วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ความหมายที่แท้จริงของวันคริสตมาส (1/5)

มี 2 เทศกาลที่มีการเฉลิมฉลองพร้อมกันทุกประเทศทั่วโลก ได้แก่ เทศกาลปีใหม่ และเทศกาลคริสตมาส

การฉลองปีใหม่ ทุกคนรู้ความหมาย แต่หลายคนกลับฉลองคริสตมาสแม้จะไม่รู้จักความหมายของวันคริสตมาสเลย

วันนี้เราฉลองเทศกาลคริสตมาส เราก็ควรที่จะได้รู้จักความหมายที่แท้จริงของวันคริสตมาส

ถ้าไปตามห้างสรรพสินค้า เราจะเห็นต้นคริสตมาสประดับอยู่ หรืออาจเห็นสัญลักษณ์เป็นซานตาครอส แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญ ไม่ใช่หัวใจ เปรียบเหมือนเป็นแค่กระดาษของขวัญ

เมื่อมีใครให้ของขวัญแก่ท่าน ถ้าท่านมัวแต่ชื่นชมห่อของขวัญภายนอก โดยไม่เปิดออกมาและชื่นชมสิ่งที่อยู่ภายใน ก็คงจะไม่ฉลาดเท่าไรนัก เช่นเดียวกัน หัวใจสำคัญของวันคริสตมาส คือ องค์พระเยซูคริสต์ เพราะวันคริสตมาส เป็นวันที่พระองค์ทรงเสด็จมาบังเกิดในโลกนี

วันคริสตมาสสำคัญมาก เกี่ยวข้องกับมนุษย์ทุกคน

 

1. วันคริสตมาส เป็นวันที่พระเจ้าทรงให้มนุษย์รู้จักกับคำตอบของชีวิต

80-90 ปีที่แล้ว ที่ประเทศจีน มีซินแสท่านหนึ่ง ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็น "ตะเกียบทองคำ" เพราะท่านเชี่ยวชาญในการกินตูดเป็ด เมื่อท่านได้ดม และชิม ท่านสามารถทายได้เลยว่าเป็ดที่ท่านกินนั้น ถูกเลี้ยงที่จังหวัดใดของประเทศจีน

เจ้าของภัตราคารแห่งหนึ่ง ได้ทราบข่าวก็ไม่เชื่อ เลยเชิญท่านมาที่ภัตราคารของเขาที่ปักกิ่ง และเชิญนักข่าวมามากมาย เจ้าของร้านรื้อโต๊ะจีนออกทั้งหมด เหลือเพียงโต๊ะเดียวที่กลางร้าน มีจานทั้งหมด 20 จาน และทุกจานเต็มไปด้วยตูดเป็ด และใต้จานก็จะมีเขียนว่าตูดเป็ดนี้มาจากไหน เมื่อซินแสท่านนี้ได้ลองดมและชิมดู ท่านก็สามารถทายถูกต้องทั้งหมด 20 จาน และทุกคนปรบมือชื่นชมในความสามารถของท่าน

เมื่อเสร็จ ท่านก็ไปห้องน้ำ ล้างมือ บ้วนปาก และท่านก็รู้สึกว่ามีใครมานวดที่ด้านหลังท่าน เมื่อท่านหันมา ก็เห็นเป็นบ๋อยมานวดเอาใจท่าน

ซินแสท่านนี้ก็เลยบอกแก่บ๋อยคนนี้ว่า "ไม่ต้องมาเอาใจข้าหรอก เพราะข้าไม่รับใครเป็นศิษย์หรอกนะ"

บ๋อยคนนั้นก็คุกเข่าลง ร่ำไห้ อ้อนวอนซินแสท่านนี้ พร้อมกล่าวว่า "ซินแสครับ ผมเกิดมาอาภัพ ฐานะยากจน แม้แต่ว่าเกิดที่ไหน ไม่เคยเห็นหน้าพ่อแม่เลย เมื่อตะกี้ ผมเห็นอาจารย์ทายได้ทันทีว่าเป็ดมาจากไหน ขออาจารย์เมตตา ช่วยดมก้นผม แล้วบอกหน่อยว่าผมมาจากที่ไหนของประเทศจีนครับ"

นี่เป็นสิ่งสำคัญ ที่เราจะรู้ว่าเรานั้นมาจากไหน

นักปรัชญากรีกที่ยิ่งใหญ่ ได้แก่ โสเครติส พลาโต อริสโตเติ้ล ได้กล่าวตรงกันว่า ปัจจุบันนี้ หมายังไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นหมา แมวก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นแมว

และท่านโสเครติส ก็ได้บอกว่า "หมาไม่รู้ว่าเป็นหมาไม่ใช่เรื่องใหญ่ แมวไม่รู้ว่าตัวเองเป็นแมวก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าคนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคน นี่เป็นเรื่องใหญ่ และเมื่อคนยอมรับตัวเองว่าเป็นคน ก็ต้องถามคำถามว่า 'มาจากไหน? อยู่เพื่ออะไร? และกำลังจะไปไหน?' ถ้าไม่ถามตัวเองเช่นนี้ ก็จะแย่กว่าหมาและแมว"

นักวิทยาศาสตร์ท่านหนึ่ง กล่าวไว้ว่า "วันคริสตมาสเกี่ยวกับมนุษย์ เพราะพระเจ้าทรงประทานคำตอบให้แก่เราว่า พระองค์ทรงเป็นผู้สร้างมนุษย์ขึ้นมา และมนุษย์ถูกสร้างให้มีความสามารถในสมองที่จะรับรู้ว่าพระเจ้ามีจริง"

มีอวัยวะอย่างน้อย 2 สิ่ง ที่เมื่อพิจารณาแล้ว จะทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีพระเจ้า

  1. เส้นขน ทุกวันนี้เรารับประทานอาหารต่าง ๆ และร่างกายก็สร้างขนตามที่ต่าง ๆ แต่ปรากฎว่าขนบางที่ยาวได้เรื่อย ๆ ในขณะที่บางที่ขนกลับหยุดยาว
  2. นมจากเต้านมของมารดา หญิงส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่ค่อยให้ลูกดูดนม และนักวิทยาศาสตร์ก็พยายามหาน้ำนมมาทดแทน แต่แม้จะมีเทคโนโลยีเพียงใด ก็ไม่มีสิ่งใดที่สู้นมของมารดาได้เลย ใครเป็นผู้สร้างน้ำนมมารดาที่สุดยอดเช่นนี้? แม้จะไม่ต้องใช้เครื่องจักรใหญ่ในการผลิต ไม่ต้องมีคลังเก็บใหญ่โต แต่เมื่อถึงเวลาก็หลั่งออกมาได้อย่างอัตโนมัติ มีอุณหภูมิที่ 37 องศาพอดี ไม่มีหมด ลูกกินได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีเวลาปิดโรงงาน

วันคริสตมาส เป็นวันที่พระเจ้าทรงสำแดงให้มนุษย์เข้าใจว่า มีพระเจ้าเป็นผู้สร้างเรามา


อ. นิกร สิทธิจริยาภรณ์

การเทศนาในเทศกาลคริสตมาส ที่จังหวัดภูเก็ต

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น