์​ทรง​ทำ​ให้​ต่ำ​ลง
29 ข้า​แต่​พระ​ยาห์​เวห์ พระ​องค์​ทรง​เป็น​ประ​ทีป​ของ​ข้า​พระ​องค์ พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ทำ​ความ​มืด​ของ​ข้า​พระ​องค์​ให้​สว่าง (2 ซามูเอล 22:28-29)

29 เพราะ​โดย​พระ​องค์ ข้า​พระ​องค์​ตะลุย​กอง​ทัพ​ได้ และ​โดย​พระ​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์ ข้า​พระ​องค์​กระ​โดด​ข้าม​กำ​แพง​ได้
30 สำ​หรับ​พระ​เจ้า​พระ​องค์​นี้ พระ​มรร​คา​ของ​พระ​องค์​ไร้​ตำหนิ พระ​ดำรัส​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​พิ​สูจน์​จน​เห็น​จริง​แล้ว พระ​องค์​ทรง​เป็น​โล่​ของ​ทุก​คน​ที่​ลี้​ภัย​อยู่​ใน​พระ​องค์ (สดุดี 18:29-30 THSV2011)


พระธรรม สดุดี 18 และ 2 ซามูเอล 22 เป็นเรื่องราวของผู้รับใช้พระเจ้า คือ ดา วิด ที่เล่าเรื่องราวให้แก่เราได้รับฟัง

เราทุกคนมีเรื่องมากมายที่จะเล่าให้ฟัง แต่บางเรื่องเราก็ไม่อยากเล่าให้ใครรู้ เราแต่ละคนมีเรื่องราวที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราดำเนินชีวิตกับพระเจ้าและสามารถปฏิบัติจริงได้ แม้ว่าบางครั้งเรื่องนั้นอาจไม่น่าฟังเท่าไรก็ตาม แต่พระเจ้าได้ทรงทำพระราชกิจของพระองค์ในชีวิตของเรา พระองค์ยังทรงเคลื่อนไหว ไม่ว่าเราจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ผู้สอนหรือผู้รับคำสอนก็ตาม

2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการประชุมใหญ่ประจำปีของคริสตจักร Hillsong ที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีสมาชิกจากทั่วโลกเข้าร่วมประชุมกันถึงหลายหมื่นคน และส่วนใหญ่ก็เป็นคนหนุ่มสาว ข้าพเจ้าไม่ได้ไปเอง แต่มีคนรู้จักที่ได้ไปร่วม แล้วกลับมาเล่าถึงพระพรที่ได้รับมากมาย

การประชุมครั้งนี้ ได้เชิญนักเทศน์ที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งจากอังกฤษ ชื่อ Nicky Gumbel ซึ่งมีบทบาทมากในการทำหลักสูตรการสอนพระคัมภีร์ ซึ่งชื่อว่า Alpha Course ซึ่งสามารถใช้ในการประกาศกับคนภายนอกได้ดี ท่านได้ปรับปรุงจนหลักสูตรนี้สามารถใช้ประกาศได้อย่างมากมายทั่วโลก และท่านได้เขียนหนังสือหลายเล่มที่เป็นที่นิยมทั่วโลก หนังสือเล่มหนึ่งที่ขายดี คือ Questions of Life

ในที่ประชุม Nicky Gumbel ได้เป็นพยานชีวิตให้ฟังว่า ขณะเมื่อท่านอยู่ที่ลอนดอน ท่านตัดสินใจที่จะใช้จักรยานในการเดินทางไปไหนมาไหนในชีวิตส่วนใหญ่ของท่าน วันหนึ่งท่านขี่จักรยานไป ขณะที่กำลังจะออกจากช่องทางสำหรับจักรยาน แล้วออกไปขับบนถนน เพื่อหลีกเลี่ยงผู้คนที่คับคั่ง (ซึ่งผิดกฎจราจร) ก็มีรถแท็กซี่คันหนึ่งปาดเข้ามา ทำให้ท่านล้มอย่างแรง ท่านก็โกรธมาก จึงลุกขึ้นมา และชี้หน้าด่า ใช้พูดคำรุนแรงมากมายต่อหน้าคนขับแท็กซี่ คนขับแท็กซี่คนนั้นก็ได้เปิดกระจกลงมา และล้วงหยิบหนังสือเล่มหนึ่ง และบอกว่า "อาจารย์ครับ ผมกำลังอ่านหนังสือที่อาจารย์กำลังเขียนอยู่"

อ. Nicky ก็ได้บอกว่า แท้จริงแล้ว พระเจ้ากำลังทำงานในชีวิตของท่าน ไม่ได้ทำงานผ่านทางหนังสืออย่างเดียว เพราะพระเจ้าทรงทำงานในชีวิตประจำวัน

ข้าพเจ้าเชื่อว่าเราทั้งหลายมีเรื่องราวมากมายที่จะสามารถเล่าให้คน ทั้งหลายฟังได้

พระธรรมตอนนี้เป็นเรื่องราวของกษัตริย์ดาวิด ท่านได้เล่าเรื่องราวชีวิตของท่านมากมายหลายสิบตอน มีทั้งขึ้นทั้งลง ทั้งดีทั้งร้าย และท่านไม่เพียงแต่เรียนรู้เรื่องราวของท่านด้วยชีวิตของท่าน แต่ชีวิตของท่านได้สะท้อนออกมาในบทเขียนมากกว่าบุคคลอื่น ๆ ในพระคัมภีร์

 

ศจ. สมพร ศิริกลการ

คำเทศนาการนมัสการเช้าวันอาทิตย์ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 17/07/2011

เรื่อง ดาวิดกับพระเจ้า

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Friday, 12 August 2011

พลิกวิกฤติชีวิต มุ่งชีวิตที่ดีกว่า (6/6)

3. ยอมรับการเปลี่ยนแปลงชีวิต (สู่ชีวิตที่ดีกว่า) (2)

- ยอมรับพระเยซูคริสต์เข้าสู่ชีวิต ครอบครัว

ศักเคียสไม่รีรอ แต่ลงมาทันที เขาและครอบครัวกลับใจ ต้อนรับพระเยซูคริสต์

ถ้าหากเรามัวแต่คิดหน้าคิดหลัง หรืออาจรอที่จะมีชีวิตดีพร้อมแล้วค่อยมาหาพระองค์ เราก็อาจจะพลาดโอกาสไป และแท้จริงแล้วคงจะไม่มีทางจะเป็นไปได้ที่จะมีชีวิตดีพร้อม

- สารภาพ กลับใจใหม่

หลายคนบอกว่าต้อง "ลด ละ เลิก" แต่ถ้าอยากจะเลิกทันที ขอที่จะพึ่งในพระเยซูคริสต์ พระเยซูคริสต์สามารถปลดเปลื้องบาปในอดีตทั้งสิ้นได้ และสามารถเปลี่ยนชีวิตได้


อย่ารีรอ ถ้าอยากเชื่อในพระเยซูคริสต์ ขอที่เราจะรับทันที แล้วพระองค์จะทรงประทานสันติสุขให้อย่างทันทีเช่นเดียวกัน เช่นเดียวกับที่ศักเคียสได้ก้าวไปสู่ชีวิตที่ดีกว่าในทันที

 

ศจ. ดร. มาโนชน์ แจ้งมุข

คำเทศนาการนมัสการรอบบ่าย คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 31/07/2011

เรื่อง พลิกวิกฤติชีวิต มุ่งชีวิตที่ดีกว่า

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ



Thursday, 11 August 2011

พลิกวิกฤติชีวิต มุ่งชีวิตที่ดีกว่า (5/6)

3. ยอมรับการเปลี่ยนแปลงชีวิต (สู่ชีวิตที่ดีกว่า) (1)

- ฟังคำของพระเยซู

เมื่อพระองค์ตรัสให้ศักเคียสลงมา เขาก็เชื่อฟัง และยอมที่จะลงมา

การที่พระองค์ตรัสให้เขาลงมา มีความหมายว่า ให้เขาถ่อมใจลง

การยอมรับการเปลี่ยนแปลง จะต้องถ่อมใจลง เพราะถ้าเรายังยึดติดกับศักดิ์ศรีของตนเอง คิดว่าไม่จำเป็น อาจทำให้ไม่สามารถพบสิ่งดีได้

ขอที่จะนิ่งสักนิดหนึ่ง และเข้าใจว่าคนที่มาเล่าเรื่องราวของพระเจ้าให้แก่เราต้องการให้เกิดสิ่งที่ ดีกว่ากับเรา

ความถ่อมใจ สามารถที่จะทำให้คนมีสติปัญญา

ศักเคียสมีฐานะการงานที่ดี แต่เมื่อพระองค์ให้เขาลงมา เขายอมที่จะถ่อมใจ

- ไม่สนใจฟังคำคัดค้านคนรอบข้าง

ทุกคนรังเกียจเขา อาจคัดค้านเขา แต่เขาคุกเข่าต่อหน้าพระองค์ และเรียกพระองค์ว่า "องค์พระผู้เป็นเจ้า" และเชิญพระองค์เข้าบ้านของเขา

อาจไม่เคยมีคนเข้าบ้านของเขามาก่อนเลย แต่วันนั้นเขาได้เชิญพระองค์ไป และสารภาพต่อพระองค์ ชีวิตของเขาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เดิมเขาเป็นคนที่อยากได้ ขูดรีด แต่วันนั้นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เขายอมที่จะคืนเงินให้แก่ผู้ที่เขาได้โกงมา

ชีวิตของคนเราในโลกนี้ ขอที่เราจะยอมรับการเปลี่ยนแปลง

เงินซื้อยาดี ๆ ได้ แต่ซื้อสุขภาพที่ดีไม่ได้ คนรวยมากก็ป่วยตายได้ บางคนมีคฤหาสน์ใหญ่โต แต่ก็ไม่มีความสุข

ข้าพเจ้าเคยไปคฤหาสน์แห่งหนึ่งที่แคลิฟอเนีย คฤหาสน์หลังนี้สร้างด้วยราคาพันกว่าล้านบาท แต่เจ้าของอยู่ไม่ถึงร้อยวัน น่าเสียดาย

แต่ถ้าหากเราให้พระเยซูคริสต์เปลี่ยนแปลง ชีวิตของเราจะดีขึ้น

ไม่นานมานี้ มีชายคนหนึ่งเป็นโรคมวนน้ำ เป็นหนักจนใกล้ตาย วันหนึ่ง มีพี่น้องคริสเตียนคนหนึ่งมาเล่าเรื่องพระเจ้าให้เขาฟัง และเขาก็รับพระเยซูคริสต์ หลังจากที่เชื่อในพระองค์ ท้องที่บวม ซึ่งรักษาไม่หาย ก็ยุบลง จนสามารถที่จะขี่มอเตอร์ไซด์ไปตลาดได้ จนคนในตลาด และครอบครัว แปลกใจ หลังจากนั้น เขาก็เสียชีวิตไป แต่ประสบการณ์ของชายคนนี้ในช่วงเวลานั้น ซึ่งอาจเป็นช่วงเวลาแค่ปีกว่า ๆ ที่หายโรค เขาก็นำครอบครัวมาเชื่อพระเจ้า และนำคนอีกหลายร้อยคนมาเชื่อในพระเยซูคริสต์

บางคนรับประสบการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างจากหน้ามือเป็นหลังมือ พระองค์ทรงทำได้

แต่ละคนมีประสบการณ์ไม่เหมือนกัน เมื่อคนหนึ่งคนใดตัดสินใจที่จะรับการเปลี่ยนแปลง เขา จะได้ก้าวสู่ชีวิตที่ดีกว่า ก็เพียงแค่รับพระเยซูคริสต์เข้ามาในชีวิต

 

ศจ. ดร. มาโนชน์ แจ้งมุข

คำเทศนาการนมัสการรอบบ่าย คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 31/07/2011

เรื่อง พลิกวิกฤติชีวิต มุ่งชีวิตที่ดีกว่า

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ


Wednesday, 10 August 2011

พลิกวิกฤติชีวิต มุ่งชีวิตที่ดีกว่า (4/6)

2. ยอมรับพระเยซู (ผู้ที่ให้ชีวิตที่ดีกว่า) (2)

- พระเยซูทรงรู้จักชื่อเขาเป็นส่วนตัว

พระองค์ทรงเรียกเขาด้วยชื่อ แม้ว่าพระองค์เพิ่งจะเข้ามาในเมืองนี้

พระองค์ทรงรู้จักเราทุกคนเป็นพิเศษ ว่าเราชื่ออะไร อยู่ในครอบครัวเช่นไร

เราเลือกเกิดไม่ได้ เลือกไม่ได้ว่าจะเป็นลูกใคร อยู่ตระกูลใด แต่เราเลือกการดำเนินชีวิตต่อไปของเราได้ ทำไมเราจะต้องอยู่จมกับปัญหาความทุกข์ยากด้วยเรา เราสามารถเปลี่ยนใหม่ได้

ศักเคียสพยายามเปลี่ยนแปลงชีวิต แต่เขาเปลี่ยนไม่ได้ และพระองค์ก็ทรงให้ความสนพระทัยแก่เขาเป็นพิเศษ

บางคนเคยรวย มีฐานะทางสังคม เมื่อวันหนึ่งจำเป็นต้องถอยลงมา เขากลับถอยไม่ได้ ความจริงแล้ว คุณขึ้นได้ก็ลงได้ พระเยซูช่วยให้ศักเคียสลงมาได้ และศักเคียสก็ยอมที่จะลงมา

- พระเยซูทรงเข้าใจปัญหาชีวิต

พระเยซูคริสต์ไม่ได้เรียกเขาเหมือนที่คนอื่นเรียก พระองค์ตรัสกับเขาอย่างสุภาพ พระองค์ทรงมองว่าคนคนนี้ไม่ได้น่ารังเกียจ ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด แม้ว่าคนอื่นจะรังเกียจเขา

- พระเยซูมองข้ามปมด้อยชีวิต

พระองค์เป็นเพื่อนคนบาป คนโรคเรื้อน คนง่อย หญิงโสเภณี พระองค์ทรงให้โอกาสแก่ทุก ๆ คน

เช่นเดียวกัน แม้ว่าอดีตเราจะเป็นเช่นไร มีปมด้อยเช่นไร มีปัญหาในชีวิตเช่นไร คนอื่นจะไม่ชอบเราอย่างไร แต่พระองค์ทรงมองข้ามสิ่งเหล่านั้น

พระองค์ตรัสต่อว่า วันนี้พระองค์จะทรงไปพักที่บ้านของเขา และเขาก็ลงจากต้นมะเดื่อ ยอมรับพระองค์ และประกาศว่าเขาจะทำเช่นไร

บางคนอาจกำลังติดเหล้า ติดบุหรี่ ติดการพนัน สิ่งเหล่านี้ คุณพ่อของข้าพเจ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่เล่นไม่เป็น จนถูกหลอก ท่านเคยกำเงิน 5 แสนบาท ที่กำลังจะนำไปลงทุนซื้อเรือ แต่ท่านกลับเข้าบ่อน จนในที่สุด เงิน 5 แสน ไม่เหลือสักบาท แต่คุณแม่เด็ดเดี่ยวมั่นคง หมดแล้วหมดไป เริ่มต้นใหม่ได้

ขอบคุณพระเจ้าที่พระเยซูคริสต์ทรงเข้ามาที่บ้านทันเวลา ที่บ้านขณะนั้นยังพอมีที่ดิน ไร่นา จึงเริ่มใหม่ได้

คุณพ่ออยากเปลี่ยนแปลงชีวิต แต่พยายามแล้วพยายามอีกก็ไม่สำเร็จ จนเมื่อพระเยซูเสด็จมาในชีวิต

ขอที่เราจะมาหาพระเยซู พระองค์ทรงเปลี่ยนทุกสิ่งได้ เปลี่ยนชีวิตเราให้เป็นคนใหม่ได้

 

ศจ. ดร. มาโนชน์ แจ้งมุข

คำเทศนาการนมัสการรอบบ่าย คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 31/07/2011

เรื่อง พลิกวิกฤติชีวิต มุ่งชีวิตที่ดีกว่า

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ



Tuesday, 9 August 2011

พลิกวิกฤติชีวิต มุ่งชีวิตที่ดีกว่า (3/6)

2. ยอมรับพระเยซู (ผู้ที่ให้ชีวิตที่ดีกว่า) (1)

- พระเยซูเสด็จมาที่นี่เป็นครั้งสุดท้าย

พระองค์ไม่ไปเมืองเยรโคอีกเลยหลังจากนั้น ถ้าหากเขาไม่ตัดสินใจพบกับพระเยซูคริสต์ในวันนั้น เขาก็จะไม่มีโอกาสอีกเลย

เมื่อโอกาสมาถึงแล้ว เราจะต้องเลือกและตัดสินใจ ว่าจะยอมรับหรือไม่

บางครั้งการตัดสินใจเป็นสิ่งที่ยาก แต่ศักเคียสรู้ว่าเขาจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว เขาจึงปีนขึ้นต้นมะเดื่อ ซึ่งในภาษายิวเรียกว่า "sycomore" แปลว่าเปลี่ยนแปลง หมายถึงศักเคียสต้องการการเปลี่ยนแปลงชีวิต

มีคนมากมายในโลกนี้อยากเปลี่ยนแปลงชีวิต แต่ทำด้วยวิธีของตัวเอง

เมื่อโอบามาขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี เขาก็ประกาศว่า Change! แต่วันนี้ก็ เจ๊ง!

ทุกคนอยากเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีกว่า และพระเยซูคริสต์ทรงเปลี่ยนแปลงเราได้

ตลอด 37 ปีชีวิตคริสเตียน ข้าพเจ้าได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมาย

คุณพ่อของข้าพเจ้า เคยเป็นคนขี้เมา แต่เมื่อคุณแม่รับพระเยซูคริสต์ คุณแม่ก็เหมือนได้สามีใหม่ เพราะท่านได้คุณพ่อของผมคนเดิมที่เลิกเหล้า เลิกการพนัน

น้องสาวของข้าพเจ้ามีสามีเป็นครู สามีของเธอตื่นแต่เช้า แต่กลับบ้านเที่ยงคืนทุกวัน เมาทุกวัน แต่ในที่สุด เธอก็ได้สามีที่เป็นคนใหม่ เปลี่ยนจากคนขี้เมาเป็นคนรับผิดชอบ เอาการเอางาน

- พระเยซู ทรงเงยหน้าขึ้นมองดู

พี่น้องที่รัก เราทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงได้

ศักเคียสคนนี้ต้องการการเปลี่ยนแปลง เขาขึ้นต้นมะเดื่อ ต้นมะเดื่อก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเขาได้ แต่ในที่สุด เขาได้พบการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เมื่อพระเยซูแหงนพระพักตร์ขึ้นดูเขา ไม่ใช่เขาแหงนหน้าดูพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับเขา

พระองค์ทรงเงยพระพักตร์ดูความทุกข์ยากของ พี่น้อง พระองค์ทรงสนพระทัยเราทุกคนเป็นพิเศษ

 

ศจ. ดร. มาโนชน์ แจ้งมุข

คำเทศนาการนมัสการรอบบ่าย คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 31/07/2011

เรื่อง พลิกวิกฤติชีวิต มุ่งชีวิตที่ดีกว่า

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ


Monday, 8 August 2011

พลิกวิกฤติชีวิต มุ่งชีวิตที่ดีกว่า (2/6)

1. ยอมรับตนเอง (เพื่อสู่ชีวิตที่ดีกว่า) (2)

- ชีวิตที่มีตำแหน่ง มีฐานะทางสังคม

เขามีฐานะที่ดีทางสังคม เป็นหัวหน้าใหญ่ของศุลกากร มีเงินทองเยอะ แต่กลับไม่พบกับสุขแท้ของชีวิต และเขาก็คิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขได้

- ชีวิตที่มีปมด้อย

ไม่เพียงแต่เขาตัวเตี้ย แต่สำหรับชาวยิว เขาน่ารังเกียจที่สุด เพราะเขาเป็นคนเก็บภาษี กูดรีดประชาชน คนยิวจึงไม่คบกับคนเก็บภาษี เพราะพวกเขาไม่ใช่คนที่ซื่อสัตย์ เขาเข้ากับใครไม่ได้

- มีใจกระตือรือร้น

แม้ว่าเขาจะมีปมด้อยในชีวิต แต่มีใจกระตือรือร้น แสวงหาความสุขแท้ แทนที่จะจมกับชีวิตตรงนั้

ที่ด่านภาษี เขารู้เลยว่า พระเยซูกำลังจะเสด็จมาทางนั้น เพราะนั่นเป็นเมืองทางผ่านที่จะไปเยรูซาเล็ม แต่แท้จริงแล้วพระเยซูไม่จำเป็นจะต้องเสด็จผ่านทางนั้นเลย และพระองค์ก็ไม่ควรไป เพราะเป็นดินแดนของชาวต่างชาติ และเป็นดินแดนที่ถูกแช่งสาป

นายด่านคนนี้ เมื่อเขาได้ยินกิตติศัพท์เกี่ยวกับพระเยซูคริสต์มาเยอะ ซึ่งเขาอาจจะได้ยินเรื่องราวของพระองค์จากเพื่อนชายของเขาคนหนึ่งที่ ชื่อมัทธิว ซึ่งเป็นคนเก็บภาษีเช่นเดียวกัน ซึ่งมัทธิวคงจะได้บอกแก่เขา ว่าได้รับชีวิตใหม่แล้ว ซึ่งดีกว่าก่อนมาก และมัทธิวก็ได้เลิกอาชีพของเขา และติดตามพระเยซูคริสต์ไป ชีวิตได้รับการเปลี่ยนแปลง ได้เห็นการอัศจรรย์มากมาย คนตาบอดได้มองเห็น คนตายก็ฟื้นขึ้นมา

ศักเคียสคงจะต้องการมีชีวิตใหม่เช่นเดียวกัน ศักเคียสก็เสาะหาความสุขในชีวิต และพระเยซูคริสต์กำลังนำความสุขแท้มาสู่ศักเคียส

 

ศจ. ดร. มาโนชน์ แจ้งมุข

คำเทศนาการนมัสการรอบบ่าย คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 31/07/2011

เรื่อง พลิกวิกฤติชีวิต มุ่งชีวิตที่ดีกว่า

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ


Saturday, 6 August 2011

พลิกวิกฤติชีวิต มุ่งชีวิตที่ดีกว่า (1/6)


1 เมื่อพระเยซูเสด็จเข้าไปในเมืองเยรีโคและกำลังเสด็จผ่านไปตามทาง
2 มีชายคนหนึ่งชื่อศักเคียสอยู่ที่นั่น เขาเป็นนายด่านภาษีและเป็นคนมั่งมี
3 เขาพยายามจะดูว่าพระเยซูเป็นใคร แต่คนมากจึงมองไม่เห็น เพราะเขาเป็นคนเตี้ย
4 เขาจึงวิ่งไปข้างหน้า ปีนขึ้นต้นมะเดื่อเพื่อจะได้มองเห็นพระองค์ เพราะว่าพระองค์กำลังจะเสด็จผ่านทางนั้น
5 เมื่อพระเยซูเสด็จมาถึงที่นั่น พระองค์แหงนพระพักตร์ดูศักเคียสแล้วตรัสกับเขาว่า "ศักเคียสเอ๋ย จงรีบลงมา เพราะว่าวันนี้เราจะต้องพักอยู่ในบ้านของท่าน"
6 แล้วเขาก็รีบลงมาต้อนรับพระองค์ด้วยความชื่นชมยินดี
7 ทุกคนที่เห็นแล้วก็พากันบ่นและกล่าวว่า "ท่านผู้นี้จะเข้าไปพักอยู่กับคนบาป"
8 ส่วนศักเคียสนั้นยืนขึ้นทูลองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า "องค์พระผู้เป็นเจ้า ทรัพย์สิ่งของของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ยอมให้คนยากจนครึ่งหนึ่ง และถ้าข้าพระองค์โกงอะไรของใครมา ก็ยอมคืนให้เขาสี่เท่า"
9 พระเยซูตรัสกับเขาว่า "วันนี้ความรอดมาถึงบ้านนี้แล้ว เพราะคนนี้เป็นลูกของอับราฮัมด้วย
10 เพราะว่าบุตรมนุษย์มาเพื่อจะแสวงหาและช่วยผู้ที่หลงหายไปนั้นให้รอด" (ลูกา 19:1-10 THSV2011)


บางคนอาจจะบอกว่า การประสบความสำเร็จในชีวิต ขึ้นอยู่กับ "ดวง" ซึ่งย่อมาจาก ด ว ง

  • = เด็กของใคร
  • = วิ่งเต้นแค่ไหน
  • = มีเงินมากเพียงไร

คนที่กล่าวเช่นนี้ อาจกล่าวจากประสบการณ์ หรือสิ่งที่เขาได้รับฟังมา แต่แท้ที่จริงแล้ว สิ่งที่เขาพูดถึงนี้ อาจไม่ทำให้ประสบความสำเร็จชีวิตก็ได้

บางคนมีเส้นสายใหญ่โต แต่เส้นทางชีวิตอาจไม่ประสบความสำเร็จ หรือมีเงินมากมาย แต่ก็ไม่สามารถมีชีวิตที่มีความสุขได้

พระคำตอนนี้เป็นเรื่องราวของศักเคียส ซึ่งมีหลายสิ่งที่เราจะศึกษา และประยุกต์ใช้ในชีวิตได้

 

1. ยอมรับตนเอง (เพื่อสู่ชีวิตที่ดีกว่า) (1)

อุปสรรคที่ทำให้คนเราไม่ก้าวหน้า ไม่ใช่จากสภาพแวดล้อม แต่เป็นจากตัวเอง เราต้องยอมรับตัวเอง ว่าสภาพของตนเองเป็นอย่างไร

- ชีวิตที่ใกล้ชิดศาสนา

เบื้องหลังชีวิตของศักเคียส ชื่อของเขาแปลว่า "ผู้ชอบธรรม ผู้บริสุทธิ์" แต่เมื่อ เติบโตมา เพื่อน ๆ อาจเรียกว่า "ไอ้ศักเคียส" เพราะว่าชื่อของเขานี้เป็นชื่อที่ถูกด่า คนมองเขาในแง่ลบ เพราะอาชีพการงาน ความเป็นอยู่ สิ่งที่เขาได้ทำ ล้วนทำให้ชีวิตของเขาแทนที่จะบริสุทธิ์ ชอบธรรม กลับถูกมองในแง่ลบ

เขาทราบบัญญัติของชาวยิวดี เขารู้ว่าเมื่อโกงใครมา จะต้องคืนให้ผู้ที่ถูกโกงนั้นกี่เท่า

บางคนมีชีวิตอยู่ในธรรมะ แต่กลับไม่มีธรรมมะอยู่ในชีวิต

หลักคำสอนของศาสนาดีทุกอย่าง แต่มนุษย์อ่อนแอ ไม่สามารถทำในสิ่งที่พยายามจะเอาชนะใจตัวเองได้เลย

ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าเคยนั่งวิปัสสนาในป่าช้า แต่ขณะที่กำลังจะถอดจิตและถอดร่างจากตัวได้ ข้าพเจ้าพยายามคิดว่าเกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน ข้าพเจ้าอยากหาคำตอบของชีวิต แต่กลับพบว่าข้าพเจ้าไม่สามารถก้าวพ้นความตาย

ข้าพเจ้าพยายามแสวงหาคำตอบว่าตายแล้วไปไหน ข้าพเจ้าได้เคยถามหลวงพ่อหลายท่าน แต่คำตอบที่ได้ คือ "แล้วแต่เวร แล้วแต่กรรม" แล้วใครจะช่วยเราได้เล่า? เพราะกรรมใครก่อ กรรมนั้นก็ต้องชดใช้เอาเอง การทำบุญทั้งสิ้น ต่อให้ทำบุญมากมาย ก็ไม่สามารถทำให้เรารู้ได้ว่าภพหน้าจะเป็นเช่นไร สิ่ง เหล่านั้นไม่สามารถทำให้ข้าพเจ้าพบคำตอบใน ชีวิตได้เลย

เช่นเดียวกับศักเคียส ศาสนาไม่สามารถช่วยเขาให้มีชีวิตที่ดีได้เลย

 

ศจ. ดร. มาโนชน์ แจ้งมุข

คำเทศนาการนมัสการรอบบ่าย คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 31/07/2011

เรื่อง พลิกวิกฤติชีวิต มุ่งชีวิตที่ดีกว่า

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ


Friday, 5 August 2011

จงฉวยโอกาส (5/5)

44 ขณะ​เป​โตร​ยัง​กล่าว​คำ​เหล่า​นั้น​อยู่ พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​เสด็จ​ลง​มา​สถิต​กับ​ทุก​คน​ที่​ฟัง​พระ​วจนะ​นั้น
45 บรร​ดา​คน​เข้า​สุ​หนัต​ที่​เชื่อ​แล้ว​ซึ่ง​มา​พร้อม​กับ​เป​โตร​ต่าง​ประ​ หลาด​ใจ เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ประทาน​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​แก่​คน​ต่าง​ชาติ​ด้วย
46 เพราะ​เขา​ทั้ง​หลาย​ได้​ยิน​คน​เหล่า​นั้น​พูด​ภา​ษา​ต่างๆ และ​ยก​ย่อง​สรร​เสริญ​พระ​เจ้า เป​โตร​จึง​ถาม​ว่า
47 "ใคร​จะ​ห้าม​คน​เหล่า​นี้​ที่​ได้​รับ​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​เหมือน​เรา​ จาก​การ​รับ​บัพ​ติศ​มา​ด้วย​น้ำ?"
48 เป​โตร​จึง​สั่ง​ให้​เขา​ทั้ง​หลาย​รับ​บัพ​ติศ​มา​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​เยซู ​คริสต์ แล้ว​พวก​เขา​ขอ​ให้​เป​โตร​พัก​อยู่​กับ​พวก​เขา​อีก​สัก​ระยะ​หนึ่ง (กิจการ 10:44-48 THSV2011)

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่การพูดภาษาแปลก ๆ หรือการสรรเสริญ แต่ทุกคนที่เชื่อพระเยซูคริสต์เจ้า มีพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ในชีวิต ผู้ใดที่สำนึกบาปอย่างแท้จริง และเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์จากใจจริง ก็ได้บังเกิดใหม่แล้ว พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าก็อยู่ในชีวิตเขาแล้ว

พระคำตอนนี้เป็นสัญลักษณ์สำคัญ ที่ทำให้ชาวยิวเข้าใจ

คนที่ดูเหมือนว่ายังขาดตกบกพร่องนั้น พระเจ้าทรงสร้างขึ้นมาได้ และนี่คือหัวใจสำคัญ พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าของเรา และพระองค์ก็ทรงอยากเป็นพระเจ้าของคนมากมายในแผ่นดินไทย อยากสถิตกับเขาทุกคน เพื่อเป็นเครื่องค้ำกันว่าเขาเหล่านั้นจะพ้นจากนรก แต่ความต้องการของพระเจ้าจะเกิดขึ้นเมื่อเขาเหล่านั้นเชื่อในองค์พระเยซู คริสต์ เขาจะเชื่อได้อย่างไร? พระเจ้าต้องการ ใช้คนอย่างเปโตรที่จะออกไปพูดเรื่องราวของพระเยซูคริสต์ และคนอย่างเปโตรก็คือเราทุกคน พระเจ้าทรงเรียกเราทุกคนให้ออกไปประกาศข่าวประเสริฐ

แม่รู้จักช่วยลูก ลิงบางตัวก็ยังรู้จักช่วยเด็กที่กำลังจะตกจากที่สูง แล้วจะมีคริสเตียนกี่คนที่จะออกไปช่วยคนบาปมากมายให้พ้นจากนรกและพบสวรรค์ ด้วยการประกาศเรื่องราวของพระเยซูคริสต์

พระเจ้าทรงอวยพรเรามากมายด้วยศักดิ์ศรีของโลก เพื่อเราจะรับใช้พระองค์ เพียงแค่เราจะพูดออกมา สิ่งนั้นจะนำการเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่มาสู่ชีวิตของคนมากมาย สิ่งที่เขาเหล่านั้นจะได้รับก็จะเป็นเหมือนครอบครัวของโครเนลิอัส ซึ่งพระวิญญาณของพระองค์จะทรงประทับอยู่กับเขาตลอดไป

เราเกิดมาเพื่อแผนการของพระเจ้า เพื่อฝันของพระองค์จะสำเร็จ อย่ารอให้หมดเรี่ยวแรง แล้วค่อยคิดจะทำ นั่นจะสายเกินไปเสียแล้ว

 

อ.ขจร ธนังกูรวิโรจน์

คำแบ่งปันรายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 21/11/2010

เรื่อง จงฉวยโอกาส

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Thursday, 4 August 2011

จงฉวยโอกาส (4/5)

"เรื่อง​ที่​พระ​องค์​ทรง​ฝาก​ไว้​กับ​ พวก​อิส​รา​เอล​คือ​การ​ประ​กาศ​ข่าว​ประเสริฐ​เรื่อง​สันติ​ สุข​โดย​ทาง​พระ​เยซู​คริสต์​ผู้​เป็น​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ เหนือ​คน​ทั้ง​หลาย" (กิจการ 10:36 THSV2011)

ข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์เจ้า คือ ข่าวประเสริฐแห่งสันติสุข เป็นสิ่งที่เราทั้งหลายมี และเป็นสิ่งที่พระเจ้าก็ทรงมีเช่นกันในขณะนั้น ทำไมพระองค์จึงต้องทรงใช้เราด้วย? พระองค์อยากใช้เราทุกคน เพื่อทำในสิ่งที่สำคัญที่สุด นี่เป็นการที่พระเจ้าทรงให้เกียรติเราทุกคนที่จะร่วมงานกับพระองค์ นำข่าวดีนี้ให้กับคนทั้งปวง

การที่พระเจ้าทรงกระจายเราไปสู่อาชีพการงานต่างๆ มากมาย ก็เพื่อที่เราจะนำข่าวประเสริฐแห่งสันติสุขไปพูดกับคนมากมาย แล้วเราทำหน้าที่นี้หรือไม่?

เราทำงาน เราจะมีศักดิ์ศรี ซึ่งอาจทำให้บางคนไม่พอใจ แต่นี่เป็นความจริง ที่มาจากพระวจนะของพระเจ้า

"บรร​ดา​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ก็​เป็น​พยาน​ ถึง​พระ​องค์​ว่า ทุก​คน​ที่​เชื่อ​ถือ​ใน​พระ​องค์​นั้น พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ยก​ความ​ผิด​บาป​ของ​พวก​เขา​โดย​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์" (กิจการ 10:43 THSV2011)

นี่คือบทสรุปหัวใจสำคัญของข่าวประเสริฐ ไม่มีการเลือกหน้า ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด หากเชื่อในพระเยซูคริสต์เจ้า ก็จะได้รับการยกโทษบาป นี่ เป็นการประกาศพระกิตติคุณที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ พระเจ้าทรงต้องการให้อาจารย์เปโตรพูดเช่นนี้

และเมื่ออาจารย์เปโตรได้กล่าวข่าวประเสริฐอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว พระเจ้าก็ทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้แก่เขา

อ.ขจร ธนังกูรวิโรจน์

คำแบ่งปันรายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 21/11/2010

เรื่อง จงฉวยโอกาส

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ


Wednesday, 3 August 2011

จงฉวยโอกาส (3/5)

24 วัน​ต่อ​มา​เขา​ทั้งหลาย​ไป​ถึง​เมือง​ซี​ซา​รี​ยา โคร​เน​ลิ​อัส​กำ​ลัง​รอ​คอย​พวก​เขา​อยู่ และ​เชิญ​ญาติ​พี่​น้อง​กับ​เพื่อน​สนิท​มา​ประ​ชุม​ร่วม​กัน
25 เมื่อ​เป​โตร​มา​ถึง โคร​เน​ลิ​อัส​ก็​ต้อน​รับ​เป​โตร​และ​ทรุด​ตัว​ลง​แทบ​เท้า​ท่าน
26 เป​โตร​จึง​ประ​คอง​โคร​เน​ลิ​อัส​ให้​ลุก​ขึ้น​และ​กล่าว​ว่า "จง​ลุก​ขึ้น​ยืน ข้าพ​เจ้า​ก็​เป็น​เพียง​มนุษย์​เหมือน​กัน"
27 ระหว่าง​ที่​กำ​ลัง​สน​ทนา​กัน เป​โตร​เข้า​ไป​และ​เห็น​คน​จำ​นวน​มาก​มา​อยู่​รวม​กัน
28 จึง​กล่าว​กับ​คน​เหล่า​นั้น​ว่า "พวก​ท่าน​ทราบ​แล้ว​ว่า การ​ที่​คน​ยิว​จะ​คบ​หา​หรือ​เยี่ยม​เยียน​คน​ต่าง​ชาติ​ถือ​ว่า​เป็น​ เรื่อง​ต้อง​ห้าม แต่​พระ​เจ้า​ทรง​สำ​แดง​แก่​ข้าพ​เจ้า​แล้ว​ว่า ไม่​ควร​ถือ​ว่า​คน​หนึ่ง​คน​ใด​ไม่​บริ​สุทธิ์​หรือ​เป็น​มล​ทิน
29 เพราะ​เหตุ​นี้​เมื่อ​ท่าน​ใช้​คน​ไป​เชิญ​ข้าพ​เจ้า ข้าพ​เจ้า​จึง​มา​โดย​ไม่​ขัด ข้าพ​เจ้า​ขอ​ถาม​ว่า ที่​ท่าน​เชิญ​ข้าพ​เจ้า​มา​นี้​มี​จุด​ประ​สงค์​อะไร?"
30 โคร​เน​ลิ​อัส​จึง​ตอบ​ว่า "สี่​วัน​ที่​แล้ว​ขณะ​ข้าพ​เจ้า​กำ​ลัง​อธิษ​ฐาน​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​ข้าพ​ เจ้า​ราวๆ ตอน​นี้​คือ​บ่าย​สาม​โมง มี​คน​หนึ่ง​ยืน​อยู่​ตรง​หน้า​ข้าพ​เจ้า สวม​เสื้อ​ผ้า​มัน​วาว​ระยิบ​ระยับ
31 คน​นั้น​กล่าว​ว่า 'โคร​เน​ลิ​อัส พระ​เจ้า​ทรง​ระลึก​ถึง​คำ​อธิษ​ฐาน และ​การ​ทำ​ทาน​ของ​ท่าน​แล้ว
32 เพราะ​ฉะนั้น​จง​ใช้​คน​ไป​เมือง​ยัฟ​ฟา​เชิญ​ซีโมน​ที่​เรียก​ว่า​เปโตร​มา ท่าน​อา​ศัย​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​ซีโมน​ช่าง​ฟอก​หนัง​ที่​ริม​ ฝั่ง​ทะเล'
33 ข้าพ​เจ้า​จึง​ใช้​คน​ไป​เชิญ​ท่าน​มา​ทัน​ที การ​ที่​ท่าน​มา​ก็​ดี​แล้ว เวลา​นี้​เรา​อยู่​กัน​พร้อม​หน้า​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า​เพื่อ​ฟัง​ สิ่ง​สาร​พัด​ที่​พระ​องค์​ตรัส​สั่ง​ท่าน​ไว้"
34 แล้ว​เป​โตร​จึง​กล่าว​ว่า "ข้าพ​เจ้า​เห็น​จริง​แล้ว​ว่า​พระ​เจ้า​ไม่​ทรง​ลำ​เอียง
35 ทุก​คน​ใน​ทุก​ชน​ชาติ​ที่​เกรง​กลัว​พระ​องค์ และ​ประ​พฤติ​ตาม​ทาง​ชอบ​ธรรม​ก็​เป็น​ที่​ชอบ​พระ​ทัย​พระ​องค์
36 เรื่อง​ที่​พระ​องค์​ทรง​ฝาก​ไว้​กับ​พวก​อิส​รา​เอล​คือ​การ​ประ​กาศ​ข่าว​ ประเสริฐ​เรื่อง​สันติ​สุข​โดย​ทาง​พระ​เยซู​คริสต์​ผู้​เป็น​ องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​เหนือ​คน​ทั้ง​หลาย
37 พวก​ท่าน​ก็​รู้​ถึง​เหตุ​การณ์​ที่​เกิด​ขึ้น ​ทั่ว​แคว้น​ยู​เดีย โดย​เริ่ม​ต้น​ที่​แคว้น​กา​ลิ​ลี​หลัง​จาก​ยอห์น​ประ​กาศ​เรื่อง​บัพ​ติศ​ มา​นั้น
38 คือ​เรื่อง​ที่​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​เจิม​พระ​เยซู​ชาว​นา​ซา​เร็ธ​ด้วย​พระ​วิ ญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​และ​ด้วย​ฤท​ธา​นุ​ภาพ​อย่าง​ไร และ​เรื่อง​ที่​ว่า​พระ​เยซู​เสด็จ​ไป​ทำ​คุณ​ประ​โยชน์​และ​รัก​ษา​คน​ทั้ง หลาย​ที่​ถูก​มาร​เบียด​เบียน​อย่างไร เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​สถิต​อยู่​กับ​พระ​องค์
39 เรา​คือ​สักขี​พยาน​ของ​กิจ​การ​ทั้ง​หมด​ที่​พระ​องค์​ทรง​ทำ​ใน​แคว้น​ยู เดีย​และ​ใน​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม พวก​เขา​ฆ่า​พระ​องค์​โดย​แขวน​ไว้​ที่​ต้น​ไม้
40 และ​ใน​วัน​ที่​สาม​พระ​เจ้า​ทรง​ให้​พระ​องค์​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​และ​ทรง​ ให้​ปรา​กฏ
41 ไม่​ใช่​ให้​ปรา​กฏ​แก่​คน​ทั่ว​ไป แต่​ให้​ปรา​กฏ​แก่​เรา คือ​บรร​ดา​สักขี​พยาน​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​เลือก​ไว้​แล้ว คือ​ทรง​ปรา​กฏ​แก่​เรา​ที่​กิน​และ​ดื่ม​กับ​พระ​องค์​หลัง​จาก​พระ​องค์​ ทรง​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย
42 พระ​องค์​ทรง​สั่ง​ให้​เรา​ประ​กาศ​กับ​คน​ทั้ง​หลาย และ​เป็น​พยาน​ว่า พระ​เจ้า​ทรง​ตั้ง​พระ​องค์​เป็น​ผู้​พิพาก​ษา​ทั้ง​คน​เป็น​และ​คน​ตาย
43 บรร​ดา​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ก็​เป็น​พยาน​ถึง​พระ​องค์​ว่า ทุก​คน​ที่​เชื่อ​ถือ​ใน​พระ​องค์​นั้น พระ​เจ้า​จะ​ทรง​ยก​ความ​ผิด​บาป​ของ​พวก​เขา​โดย​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์" (กิจการ 10:24-43 THSV2011)

เมื่อเปโตรไปถึง โครเนลิอัสและครอบครัว รวมถึงผู้คนอีกมากมาย ก็ได้รอคอยเปโตร เมื่อโครเนลิอันพบเปโตร ท่านก็ทรุดตัวลง ถ่อมใจต่อผู้รับใช้ เปโตรจึงห้าม และโครเนลิอัสเล่าเหตุการณ์ทั้งสิ้นแก่เปโตร ในที่สุด สิ่งที่เปโตรกล่าวแก่โครเนลิอัส คือ

"ข้าพ​เจ้า​เห็น​จริง​แล้ว​ว่า​พระ​เจ้า ​ไม่​ทรง​ลำ​เอียง" (กิจการ 10:34 THSV2011)

พระเจ้าทรงมีน้ำพระทัยแก่ทุกคน อย่าเอาระเบียบปฏิบัติมาใช้เพื่อทำให้พระกิตติคุณของพระเจ้าไม่สามารถก้าว ถึงผู้คนมากมาย

พระคำตอนนี้เป็นที่ประจักษ์แก่เราทั้งหลายเช่นกัน พระเจ้ามิได้ทรงห่วงใยเฉพาะคริสเตียน แต่ทรงห่วงใยคนมากมายที่ยังไม่รู้จักพระองค์ที่อยู่นอกคริสตจักร พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อคนทุกคน

คนทั้งหลายมาเชื่อพระเจ้า ก็เพราะมีคนที่สัตย์ซื่อประกาศพระกิตติคุณ

ใจของพระเจ้าอยากที่จะทรงอวยพรคนทุกคนที่ ยังไม่รู้จักพระเยซูคริสต์เจ้า แล้วพระองค์จะทรงอวยพรเขาเหล่านั้นอย่างไร? ก็โดยการที่คริสเตียนนำความจริงไปกล่าวแก่คนมาก มาย

เราทั้งหลาย เทียบได้กับเปโตร จะมีใครสักกี่คนที่ออกจากที่นี่ ออกจาก comfort zone ไปสู่ การรับใช้และน้ำพระทัย?

อ.ขจร ธนังกูรวิโรจน์

คำแบ่งปันรายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 21/11/2010

เรื่อง จงฉวยโอกาส

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ


Tuesday, 2 August 2011

จงฉวยโอกาส (2/5)

9 วัน​รุ่ง​ขึ้น​เวลา​ประ​มาณ​เที่ยง ขณะ​ที่​คน​กลุ่ม​นี้​เดิน​ทาง​ใกล้​จะ​ถึง​เมือง​ยัฟ​ฟา เป​โตร​ขึ้น​ไป​บน​หลัง​คา​ตึก​เพื่อ​อธิษ​ฐาน
10 ขณะ​นั้น​ท่าน​หิว​อยาก​จะ​รับ​ประ​ทาน​อาหาร และ​ใน​ระหว่าง​ที่​ยัง​จัด​อาหาร​กัน​อยู่ เป​โตร​ก็​ตก​อยู่​ใน​ภวังค์
11 และ​ท่าน​เห็น​ท้อง​ฟ้า​แหวก​ออก​เป็น​ช่อง มี​อะไร​อย่าง​หนึ่ง​เหมือน​ผ้า​ผืน​ใหญ่ ซึ่ง​มุม​ทั้ง​สี่​ถูก​หย่อน​ลง​มา​ยัง​พื้น​โลก
12 ใน​นั้น​มี​สัตว์​ทุก​อย่าง ทั้ง​สัตว์​สี่​เท้า สัตว์​เลื้อย​คลาน และ​นก​ใน​อา​กาศ
13 แล้ว​มี​พระ​สุร​เสียง​กล่าว​กับ​ท่าน​ว่า "เป​โตร จง​ลุก​ขึ้น​ฆ่า​กิน"
14 เป​โตร​จึง​ทูล​ว่า "ไม่​ได้ องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า เพราะ​ว่า​สิ่ง​ไม่​บริ​สุทธิ์​หรือ​เป็น​มล​ทิน​นั้น ข้า​พระ​องค์​ไม่​เคย​รับ​ประ​ทาน​เลย"
15 แล้ว​มี​พระ​สุร​เสียง​มา​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง​กล่าว​กับ​ท่าน​ว่า "สิ่ง​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​ชำระ​แล้ว เจ้า​อย่า​ว่า​เป็น​สิ่ง​ไม่​บริ​สุทธิ์"
16 สิ่ง​นี้​ปรา​กฏ​ถึง​สาม​ครั้ง แล้ว​ถูก​รับ​ขึ้น​ไป​ใน​ท้อง​ฟ้า​ทัน​ที
17 เมื่อ​เป​โตร​ยัง​คิด​สง​สัย​เรื่อง​นิมิต​ที่​เห็น​นั้น​ว่า​มี​ความ​หมาย​ อย่าง​ไร ใน​ทัน​ใด​นั้น คน​ที่​โคร​เน​ลิ​อัส​ใช้​ไป​นั้น​ก็​มา​ยืน​อยู่​หน้า​ประตู​รั้ว​หลัง​จาก ​ถาม​หา​จน​พบ​ตึก​ของ​ซีโมน
18 พวก​เขา​ร้อง​ถาม​ว่า​ซีโมน​ที่​เรียก​ว่า​เป​โตร​พัก​อยู่​ที่​นี่​หรือ​ ไม่?
19 ขณะ​เป​โตร​ตริ​ตรอง​เรื่อง​นิมิต​อยู่​นั้น พระ​วิญ​ญาณ​ตรัส​กับ​ท่าน​ว่า "นี่แน่ะ มี​ชาย​สาม​คน​มา​หา​เจ้า
20 จง​ลุก​ขึ้น​ลง​ไป​ข้าง​ล่าง​และ​ไป​กับ​พวก​เขา​เถิด อย่า​ลัง​เล​ใจ​เลย เพราะ​ว่า​เรา​ใช้​พวก​เขา​มา"
21 เป​โตร​จึง​ลง​ไป​หา​คน​เหล่า​นั้น​กล่าว​ว่า "นี่​แน่ะ ข้าพ​เจ้า​คือ​คน​ที่​พวก​ท่าน​ตาม​หา พวก​ท่าน​มี​ธุระ​อะไร​หรือ?"
22 เขา​ทั้ง​หลาย​จึง​ตอบ​ว่า "นาย​ร้อย​โคร​เน​ลิ​อัส​เป็น​คน​ชอบ​ธรรม​และ​เกรง​กลัว​พระ​เจ้า และ​เป็น​คน​มี​ชื่อ​เสียง​ดี​ใน​หมู่​พวก​ยิว โคร​เน​ลิ​อัส​ผู้​นี้​ได้​รับ​คำ​บอก​จาก​ทูต​สวรรค์​บริ​สุทธิ์​ให้​มา​ เชิญ​ท่าน​ไป​บ้าน​เพื่อ​ฟัง​ถ้อย​คำ​ของ​ท่าน"
23 เป​โตร​จึง​เชิญ​พวก​เขา​เข้า​ไป​ข้าง​ใน​และ​ให้​พัก​อยู่​ที่​นั่น วัน​รุ่ง​ขึ้น​เป​โตร​ลุก​ขึ้น​ไป​กับ​พวก​เขา และ​พี่​น้อง​บาง​คน​ที่​เมือง​ยัฟ​ฟา​ก็​ไป​ด้วย (กิจการ 10:9-23 THSV2011)

จิตใจของโครเนลิอัส ไม่ได้รังเกียจฐานันดรอันต่ำต้อยของเปโตร แต่เขาแสวงหา อยากรู้ว่าพระเจ้าทรงจัดเตรียมพระพรให้แก่ท่านอย่างไร และขณะเดียวกัน พระเจ้าก็ทรงเตรียมเปโตรที่จะมีใจที่เปิดออกเพื่อต้อนรับคนต่างชาติ เพราะยิวและต่างชาติจะไม่คบหากัน พระเจ้าจึงต้องเตรียมใจเปโตร ที่จะไม่ยึดธรรมเนียมปฏิบัติของชาวยิว และพระเจ้าต้องสำแดงให้แก่เปโตรถึงสามครั้ง สิ่งที่พระองค์สำแดงจึงได้เริ่มกระทบจิตใจของท่าน และในที่สุดอาจารย์เปโตรก็ยอมตาม และนิมิตนี้บอกให้ท่านยอมรับชาวต่างชาติ

หลายครั้ง ที่พระเจ้าต้องเตือนคนบางคนหลาย ๆ หน เช่นเดียวกับที่อาจารย์เปโตรเองก็ได้รับการเตือนถึงสามครั้ง แม้ว่าท่านจะหัวดื้อ แต่ท่านก็จริงใจกับพระเจ้า

เมื่อครั้งที่สาม เปโตรก็เริ่มเปิดใจ และเมื่อท่านได้รับข่าวจากผู้รับใช้ของโครเนลิอัสที่มายังบ้านของท่าน ท่านก็รู้ทันทีว่าพระเจ้าจะทรงให้ท่านออกไปตามน้ำพระทัยพระเจ้า

เราอาจมีธรรมเนียมชีวิตของเรา นั่นคือ comfort zone เป็นบริเวณที่เราสะดวกสบาย ถ้าหากว่าเกินบริเวณที่สะดวกสบายนี้ เราก็อาจหาเหตุผลเพื่อปฏิเสธที่จะไม่ทำ สิ่งเหล่านั้นขัดขวางไม่ให้เราทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า

ขอที่เราออกจากสิ่งนั้น เพื่อก้าวตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

ถ้าเราไม่ยอมออกจากสิ่งนี้ ที่ขัดขวางเราไม่ให้ก้าวเดินตามพระเจ้า เราจะพลาดโอกาสอย่างยิ่งใหญ่ และโอกาสอาจไม่ผ่านหวนกลับมาหาเราอีกเลย เราจะย้อนอดีตเพื่อเริ่มต้นก้าวใหม่ไม่ได้ เวลาของชีวิตไม่สามารถเรียกกลับคืนได้

อะไรคือน้ำพระทัยของพระเจ้าในชีวิตของเรา? อธิษฐานต่อพระเจ้า และพระองค์ก็ทรงพร้อมที่จะเปิดเผยน้ำพระทัยของพระองค์ให้แก่เรา

บางครั้ง เราเป็นคนหัวดื้อ จึงรู้สึกว่าพระเจ้าไม่ได้ทรงสำแดงน้ำพระทัยของพระองค์ให้แก่เรา แม้พระเจ้าจะทรงเรียกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่บางครั้งใจของเราแข็งกระด้าง ยิ่งนานเข้า ใจเราก็จะยิ่งแข็งกระด้าง แล้วเราจะไม่ได้ยินเสียงของพระองค์อีกเลย แม้ว่าพระองค์จะตรัสกับเราอยู่เสมอ

เมื่อพระองค์ตรัสครั้งที่สาม เปโตรก็สำนึก และก้าวเดินสู่น้ำพระทัยของพระเจ้า

อ.ขจร ธนังกูรวิโรจน์

คำแบ่งปันรายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 21/11/2010

เรื่อง จงฉวยโอกาส

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

Monday, 1 August 2011

จงฉวยโอกาส (1/5)

เรื่องราวใน กิจการ 10 เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์คริสตจักร เป็นตอนหนึ่งที่สำคัญมาก เป็นเหตุการณ์สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งเกี่ยวเนื่องถึงเราจนปัจจุบันนี้

 

1 และ​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​โคร​เน​ลิ​อัส​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​ซี​ซา​รี​ยา เป็น​นาย​ร้อย​ใน​กอง​พัน​ทหาร​ที่​เรียก​ว่า​กอง​อิ​ตา​เลียน
2 ท่าน​และ​ครอบ​ครัว​เป็น​คน​เคร่ง​ศาส​นา​และ​เกรง​กลัว​พระ​เจ้า ท่าน​ให้​ทาน​แก่​ประ​ชา​ชน​อย่าง​มาก​มาย​และ​อ้อน​วอน​พระ​ เจ้า​อยู่​เสมอ
3 เวลา​ประ​มาณ​บ่าย​สาม​โมง นาย​ร้อย​คน​นั้น​เห็น​นิมิต​ชัด​เจน​ว่า​มี​ทูต​สวรรค์​องค์​หนึ่ง​ของ​พระ ​เจ้า​มา​หา​ตน และ​กล่าว​ว่า "โคร​เน​ลิ​อัส"
4 โคร​เน​ลิ​อัส​จ้อง​มอง​ทูต​องค์​นั้น​ด้วย​ความ​ตก​ใจ​กลัว และ​ถาม​ว่า "นี่​หมาย​ความ​ถึง​อะไร ท่าน​เจ้า​ข้า?" ทูต​สวรรค์​จึง​ตอบ​ท่าน​ว่า "คำ​อธิษ​ฐาน​และ​การ​ให้​ทาน​ของ​ท่าน​ขึ้น​ไป​ถึง​พระ​เจ้า​เป็น​เหตุ​ให้ ​พระ​องค์​ทรง​ระลึก​ถึง​ท่าน​แล้ว
5 บัด​นี้​จง​ใช้​คน​ไป​เมือง​ยัฟ​ฟา เชิญ​ซีโมน​ที่​เรียก​ว่า​เป​โตร​มา
6 ท่าน​อา​ศัย​อยู่​กับ​ซีโมน​ที่​เป็น​ช่าง​ฟอก​หนัง บ้าน​ของ​เขา​อยู่​ริม​ฝั่ง​ทะเล"
7 เมื่อ​ทูต​สวรรค์​ที่​พูด​กับ​ท่าน​จาก​ไป​แล้ว ท่าน​ก็​เรียก​หา​คน​ใช้​สอง​คน​กับ​ทหาร​ที่​เคร่ง​ศาส​นา​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​ เคย​ปรน​นิบัติ​ท่าน​เสมอ
8 เมื่อ​โคร​เน​ลิ​อัส​เล่า​เหตุ​การณ์​ทั้ง​หมด​ให้​พวก​เขา​ฟัง​แล้ว ท่าน​ก็​ใช้​พวก​เขา​ไป​เมือง​ยัฟ​ฟา (กิจการ 10:1-8 THSV2011)

พระคำของพระเจ้าตอนนี้ กล่าวถึงคน ๆ หนึ่ง ที่ชื่อ โครเนลิอัส ซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่ปกครองชาวยิว แม้จะเป็นคนต่างชาติ แต่ท่านก็ศรัทธาในพระยาเวห์ พระเจ้าผู้เที่ยงแท้ ผู้สร้างโลกและจักรวาล

โครเนลิอัสและครอบครัวยำเกรงพระเจ้า เคร่งในพระศาสนา และมีจิตใจเอื้ออาทรแก่คนยากไร้ สิ่งนี้เองทำให้พระเจ้าทรงประทับใจ และให้ทูตสวรรค์กล่าวชมถึงโครเนลิอัสและครอบครัวถึงว่า คำอธิษฐานและจิตใจที่เอื้ออาทร เป็นเหตุที่พระเจ้าทรงระลึกถึง

หลายสิ่งหลายอย่างที่เราทำ มีความหมายในสายพระเนตรของพระเจ้า เราต้องคำนึงถึงเสมอว่า สิ่งที่เราทำ พระเจ้าจะทรงพอพระทัยหรือไม่ ขอเรื่องราวนี้จะเป็นแรงจูงใจของการดำเนินชีวิต คริสเตียน แล้ววันหนึ่ง พระเจ้าอาจจะทรงกล่าวถึงเราเช่นเดียวกัน คือ "สิ่งที่เจ้าทำกับคนยากไร้ และคำอธิษฐานต่อพระเจ้า เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงระลึกถึง" นี่คือสิ่งที่เราปรารถนาที่จะให้พระเจ้าทรง พอพระทัย ถ้าเรามีเป้าหมายเช่นนี้ พระธรรมตอนนี้ที่พระเจ้าชมเชยโครเนลิอัส ก็จะมาถึงยังเราทุกคนเช่นเดียวกัน

พระองค์ตรัสกับทูตสวรรค์ บอกว่าพระองค์ทรงพอพระทัย และสิ่งที่พระองค์ตอบแทนเขา คือ ให้เขาส่งผู้รับใช้ เพื่อเชิญผู้รับใช้มาบอกข่าวประเสริฐ

แล้วพระเจ้าจะตรัสบอกข่าวประเสริฐให้แก่โครเนลิอัสเองมิได้หรือ? พระเจ้าทรงอยากใช้คนของพระองค์ เพื่อบอกสิ่งสำคัญที่สุด ให้กับครอบครัวนี้

โครเนลิอัสไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่พระเจ้าจะทรงอวยพรเขา แต่พระเจ้าได้ทรงให้เขาเชิญคนของพระองค์ คือ อาจารย์เปโตร ผู้ซึ่งเป็นแค่คนจับปลา แต่ศรัทธาในพระองค์ และมีจิตใจที่เต็มด้วยเรื่องราวของพระองค์ นี่คือสิ่งที่เปโตรมี และมีค่า เป็นพรแก่คนมากมาย

แล้วเราทำอย่างไรกับพระพรที่เรามีอยู่?

ข่าวประเสริฐเป็นสิ่งหอมหวาน

อ.ขจร ธนังกูรวิโรจน์

คำแบ่งปันรายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวัน ที่ 21/11/2010

เรื่อง จงฉวยโอกาส

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ